เรื่องเล่าสุขภาพ

Loading

นอนไม่หลับ
                                                            นอนไม่หลับ
                                “บำบัดด้วยสมุนไพรใกล้ตัว”
                                                                        จำรัส   เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
              อาการนอนไม่หลับเป็นภาวะที่หลายคนคงประสบมาบ้างแล้ว มากน้อยแตกต่างกัน บางคนหลับๆตื่นๆหรือสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วนอนหลับต่อไม่ได้ คนส่วนใหญ่มักเป็นอยู่แค่ ๒-๓  วัน และจะหายไปเอง
แต่ในบางรายที่นอนไม่หลับเป็นเวลานานติดต่อกันเป็นสัปดาห์ขึ้นไป หากปล่อยเอาไว้นานๆ จะกลายเป็นอาการเรื้อรัง ตาโบ๋ อ่อนเพลีย งัวเงีย และกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด
             ต้องมาดูว่าทำไมถึงนอนไม่หลับ มีจำนวนมากที่นอนไม่หลับเพราะความเครียด ความวิตกกังวล
รับประทานอาหารมื้อดึก ยาบางชนิดเช่นแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาควบคุมความดันโลหิต และมีอีกหลายคนใช้โทรศัพท์มือถือบ่อย ยิ่งทุกวันนี้เล่นไลน์กันจนไม่วางมือกลายเป็นโรคติดไลน์ฮ่าๆๆ
            สำหรับการเยียวยาอาการนอนไม่หลับตามแนวทางธรรมชาติบำบัดและการใช้สมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านมีด้วยกันหลายขนาน จากประสบการณ์ตรง ที่สืบสานกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มีทั้งการออกกำลังกาย การทำสมาธิ กินผลไม้ กินอาหารและใช้สมุนไพรใกล้ตัว

            ขนานแรกเอาแบบง่ายๆทำกันง่ายๆแนะนำให้ดื่มชากล้วย ทำกันยังไงไม่ยากเลย เพียงเอากล้วยอะไรก็ได้ยกเว้นกล้วยทอด ฮ่าๆๆ ต้องกล้วยสดๆสุกตามธรรมชาติ ยิ่งได้กล้วยน้ำว้ายิ่งดี ตัดหัวและท้ายของกล้วยออกจำนวนมากน้อยตามต้องการ ใส่ลงไปในหม้อเติมน้ำท่วมกล้วย แล้วนำไปตั้งไฟต้มให้เดือดประมาณ ๑๐-๒๐ นาที ดูว่าน้ำในกล้วยซึมออกมาทำให้น้ำในหม้อเปลี่ยนสี
          หลังจากนั้นรินใส่แก้ว ๑ แก้ว แล้วชงกับสมุนไพรอบเชยผง ๑ ช้อนชา เพื่อเพิ่มรสชาติ ดื่มก่อนที่คุณจะนอนประมาณ ๑ ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณนอนหลับได้ อย่างสบายใจและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
           น้ำต้มกล้วยผสมอบเชยนี้ จะไปล้างสารเคมีที่มีติดค้างในร่างกาย และในน้ำกล้วยนั้นยังอุดมไปด้วย โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งแร่ธาตุชนิดนี้ จะช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ส่งผลทำให้ร่างกายของเรานอนหลับผ่อนคลายได้อย่างสบาย

