เรื่องเล่าสุขภาพ

Loading

ไขปริศนาลับ"มะเร็งร้าย"
                                                      ไขปริศนาลับ
                                           “มะเร็งร้าย”
                                                                จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
           หลายคนบอกว่าเป็นมะเร็งแล้วอย่าเครียด ถ้าทำได้ก็ดีครับแต่เมื่อเป็นแล้วทำใจยาก เมื่อรู้ว่าเจ้ามะเร็งมันไม่เคยปราณีใคร ไม่สนใจยศถาบรรดาศักดิ์ ร่ำรวย ยากจน แม้กระทั่งหมอ มันจัดการมาหมดแล้ว หลายคนนอนไม่หลับคิดมากจะหาทางออกอย่างไรบ้างก็ได้รับข้อมูลความลับของเจ้ามะเร็งว่ามันมีจุดด้อยจุดแข็งอย่างไรจะได้จัดการกับมันได้ง่ายขึ้น เหมือนนักมวยต้องรู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้
         ดร.ชนิสา อรรถจินดา Chanisa Arthachinda, Ph.D ได้นำปริศนาความลับของเจ้ามะเร็งที่  ดร.รุ่ง จากโรงพยาบาลจุฬาฯ นำมาเผยแพร่ เพื่อให้เรารู้เท่าทันมะเร็งร้าย ก่อนที่มันจะมาเยี่ยมเรา หมอฟ้า กนกนุช ชิตวัฒนานนท์ เล่าให้ผมฟังว่าองค์การอนามัยโลก รายงานว่า โรคมะเร็งตอนนี้ไทยเป็นเบอร์ ๑ ในเอเชียแล้ว อัตราในจำนวน ๘ คน จะเป็นมะเร็ง ๑ คน สาเหตุเกิดจาก กินเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง กินอาหารกะทิค้างคืน กินกล้วยแขก ปาท่องโก๋และขนมครก นำผัดผักที่กินไม่หมดเก็บค้างคืนนำมากินใหม่
       ต้องเข้าใจก่อนว่า “มะเร็ง” คือวิวัฒนาการของกลุ่มเซลล์ที่พยายามจะรอดตายในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ        ฉะนั้นเราๆท่านๆต้องรีบปรับปรุงสภาพแวดล้อมร่างกายให้ปราศจากสารพิษก่อนที่เจ้ามะเร็งร้ายจะมาเยือน
        “มะเร็ง คือ ธรรมชาติ” (Cancer is Natural) ของการปรับตัว ของเซลล์ อันเนื่องมาจาก การที่เลือดของเรา กลายเป็นพิษ เกินกว่าที่ เซลล์จะมีชีวิต ต่อไปได้ ถ้าหาก เซลล์เหล่านั้น ไม่ปรับตัว เซลล์เหล่านั้น จะป่วย และตาย เซลล์เหล่านั้น จึงตอบสนอง อย่างเป็น ธรรมชาติ ด้วยการผ่าเหล่า เพราะเซลล์ ในร่างกายมนุษย์ มีความสามารถ ที่จะปรับตัว เพื่อรับมือกับ การเปลี่ยนแปลง การปรับตัว ของเซลล์ จึงเป็นสิ่ง ที่เป็นธรรมชาติ
เป็นที่ น่าเสียดายว่า คุณหมอทั่วโลก บอกกับเราว่า วิธีการรักษามะเร็ง คือ การบำบัดด้วย-คีโม หรือ การทำลาย เซลล์มะเร็ง ด้วยรังสี แต่สิ่งที่คุณหมอ ไม่ได้บอกเราคือ ทำไมเซลล์มะเร็ง จึงผ่าเหล่าตั้งแต่แรก?
