เรื่องเล่าสุขภาพ

Loading

สมุนไพรทองพันชั่ง
                                               ทองพันชั่ง
                                              “ยอดยาปราบ
มะเร็ง
                                                                         จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
            สมุนไพรทองพันชั่ง ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่ามีคุณค่ามหาศาลดั่งทองพันชั่งก็ไม่ปาน บางแห่งเรียกทองคันชั่ง และ หญ้ามันไก่ ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรหลายจังหวัดมักปลูกไว้ศึกษา ที่หมู่บ้านโนนเสลา อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ชาวบ้านแทบทุกบ้านจะปลูกไว้ริมรั้วเป็นแถวเมื่อออกดอกจะมีสีขาวสวยงาม พอถึงวันพระก็จะเก็บดอกไปถวายพระเป็นกิจวัตร
            สมุนไพรทองพันชั่ง เป็นพืชที่ไม่ชอบร่มเงามากนัก ทางการแพทย์แผนโบราณได้ใช่ทองพันชั่งในการรักษาโรคตับอักเสบ โรคผิวหนัง พุพอง น้ำเหลืองเสีย แก้ปวดกระดูก เป็นต้น เพราะในทองพันชั่งงจะมีสารไรนาแคนทิน ที่สามารถยับยั้งแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้ สารสำคัญในทองพันชั่งคือสารประกอบไรนาแคนทิน มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส
           ทองพันชั่ง ลักษณะจะเป็น ไม้พุ่ม สูง ๑-๒  เมตร กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ส่วนโคนต้นเนื้อไม้เป็นแกนแข็ง ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ กว้าง ๒-๔ ซม. ยาว ๔-๘ ซม. ปลายใบแหลมเรียว โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีขาว กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น ๒ ปาก ปากล่างมีจุดประสีม่วงแดง ผล เป็นฝักเล็ก
        หมอพื้นบ้านส่วนใหญ่จะใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งและวัณโรคระยะเริ่มแรก แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ไส้เลื่อนไส้ลาม แก้ปัสสาวะผิดปกติ ถือเป็นสมุนไพรบำรุงธาตุบำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะแก้โรคร้อยแปดประการฮ่าๆๆ แม้กระทั้งโรคความดันโลหิตสูง ไอเป็นเลือด แก้ช้ำใน
         สมุนไพรทองพันชั่ง ผลการวิจัยพบว่ามีสาร
“แนพโทควิโนนเอสเทอร์” (Naphthoquinone Ester) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ในการช่วงยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก และรักษาโรคตับอักเสบ ใบนำมาต้มดื่มช่วยแก้โรคมุตกิตระดูขาวของสตรี โรคกระเพาะอาหาร ปวดฝี ริดสีดวงทวารและรักษาคุดทะราด โดยใช้ทั้งต้น สดจำนวน ๓๐ กรัม ต้มเติมน้ำท่วมยา ดื่มต่างน้ำ  บางตำรับใช้ก้านและใบสด ๓๐ กรัม ถ้าแห้งก็ประมาณ ๑๕ กรัม ผสมกับน้ำตาลกรวดใส่หม้อเติมน้ำท่วมยาแล้วต้มให้เดือด ดื่มต่างน้ำเพื่อรักษาโรคปอดระยะเริ่มแรก
