เรื่องเล่าสุขภาพ

Loading

สมุนไพรครอบจักรวาล
                                      สมุนไพรครอบจักรวาล
                        หมอยาประจำบ้านที่ขาดคนเหลียวแล
                                                              จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

          ผมรู้จักฤทธิ์เดชของเจ้าสมุนไพรครอบจักรวาลครั้งแรกจากคำบอกเล่าของคุณสมัย  คูณสุข  ผู้นำกลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง ต.ขี้เหล็ก  อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี  เมื่อวันที่ ๘ ธ.ค. ๒๕๕๒  กลุ่มนี้ปลูกสมุนไพรปลอดสารพิษส่งโรงพยาบาลอภัยภูเบศร์
         คุณสมัยเล่าว่า
สมุนไพรครอบจักรวาลจะมีสรรพคุณเด่นในเรื่องบำบัดโรคเบาหวานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงนำสมุนไพรครอบจักรวาลทั้ง ต้นมาต้มดื่มต่างน้ำ ใบจะสากๆดอกจะมีสีเหลืองเป็นเอกลักษณ์
         หลังจากนั้นไม่นา ผมได้รับจดหมายจากคุณนันทภัค  สมบูรณ์  บ้านดอยซิว   ต.ห้วยทราย  จ.เชียงใหม่  เขียนมาเล่าให้ฟังว่าที่บ้านเรียกต้นก่องข้าวหรือครอบฟันสีเมื่อก่อนเป็นหญ้า แต่ถ้าตากแห้งกลายเป็นสมุนไพรแล้วจะขายกิโลละ ๕๐๐ บาท  สรรพคุณเอายอดยาว  ๑  คืบ  ๑๕  ยอด  ต้มกับน้ำ ๖  แก้ว ดื่มขณะอุ่นๆจนหมดในวันเดียว ติดต่อกัน ๒-๓ อาทิตย์ แก้เบาหวาน ขับลม ช่วยย่อยอาหารและเจริญอาหาร  แก้ลมบ้าหมูหรือลมชักได้ดีเยี่ยม นอกจากนั้นยังรักษาโรคไตได้ด้วย



         สมุนไพรครอบจักรวาลมีเรียกกันหลายชื่อ เช่น ครอบฟันสี ครอบตลับ ตอบแตบ บอบแปบ มะก่องเข้า  โผงผาง  หญ้าขัดหลวง หญ้าขัดใบป้อม ขัดมอนหลวง แม้แต่แพทย์แผนจีนยังนำสมุนไพรชนิดนี้มาเป็นตัวยารักษาหลายโรค มีชื่อเรียกว่า บั่วปั่วเช่า,กิมฮวยเช่า  หมอผ่านเฉ่า เป็นต้น
        สมุนไพรครอบจักรวาลถือเป็นไม้พุ่ม ลำต้นสูงไม่เกิน ๕ ฟุต และจะเป็นขนสีขาวนวล ใบจะกลมเรียวและโตประมาณ ๗ ซม. ใบค่อนข้างหนาสากจะมีขนสีขาวนวล ดอกสีเหลืองจะโตประมาณ ๒-๓ ซม. ผลนั้นจะมีลักษณะกลมเป็นกลีบๆ คล้ายฟันสีที่ใช้สีข้าวเหมือนฟันเฟืองมีเมล็ดๆอยู่ด้านใน หมอพื้นจะเก็บตัวยาทั้งต้น ราก และเมล็ด ในฤดูร้อนและฤดูหนาว  ล้างสะอาด ตากแห้งเก็บไว้ใช้
       สรรพคุณมีมากมายเหมือนชื่อจริงๆ เอาเป็นว่าถ้าท่านสุขภาพไม่ดี เอามาต้มน้ำดื่มแล้วคอยดูอาการท่านจะรู้เองว่าเจ๋งหรือเปล่า ตั้งแต่โรคเบาหวานช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โรคความดันโลหิต ฟอกเลือดบำรุงเลือด ขับเลือดเสีย บำรุงปอด แก้โรคประสาท ผื่นคันอันเนื่องจากการแพ้ภูมิแพ้  ริดสีดวง ร่างกายอ่อนแอไม่มีกำลัง แก้ข้อมือข้อเท้าอักเสบ หรือแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ แก้คอตีบ
     