อย่างไรก็ตาม- เมื่อสภาพแวดล้อม เปลี่ยนไป เซลล์อีกจำนวนมาก ก็จะผ่าเหล่า- ต่อไปอีก-ไม่เร็วก็ช้า นั่นเป็นสาเหตุ ที่เราพบเห็น
          ผู้ป่วยมะเร็ง ถูกให้คีโมก็จะ ดีขึ้นเพียงชั่วคราว แล้วกลับทรุด ลงไปใหม่อีก จากมุมมอง ของเซลล์ หากมัน ไม่ผ่าเหล่า-มันจะต้องตาย การผ่าเหล่า ของเซลล์ จึงเป็นธรรมชาติเพื่อเอาตัวรอด
          มะเร็ง แท้จริงแล้ว คือ วิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ ที่พยายามรอดตาย จากสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษ แต่ทั้งหมดนี้ ก็กลายเป็นสิ่งที่ ควบคุมไม่ได้ เพราะเซลล์เหล่านั้น ลงเอยด้วยการ- ฆ่าร่างกาย  การที่เราพยายามฆ่า เซลล์เหล่านั้น -โดย ไม่ได้เปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อม เปรียบได้กับ การฆ่าแมลงวัน โดยไม่ได้พยายาม เอาขยะออกไป
           วิธีที่คุณหมอแนะนำดูแลร่างกายก็ไม่ยุ่งยากทุกคนสามารถทำเองได้เพียงหายใจลึกๆ - หายใจลึกๆ
เพราะสิ่งแรกที่กระตุ้น ให้เซลล์ผ่าเหล่า และ กลายเป็น เซลล์มะเร็ง คือ การขาดออกซิเจนเซลล์มะเร็ง ปรับตัวเพื่อรอดชีวิต ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ ยิ่งมีออกซิเจน ต่ำเท่าไร เซลล์มะเร็ง ก็ยิ่งเติบโต ได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือ วิวัฒนาการ ของเซลล์ ที่ปกติต้องการ จะรอดชีวิต อยู่ได้ ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ - วิธีแก้ไขคือ หายใจลึกๆ ซึ่งเป็นการ ออกกำลังง่ายๆ ที่ทำได้ทุกเช้า เพื่อเพิ่ม ระดับออกซิเจน ให้กับเลือด
             หลังจากนั้นเดิน 5 นาที แล้วหายใจแบบนี้ คือ  หายใจเข้า  ๔ ครั้ง ติดกัน กลั้นหายใจแล้วนับ ๑ ถึง ๔  หายใจออกช้าๆ ๔  ครั้ง ติดกัน หายใจเข้าลึกๆแล้วหายใจออกช้าๆ จากนั้นหายใจเข้าทางจมูกกลั้นไว้จนทนไม่ได้ค่อยๆหายใจออกทางปากประมาณ ๔-๕ ครั้ง พยายามฝึกบ่อยๆ   หายใจ เข้าไปในท้อง ไม่ใช่หายใจ เข้าไปในอก นี่คือวิธีการหายใจ ที่ถูกต้อง
            อีกวิธีให้หยุดรับประทาน –กรด เพราะกรดจะมากระตุ้นเซลล์ ให้ผ่าเหล่า และกลายเป็น เซลล์มะเร็ง ถ้าร่างกายมีสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เจ้ามะเร็งจะชอบ เพราะนั่นคือ การตอบสนอง ที่จะทำให้ เซลล์รอดชีวิตได้ ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เซลล์ที่ผ่าเหล่า จะตาย ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นด่าง และเติบโต ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด คุณจะทำ ให้ร่างกายของคุณ เป็นด่างได้ ก็ด้วยการ รับประทานอาหารที่เป็นด่าง มากขึ้น
