เรื่องเล่าสุขภาพ

Loading

พญาลิ้นงู
                                                      พญาลิ้นงู
                                   “ยอดยารักษาพิษงู”
                                                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวมเรียบเรียง
                  เรื่องสมุนไพรในการบำบัดรักษาแมลงและสัตว์มีพิษกัดต่อย ภูมิปัญญาพื้นบ้านเรามีด้วยกันหลายชนิด สมุนไพรพญาลิ้นงูถือเป็นสมุนไพรหรือว่านอีกชนิดหนึ่งที่หมอยาพื้นบ้านนิยมนำมารักษาผู้ถูกงูกัด และแมลงมีพิษกัดต่อยที่ได้ผลดี ต่างจดจำบันทึกไว้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จนต้องเสาะแสวงหามาปลูกในบ้านเรือนเพื่อได้ใช้ในยามจำเป็น

                พญาลิ้นงูเท่าที่ผมได้พบเห็นจะมีหัวและใบคล้ายๆต้นหอม ต้นกระเทียม และต้นกุยช่าย ปลายใบยาวคล้ายหางงู บางคนบอกมองเหมือนปลายลิ้นงู คือเรียวแหลมโค้งงอและตวัดขึ้น จึงเรียกพญาลิ้นงู  หัวคล้ายหอมหัวใหญ่ แต่รูปร่างยาวรีกว่าหัวหอม มีสีเขียวอ่อนปนขาว เมื่อผ่าซีกแบ่งครึ่งภายในหัวว่านจะเห็นเกล็ดเป็นชั้นๆ เหมือนเกล็ดงู เนื้อในหัวมีสีเขียวอ่อน
              สมุนไพรชนิดนี้มีข้อห้ามไว้ว่าผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือนห้ามปลูกจะทำให้สรรพคุณทางยาเสื่อม เท็จจริงอย่างไรไม่เคยทดลอง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเพราะส่วนใหญ่สมุนไพรเหล่านี้ถ้าไม่ดีจริงคงไม่มีใครสืบทอดเล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบันและยังมีความเชื่ออีกว่าถ้าปลูกไว้จะสามารถป้องกันงูเข้าบ้านได้อีกด้วย งูจะไม่มาแผ้วพานเลย หากเอาว่านนี้ติดตัวไปไหนมาไหนอสรพิษย่อมไม่อาจจะขบกัดผู้นั้นได้ สัตว์มีพิษทั้งหลายต่างหลีกลี้หนีสิ้น ฮ่าๆๆ 
 
                    

      เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๔ คุณเกษม อินทร์ชัยยะ วัย ๗๔ ปี อยู่ที่หมู่ ๗ ตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี  ท่านได้ส่งสมุนไพรพญาลิ้นงูมาให้ผมปลูกเพื่อการอนุรักษ์เพราะกลัวจะสูญพันธุ์ ในจดหมายเล่ามาว่า เคยถูกแมงป่องต่อยเจ็บปวดมาก จึงได้ใช้หัวว่านยา “พญาลิ้นงู” ที่ปลูกเอาไว้ในบ้านจำนวน ๒-๓ หัว นำมาตำให้แหลก ผสมเหล้าขาว จำนวน ๒ ช้อนแกง แล้วเอามาพอกแผลเพียงไม่กี่นาทีก็หายปวดอย่างน่าอัศจรรย์
             และมีครั้งหนึ่งหมาที่บ้านถูกงูเห่าดอกจันทร์กัด หมาทำท่าจะไปไม่รอด จึงได้นำว่านพญาลิ้นงูโขลกผสมกับเหล้าขาว ๒ ช้อนแกง คั้นเอายานี้กรอกปากหมา  เพียงไม่นานหมาก็อาการดีขึ้นและหายเป็นปกติ ในจดหมายเล่าว่าดีใจมาก อยากเล่าขานบอกต่อเอาบุญไม่รู้จะทำอย่างไร บอกคุณจำรัสดีกว่าฮ่าๆๆ
             จากประสบการณ์บางคนก็แนะนำว่านอกจากใช้พอกทาแล้วยังใช้ดื่มได้ด้วยโดยไม่ต้องคั้นคือดื่มทั้งเนื้อยาไปเลยจะสามารถถอนพิษได้เร็วขึ้น สรรพคุณใช้ได้ทั้งงูพิษกัด ตะขาบและแมลงป่อง  บางตำราก็บอกว่าถ้าถูกสัตว์มีพิษกัด เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ ต่อ แตน ให้นำหัวว่านฝนกับน้ำมะนาว ทาบริเวณที่ถูกกัดต่อย พิษจะหายทันที
 คุณขวัญอ่อน  ปิดตะ
                คุณขวัญอ่อน ปิดตะ จากจังหวัดนครพนม ผู้เคยรู้ฤทธิ์เดชของสมุนไพรพญาลิ้นงู ก็ยืนยันอย่างมั่นใจเช่นกัน และบอกว่าหมอพื้นบ้านทางภาคอีสานจะนำสมุนไพรพญาลิ้นงูมาตำผสมกับเม็ดมะขามสดแล้วพอกลงที่แผลถูกงูกัด มันจะค่อยๆสำแดงเดช ดูดพิษนั้นออกมา ให้หมั่นพอกไปเรื่อยๆจนแน่ใจว่าพิษงูนั้นหมด
             สมุนไพรพญาลิ้นงูมีสรรพคุณเหลือหลาย หากปลูกไว้ในกระถางสักต้นสองต้นไม่นานก็จะขยายเผ่าพันธุ์ไปโดยธรรมชาติ ท่านก็เสมือนมีหมองูไว้ประจำบ้าน หมดห่วงเรื่องงูพิษ ตะขาบ แมงป่อง กัดต่อย สามารถเยียวยาได้ทันเหตุการณ์และยังช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ในยามฉุกเฉิน ข้อห้ามที่หมอพื้นบ้านสั่งนักสั่งหนาคือเมื่อถูกงูกัด ห้ามพูดว่างูตอดเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตัวยาในการรักษาเสื่อมและรักษายาก อาจจะหมายถึงตอดคือการต่อเนื่องไม่หายขาด ต้องพูดว่างูกัดหรืองูขบ  หากสนใจปลูกลองติดต่อบ้านส่งเสริมปลูกสมุนไพรไทย    ๐๙-๘๒๘๙-๕๖๗๑           
               ข้อมูลจำเพาะเรื่องงู ที่ควรรู้  งูมีลิ้นสองแฉกเพื่อใช้สำหรับรับความรู้สึกแสวงหาทิศทางของกลิ่นต่างๆ ลิ้นงูสามารถแลบลิ้นออกมาจากปากที่ปิดสนิทได้ โดยทั่วไปแล้วงูจะกลัวและไม่กัด นอกเสียจากถูกรบกวนหรือบุกรุก จะเลื้อยหลบหนีเมื่อมีสิ่งใดเข้ามาใกล้บริเวณที่อยู่ ออกล่าเหยื่อเมื่อรู้สึกหิว โดยกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเป็นอาหาร ยกเว้นงูบางชนิดที่กินงูด้วยกันเอง เช่น งูจงอาง สามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดและในเวลากลางคืน
            ปัจจุบัน มีงูถูกค้นพบแล้วประมาณ ๒,๗๐๐ชนิด แต่เป็นงูไม่มีพิษประมาณ ๒,๓๐๐ชนิด งูมันจะฉกกัดโดยการยื่นหัวไปด้านหลังแล้วยื่นคอมาทางด้านหน้าแบบแรงๆ แล้วกัดโดยใช้เขี้ยวเจาะไปหาส่วนเนื้อหนัง แล้วปล่อยพิษออกไปหาเหยื่อ พิษมันจะอยู่ที่ฟันเขี้ยว ถ้าถึงเวลากัด พิษก็ออกจากฟันแล้วเข้ารูที่ถูกเจาะ
           ในโลกใบนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับงูเยอะครับ เช่น ความเชื่อของชาวจีนว่า “ หนี่วา”  เป็นเทพเจ้าผู้หญิงที่เชื่อว่าเป็นต้นบรรพบุรุษของมนุษย์ในปัจจุบัน ก็มีท่อนล่างเป็นงู หรือในความเชื่อของศาสนาคริสต์ ซาตานก็ได้แปลงร่างมาเป็นงูเพื่อล่อลวงให้อาดัมกับอีฟ ซึ่งเป็นมนุษย์ชายหญิงคู่แรกประพฤติผิดในสวนเอเดน จึงถูกพระเจ้าไล่ลงจากสวรรค์
          ที่อินเดีย ก็มีความเชื่อและวัฒนธรรมที่หลากหลาย งูมีชื่อเรียกในตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียนที่เป็นภาษาที่ใช้ภูมิภาคแถบนี้ว่า "นาคา" อันเป็นชื่อเรียกอย่างเดียวกับ "พญานาค" ซึ่งเป็นงูใหญ่ที่เป็นสัตว์กึ่งเทพในความเชื่อของชนชาวอารยันและเอเชียอาคเนย์ เช่นเดียวกับ "มังกร" ในความเชื่อของชาวจีน ซึ่งเชื่อว่ามีที่มาจากงูขนาดใหญ่ ในทางการแพทย์ งูถือเป็นสัญลักษณ์ของทางการแพทยศาสตร์แบบสากล โดยจะเป็นรูปคทาหรือไม้เท้าที่มีงูสองตัวเกี่ยวพันกันหรือบางครั้งอาจมีปีก ซึ่งมีมาจากเทพปกรณัมกรีก ก็สุดแต่จะเชื่อครับ เชื่อแล้วสบายใจ มีความสุข  แต่ก็มีหลายคนเห็นงูแล้วใส่หลวงพ่อโกย ตัวใครตัวมัน ฮ่าๆๆ
                                       -------------------------------------------------------------------

