เรื่องเล่าสุขภาพ

โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนครพนม
            โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนครพนม
                                                          จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
       หลังจากตระเวนขับรถเรียบแม่น้ำโขงจากหนองคาย-บึงกาฬ จนมาถึงนครพนม ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวโดยเฉพาะคอบ่าไหล่ตึงๆ เลยถือโอกาสแวะมาใช้บริการนวดรักษาอาการที่โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของจังหวัดนครพนม      
       เจ้าหน้าที่ขอบัตรประจำตัวประชาชนมากรอกและสอบถามอาการต่างๆเสร็จก็ให้เดินขึ้นรอที่ห้องนวดชั้น ๒ ด้านหน้าห้องนวดผมมองเห็นตู้ยาสมุนไพรและขวดบรรจุสมุนไพรจัดเป็นหมวดหมู่มีชื่อกำกับ จึงขออนุญาตถ่ายภาพสมุนไพรกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทราบต่อมาคือคุณวันเพ็ญ  แก่นท้าว แพทย์แผนไทยรุ่นแรก เธอให้การต้อนรับและแนะนำเป็นอย่างดี                   
                วันนั้นหมอที่มานวดผมคือหมอประยงค์  พรมประกาย ซึ่งทราบต่อมาว่าเป็นหมอมือหนึ่งของที่นี่ หมอนวดไป ผมก็พูดคุยสัมภาษณ์ไปด้วยทราบว่าชีวิตหมอประยงค์ในอดีตทำงานอยู่โรงงานในกรุงเทพฯระยะหนึ่ง แล้วกลับมาบ้านเกิดนครพนม ทำงานเป็นผู้ช่วยที่โรงพยาบาลนครพนมตั้งแต่ยกของขนของ แทบทุกชนิด เห็นสภาพผู้ป่วยทีเดินทางมารักษาจนชินตา และคุ้นเคยกับสภาพการเจ็บป่วยของชีวิต
     ช่วงหลังจึงหันเห มาศึกษางานด้านนวดแผนไทยอย่างจริงจัง ด้วยความชอบอยากอุทิศตนเองช่วยเหลือผู้ป่วยตามแนวแพทย์แผนไทย จนล่าสุดได้ไปอบรมและฝึกนวดเกี่ยวกับการปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกทางเลือก ที่จังหวัดนนทบุรี สำเร็จเป็นรุ่นที่ ๙
    ผมค่อนข้างโชคดี ได้นำสรีระร่างกายให้หมอประยงค์ พรมประกาย จับนวดปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายใหม่ เส้นที่ตึงๆก็คลาย บางจุดเสียงดังแกรกๆลั่นเป็นจุดๆพอมีแรง นวดไปคลึงไป หมอประยงค์เล่าว่า
   “ ช่วงนี้อาจารย์ผมที่สอนนวดปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายและกระดูก เดินทางมาเยี่ยมลูกศิษย์ที่นครพนมด้วย ท่านจะเก่งมากๆ อาจารย์ชื่อ นภาพร  ทองเนื้อแปด ขนาดคนเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต ปากเบี้ยว อาจารย์จะนวด จนผู้ป่วยจากที่พูดไม่ได้กลับมาพูดได้ และเดินได้  บางคนหูดับไม่ได้ยินเสียงอาจารย์ก็รักษาได้ แม้กระทั่งสายตาพร่ามัว ”  หมอประยงค์เล่าด้วยความภูมิใจ                       
               สำหรับโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกนครพนมนั้น จะมุ่งเน้นใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยดูแลผู้ป่วยแบบผสมผสานกับแพทย์แผนปัจจุบันและสหวิชาชีพ ส่งเสริมใช้ยาไทย              
       เปิดให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยนอกทุกวัน เวลาราชการ เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. และนอกเวลาราชการ ๑๖.๓๐-๒๐.๐๐ น. ยกเว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางโรงพยาบาลจะให้บริการตรวจวินิจฉัยโรค นวดรักษา ประคบสมุนไพร อบสมุนไพร จ่ายยาสมุนไพร ให้คำปรึกษา กายบริหารฤาษีดัดตน การทำสมาธิบำบัด การทับหม้อเกลือ ประคบเต้านมมารดาหลังคลอด การทำแผล ล้างแผลกดทับ BEDSORE จ่ายยาสมุนไพรต้มอีกด้วย
       นอกจากนั้นยังบริการด้านการแพทย์แผนจีนควบคู่ไปด้วยโดยมีแพทย์ผู้เชียวชาญด้านการฝังเข็มจบ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนให้บริการรักษาด้วยการฝังเข็ม ครอบกระปุก แปะเมล็ดผักกาด บริการสปาเพื่อสุขภาพ นวดน้ำมันเพื่อการรักษา วารีบำบัด                   
          สำหรับการให้บริการการนวดแผนไทยประคบและอบสมุนไพร เปิดทุกวันเวลาราชการ ขณะที่การให้บริการฝังเข็มเปิดให้บริการ ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์   โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตั้งอยู่บริเวณ  ถนนหลังโรงพยาบาลนครพนม   โทรศัพท์หมายเลข ๐๔๒-๕๑๑-๔๒๒ ต่อ ๒๐๙๕
                              --------------------------------------------------------------------------
 