            หากคุณ ต้องการเห็น การเปลี่ยนแปลง ของสุขภาพ อย่างน่าอัศจรรย์ ในระยะเวลาอันสั้น ให้ดื่มน้ำผักสดปั่น ทุกเช้า โดยไม่ต้อง รับประทาน อะไรอีกเลย จนกว่าจะถึง มื้อเที่ยง  การนำผักใบเขียว หลากชนิด มะเขือเทศ แตงกวา ปั่นกับน้ำสะอาด แล้วดื่ม คุณอาจจะคิดว่า มันไม่น่าดื่มเลย แต่มันไม่เลวร้าย และออกจะอร่อย ด้วยซ้ำไป เมื่อคุณ คุ้นเคยกับมัน  อย่างน้ำมะพร้าวก็มีประโยชน์พยายามหามาดื่มบ่อยๆ สิ่งที่ต้องงดคือน้ำตาล โคคา-โคล่า เปปซึ่ และ น้ำอัดลมทุกชนิด กาแฟ เนื้อสัตว์ นม บุหรี่ และ แอลกอฮอล์
        นอกจากนั้นการดูแลร่างกายก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนคืออย่าเครียดความเครียด ทำให้ ระบบภูมิคุ้มกัน อ่อนแอ ความเครียด คือ ฆาตกรเบอร์หนึ่ง และเป็นต้นเหตุ ที่ก่อให้เกิดโรค -ทุกโรค ความเครียด เพิ่มกรด และ ส่งผลกระทบ ต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ในร่างกาย มันจึงเป็นสิ่ง ที่สำคัญมาก ที่เราจะต้อง ทำจิตใจ ให้แข็งแรง เบิกบานอยู่เสมอ
       คุณจะทำเช่นนั้น ได้อย่างไร ?   ไม่ยากครับเพียงหาเวลาทำสมาธิ ดูหนังตลก ละเว้นจากการดู ข่าวร้าย
และ เรื่องเลวร้าย อ่านหนังสือดีๆ ที่ทำให้เกิด แรงบันดาลใจ หาสัตว์มาเลี้ยง พบเพื่อนใหม่ๆ สัมพันธภาพใหม่ๆ ปลดความทุกข์ ความสลดใจเก่าๆ และสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่ผ่านไปแล้ว เพียงแค่นี้มะเร็งจะไม่มาหาท่านเลย มีคนบอกว่า  “จงเปลี่ยนน้ำ ในบ่อปลา เมื่อปลาป่วย เพราะ การทำลายบ่อปลา ไม่ใช่ทางออก ที่ถูกต้อง”
        มีกรณีศึกษามีหลายคนใช้สมุนไพรธุดงค์เก้าดอย เข้าไปสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแกร่งขจัดขยะสารพิษร้าย ร่างกายปรับสมดุลหยิน-หยาง ภาวะร้อน-เย็น ไม่ว่าเจ้ามะเร็ง หรือเบาหวานความดัน เก๊าท์ ไม่เคยมาเยือนเลย   สมุนไพรธุดงค์เก้าดอยจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเม็ดเลือดขาว เพราะ เม็ดเลือดขาว  เป็นเซลล์ที่มีนิวเคลียส ไม่มีฮีโมโกลบิน สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ เม็ดเลือดขาวที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดมีน้อยมากเมื่อเทียบกับเม็ดเลือดแดง
         เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในร่างกาย ช่วยกำจัดสารพิษและของเสียบางชนิด  รวมทั้งช่วยกำจัดเศษเซลล์ต่าง ๆ ที่ถูกทำลายโดยธรรมชาติหรือเซลล์ที่ผิดปรกติบางชนิด
หากท่านอยากใช้สมุนไพรธุดงค์เก้าดอยกินป้องกันไว้บ้างก็น่าจะดี  เพราะชีวิตเราทุกวันนี้สารพิษมันเล็ดลอดเข้าไปสะสมในร่างกายไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งจากพืชผักอาหารการกินนอกเหนือจากมลพิษทางอากาศ
ผมกินมาแล้วครับฮ่าๆๆ  ลองโทรไปคุยดูครับ ๐๙-๓๕๒๕-๒๗๒๗
                                    -----------------------------------------------------------
 
 
 
 
  

มะเร็งทางเลือกผู้ป่วยและญาติ
                         มะเร็งทางเลือกผู้ป่วยและญาติ