        นอกจากนั้นยังใช้เป็นยาภายนอก ทาแก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อนและผื่นคัน ขับพยาธิทางผิวหนัง ตามบาดแผลได้อีกด้วย โดยใช้ใบสด ประมาณ ๙  ใบ หรือ รากสด ๕ ราก ใบสดตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็นเกลื้อนหรือเอารากมาป่น แช่เหล้าไว้ ๑ สัปดาห์ กรองเอาน้ำยาที่แช่มาทา ทาบ่อยๆ จนกว่าจะหาย
     เคยมีแฟนคลับผมคนหนึ่งนำใบทองพันชั่งมาทำแชมพูสระผมเพื่อป้องกันผมร่วงและผมหงอกเนื่องจากเชื้อราและส่งมาให้ผมทดลองใช้รู้สึกใช้ได้ผลดี
                                     -----------------------------------------------------------
เขียนที่ห้องพักจังหวัดอำนาจเจริญ ๒๔ ตค.๒๕๕๗
  

จดหมายจากพ่อ
                                         จดหมายจากพ่อ
                                                                  จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
         ผมเขียนเรื่องนี้ระหว่างอยู่จังหวัดศรีสะเกษเมื่อคืน(๒๑ ตค.๒๕๕๗) พบเพื่อนรุ่นพี่ที่ไม่ได้พบเจอกันมานานสมัยผมเรียนครูอยู่สกลนครเพื่อนคนนี้ทำงานแล้ว ว่างผมจะไปล้มทับคือให้เพื่อนพาไปเลี้ยงในฐานะมีงานทำ มีเงินเดือนแล้ว ฮ่าๆๆ ตอนนี้ก็ไม่วายให้พาไปเลี้ยงอีก ฮ่าๆๆ  เราไปนั่งกินปลากันที่ร้าน ป.ปลาจุ่มข้างสถานีรถไฟ อิ่มหน่ำสำราญก็เข้าที่พักพร้อมคุณพ่อคู่หูคู่ฮาของผม ไปไหนเอาไปด้วย ถือโอกาสพาคุณพ่อวัย ๙๘ เที่ยวบำบัดไปด้วย ท่านไม่มีโรคความจำดีแต่แรงไม่ค่อยมีฮ่าๆๆ
       ทำสปา ( อาบน้ำ )  อาบน้ำร้อน-เย็นเพื่อกระตุ้นเซลล์ให้แข็งแรงซึ่งทำทุกวัน คุณพ่อก็จะสดชื่นแล้วก็หลับไป ช่วงนี้ผมก็จะว่างมานั่งเช็คข้อมูลทางไลน์ น้องชายก็ได้ส่งเรื่องจดหมายจากพ่อมาให้อีก เป็นภาพเคลื่อนไหว เสียงบรรยายเป็นภาษาจีนแต่มีหนังสือข้อความภาษาไทยแปลให้ทราบ ยบางช่วงสื่อความหมายด้วยภาพ ผมขอถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้เห็นเป็นข้อความ
     ภาพชายร่างท้วมผมขาวโพลนวัย ๕๐ เศษๆ ไปหาหมอ หมอถามว่าคุณไม่มีลูกหลานหรือญาติพี่น้องเหรอทำไมทุกครั้งถึงมาคนเดียว ชายคนนั้นบอกหมอมีอะไรก็พูดมาตรงๆเลย หมอตอบในกรณีแบบคุณจำเป็นต้องมีญาติมาด้วย ดูสิ นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว ถ้ามีครั้งต่อไปหมอกลัวว่า ชายคนนั้นตอบขอบคุณมากคุณหมอ ผมทราบแล้ว