 
ติดตามได้ทาง www.Jamrat.net   และ Youtube
  

ใครว่าโรคไตไม่หาย
                                          ใครว่าโรคไตไม่หาย
                                                     จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง

      จากการที่ผมได้พบกับคุณเทวา แก้วอุดร ชาวบ้านผ้าขาว ตำบลม่วงไข่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ทำให้ความคิดผมเปลี่ยน เพราะมีคนบอกว่าใครเป็นโรคไต จะต้องฟอกไตตลอดชีวิต แต่คุณเทวา ป่วยเป็นโรคไต กินยาสมุนไพรอาการดีขึ้นและหายปกติ จนหมอสงสัยสอบถามว่าต้องกินยาอื่นมาแน่นอน             
        คุณเทวา ไม่ได้ป่วยแค่โรคไตอย่างเดียว แต่มีโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันพอกตับ เรียกว่าเธอมีครบ แต่อาการโรคไตวายของเธอค่อนข้างหนัก บวมทั้งตัว ตัวคล้ำ โดยเฉพาะขาบวมจนเดินไม่ได้ เข้ารักษาที่โรงพยาบาล อาการก็ดีขึ้นบ้าง นอนพักที่โรงพยาบาลได้ ๑๕ วัน หมอให้กลับ
   กลับมาบ้านก็พะวงกับชีวิต อาชีพขายข้าวแกงตอนเช้า ลูกค้าก็เริ่มเบาบาง เพราะเนื้อตัวคุณเทวา คล้ำ บวมลูกค้ารังเกียจ  อยู่ต่อมาป้าบุญคุ้มที่เป็นญาติมาเยี่ยมแนะนำให้ไปที่วัดศรีจำปาชนบท อำเภอพังโคน สกลนครเอายาสมุนไพรมากิน ตอนแรกก็กลัวว่าโรคไต กับการกินยาสมุนไพรมันจะทำให้ไตทำงานหนัก แต่หลังจากได้คุยกับแม่ครูอาวรณ์  ห่วงใย จิตอาสาที่ทำงานอยู่ที่วัด แล้วเกิดความมั่นใจ เพราะมีตัวยามีสมุนไพรถึง๕๐ กว่าชนิด ผ่านการต้ม หมักกลั่นเป็นอย่างดี สามารถฟื้นฟูไต รักษาไตให้กลับมาทำงานปกติได้
   หลังจากคุณเทวากินยาสมุนไพรได้ ๑ ขวด ขาก็เริ่มหายบวม อาการปวดขาปวดเข่าก็หายไป อาการบวมตามเนื้อตัวก็ลดลง จากที่สีผิวคล้ำๆก็เริ่มดูดีขึ้น ก็กินยามาเรื่อยๆ กินได้ ๒ เดือนไปตรวจ ปรากฏว่าเบาหวานจากที่เคยขึ้น ๕๐๐ ลดเหลือ ๙๕ อาการไตดีขึ้น ไขมันตับไม่มี
   “ ตรวจล่าสุด เมื่อ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๐ หมอบอกปกติหมดทุกอย่าง เหลือเชื่อ หมอคะยั้นคะยอถามว่ากินยาอื่นอีกหรือเปล่า เพราะหมอรักษาคนไข้มาหลายปี ไม่เคยมีคนไข้อย่างนี้ เป็นตั้งหลายโรค แต่ตรวจปกติหมด หรือว่าเครื่องเสีย หมอตรวจอีกหลายรอบ โดยเข้าเครื่องสแกน เข้าอุโมงค์ เพื่อความมั่นใจ”
    พอออกจากห้องหมอ พยาบาลตามมา สอบถามขอตัวอย่างยาที่กิน ขอแบ่งปันบ้าง คุณเทวาก็ไม่ให้ จนพยาบาลบอก “อย่าขี้ถี่หลาย”  พยาบาลบอกจะเอาไปให้แม่กิน
   ที่ผมนำชีวิตจริงของคุณเทวา แก้วอุดร มาเขียนเพื่อเป็นวิทยาทาน ทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วย เป็นกรณีศึกษา เพราะจากประสบการณ์แล้ว ใครเป็นโรคไต ถ้าไม่มีเงินในการเยียวตา ฟอกไต อย่างสม่ำเสมอ มักจะอยู่ได้ไม่นาน        
   สำหรับกรณีแม่ครูอาวรณ์ ห่วงใย ที่เป็นจิตอาสาอยู่ที่วัด เธอมีอาชีพรับราชการครู ป่วยเป็นมะเร็งมดลูกขั้นสุดท้ายเลือดไหลไม่หยุดถูกหามมาที่วัดเหมือนกัน ปัจจุบันหายดี จึงมอบตัวเป็นจิตอาสาช่วยเหลือทางวัด เธอกินยาสมุนไพรทุกวันจนหน้าตาและมือเธอจะมีสีแดง เหมือนคนมีเลือดฝาด
   ผู้ป่วยท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อแม่ครูอาวรณ์ ห่วงใย ที่  ๐๙๑-๗๙๔-๑๔๙๑ หรือจะเดินทางเข้าพบเจ้าอาวาสวัดศรีจำปาชนบท อ.พังโคน จ.สกลนคร เพื่อปรึกษาขอคำแนะนำก็สามารถทำได้ การเดินทางมาวัดก็ไม่ยุ่งยาก ไปให้ถึงสี่แยกอำเภอพังโคน วัดอยู่ไม่ไกลจากสี่แยก สอบถามชาวบ้านร้านค้ารู้จักดี  อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐนะครับ
                                   --------------------------------------------------------------------
                                                       