        “ล้างพิษร้อน ถอนพิษเย็น  ปรับสมดุลกายใจแนวทางหมอเขียว”
                                                                         จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
           ที่ผมต้องเขียนว่า มะเร็งทางเลือกผู้ป่วยและญาติเพราะจากประสบการณ์ บางครั้งผู้ป่วยแทบไม่ได้มีโอกาสเลือกหนทางในการเยียวยารักษาอันเนื่องจากไม่ได้สั่งสมประสบการณ์ในการเรียนรู้เจ้ามะเร็งเมื่อถึงขั้นวิกฤติจะนอนซมล่องลอยไร้จุดหมายปล่อยให้ญาติพี่น้องเป็นผู้ตัดสินใจ ตัดสินใจถูกชีวิตก็รอด ตัดสินใจผิดก็พากันดิ่งสู่ห้วงเหวนรกสูญเสียทั้งเงินทองและชีวิตของคนที่เรารัก
         ผมเดินทางจากกรุงเทพฯจุดหมายปลายทางอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหารเพื่อหาข้อมูลทางรอดจากโรคมะเร็ง ขณะที่รถกำลังไต่ระดับขึ้นเทือกเขาภูพานโค้งที่ ๔ ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อนเข้าเขตจังหวัดสกลนคร รถคู่ชีพผมเร่งไม่ขึ้น แสดงว่าคลัสหมดแน่ๆเพราะอาการอย่างนี้เคยเจอมาแล้วและเคยเปลี่ยนคลัสมาแล้วตอนนั้นเสียเงินไปร่วมสองหมื่นกว่าบาทคราวนี้คงไม่แตกต่างกันเพราะรถใช้มา ๗ ปีแล้วฮ่าๆๆ
     แสงกำลังลับเหลี่ยมเขาสิบแปดนาฬิกา โชคดีมีพลเมืองดีจอดรถมาช่วยเหลือและประสานรถยกมาลากให้จุดเกิดเหตุห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ ๖๕ กิโลเมตรต้องข้ามขุนเขาภูพานไป ๒ ลูก จ่ายค่ารถลากไปหกพันบาท เจ้าของรถลากเลี้ยงเครื่องดื่มบำรุงกำลังไป ๑ ขวดน้ำเปล่า ๑ ขวดถือว่าคุ้มครับฮ่าๆๆ
   ค่าซ่อมต้องเปลี่ยนคลัสทั้งชุดพร้อมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องล้างห้องเครื่องเบ็ดเสร็จปาเข้าไปสองหมื่นเก้าตัวเบาไปเลย ก็นับว่าคุ้มค่าครับกับการเดินทางไปหาข้อมูลช่วยชีวิตคนที่เงินไม่สามารถซื้อได้
     ผมได้พบกับคุณศุลีพร ชินศิริ อายุ ๕๘ ปี อดีตข้าราชครูที่หนีโรคร้ายมะเร็งมาปฏิบัติตนเป็นจิตอาสาที่สวนป่านาบุญของหมอเขียว ( ใจเพชร  กล้าจน ) อยู่ที่ ๑๑๔ หมู่ ๑๑ ตำบลดอนตาล อ.ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร คุณศุลีพร เล่าให้ผมฟังว่า ตัวเองเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ดสอนที่โรงเรียนบ้านหนองแวง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด สามีเป็นนายทหาร ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก
    “ดิฉันเป็นครูเงินเดือนก็ไม่มาก มีลูก ๒ คนก็อยากให้ลูกเรียนที่ดีๆขยันหลังเลิกสอนก็ทำงานพิเศษหารายได้โดยไม่ค่อยได้ใส่ใจด้านสุขภาพ จนลูกเรียนจบธรรมศาสตร์คนหนึ่งอีกคนจบเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