       ภาพตัดกลับมาเห็นภารกิจชายคนดังกล่าวตื่นขึ้นมาล้างหน้าเอาผ้าเช็ดหน้าใส่เสื้อผ้าเสร็จสะพายกระเป๋าเตรียมออกจากบ้าน ภาพตัดมาที่ลูกชายวัย ๓๐  เศษๆกำลังขับรถยนต์คุณกับเพื่อน
  ลูกชาย    พวกเราสามคนก็ขาดนายคนหนึ่งละนะเดี๋ยวเท่านี้ก่อนนะผู้จัดการจ้าวโทรมา สวัสดีครับผู้จัดการจ้าวเชิญพูดครับ มีเวลาไม่มีปัญหา ผมสนิทกับพ่อของคุณผมรับปาก  ผมไปรับพ่อของผู้จัดการอย่างไร ผมก็จะพากลับจากโรงพยาบาลไปส่งถึงบ้านอย่างนั้น ไว้ใจได้ ผมจะดูแลเหมือนพ่อแท้ๆของผมเอง ใช่ๆๆเชิญทำธุระของคุณก่อนเลยครับ แค่นี้ก่อนก็ได้ สวัสดีครับผู้จัดการจ้าว ( เป็นการสื่อความหมายว่าเวลาพ่อคนอื่นลูกบริการดีมาก แต่เวลาพ่อตัวเองกลับไม่สนใจประมาณนี้)     หลังจากนั้นพ่อของชายคนนี้ก็โทรศัพท์เข้ามา
 ลูกชาย    สวัสดีครับพ่อมีอะไร
 พ่อ    พอดีพ่อผ่านบริษัทที่ลูกทำงานอยู่พอดี รู้ว่าลูกไม่มีเวลากลับบ้านพ่อก็เลยแวะมาหา
ลูกชาย  ผมกำลังยุ่ง ก็คิดว่ามีเรื่องใหญ่อะไร พ่อไม่ใช่ว่าผมเคยพูดแล้วเหรอ มีเวลาเดี๋ยวไปหาเอง ตอนนี้ผมอยู่ข้างนอก ไม่งั้นพ่อก็รอแป๊ปนึง เดี๋ยวอีกสักครู่ผมก็จะไปถึงบริษัท
พ่อ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบ ขับรถช้าๆนะลูก
                  ชายผู้เป็นพ่อนั่งยองๆอยู่ใต้ต้นไม้มือถือถุงพลาสติกถุงหนึ่งลุกขึ้นเดินเมื่อรถยนต์ลูกชายวิ่งมาจอดพ่อแสดงอาการดีใจจนเห็นได้ชัด เดินเข้าไปจับไม้จับมือลูบพุงลูกชายพร้อมหัวเราะอย่างมีความสุข
ลูกชาย  พ่อมีเรื่องอะไร ผมกำลังจะรีบไปประชุม
พ่อ    ไม่มีอะไร อ้วนขึ้นนะ เอ้ารับสิ นี่เป็นผักกุ้ยช่ายที่บ้านเราปลูกเอง(พ่อส่งถุงกุ่ยช่ายให้ลูก)
ลูกชาย  ผมกำลังไปบริษัท ไม่เอา  ถ้าพ่อไม่มีเรื่องอะไรก็รีบกลับบ้านเถอะ ผมกำลังยุ่ง คิดว่าผมเหมือนพ่อเหรอ ไปละ
พ่อ  วันเสาร์ลูกว่างไหม
ลูกชาย  ไม่ว่าง  ถ้าไม่มีเงินโทรมานะ ไปละนะ ( พ่อถอนใจ สักครู่ลูกสาวเดินผ่านมาพอดี )
ลูกสาว   อ้าวพ่อมายังไงเนี่ย
พ่อ  ไม่มีอะไรลูก ก็แค่ผ่านมาเฉยๆ ก็เลยแวะมา ลูกไม่ได้กลับบ้านมาตั้งห้าเดือนแล้วนี่
ลูกสาว  เอ้อ ออใช่ หนูยุ่งลืมไปเลย  หลังจากปีใหม่ผ่านมาก็ยุ่งตลอดเลย
พ่อ   แล้ววันเสาร์นี้หละ
ลูกสาว   วันเสาร์นี้มีนัดกับจื้อก็ว่าจะพาปินปินไปหาปู่  ตั๋วเครื่องบินก็จองไว้หมดแล้ว  พ่อมีเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า
พ่อ   อย่างนั้น ก็ไม่มีอะไร  ( พ่อหน้าตาเศร้าๆแสดงความผิดหวัง แกมเหนื่อยหน่าย )  อ๋อใช่ อีนนี้เอามาให้ปินปิน  ( ล้วงจากกระเป๋าที่สะพายมา)