         นอกจากน้ำต้มกล้วยแล้วยังมีสมุนไพรขนานอื่นอีกที่นิยมนำมาต้มดื่มคือ ต้ม ดอกไม้จีนแห้ง  ๑๕กรัมในน้ำ ๑ ถ้วย เติมน้ำตาลกรวด ดื่มเป็นชาก่อนนอน  หรือจะใช้ใบขี้เหล็กประมาณ ๓๐-๕๐  กรัม ต้มเอาน้ำ ดื่มก่อนนอน เพราะมีสารแอนไฮโดรบาราคอลช่วยให้นอนหลับ
        บางตำราใช้ ผลมะตูมอ่อน เหง้าขมิ้นอ้อย เถาบอระเพ็ด และพริกไทยในปริมาณเท่าๆ กัน ต้มเอาน้ำ ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ใครมีหรือปลูกตะไคร้ไว้ก็นำมาใช้ได้ เอาราก ลำต้น และใบ ของ ตะไคร้ ต้นข่าตาแดง และเหง้าขิงสด อย่างละ ๕ ต้น ล้างให้สะอาด สับเป็นท่อน ต้มให้เดือด  ๑๕ นาที ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๓ เวลา ก็ได้
       การออกกำลังกายก็มีส่วนสำคัญทำให้นอนหลับสบาย ลองทำโยคะก่อนนอนดูบ้างเพียงยืนตรง ยกแขนเหยียดตรงไปด้านหน้า สูงเท่ากับระดับไหล่ และฝ่ามือประกบกัน หายใจเข้าพร้อมๆ กับกางแขนออกไปด้านข้าง แล้วผ่อนลมหายใจออก ดึงแขนกลับมาท่าเดิม ทำซ้ำ ประมาณ ๑๐ ครั้ง โดยหายใจเข้าออกตามจังหวะของแขนหรือจะเดินหรือวิ่งเยาะๆก่อนนอนก็ได้ มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันพบว่า ผู้ที่วิ่งหรือเดินก่อนนอนเป็นประจำวันละ ๔๐นาที จะหลับลึกนานกว่าคนทั่วไป
     ลองเปลี่ยนพฤติกรรมดูนะครับ แล้วท่านจะพบกับความสุขในการนอนหลับ ถ้าภรรยาหรือสามีไม่กวน ฮ่าๆๆ
                                                           ------------------------------------------------
                                                                       
                                                                               ติดตามอ่านได้ทาง www.jamrat,net
 
 
  

กระดูกคนเรามีความสำคัญอย่างไร
                                กระดูกคนเรามีความสำคัญอย่างไร
                          
  “อาหารประเภทไหนทำลายกระดูก”
                                                         จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
               ในร่างกายคนเรานั้นจะมีโครงกระดูกซึ่งประกอบไปด้วยกระดูกชิ้นต่างๆมากมาย ที่เชื่อมต่อกันด้วยโครงสร้างของข้อต่อ เอ็น กล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน และอวัยวะต่างๆ กระดูกในผู้ใหญ่มีประมาณ๒๐๖ชิ้น และคิดเป็นประมาณ ๒๐ เปอร์เซนต์ของน้ำหนักร่างกาย อย่างไรก็ดี จำนวนของกระดูกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ทารกแรกเกิดจะมีกระดูกประมาณ ๓๐๐ ชิ้น ซึ่งต่อมากระดูกบางชิ้นจะมีการเชื่อมรวมกันระหว่างการเจริญเติบโต เช่นส่วนกระเบนเหน็บและส่วนก้นกบของกระดูกสันหลัง

               นอกจากนี้ในทารกแรกเกิดยังมีโครงสร้างของกระดูกอ่อนอยู่มาก เพื่อให้มีการสร้างโครงสร้างของกระดูกระหว่างการเจริญเติบโต และจะมีการพัฒนาไปเป็นกระดูกทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดช่วงวัยรุ่น จะมีส่วน
กระดูกโคนลิ้น (Hyoid bone) ซึ่งเป็นกระดูกที่ไม่ติดต่อกับกระดูกชิ้นอื่นๆโดยตรง แต่จะยึดไว้ในบริเวณส่วนบนของคอหอยด้วยเอ็นและกล้ามเนื้อใกล้เคียง กระดูกชิ้นที่ใหญ่ที่สุดคือกระดูกต้นขาในขณะที่กระดูกชิ้นเล็กที่สุดคือกระดูกโกลน  ซึ่งเป็นกระดูกของหูชั้นกลางชิ้นหนึ่ง
             โครงกระดูกมีหน้าที่ที่สำคัญมาก ช่วยค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อและเอ็นต่างๆ สำหรับการเคลื่อนไหว ป้องกันอวัยวะภายในที่สำคัญ เช่นกะโหลกศีรษะที่ห่อหุ้มสมอง หรือซี่โครงป้องกันปอดและหัวใจจากการกระทบกระเทือน เป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดที่สำคัญ เป็นแหล่งเก็บสะสมแคลเซียมที่สำคัญของร่างกาย โดยการควบคุมของฮอร์โมนและวิตามินบี ๓


             โครงกระดูกในคนเรายังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือโครงกระดูกแกน (axial skeleton) และโครงกระดูกรยางค์ (appendicular skeleton)  โครงกระดูกแกนในผู้ใหญ่ประกอบด้วยกระดูกจำนวน ๘๐ ชิ้น ซึ่งวางตัวในแนวแกนกลางของลำตัว ซึ่งได้แก่ กะโหลกศีรษะ มีจำนวน ๒๒ ชิ้น กระดูกหู จำนวน ๖ ชิ้นกระดูกโคนลิ้น ๑ ชิ้นกระดูกสันหลัง (Vertebral column) จำนวน ๒๖ ชิ้น กระดูกซี่โครงจำนวน ๒๔ ชิ้นกระดูกอก  ๑ ชิ้น
            สำหรับโครงกระดูกรยางค์ในผู้ใหญ่จะมีทั้งหมด ๑๒๖ ชิ้น ซึ่งจะอยู่ในส่วนแขนและขาของร่างกายเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว โดยจะแบ่งออกเป็น ๖ ส่วน ได้แก่ กระดูกส่วนไหล่ ๔ ชิ้นกระดูกแขน ๖ ชิ้น
กระดูกมือ จำนวน ๕๔ ชิ้น กระดูกเชิงกราน ๒ ชิ้น กระดูกขา ๘ ชิ้น กระดูกเท้า ๕๒ ชิ้น
            เราได้ทราบจำนวนกระดูกในร่างกายเราว่ามีมากน้อยขนาดไหนและสำคัญอย่างไร แต่มีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ป้อนสิ่งเลวร้ายเข้าไปกับอาหารทำลายกระดูกของเราอย่างต่อเนื่อง กว่าจะรู้ตัวก็สุดจะเยียวยา หลายคนเน้นความอร่อย อาหารทุกเมนูต้องใส่ผงชูรส แม่ค้าจำนวนไม่น้อยปรุงอาหารเสร็จต้องเติมผงชูรสเพื่อไม่ให้ฝีมือตก ผู้บริโภคเลยต้องรับกรรมกินผงชูรสแทบทุกมื้อ
         ข้อพิสูจน์ว่าผงชูรสทำลายกระดูกหรือไม่ ลองเอาผงชูรสละลายน้ำ๑ ซอง เอากระดูกใส่ลงไปดองดู สัก ๑ อาทิตย์ แล้วไปเปิดดูใหม่ จะไม่มีกระดูกหลงเหลืออยู่เลย ผงชูรสปัจจุบันมีในขนมเด็ก จึงไม่แปลกที่เด็กทุกวันนี้ ๙ ขวบก็เป็นเบาหวานแล้วไม่ต้องรอนาน
          เครื่องดื่มอีกชนิดที่ยังมีหลายคนเวลาหิวน้ำต้องหาดื่มเสียให้ได้ นั่นคือน้ำอัดลมสีดำ ลองเอากระดูกลงไปดอง กระดูกจะยุ่ยเป็นผงภายใน ๑ อาทิตย์ เอาแมลงสาบใส่ลงไป ๓ วันเกลี้ยงไม่เหลือหรอ ถ้าเอาเล็บใส่ลงไปเพียง ๓ ชั่วโมง นิ่มหมดเลย ฉีกออกเป็นชิ้นเล็กๆชิ้นน้อยเป็นฝอยเลย เอาราดห้องน้ำแป๊บเดียว ล้างออกยิ่งกว่าน้ำยาล้างห้องน้ำอีก มูลนิธิเก็บศพอุบัติเหตุจะนำน้ำอัดลมสีดำติดรถไปด้วยไว้ล้างคราบเลือดที่ติดรถได้สะอาดดี แต่ถ้าเอาเนื้อที่เหนียวๆหมักในน้ำอัดลมสีดำแป๊บเดียว เนื้อที่หมักจะนิ่มนำไปทำอาหารเอร็ดอร่อยมาก
   