      สุขภาพตัวเองตอนนั้นอาการแรกๆก็เป็นไข้ทุกวันกินข้าวไม่ค่อยได้ หลังจากตรวจแล้วพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบี ระยะสุดท้ายตับลายหมดแล้ว ต่อมาโรคต่างๆก็รุมเร้าทั้งเบาหวาน ความดัน ไมเกร็นเก๊าท์รวมทั้งมะเร็งปากมดลูก เข้าออกโรงพยาบาล ครั้งละไม่ต่ำกว่า ๒๕,๐๐๐ บาท ช่วงนั้นรู้ว่าหมอที่ไหนดีไปหมดแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น
       เพื่อนที่เป็นโรคเดียวกันก็เสียชีวิตไปแล้ว ใจยิ่งไม่ดีหลังจากสามีปลดเกษียณราชการไปอยู่มี่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จึงถือโอกาสเกษียณตัวเองออกจากราชการครูก่อนกำหนดเพื่อมารักษาตัวเองที่อำเภอธาตุพนม และได้เข้ามาศึกษาแนวทางการดูแลสุขภาพล้างพิษร้อน ถอนพิษเย็นปรับสมดุลกายใจ ที่สวนป่านาบุญ ๔ อำเภอธาตุพนม ระยะหลังได้ติดตามหมอเขียวมาที่สวนป่านาบุญ ๑ปัจจุบันได้สมัครเป็นจิตอาสาอยู่ที่นี่
        สำหรับสวนป่านาบุญ ของหมอเขียวปัจจุบันมี ๔ สาขาคือ สาขาหนึ่งที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร สาขาสองที่บ้านพรูค้อ ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สาขาสามที่หมู่บ้านคันทรีการ์เด้น ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สาขาสี่บ้านแดนสวรรค์ ต.อ้มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
     “ดิฉันมาที่นี่คิดว่าจะมาเตรียมตัวก่อนตาย แต่ไม่ตาย หลังจากได้เข้าค่ายสุขภาพ ปฎิบัติตามคำแนะนำของหมอเขียวแล้วเริ่มดีขึ้นเรื่อยครบ ๔ เดือนไปตรวจผลปรากฏว่าไม่พบเชื้อมะเร็งเลย โรคความดันเบาหวานและโรคต่างๆที่มีหายหมด”
       คุณศุลีพร เล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้นดีใจ ตื่นเช้าสวดมนต์ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำคลอรอฟินสด ถอนพิษร้อน เย็นด้วยการกินอาหารสุขภาพเพื่อปรับสมดุล หมอเขียวบอกว่าคนเราตายเพราะปากกินอาหารมีพิษเข้าไปสะสม ถ้าเราคัดเลือกอาหารดีๆเข้าไป โรคจะมาจากไหน
       การฉีดคีโมรักษามะเร็งถ้าหาย คงไม่มีการตายเกิดขึ้น ฉีดคีโมแล้วมีคนตายแสดงว่ารักษาแนวทางนี้ไม่หาย แต่การรักษาตามแนวทางธรรมชาติบำบัดมันหาย หายก็คือหายไม่ต้องเสียเวลามาวิจัยฮ่าๆๆ ถ้าย้อนประวัติดูแม้แต่หมอ ผู้มีตำแหน่งใหญ่โต จะร่ำรวยเงินทองขนาดไหน มะเร็งก็ไม่ยกเว้น
    “ ตอนมาเข้าค่ายใหม่ๆไม่ได้กังวลเรื่องโรคมะเร็งเลย กังวลแต่เรื่องอาหารเพราะรสจืดหมดเลย พอกินบ่อยๆก็ชินเอง ตัวจะเบา โล่ง การขับถ่ายดี ยิ่งได้ทำสมาธิฟังธรรมที่หมอเขียวบรรยาย รู้สึกพบความสุขอย่างประหลาด”
    อีกรายที่ผมมีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์คือคุณแสงอรุณ สัมคมศิลป์ อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ อาชีพเป็นพนักงานบริษัทเก็บข้อมูล เป็นมะเร็งมดลูกระยะสุดท้าย ฉีดคีโมมา ๖ เข็มแล้ว ฉีดคีโมทรมานมากร้อนทั้งตัว หมอจะจับฉายแสงต่อแต่เจ้าตัวปฏิเสธการรักษา หันมาพึ่งใบบุญหมอเขียวปฏิบัติตัวตามแนวทางล้างพิษร้อน ถอนพิษเย็น ปรับสมดุลกายใจ ผลปรากฏว่าอาการดีขึ้นตามลำดับจนเป็นที่พอใจ