ลูกสาว   พ่อ ปินปิน เลิกเล่นไอ้ของพวกนี้ไปนานแล้ว  ปินปิน วันวันมีแต่ร้องจะเอาแอปเปิ้ล ( IPAD )
พ่อ   แอปเปิ้ล  เธอก็ไปซื้อให้เขาสิ แอปเปิ้ลก็แค่ไม่กี่ตังค์ อย่าเสียดายเงินแค่นี้ ( พ่อเสียงจริงจัง)
ลูกสาว   พ่อแอปเปิ้ลนี้ไม่ใช่แอปเปิ้ลแบบที่พ่อคิด พ่อไม่เข้าใจหรอก แล้วพี่กลับบ้านยัง
พ่อ   ยังเลย  พวกเธอ ยุ่งกันหมด
ลูกสาว  พ่อ ถ้าไม่มีเรื่องอะไร หนูก็ขอกลับไปทำงานก่อนละนะ  พ่อก็รีบๆกลับบ้านนะ ( ลูกสาวเดินจากไป ปล่อยให้พ่อถึงของฝากให้หลานมองตาละห้อย)  สักครู่หลานสาววิ่งมาหา
หลานสาว คุณปู่ คุณปู่มาทำอะไร ( ทั้งปู่ทั้งหลานหัวเราจับไม่จับมือแสดงความดีใจ)
คุณปู่  อ้อ ปู่ผ่านมาก็เลยแวะมาเยี่ยม ( ปู่หัวเราะ )  อ้วนแล้ว
หลานสาว   อะไรค่ะ  คุณปู่ ทำไมทักหนูแบบนี้
ปู่    เดี๋ยวนี้ปู่พูดไม่เข้าหูหลานสาวซะแล้ว ( หัวเราะ ) เสาร์นี้
หลานสาว    รอแป๊ปนึง  ฮัลโหล  จริงเหรอ เธอแน่ใจนะว่าเป็นติ๋วอาทิตย์นี้ เยี่ยมมากเลย รักเธอมากๆ ( วางโทรศัพท์แล้วหันมาทางคุณปู่ ) คุณปู่ พอดีหนูมีธุระด่วน เดี๋ยวมีเวลาว่างจะแวะเข้าไปหานะ ( ว่าแล้วก็วิ่งจากไป )  ภาพตัดกลับมาที่บ้านชายผู้เป็นพ่อนั่งที่เตียงใส่เสื่อคอกลมแขนสั้นสีขาวนุ่งกางเกงแพรสีเลือดหมู พูดขึ้นมาว่า
พ่อ   เอ้ออออ  เธอรู้ไหม วันนี้ฉันไปหาลูกหลานมา ทุกคนมีความสุขดี  ปินปิน ก็ชอบกินผลไม้ละ  ทุกๆวันก็ขอให้แม่ซื้อแอปเปิ้ลให้  เถิงเถิงก็โตเป็นสาวแล้ว   สวยละ ( พูดแล้วหัวเราะอย่างมีความสุขพร้อมกับหันไปทางเตียงนอนเหมือนเมียนอนฟังอยู่)  เจี้ยนปินก็อ้วนละ แค่นี้แหละ นอนกันเถอะ ( พ่อเอี้ยวตัวลงนอน เห็นภาพเสื้อชุดนอนของภรรยา วางคลี่อยู่บนเตียงเสมือนภรรยานอนอยู่เคียงข้าง)
          ภรรยาเขาเสียชีวิตแล้ว เขาคงคิดถึงภรรยามากจึงเอาชุดนอนภรรยามาคลี่วางไว้บนเตียงเหมือนภรรยากำลังนอนอยู่กับเขา ถ้าเป็นสมัยนี้คงมีภรรยาใหม่ไปหลายคนแล้ว ฮ่าๆๆ     ภาพต่อมาเห็นกาต้มน้ำอยู่บนเตากำลังเดือดพ่นไอพวยพุ่ง ผู้เป็นพ่อนั่งบนเตียงแล้วพูดว่า
พ่อ    สุขสันต์วันเกิดนะภรรยา   เฮ้อออ ถึงเวลาแล้ว หละ ภรรยา  ตอนนี้ฉันก็ทนไม่ไหวแล้ว เพื่อลูกฉันก็คงจะฉลองวันเกิดให้เธอ ได้แค่ครั้งที่ห้าสิบสองนี่แหละ ถ้าคิดว่ามันน้อย ชาติหน้าค่อยชดเชยให้ละกัน (หันไปทางชุดนอนภรรยาที่คลี่วางอยู่บนเตียง) หลังจากนั้นภาพตัดไปที่ลูกชายคนโตกำลังเดินอยู่ในบริษัท พนักงานเรียก
พนักงาน  ผู้จัดการ จดหมายของคุณ
ลูกชาย   ใครเขียน ( หยิบจดหมายขึ้นดู ) พ่อ อายุขนาดนี้ยังมีคนส่งจดหมายให้อีก ( ลูกชายนำจดหมายขึ้นไปนั่งอ่านบนรถ