 
        ปู่อนันตะพุชงนาคราช อยู่ตำหนักที่อำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา พบกับผู้เขียนโดยบังเอิญ
ที่วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผู้ชื่นชอบสะสมวัตถุโบราณและสมุนไทย
                           
                                            ---------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  

ไตเสื่อม
                                                              ไตเสื่อม
                                  “ฟื้นฟูด้วยเกล็ดพญานาคราช”
                                                                 จำรัส   เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
             ช่วงเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๘ ผมเดินทางผ่านอำเภอนาหว้า ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดนครพนม
เล่ากันว่าดั้งเดิมอำเภอนี้มีชนเผ่าได้อพยพมาจากตอนเหนือของเมืองหลวงพระบางประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นชนกลุ่มแรก ซึ่งประกอบด้วย ชนเผ่าผู้ไท ไทญ้อ และไทยอีสาน สมัยเมื่อเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่นั้น จะมีต้นหว้าขึ้นอยู่ทั่วไปจึงเรียกหมู่บ้านว่าบ้านนาหว้าและเป็นอำเภอนาหว้าในปัจจุบัน

             อำเภอนาหว้ามีพระธาตุประสิทธิ์เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านในแถบนี้ภายในเจดีย์ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ รวม ๑๔ พระองค์ และดินจากสังเวชนียสถาน ๔ แห่งคือ ที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงพระธรรมเทศนา และปรินิพพานและพระพุทธรูปที่พบในเจดีย์องค์เก่ามาบรรจุไว้ในองค์พระธาตุด้วย พระธาตุนี้ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดธาตุประสิทธิ์
           เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถพร้อมด้วยพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดาและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาวัดเทพประสิทธิ์ บำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินต้น (กฐินส่วนพระองค์)
          ที่อำเภอนี้ผมได้พบกับหมอพื้นบ้านชื่อหมอเติม  ไกรรัตน์ ที่สืบทอดตำรายาสมุนไพรมาจากคุณปู่ ซึ่งเป็นหมอยาพื้นบ้านที่บ้านนาทม อยู่ไม่ไกลจากอำเภอนาหว้า  และปู่ของปู่หมอเติมชื่อขุนไกรก็เป็นหมอพื้นบ้านเหมือนกันเรียกว่าสืบทอดกันมายาวนานหลายช่วงอายุคน หมอเติมเล่าให้ผมฟังว่า สมัยเด็กๆก็จะช่วยคุณปู่ในการจัดเก็บสมุนไพรแต่ละชนิดให้เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการหยิบใช้ และติดตามปู่ไปหาสมุนไพรในป่าตามเทือกเขาต่างๆทั้งภูวัว ภูลังกาและภูพาน จนจำชื่อสมุนไพรทุกชนิดได้จนขึ้นใจ ขอเพียงได้เห็นและรู้สรรพคุณของตัวยาด้วย

        หมอเติมได้แนะนำให้ผมได้รู้จักสมุนไพรเกล็ดพญานาคราช ซึ่งมีสรรพคุณในการล้างพิษไต และบำรุงฟื้นฟูไตเสื่อม ลักษณะเป็นแท่งแข็งยาประมาณคืบเดียว โค้งมนเหมือนหลังเต่าด้านหนึ่งส่วนอีกด้านหนึ่งจะแบนเรียบมองผิวเผินก็เหมือนเกล็ดพญานาค สมุนไพรเกล็ดพญานาคราชนี้จะมีเฟิร์นเล็กๆละเอียดขึ้นเกาะเป็นสีเขียวเต็มไปทั้งแท่ง ส่วนด้านที่เรียบจะเกาะบนโขดหินที่มีความชื้นในป่าตามเทือกเขาต่างๆ
       การรักษาผู้ป่วยโรคไต เพียงนำสมุนไพรเกล็ดพญานาคราชประมาณ ๕-๖ ชิ้นไปต้มกับน้ำ ๑ ลิตร พอเดือดก็ยกลงจากเตาพออุ่นดื่มครึ่งแก้วก่อนอาหาร ๓ เวลา และก่อนนอน สมุนไพรเกล็ดพญานาคราชก็จะไปขับสารพิษที่ไต และช่วยฟื้นฟูไต ให้ดีขึ้นเรื่อยๆจนปกติ หรือจะใช้สมุนไพรเกล็ดพญานาคราชฝนกับน้ำมะนาวดื่มแก้นิ่วในไตก็ได้