     “หนูมาถูกทางแล้วค่ะ ไม่เครียส มีความสุข อยากถ่ายทอดชีวิตให้เพื่อนๆผู้ป่วยมะเร็งได้พบทางพ้นทุกข์”
   และจิตอาสาอีกคนที่ทำงานบริษัทส่งออก ชีวิตทุกวันอยู่กับคอมพิวเตอร์ที่กรุงเทพฯ บ้านเดิมอยู่จังหวัดมหาสารคาม คือคุณจิ๊บ หรือ คุณพนาวรรณ ระวิโรจน์ ( แพรลายไม้ กล้าจน ) ป่วยเป็นโรค ธาลัสซีเมีย โลหิตจาง มาอยู่ที่นี่มีความรู้สึกเหมือนบ้านอากาศดี ปัจจุบันหายจากโรคนี้แล้ว
     ติดต่อ ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึงพาตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ ๑ อ.ดอนตาล จ.นครพนม ป้าปาน ๐๘-๙๗๕๓-๓๐๕๑ คุณเอ ๐๘-๒๓๔๗-๓๘๙๘
  
 
  

พลังสมาธิบำบัด
                                            พลังสมาธิบำบัด
                                                                         จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
       หลังจากสายฝนโปรยปรายลงมาที่จังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่องหนักบ้างเบาบ้าง และช่วงบ่ายโมงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ ก็เกิดพายุหมุนขึ้นที่ บ้านดงติ้ว ต.บ้านกลาง องเมือง จ.นครพนม ทำเอาหลังคาบ้านของนายไขแสง  บรรหาร ปลิวว่อนไปกับสายลม พอวันที่ ๕ สิงหาคม เริ่มมีแดดรำไร ผมออกจากที่พักไปที่บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม
     บ้านดงโชค ในอดีตถือว่าลึกลับอยู่ในป่ามีเสืออาศัยอยู่มักมีข่าวเรื่องเสือมาคาบคนไปกินเสมอ ปัจจุบันถนนหนทางสะดวกสบาย เสือหาดูยาก ขับรถจากตัวเมืองนครพนมไปไม่ถึง๒๐ นาที การเดินทางออกจากตัวเมืองนครพนมไปตามเส้นทางนครพนม-สกลนครประมาณ ๓กิโลเมตรถึงบ้านภูเขาทองแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านบ้านนาจอกตรงไปที่ว่าการอำเภอเมืองจะมองเห็นป้ายบอกเลี้ยวซ้ายไปบ้านดงโชค    พอเข้าหมู่บ้านถามหาที่พักสงฆ์โชติธรรม อยู่บนเนื้อที่ ๒๐ ไร่ จะมองเห็นศาลาปฏิบัติธรรมโรงฉัน และกุฏิพระเรียงรายทั้งซ้ายขวา
       ผมขับรถช้าๆเข้าไปภายในบริเวณที่พักสงฆ์โชติธรรม สถานที่ปฏิบัติธรรมบ้านดงโชค ผ่านศาลาปฏิบัติธรรมมองเห็นพระ ๓-๔ รูปนั่งสมาธิอยู่ ถัดมาอีก๒๐ เมตรมีรถยนต์จอดอยู่ ๒ คันหน้ากุฏิชั้นเดียว ผมจอดรถเดินไปยังกุฏิชั้นเดียว เห็นสุภาพสตรีคนหนึ่ง จึงเอ่ยปากถามว่าที่รักษาผู้ป่วยด้วยพลังสมาธิบำบัดอยู่ตรงไหนครับ เธอบอกอยู่ในกุฏินี้ ให้นั่งรอก่อน มีคนรักษาอยู่ ๒-๓ คน
      “คุณมารักษาหรือครับ”  ผมถาม ผู้หญิงคนนั้นเธอตอบกลับมาว่า
     “ หนูช่วยงานอยู่ที่นี่ แต่ก่อนเคยเป็นภูมิแพ้  ตอนนี้รักษาหายแล้วค่ะ” 