    

เบาหวานผมไม่กลัว
                           เบาหวานผมไม่กลัว
                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

    ลุงฤทธิไกร พิมมะหา อดีตทหารผ่านศึกวัย ๗๕ ปี  จากบ้านหนองโจษฐ์ ตำบลไฮหย่อง จ.สกลนคร ป่วยเป็นโรคเบาหวานมาหลายปี รักษาตามแนวทางแพทย์แผนปัจจุบันแล้วไม่ดีขึ้น ปัสสาวะบ่อย หนึ่งชั่วโมงต้องปัสสวะหนึ่งครั้ง กลางคืนแทบไม่ได้นอนต้องตื่นลุกไปปัสสาวะทั้งคืน
                     
       อยู่มาวันหนึ่งตื่นเช้าตักบาตรหน้าบ้าน ได้ทราบข่าวจากพระที่มาบิณฑบาตว่า ที่วัดศรีจำปาชนบท อ.พังโคน จ.สกลนคร มียาสมุนไพรดี จึงตัดสินใจ เดินทางมาที่วัดศรีจำปาชนบทพบเจ้าอาวาส ได้ยามากินอาการดีขึ้นเรื่อยๆ และแผลเบาหวานที่เท้าปรากฏว่า เพียงอาทิตย์เดียวแผลก็เริ่มหดเข้าเล็กลงและปิดสนิท จึงกินสมุนไพรมาเรื่อยๆประมาณ ๗ เดือนกว่าๆไปพบหมอที่โรงพยาบาลตรวจปรากฏว่าไม่พบเบาหวานอีกเลย
     “ผมเป็นคนไม่กลัวยา กินเช้าครึ่งถ้วยกาแฟ เย็นอีกครึ่งถ้วยกาแฟ ขอบอกผู้ป่วยเบาหวานข้าวเหนียวห้ามกินโคตรแสลงเลยครับ ผลไม้ของหวานผมไม่แตะเลยทั้งๆที่ชอบ”
    ลุงฤทธิไกรยังบอกอีกว่า ยังได้เอาตัวยาไปให้เพื่อนบ้านที่ป่วยเป็นเบาหวานมีแผลที่มือ เอาตัวยาทาไม่นานแผลก็เริ่มแห้งปิดสนิทเช่นกัน  หากผู้ป่วยเบาหวานท่านใดต้องการยาสมุนไพรก็สอบถามไปที่ครูอาวรณ์  ห่วงใย จิตอาสาของทางวัดได้ที่ ๐๙๑-๗๙๔-๑๔๙๑ ส่วนค่าใช้จ่ายตามกำลังศรัทธา


     

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด อ่อน
12 ธ.ค. 2559 เวลา 11:17 น.
ล่าสุด ปรานี อาศัยราช
12 ธ.ค. 2559 เวลา 10:10 น.
ล่าสุด วิรินภัทร์
8 ธ.ค. 2559 เวลา 16:26 น.
ล่าสุด ธนภัทร อยู่นาน
26 พ.ย. 2559 เวลา 16:01 น.
ล่าสุด ฐาปนี แก้วมูล
18 พ.ย. 2559 เวลา 15:23 น.
ล่าสุด ปอน ปอน
16 พ.ย. 2559 เวลา 10:55 น.
ล่าสุด bird
14 พ.ย. 2559 เวลา 16:25 น.
ล่าสุด watcharin
31 ต.ค. 2559 เวลา 20:24 น.
ล่าสุด ลัดดา วิศิษฐานนท์
10 ต.ค. 2559 เวลา 22:49 น.
ล่าสุด โจอี้
3 ต.ค. 2559 เวลา 18:44 น.