      ส่วนคนที่ทำอาหารชอบเติมน้ำตาล ในร้านก๋วยเตี๋ยวจะมีน้ำตาลไว้บริการลูกค้า ต่อไปถ้าชอบจริงๆให้เปลี่ยนน้ำตาลทรายขาวเป็นน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลไม่ให้โทษ แต่ผงสีขาวหรือสารฟอกสีตัวนั้นทำลายกระดูกพังหมดเลย
      น้ำตาลทรายขาว ผงชูรส น้ำอัดลมสีดำ ๓ ชนิดนี้  ถ้าได้กินเข้าไปจะทำลายตับอ่อนก่อนเพื่อนเลย  ใครอยากเป็นเบาหวานกินทุกวัน กินน้ำอัดลมวันละ ๒ ขวด กินผงชูรส พวกสาหร่ายที่ชอบซื้อมาให้ลูกนักหนา แผ่นบางๆ ผงชูรสทั้งนั้น บะหมี่สำเร็จรูป ผงชูรสทั้งนั้น  อยากให้ลูกเป็นเบาหวาน ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ปัสสาวะทั้งวัน ฉี่ทั้งวันทั้งคืน กินน้ำเยอะและก็อายุสั้นก็กินพวกนี้
      มีบางคนบอกว่า ๓ อย่างที่ว่าที่บ้านไม่กินมานานแล้วดื่มแต่กาแฟ อย่าลืมว่าในกาแฟมีคาเฟอีน มีการวิจัยว่าการดื่มกาแฟนั้นดื่ม “หนึ่งแก้วตาสว่าง สองแก้วงานเดินได้บ้าง สามแก้วกระดูกบางไม่รู้ตัว” เพราะคาเฟอีนในกาแฟ ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวการที่ส่งผลให้แคลเซียมถูกดึงตัวออกมาจากกระดูกเช่นกัน
        สำหรับอาหารบำรุงกระดูก พยายามหามากินอย่างสม่ำเสมอทำให้กระดูกแข็งแรง นั่นคือแคลเซียม  มีใน นมสด ปลาป่น กุ้งแห้ง งาดำ ปลาซาร์ดีนกระป๋อง ผักใบเขียว และฟอสฟอรัส พบใน เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งเมล็ดฟักทอง  แมกนีเซียม ช่วยให้กระดูกดึงแคลเซียมเข้ามาเก็บสะสมไว้ พบในผักใบเขียว รำข้าว ถั่วเมล็ดแห้ง
      นอกจากนั้นยังมีไลซีน (Lysine)  ซึ่งเป็นกรดอะมิโนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟื้นฟู พบในยีสต์ ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง แป้งถั่วเหลือง นมไขมันต่ำ และปลา ร่างกายยังต้องการโบรอน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยไม่ให้กระดูกเสียแคลเซียมมากเกินไป พบในผักผลไม้และถั่วเปลือกแข็ง  และแมงกานีส   ซึ่งเป็นองค์ประกอบของกระดูกช่วยไม่ให้กระดูกเสียแคลเซียมมากเกินไป พบในน้ำผลไม้อย่างน้ำสับปะรด

    