หมอพื้นบ้านยังแนะนำว่าสมุนไพรครอบจักรวาลยังสามารถรักษาโรคลมบ้าหมู หรือโรคลมชัก ด้วยการใช้ทั้งต้นรวมรากนำมาต้มกับน้ำปริมาณพอสมควรจนเดือด แล้วนำมาดื่มในขณะยังอุ่นทุกวัน วันละ ๒-๓ ครั้ง ผู้ที่เพิ่งเป็นโรคดังกล่าวจะหายในไม่นาน แต่ถ้าเป็นนานเกิน ๕ ปีแล้ว ต้องต้มดื่มติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา ๑ ปี จึงจะหาย
      นอกจากนั้นยังแก้อาการปวดกระดูก หูอื้อ อาการหูหนวก ปวดหู ลมออกหู แก้อาการหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ ๑๕-๓๐ กรัม ข้าวเหนียวปริมาณ ๑ ถ้วย หรือจะใช้เนื้อหมูไร้มัน หรือเต้าหู้แทนข้าวเหนียวก็ได้ ในปริมาณพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน  รักษาได้ทั้งคางทูม แก้อาการเหงือกอักเสบ รากฟันเน่าและเป็นหนอง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ ๑๕ กรัม นำมาผสมกับน้ำตาลแดงพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้รากแห้งนำมาแช่กับน้ำส้มสายชูประมาณ ๑ ชั่วโมง แล้วเอาผ่าห่อนำมาอมไว้ในปากบ่อย ๆ หรือจะใช้ใบขยี้นำมาอุดฟันที่ปวดก็ได้
      สมชื่อครอบจักรวาลจริงๆเพราะยังช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ปวดแสบเวลาขับปัสสาวะ หรือที่เรียกว่าโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ดอกยังใช้เป็นยาฟอกลำไส้ให้สะอาด ช่วยขับระดูของสตรี
      และท่านที่เป็น
โรคต่อมลูกหมากอักเสบ ให้ใช้สมุนไพรครอบจักรวาล ผสมใบรางจืด และลูกใต้ใบ อย่างละเท่ากันนำมาต้มกิน ดีนักแล ช่วยบำรุงไต รักษาโรคไต แก้อัมพาต แก้ลมเข้าข้อ ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ และต้านเชื้อแบคทีเรีย มีบางรายนำมารักษาโรคมะเร็งได้ด้วย    ส่วนที่ประเทศฟิลิปปินส์ มีการใช้ใบต้มเอาน้ำนำมาใช้สวนล้างช่องคลอดมานานแล้ว
     สมุนไพรครอบจักรวาลมีขึ้นทั่วไปทุกภูมิภาคของประเทศไทยแต่ปัจจุบันความเจริญของป่าคอนกรีตรุกคืบไปทุกหย่อมหญ้า ทำให้สมุนไพรชนิดนี้เริ่มจางหายไปจากสังคม มีเพียงน้อยนิดที่รู้สรรพคุณหวงแหนอนุรักษ์เอาไว้เป็นสมุนไพรใกล้ตัว คนที่ไม่รู้จักมักแผ้วถางตัดทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย สมุนไพรครอบจักรวาล เปรียบเหมือนหมอยาประจำบ้าน ที่ขาดคนเหลียวแลเพราะไม่รู้คุณค่า ถึงเวลาแล้วครับ ที่ต้องหันมาอนุรักษ์ปลูกไว้ใกล้บ้านเพื่อเยียวยารักษาตัวเองดีกว่าพึ่งยาสารเคมีทำให้ชีวิตตายผ่อนส่ง ฮ่าๆๆ
                                        ------------------------------------------------------------------- 

ขอบคุณแฟนคลับ
                                             ขอบคุณแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ
                                                         จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