         “เจี้ยนปิน นี่เป็นจดหมายฉบับแรกและฉบับสุดท้ายจากพ่อ  เมื่อลูกได้รับจดหมายนี้ ก็แสดงว่า พ่อได้ไปพบกับแม่ของแกแล้ว คิดถึงตอนที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของแกมา ๕๐ ปี  ความสุขที่สุดความสุขของพวกเราก็คือมีแกและน้องสาวของแก จากนั้นแกก็พาชีวิตเหมย ภรรยาเข้ามาบ้าน พ่อและแม่ของแกมีความสุขมาก
      หลังจากนั้นน้องสาวของแกก็แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา บ้านของเราแป๊ปเดียวก็มีคนเยอะแยะเพิ่มเข้ามา แล้วต่อมา ก็มีเถิงเถิงกับปินปินเพิ่มขึ้นมา ก็ยิ่งมีความสุขมากกว่าเดิม แต่ว่าถึงแม้คนจะเพิ่มขึ้น บ้านกลับเหมือนแค่พ่อกับแม่แค่สองคน ตอนแรกเราสองก็เฝ้ารอว่า พวกลูกๆจะกลับมาหาอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็น เดือนละหนึ่งครั้ง
    หลังจากแม่แกจากไป ก็กลายเป็นปีละหนึ่งครั้ง พ่อรู้ว่าลูกๆทุกคนยุ่งไม่มีเวลา แต่พ่อมีเวลาเยอะมาก เพราะฉะนั้นพ่อเลยแอบไปขายผักตรงถนนที่ลูกและน้องสาวลูกเลิกงานแล้วเดินกลับบ้าน อย่างนี้ทุกๆวันก็จะได้เห็นลูกๆทุกวัน ( ภาพเห็นพ่อใส่หมวกจีนบังหน้า) เงินที่ลูกๆส่งมาให้พ่อทุกเดือนพ่อไม่ได้ใช้เลย รวมกับเงินที่พ่อขายผักได้ ทั้งหมดเก็บไว้ในบัญชีแล้ว
    พ่ออยู่แค่คนเดียวใช้เงินได้ไม่เท่าไหร่หรอก สมุดบัญชี อยู่ที่เก๊ะข้างหัวเตียง รหัสคือ วันเกิดของแม่เธอ พ่อเป็นคนพูดได้ไม่ค่อยเก่ง วันนี้จะขอพูดมากซักกี่ประโยค หลังจากนี้ก็จะไม่ได้ยินแล้ว พวกลูกก็อย่าโทษว่าพ่อรีบไปนะ พ่อพูดตรงๆ พ่อไม่อยากจะเป็นภาะของพวกลูกๆอีกต่อไปแล้ว เวลาของพ่อก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ควรจะไปแล้ว ไปเร็วไปช้า ก็เหมือนกัน พ่อก็ซื้อตั๋วด่วนพิเศษให้ตัวเองก็แค่นั้น
    ในวันเกิดของแม่ลูกในวันนี้พ่อก็จะไปอยู่กับเขา จะไปเซอร์ไพรส์แม่ของลูกซักหน่อย มีแม่เขาคอยอยู่กับพ่อ พ่อก็จะรู้สึกมีความสุขมากขึ้นมาซักหน่อย  โปรดให้อภัยในความเห็นแก่ตัวของพ่อ ลาก่อนนะ ลูกๆที่รักของพ่อ …………………………………….
    เวลาที่เรากลับบ้านแล้ว เรายังมีโอกาสได้เรียกพ่อเรียกแม่   นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสุขเรื่องหนึ่ง เวลาที่เราได้บอกพ่อแม่ว่า เดี๋ยวค่อยตอบแทนบุญคุณพ่อแม่
                            คำว่า
.....เดี๋ยวก่อน...อาจจะไม่มีโอกาสมาถึง.......
     จากใจผู้ เรียบเรียงเมื่อ วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ ณ ที่พัก รีสอร์ทจังหวัดศรีสะเกษ
                
  

เมื่อฉันแก้่ตัวลง
                                        เมื่อฉันแก่ตัวลง..