  อีกอย่างที่ขาดเสียมิได้คือวิตามินดี จะช่วยให้กระดูกดึงแคลเซียมเข้ามาเก็บสะสมไว้ พบในน้ำมันตับปลา ปกติแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลตจะช่วยให้ผิวหนังสร้างวิตามินดีขึ้นกระดูกเป็นอวัยวะที่ไม่ได้อยู่นิ่ง แต่มีการสร้างและสลายตลอดเวลา คือ มีการละลายกระดูกในรูปแคลเซียมออกมาสู่เลือด ขณะเดียวกันก็มีการสร้างกระดูกใหม่โดยใช้แคลเซียมจากอาหารที่กินเข้าไป ทำให้ได้เนื้อกระดูกใหม่เกิดขึ้น
       โดยปกติเนื้อกระดูกเก่าในรูปของแคลเซียมจะถูกขับถ่ายออกมาทางปัสสาวะและทางอุจจาระวันละประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ มิลลิกรัม เพื่อให้เกิดความสมดุล เราจะต้องกินแคลเซียมให้เพียงพอกับที่สูญเสียไป มิฉะนั้นร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกมาตลอดเวลา มีผลทำให้กระดูกถูกทำลายมากกว่าการสร้าง เนื้อกระดูกก็จะบางลงในที่สุด
       การออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง มีการวิจัยพบว่าผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนกระดูกจะบางลงราวๆ ๒ เปอร์เซ็นต์ทุก ๑ ปี ในขณะที่การกินแคลเซียมเมื่ออายุมากขึ้นไม่ได้ช่วยความเพิ่มความหนาแน่นให้กับกระดูกแต่อย่างใดเพียงแต่ช่วยชะลอการสูญเสียปริมาตรของกระดูกลงเท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ
    สำหรับสมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยเราใช้น้ำกระชายบ้านปรับสมดุลเลือด –ฮอร์โมน แก้กระดูกพรุนกระดูกเสื่อมและบำรุงกระดูก เพราะมีแคลเซียมสูงมีฤทธิ์ร้อน บำรุงสมอง ควบคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต แก้ไส้เลื่อน เพียงใช้กระชายบ้านขูดเปลือกออกใช้ประมาณหนึ่งกำมือหั่นเป็นแว่นๆแล้วนำไผปั่นกับน้ำต้มสุก ๒แก้วแล้วคั้นเอาแต่น้ำ เติมน้ำผึ้งพอหวานนิดๆและน้ำมะนาวเปรี้ยวหน่อยๆ แค่นี้ก็ดื่มได้แล้ว อร่อย ชื่นใจฮ่าๆๆ
 
                -------------------------------------------           ติดตามอ่านได้ทาง
WWW.JAMRAT.NET
 
 
 
 
 