                       ต้องขอขอบคุณแฟนคลับที่ได้ติดตาม เป็นกำลังใจ ให้กับ
Jamrat.net  ในบางประเด็นก็ช่วยผมตอบ ช่วยผมค้นหา ต่างช่วยเหลือให้คำแนะนำซึ่งกันและกัน ผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของทุกท่าน และจะตั้งใจค้นหาสิ่งดีๆมาฝากทุกท่านตลอดไป
                        ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มงานจนบัดนี้วันนี้ ๑๒ สค.๒๕๕๙ มีแฟนคลับเข้าเยี่ยมชมทั่วโลก
สามล้านเจ็ดแสนหกหมื่นหกพันแปดร้อยสี่สิบสามคน ผมได้บันทึกภาพการติดตามรับชมตามจุดต่างๆในแผนที่โลกมาให้ชม เข้าใจว่าเป็นเพื่อนคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน บ้างก็โทรศัพท์เข้ามาพูดคุยเป็นกำลังใจให้

          จุดเหลืองๆคือผู้ที่กำลังรับชมเว็บ Jamrat.net

                     ถึงแม้ไม่ได้พบหน้าค่าตา แต่ก็มีความสนิทเหมือนญาติที่คุ้นเคย ผมไปไหนพบอะไรดีก็พยายามเขียนมาเล่าสู่กันฟัง ส่วนทุกท่านก็เข้ามาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันทางเว็บบอร์ดกระดานสนทนาที่ผมได้จัดต้อนรับไว้แล้ว ช่วยกันเขียน ช่วยกันแนะนำ สะสมกองบุญช่วยเหลือเพื่อนที่ต้องทนทุกข์กับโรคภัยไข้เจ็บให้รอดพ้นจากบ่วงกรรมร่วมกัน



                  ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ
คุณ Sam  วิชิต Lucky ประเสริฐ สุภีร์  นิ่มนวล และอีกหลายๆท่านที่กล่าวไม่หมด ที่เฝ้าคอยติดตามเป็นจิตอาสาช่วยเหลือแนะนำผ่อนหนักเป็นเบา นับเป็นกุศลที่สูงส่งขอให้ท่านได้รับส่วนบุญนี้ร่วมกัน มีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงและมีความสุข การให้ทานความรู้ก็ถือเป็นการให้ทานที่ยิ่งใหญ่

 
             

โรคด่างขาว
                                                            โรคด่างขาว
                                    