                                                      จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                  ผมพาคุณพ่อวัย ๙๘ ปีมาท่องเที่ยวบำบัดที่เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗   โดยออกจากกรุงเทพช่วงเที่ยงพอดี ระหว่างทางพอมาถึง อ.มวกเหล็กประมาณบ่ายแก่ๆเกิดฝนตกหนักน้ำจากเขาใหญ่ไหลเชี่ยวเอ่อล้นข้ามถนน  ทำให้การสัญจรทางรถยนต์ติดขัดบางคันจอดสนิท บางคันก็ค่อยๆเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ตกหนักชนิดแทบมองไม่เห็นถนน หลังฝ่าวิกฤติไปได้เดินทางถึงจังหวัดบุรีรัมย์ประมาณหกโมงเย็นเข้าพักที่โรงแรมจินตนารีสอร์ทในตัวเมืองจังหวัดบุรีรัมย์
                คืนนั้นน้องชายส่งไลน์มาให้ดูเรื่อง “เมื่อฉันแก่ตัวลง” เป็นทั้งภาพและเสียงบรรยาย ผมและพ่อนอนดูด้วยกันบนเตียง นับเป็นเรื่องราวดีๆที่ลูกๆทุกคนควรตระหนักถึงความรักความห่วงใยที่พ่อแม่มีต่อลูก
ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจลุกขึ้นจากเตียงมานั่งปั่นต้นฉบับมอบสิ่งดีๆขยายผลสู่ลูกๆทุกคน
              ซึ่งเรื่องนี้คุณสุทธิชัย  หยุ่น สื่ออาวุโสจากเนชั่นได้เคยเขียนลงในเว็บบล็อกบอกว่าเพื่อนส่งมาให้ช่วงหลังก็ได้นำมาตีพิมพ์ในหนังสือชีวจิต ฉบับที่ ๒๙๔ ปีที่ ๑๓ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔ หน้า ๖๘ มี่ทั้งคนที่ได้อ่านและไม่ได้อ่าน  ต่อมาคุณศิริลักษณ์ ได้นำมาเผยแพร่อีกครั้งทางสื่อไอที เมื่อ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔   บอกว่า               
             “อ่านดูพบว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ (ถึงมากที่สุด) จึงขอนำมาเล่าแบ่งปันให้กับทุกๆคนที่เป็นลูกของพ่อแม่ หรือมีบุคคลที่เคารพรัก อยู่ในช่วงวัยที่แตกต่าง และในบางครั้งโลกของเรากับโลกของท่านกลับกลายเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะเข้าใจ เรื่องราวที่จะนำมาเล่านี้อาจช่วยเป็นตัวจุดไฟแห่งปัญญา ให้มีสติ เปิดใจ และเข้าใจความรู้สึกของท่านที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งต้องการความรัก กำลังใจ และความเข้าใจจากเรา อย่าปล่อยให้ท่านต้องเดินอย่างคนเดียวอย่างอ้างว้างและเจ็บปวดจากความไม่เข้าใจที่ไม่ได้ตั้งใจของเรา มาลองเปิดใจเรียนรู้ความรู้สึกนี้กัน”
             เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่ตระเวนทั้งเรียนทั้งทำงานไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แม้เขาจะเติบกล้าเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ ความรู้เพิ่มมากขึ้น โลกใบนี้เริ่มเล็กลง แต่พ่อแม่ที่อยู่บ้านเดิม (ในเมืองจีน)ก็เริ่มแก่ตัวลง ลูกคนนี้ทำงานอยู่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมาย
             ต่อมามีไอพีการ์ด   จึงได้คุยกันทางโทรศัพท์มากขึ้น ทุกครั้งแม่ก็จะคอยเตือนให้ระวังสุขภาพของตัวเอง ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะจะสิ้นเปลืองเงินทอง ยิ่งพูดก็ยิ่งซ้ำซาก เขารู้ดีว่าแม่เริ่มคิดถึงเขามาก
            จนกระทั่งปีนี้ แม่อายุ ๗๕ เขาจึงได้กลับไปเยี่ยมแม่ โดยตั้งใจว่าจะอยู่สัก ๑ เดือน จะไม่ทำอะไรเป็นพิเศษแต่ขอเป็นเพื่อนแม่เพียงอย่างเดียว พอบอกข่าวนี้ให้แม่ทราบ แม้จะมีเวลาอีกตั้ง ๒ เดือนเศษ แม่ก็เริ่มเตรียมตัวในการต้อนรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูก แม่ดึงเอาสมุดบันทึกมาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ เอาผ้าห่มที่ลูกเคยชอบห่มมาปะชุนใหม่...