       ระหว่างคอย ผมเดินไปสำรวจศาลาปฏิบัติธรรมที่อยู่ใกล้ๆกัน ภายในศาลามีโต๊ะหมู่บูชา เลยถือโอกาสนั่งกราบขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคล ส่วนด้านตรงข้ามมีรูปหลวงปู่หงษ์  พรหมปัญโญหรือพระครูประสาทพรหมคุณ ขนาดใหญ่ และมีภาพแนะนำการฝึกสมาธิในอริยบทต่างๆ มีป้ายเชิญชวนให้เข้าปฏิบัติธรรมลงทะเบียนได้ทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  แล้วก็ป้ายเชิญชวนสมทบทุนสร้างโบสถ์กลางน้ำงบประมาณ ห้าแสนบาท ป้ายเชิญชวนเป็นเจ้าภาพสร้างกุฏิกรรมฐานจำนวน  ๕๐ หลัง หลังละสี่หมื่นบาท และถัดมาก็มีป้ายเขียนข้อความว่า ผู้มาแก้วิบากกรรมแท้งลูกติดต่อพระวิฑูรย์ วิจิตโต (หลวงพี่โตโต้) ๐๙-๙๙๖๕-๑๔๘๙
     ผมสงสัยว่าทำไมถึงมีภาพหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ที่นี่ แสดงว่าเจ้าอาวาสอาจเป็นศิษย์หลวงปู่หงษ์ ก็เป็นได้ เท่าที่ผมทราบหลวงปู่หงษ์  พรหมปัญโญ หรือพระครูประสาทพรหมคุณ วัดสุสานทุ่งมน (วัดเพชรบุรี)  อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังมีวิชาอาคมแก่กล้า  ท่านพูดภาษาเขมรได้ และมีคนเล่าว่าท่านจะนอนบนแคร่ ด้านล่างจะขังงูตะขาบแมงป่องสัตว์อสรพิษเต็มไปหมด เป็นการฝึกวิชา เมตตาแม้แต่สัตว์มีพิษก็ไม่ทำอันตรายท่าน
   สมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ข้าราชการ นายทหาร พ่อค้าคหบดีมักจะนำปากกามาให้หลวงปู่หงส์เจิมให้ ศรัทธากันว่ามีอภินิหารเซ็นโครงการต่างๆผ่านฉลุยเงินทองไหลมาด้วยอภิมหาเมตตาได้เลื่อนขั้นตำแหน่งใหญ่โตก็มาก
      ขณะผมเดินกลับมาที่กุฏิรักษาผู้ป่วย เห็นชายสูงอายุเปิดประตูเดินออกมาด้วยเหล็กค้ำยันทราบภายหลังว่าเป็นผู้รับเหมาใหญ่ของจังหวัดนครพนมมารักษา ผมเดินเข้ามาข้างในกุฏิได้พบกับพระอมร  ปวัฒฑโน เจ้าอาวาสที่พักสงฆ์โชติธรรม ทราบว่าท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญจริงๆ และมีผู้หญิงอีกคนแต่งชุดขาวลักษณะเหมือนแม่ชีเป็นผู้ช่วยพระอมรในการรักษาผู้ป่วยกรณีที่ผู้ป่วยเป็นผู้หญิงและผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนัก ทราบชื่อว่าชื่อคุณอิสรีย์  อินทร์ไชย ก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่หงส์เช่นกัน
       เจ้าอาวาสเล่าให้ผมฟังว่าสำนักสงฆ์แห่งนี้มีพื้นที่ ๒๐ ไร่จากการบริจาคของคุณอิสรีย์  เริ่มสร้างที่พักสงฆ์สถานปฏิบัติธรรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ ปัจจุบันเปิดรับผู้ปฏิบัติธรรมทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะนี้กำลังหาผู้ใจบุญร่วมบริจาคสร้างกุฏิกรรมฐาน จำนวน ๕๐ หลัง หลังละสี่หมื่นบาท และสร้างโบสถ์กลางน้ำ งบประมาณห้าแสนบาท