บำบัดด้วยสูตรเครื่องแกงเผ็ด
                                                                        
    จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

             โรคด่างขาวไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและไม่ใช่โรคติดต่อ  แต่ก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในการเข้าสังคมได้ เนื่องจากกลัวสังคมรังเกียจ อาจเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อ เช่นกลาก เกลื้อน บางรายถ้าเกิดบนใบหน้าต้องใช้เครื่องสำอางเพื่อพรางรอยขาว ถ้าเป็นที่หน้าผากก็ต้องเปลี่ยนทรงผมเพื่อใช้ผมปกปิด ถ้าเป็นที่แขนขาก็ต้องใช้เสื้อแขนยาวกระโปรงยาวๆคอยปกปิดไม่ให้สังคมรับรู้
             โรคด่างขาว (Vitiligo) ในวงการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าสาเหตุความผิดปกติของกระบวนการสร้างเม็ดสี (Pigment) อาจเกิดจากการสะสมของสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์เม็ดสี หรืออาจเกิดจากการสร้างภูมิต้านทานที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการทำลายเม็ดสีของตนเอง
             สำหรับการรักษาโรคด่างขาวปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่เป็นผลชัดเจนวิธีใดวิธีหนึ่ง จึงใช้แนวทางการรักษาแบบผสมผสานกัน ในคนไข้ที่เป็นน้อยแพทย์อาจเลือกใช้การปรับสมดุลสีผิวทดแทน หรือการใช้เครื่องสำอางช่วยปกปิดรอยด่างขาวในรายที่พบเป็นวงกว้าง แนวทางการรักษาสามารถทำได้ด้วยวิธีผสมผสาน กัน คือการใช้ยาทาอาจทายาร่วมกับการตากแดดหรือการฉายแสง UV เพื่อกระตุ้นเม็ดสี ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้กำหนด
          และการใช้ยารับประทาน ในกรณีที่ทายาไม่ได้ผลหรือในรายที่เป็นมาก อาจทายาร่วมด้วยและตากแดดหรือฉายแสง UV  หรือการใช้เลเซอร์ เพื่อกระตุ้นเม็ดสีบริเวณนั้น ต้องทำสม่ำเสมอ และต่อเนื่องหลายครั้ง เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ อาจรักษาร่วมกับทายา
            นอกจากนั้นยังมีการปลูกถ่ายเม็ดสี ซึ่งสามารถทำในบริเวณที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น การปลูกถ่ายเซลล์เม็ดสีเป็นการรักษาที่ได้ผลดีแต่ทำได้ครั้งละไม่มาก อาจต้องทำซ้ำๆ หลายครั้ง
           สำหรับแนวทางการรักษาแบบภูมิปัญญาพื้นบ้านที่หมอพื้นบ้านนำมารักษาผู้ป่วยโรคด่างขาวจะใช้สูตรเครื่องแกงเผ็ด สูตรนี้ประกอบด้วยเครื่องปรุงคือ พริกแห้งย่างไฟให้สุก ๑๐ เม็ด ตะไคร้หั่นเป็นฝอย ๑  ต้น  ข่าหั่น ๕  แว่น หัวหอมย่างไฟสุก ๕ หัว  กระเทียมย่างไฟสุก ๑๐ กลีบ  พริกไทยล่อน ๑๐  เม็ด คำว่าพริกไทยล่อนบางท่านอาจไม่เข้าใจ ต้องทำความเข้าใจว่า พริกไทยล่อนคือพริกไทยที่ได้จากผลสุกของของพริกไทยเมื่อผลสุกแล้วจะเก็บเอามาใส่รวมกันไว้ในกระสอบ แช่น้ำไว้ อาจใช้ไม้ทุบเบาๆจนเปลือกนอกที่มีสีแสดแดงล่อนและหลุดออกหมด แล้วจึงเอาไปตากแดดให้แห้ง จะได้พริกล่อน เมล็ดมีสีค่อนข้างขาวนวล แข็ง ผิวเรียบ
        ส่วนผสมเพิ่มเติมอีกมีใบมะกรูดหั่นเป็นฝอย ๕ ใบ กานพลู ๓ ดอก รากผักชีหั่นเป็นฝอย  ๑ ช้อนชา
 ลูกยี่หร่า  ๑ ช้อนชา  นอกนั้นมีผิวมะกรูดหั่นฝอย   ลูกกระวาน  ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ อบเชย เกลือแกง กะปิ ทั้งหมดอย่างละ ๑/๒  ช้อนชา และน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ  พริกชี้ฟ้า เขียว-แดง น้ำส้มมะขามเปียก อย่างละพอประมาณ
       หลังจากนั้นนำเครื่องแกงทั้งหมดโขลกให้ละเอียดนำมาตั้งไฟบนกระทะแล้วเติมหัวน้ำกะทิเข้าไปอีก ๑ ถ้วย แล้วผัดเครื่องแกงให้ร้อนจนเดือดเกิดไอขึ้นมา แล้วเอาอวัยวะส่วนที่เป็นโรคด่างขาว รมไอระเหยของเครื่องแกงเผ็ดนั้น ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที จึงหยุดรม ทำอย่างนี้วันละ ๑  ครั้ง ติดต่อกัน ๗ วัน หรือมากกว่านั้น จนอาการโรคด่างขาวค่อยๆหายไป
                                                                --------------------------------- 

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด ศิริลักษณ์
14 ส.ค. 2559 เวลา 09:40 น.
ล่าสุด Sara
13 ส.ค. 2559 เวลา 10:30 น.
ล่าสุด เรนเดียร์
9 ส.ค. 2559 เวลา 14:09 น.
ล่าสุด ผ่านมา
8 ส.ค. 2559 เวลา 18:27 น.
ล่าสุด ปรีชา
8 ส.ค. 2559 เวลา 12:14 น.
ล่าสุด สุภี นิ่มนวล
29 ก.ค. 2559 เวลา 09:16 น.
ล่าสุด Nittaya Kaewpim
25 ก.ค. 2559 เวลา 11:13 น.
ล่าสุด นิด
21 มิ.ย. 2559 เวลา 22:14 น.
ล่าสุด lun
17 มิ.ย. 2559 เวลา 18:23 น.
ล่าสุด ภาคภูมิ
16 มิ.ย. 2559 เวลา 18:53 น.
ล่าสุด Porparn
16 มิ.ย. 2559 เวลา 15:14 น.
ล่าสุด เนย์
13 มิ.ย. 2559 เวลา 14:56 น.