            สำหรับคนอายุ ๗๕ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ขณะอยู่บนเครื่องบิน เคยตั้งใจว่าจะขอกอดแม่ให้ชื่นใจสักครั้ง แต่พอมาเห็นแม่ แม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าผอมแห้ง หน้าตาเหี่ยวย่น ช่างไม่เหมือนแม่คนก่อนหน้านี้เลย... แม่ใช้เวลาทั้งชั่วโมงเตรียมอาหารที่ลูกเคยชอบ โดยที่หาทราบไม่ว่า เดี๋ยวนี้ลูกไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นแล้ว และเพราะแม่ตาไม่ค่อยดี รสชาติอาหารจึงไม่อร่อยเหมือนเดิม บางจานก็เค็มจัด บางจานก็จืดสนิท ผ้าห่มที่แม่อุตส่าห์เตรียมให้ ทั้งหนาทั้งหยาบ ไม่สบายกายเลย แม่หารู้ไม่ว่า เดี๋ยวนี้ลูกนอนห้องแอร์และใช้ผ้าห่มขนแกะแล้ว แต่เขาก็ไม่บ่นอะไร เพราะเขาตั้งใจจะกลับมาเป็นเพื่อนแม่จริงๆ
            ๒-๓ วันแรก แม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะ จนไม่มีเวลาพักผ่อน พอเริ่มได้พัก แม่ก็เริ่มพูดมาก สอนโน่นสอนนี่ พูดแต่ปรัชญาเก่าๆ ซึ่งปรัชญาเหล่านั้น เคยพูดแล้วเมื่อกว่าสิบปีก่อนพอลูกบอกให้ฟังว่า ปรัชญาเหล่านั้นไม่ทันสมัยแล้ว แม่ก็เริ่มนิ่งเงียบและเศร้าซึม เหตุการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ผมพบว่าสุขภาพแม่แย่ลง โดยเฉพาะสายตา อาหารบางจานมีแมลงวัน บางทีอาหารหกบนเตา แม่ก็เก็บใส่จานตามเดิม ครั้นผมพยายามชวนแม่ไปกินนอกบ้าน แม่ก็บอกอาหารข้างนอกไม่สะอาด ของแปลกปลอมเยอะ เมื่อผมบอกแม่ว่าจะหาคนรับใช้มาช่วยแม่สักคน แม่ก็บอกว่า แม่เองยังสามารถทำงานได้
           ช่วงครึ่งเดือนหลังที่อยู่กับแม่ ผมเริ่มขัดแม่มากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกรำคาญเพิ่มมากขึ้น แต่เราไม่เคยทะเลาะกัน พอผมขัด แม่ก็หยุดพูด ในตามีแววเหม่อลอย โรคซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ชักหนักขึ้นเรื่อยๆ ได้เวลาที่ผมจะต้องเดินทางกลับ แม่ดึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งออกมา ในนั้นเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ที่แม่ตัดเก็บไว้ในช่วงที่ผมไปอยู่เมืองนอก แม่เริ่มสนใจข่าวต่างประเทศเมื่อผมเดินทางไปนอก ทุกครั้งที่มีข่าวตึงเครียดในประเทศนั้นๆ แม่จะตัดข่าวเก็บไว้ ตั้งใจจะมอบให้ผมตอนที่ผมกลับมา แม่พูดอยู่เสมอว่า อยู่นอกบ้านนอกเมืองต้องระวังตัวให้มาก
             ครั้งหนึ่งมีเรื่องคนญี่ปุ่นต่อต้านและข่มเหงคนจีน มีการปะทะกัน แม่เป็นห่วงมาก  ถามเพื่อนบ้านว่าจะส่งข่าวไปเตือนผมที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร ตอนนั้นผมสอนอยู่ที่ญี่ปุ่นแม่ดึงเอาปึกกระดาษข่าวนั้นออกมาอย่างยากลำบากวางใส่ในมือผมเหมือนของวิเศษชิ้นหนึ่ง มันหนักมากผมเริ่มรู้สึกลำบากใจไม่อยากนำกลับไป มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ผมรู้ว่าแม่เก็บมันด้วยความยากลำบาก แม่สายตาไม่ค่อยดี ต้องใช้แว่นขยาย อ่านได้วันละ ๒ หน้าก็เก่งแล้ว ทันใดนั้นมีข่าวชิ้นหนึ่งปลิวหลุดลงมา แม่รีบเอื้อมไปหยิบ แต่แทนที่แม่จะเก็บเข้ากองเดิม แม่กลับพับเก็บไว้ในกระเป๋าของตัวเอง ผมรู้สึกเอะใจ เลยถามว่า " นั่นกระดาษอะไร ขอผมดูหน่อย " แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงล้วงออกมาวางบนข่าวปึกนั้น แล้วหุนหันเข้าครัวไปทำกับข้าวทันที ผมหยิบข่าวชิ้นนั้นขึ้นมาดู มันเป็นบทความบทหนึ่ง ชื่อว่า
"เมื่อฉันแก่ตัวลง" ตัดจากหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2004 เป็นช่วงที่ผมเริ่มเถียงกับแม่ถี่มากขึ้นทุกที บทความนั้นคัดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่งของเม็กซิโก ฉบับเดือนพฤศจิกายนผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบทันที ...