    ผมเริ่มทึ่งและประทับใจในแรงศรัทธาของคุณอิสรีย์ อินทร์ไชย ที่มีศรัทธาแรงกล้าถวายที่ดินให้เป็นสมบัติของศาสนา สถานที่พึ่งสุดท้ายของทุกคน  คุณอิสรีย์ เล่าให้ผมฟังว่า ครอบครัวเธออยู่ในสายปฏิบัติธรรม เธอเป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง ๕ คน ของคุณพ่อซึงก็บวชเป็นพระคนในตำบลรู้จักกันดีชื่อมหาจำนงค์  ส่วนคุณตาชื่อคุณตาจันบน  เหมหาก็เป็นโยมอุปัฏฐากถวายที่ดินให้กับการสร้างวัดบ้านหนองญาติและวัดรังษีญาติการามทั้งสองวัดนี้อยู่ที่บ้านหนองญาติ ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม
    จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่เธอได้อุทิศชีวิตเป็นอุปัฏฐายิกาให้กับศาสนามุ่งหวังให้ทุกคนมีศีลมีธรรม รู้คุณค่าของการใช้พลังสมาธิในการรักษาทั้งด้านจิตใจและร่างกายให้แข็งแรงเบิกบานมีความสุข โดยอุทิศเวลาส่วนหนึ่งช่วงกลางวันตั้งแต่ เก้าโมงเช้าถึงบ่ายสามโมงเย็นอยู่ที่วัดมาช่วยพระอาจารย์ช่วยเหลือผู้ป่วยเจ็บให้พ้นทุกข์
   สำหรับการใช้พลังสมาธิบำบัดรักษาผู้ป่วยนั้น พระอาจารย์อมรเล้าว่า เริ่มแรกช่างที่มาสร้างวัดมักมีปัญหาป่วยบ่อยทั้งหัวใจบางคนก็เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต ก็เลยช่วยรักษา ตอนหลังมีคนป่วยเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย มาให้รักษาก็อาการดีขึ้น ตอนนี้มากันทั้งหมู่บ้าน
   แนวทางการรักษาตามแนวทางที่หลวงปู่หงส์สั่งสอนมา ผู้ป่วยจะต้องเตรียมค่าครู ใส่พาน ๑๙๙ บาท ต่อหนึ่งจุด แล้ว อธิษฐานจิตให้กับหลวงปู่หงส์ที่โต๊ะบูชาที่ตั้งไว้ภายในกุฏิ  หลังจากนั้นพระอาจารย์อมรก็จะใช้มือไปจับตรงที่มีปัญหาเพิ่มพลังสมาธิไปบำบัด ใช้เวลาไม่นานตามแต่อาการของผู้ป่วย  รายได้ก็จะนำไปสมทบทุนสร้างโบสถ์กลางน้ำ  เปิดรับรักษาทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๐๐น.
  สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้เงียบสงบเหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม นอกจากนั้นยังช่วยเหลือผู้ป่วยให้พ้นจากวิบากกรรมที่ป่วยเป็นโรคต่างๆอีกด้วย  นับเป็นความโชคดีของจังหวัดนครพนมที่มีสถานที่ดีๆอย่างนี้ เรามา
ช่วยกันสะสมเสบียงบุญของชีวิตจะสนับสนุนตามกำลังศรัทธาช่วยกันให้สถานที่แห่งนี้มั่นคงเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้มีความสุขทั้งกายและใจ  ติดต่อเข้าปฏิบัติธรรม สมทบทุนในกิจการของที่พักสงฆ์หรือต้องการนำผู้ป่วยไปบำบัดประสานไปที่  ๐๙-๙๙๖๕-๑๔๘๙  ขอให้ทุกท่านพบความสุขครับ
                             --------------------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด โนเนม
5 ก.ย. 2558 เวลา 17:37 น.
ล่าสุด เรียมทอง
5 ก.ย. 2558 เวลา 16:39 น.
ล่าสุด คนจริง
2 ก.ย. 2558 เวลา 13:09 น.
ล่าสุด ชยาพัณณ์ นิธิโชคเนติรักษ์
26 ส.ค. 2558 เวลา 20:45 น.
ล่าสุด Thee
25 ส.ค. 2558 เวลา 14:21 น.
ล่าสุด เปีย
25 ส.ค. 2558 เวลา 13:11 น.
ล่าสุด -
ล่าสุด สุกัญญา
3 ส.ค. 2558 เวลา 13:02 น.