ความลับ "มะเร็งร้าย"
                                         ความลับ “มะเร็งร้าย”
                               รู้เขารู้เรา รบต้องชนะ”
                                                 จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                คนเราทุกคนจะมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย  ซึ่งเซลล์มะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฏด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในระดับพันล้านเซลล์ อันอาจจะเกิดจากสภาพภูมิประเทศสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาหารการกินที่เราป้อนเข้าสู่ร่างกายที่เต็มไปด้วยสารพิษสะสมในแต่ละวัน
ทำให้เจ้ามะเร็งร้ายฝังรากลึกจนสุดจะเยียวยา
                แต่ถ้าหากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลล์มะเร็งเหล่านี้ก็จะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก เมื่อใดก็ตามถ้าร่างกายเป็นมะเร็ง ก็แสดงว่าคนนั้นบกพร่อง เกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต
                เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่าง จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันภายในร่างการแข็งแรงขึ้น และวิธีการที่ดีที่สุดที่จะเอาชนะมะเร็งปีศาจร้ายได้คือ การไม่ให้อาหารที่เซลล์มะเร็งชอบ ถ้ามันได้รับมันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นและมีพลัง เราต้องให้มันอดโซ ดองมันไว้ ขังมันไว้อย่าให้มันมีพลัง
             ธรรมชาติของมะเร็งจะมีผนังโปรตีนห่อหุ้มเซลล์ของมันไว้ การที่เรางดหรือรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอ ที่จะนำมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลล์มะเร็ง และช่วยให้เซลล์ของร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้นง่ายขึ้น
             มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็งปีศาจร้ายนี้ได้ หาเวลาอ่านข้อมูลเรื่องมะเร็งจากเว็บ Jamrat.net ให้มากๆเพราะมีประสบการณ์ตรงจากผู้ป่วยหลายราย มาบอกเล่า เพื่อสะสมองค์ความรู้มาสร้างภูมิคุ้มกัน
          เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีออกซิเจนเป็นจำนวนมาก ซึ่งการออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น จะเห็นว่าผู้ป่วยมะเร็งหลายรายชอบนั่งสมาธิฝึกลมหายใจ ทำให้อาการป่วยดีขึ้นตามลำดับ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการทำลายเซลล์มะเร็ง
          การรักษามะเร็งแผนปัจจุบัน มักใช้การผ่าตัด ฉายแสงและให้ยาเคมีบำบัด  การผ่าตัดนับเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนป่วย ถ้าหากอาการไม่หนักจนเกินไป การผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อร้ายออกไปก็อาจหายขาดได้ ในมะเร็งบางประเภท เช่นมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก  แต่ถ้าเป็นมะเร็งในอวัยวะที่สำคัญ เช่นตับ  ไต หัวใจ ปอด การผ่าตัดก็ไม่อาจทำได้
          สำหรับการฉายรังสีและการให้เคมีบำบัดหรือคีโม จะทำให้มะเร็งหายไปจากอวัยวะที่เป็นได้จริง แต่มันก็จะไปทำลายอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายไปด้วย สรุปแล้วกระเทือนไปทั้งร่างกายทำให้ต้องนอนรอวันตายร่นเข้ามา ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ในระยะใกล้อย่างไม่อาจหลีกหนีพ้นไปได้

          การใช้ยาสมุนไพรหรือธรรมชาติบำบัดจึงเป็นอีกความหวังในการเยียวยาที่ไม่มีผลกระทบกับอวัยวะใกล้เคียง สมุนไพรจะเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง มีพลังในการต่อกรกับมะเร็งร้าย  จุดที่สมุนไพรมุ่งเข้าสู่จุดหมายคือต่อมน้ำเหลือง และไขกระดูก ซึ่งมีหน้าที่สร้างภูมิต้านทาน นี่คือยุทธศาสตร์ที่สำคัญของยาสมุนไพร  หมอพื้นบ้านหลายคนบอกผมว่า คนเราถ้าน้ำเหลืองเสียจะทำให้เกิดโรคได้แทบทุกโรค รู้เช่นนี้แล้วต้องระวัง และเตรียมตัวให้พร้อม รู้เขารู้เรา สบายใจ
แม่ทัพดี ขุนพลดี อาวุธดี เสบียงดี มีหรือจะรบแพ้ ฮ่าๆๆ
                                 ------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด Marasri
25 มิ.ย. 2559 เวลา 15:57 น.
ล่าสุด อดุลย์ กอเซ็ม
23 มิ.ย. 2559 เวลา 12:15 น.
ล่าสุด นิด
21 มิ.ย. 2559 เวลา 22:14 น.
ล่าสุด lun
17 มิ.ย. 2559 เวลา 18:23 น.
ล่าสุด ภาคภูมิ
16 มิ.ย. 2559 เวลา 18:53 น.
ล่าสุด Porparn
16 มิ.ย. 2559 เวลา 15:14 น.
ล่าสุด เนย์
13 มิ.ย. 2559 เวลา 14:56 น.
ล่าสุด โออนุรัฐ หวายพิมาย
2 พ.ค. 2559 เวลา 10:46 น.
ล่าสุด น.ส สรัลชนา ประทุมวาล
1 พ.ค. 2559 เวลา 12:22 น.