           เมื่อฉันแก่ตัวลง ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น ขอโปรดเข้าใจฉัน มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิด เมื่อฉันทำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง เมื่อฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า ขอให้คิดถึงตอนยังเล็ก ฉันใช้มือสอนเธอทำทุกอย่าง เมื่อฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆที่เธอรู้สึกเบื่อ ขอให้อดทนสักนิดอย่าเพิ่งขัด ตอนเธอยังเล็กๆ ฉันยังเคยเล่านิทานซ้ำๆซากๆ จนเธอหลับ
          หากฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้ อย่าตำหนิฉันเลยนะ ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆฉันต้องทั้งออดทั้งปลอบเพื่อให้เธอยอมอาบน้ำได้ไหม เมื่อฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆ อย่าหัวเราะเยาะฉัน จำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม "ทำไม ทำไม" ทุกครั้งที่เธอถามได้ไหม
          เมื่อฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหว ขอจงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน เหมือนตอนที่ฉันพยุงเธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆ หากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่ ให้เวลาฉันคิดสักนิด ที่จริงสำหรับฉันแล้ว กำลังพูดเรื่องอะไรไม่สำคัญหรอก ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน ฉันก็พอใจแล้ว เมื่อเธอเห็นฉันแก่ตัวลง ไม่ต้องเสียใจ ขอให้เข้าใจฉัน   ให้กำลังใจฉัน ให้เหมือนตอนที่ฉันให้กำลังใจเธอตอนเธอเพิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ ตอนนั้นฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต ตอนนี้ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทาง ให้ความรักและอดทนต่อฉัน ฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ ในรอยยิ้มของฉันมีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉันที่มีให้กับเธอ
           ผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบ เกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตอนนั้น แม่เดินออกมา ผมแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนแรกแม่คงอยากให้ผมได้อ่านบทความนี้หลังจากผมกลับไปแล้ว จึงคะยั้นคะยอให้ผมนำข่าวปึกนั้นกลับไป ขณะจัดกระเป๋าเดินทาง ผมต้องสละไม่เอาสูทกลับไป ๑ ตัว จึงยัดเก็บปึกข่าวเหล่านั้นเข้าไปได้ รู้สึกแม่จะดีใจมาก เหมือนกับว่าหนังสือพิมพ์เหล่านั้นเป็นยันต์โชคลาภสำหรับผม และเหมือนกับว่าการที่ผมยอมรับหนังสือพิมพ์เหล่านั้น ผมได้กลับมาเป็นเด็กดีของแม่อีกครั้งหนึ่ง
            แม่ตามมาส่งผมจนถึงรถแท็กซี่ หนังสือพิมพ์ที่ผมนำกลับมาเหล่านั้น ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไร แต่บทความ "เมื่อฉันแก่ตัวลง" บทนั้น ผมได้ตัดเก็บไว้ในกรอบ เอาไว้ข้างตัวผมตลอดไป
              ขออุทิศบทความนี้ ให้กับลูกพเนจรทั้งหลาย วันสำคัญ ไปเยี่ยมท่านบ้าง โทร.หาท่านบ้าง บอกท่านว่าคุณอยากกินอาหารที่ท่านทำเสมอ... (ผมไม่ต้องเพิ่มเสริมความเห็นอะไรมากไปกว่านี้...ขอบคุณผู้ไม่บอกกล่าวชื่อเสียงเรียงนามที่ส่งเรื่องนี้มาให้...)
                                 -----------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
  

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด ไว้ใจเกินไป ซื่อสัตย์เกินไป
22 ต.ค. 2557 เวลา 19:07 น.
ล่าสุด วาสนา คิดการดี
21 ต.ค. 2557 เวลา 16:16 น.
ล่าสุด จำรัส เซ็นนิล
18 ต.ค. 2557 เวลา 18:36 น.
ล่าสุด กิ้ฟหาดใหญ่
14 ต.ค. 2557 เวลา 14:04 น.
ล่าสุด ภัสสรา
9 ต.ค. 2557 เวลา 05:55 น.
ล่าสุด ประเสริฐ อุสาใจ
8 ต.ค. 2557 เวลา 10:07 น.