      สมุนไพร “เกล็ดพญานาคราช” ค่อนข้างหายาก และมีผู้รู้ถึงสรรพคุณเพียงไม่กี่คน นอกจากหมอพื้นบ้านที่ได้สั่งสมองค์ความรู้สรรพคุณของสมุนไพรชนิดมายาวนานเท่านั้น นับเป็นการบังเอิญที่โชคดีในชีวิตที่ผมได้หยิบได้จับได้ดมและได้ลองต้มกินมาแล้ว ไตเสื่อมไม่เสื่อมไม่รู้กินป้องกันไว้ก่อน สบายใจฮ่าๆๆอย่างน้อยก็ได้เขียนได้คุยว่ารสชาติมันเป็นอย่างไร ? ฝาดๆครับ อย่างไรก็ตามลางเนื้อชอบลางยา สอบถามหมอเติม  ไกรรัตน์ เพิ่มเติมได้ที่ ๐๘-๑๐๕๓-๗๘๒๘
     ขอย้ำท่านผู้อ่านว่า ไม่ใช่สมุนไพร “เกล็ดนาคราช” หรือ “เบี้ยไม้” ที่ภาคเหนือเขาเรียกกันนะครับ และก็ไม่ใช่ “ว่านพญานาคราช” ที่ชาวบ้านชอบปลูกในกระถางคล้ายต้นกระบองเพชรบางต้นคดงอชูยอดขึ้นมามองเผินๆคลายพญานาค ใช้ป้องกันงู สัตว์มีพิษ คนละชนิดกันแต่ชื่อเรียกใกล้เคียงกัน
                                        ------------------------------------------------------------------
 
                           
         
         
       
          
          

นอนไม่หลับ
                                                      นอนไม่หลับ
                                            จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
        ใครๆก็นอนไม่หลับทั้งนั้นแหละครับถ้ามีปัญหาเข้ามาในชีวิต ทำให้ต้องคิดมาก คิดจนเครียดพาลทำให้นอนไม่หลับ ถ้าทางธรรมเขาบอกให้ปล่อยวาง ทำสมองให้โล่งปฏิบัติได้เช่นนี้สมองก็จะโล่ง แต่น้อยคนนักจะทำได้ ถ้าใจไม่นิ่งพอ
       และมีอีกจำนวนมากที่นอนไม่หลับเพราะสังขารย่างเข้าสู่วัยชรา ความเสื่อมของเซลล์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนต่างๆของร่างกายตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคตาฝ้ามัว หูไม่ได้ยิน การนอนไม่เป็นเวลาส่งผลให้ระบบการทำงานต่างๆของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป
     จริงๆแล้วคนเราทุกคนจะมีนาฬิการะบบอัตโนมัติ ที่จะคอยบอกว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลานอน และเมื่อไหร่จะถึงเวลาตื่น ซึ่งวงจรการนอนหลับของร่างกายคนเรานั้นจะแบ่งเป็น ๒ ส่วน ทำงานสลับกันไปเรื่อยๆ ส่วนแรกเรียกว่า NON Rapid eye Movement ( NON-REM  )  เป็นช่วงที่ไม่มีการกลอกตาของกล้ามเนื้อตาเกิดขึ้น โดยทั่วไปนั้นส่วนนี้จะเป็นส่วนของการนอนที่จะนำไปสู่การหลับที่ลึกขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งพบว่าการหลับลึกนั้น มีความสัมพันธ์กับความรู้สึกสดชื่นในตอนกลางวัน ถ้าหลับลึกได้น้อย ก็จะมีความรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าในวันถัดมา ถ้าอดหลับอดนอน คงไม่ต้องบรรยายทุกคนเคยเจอรู้เองอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ
    อีกส่วนหนึ่งของวงจรการนอนหลับนั้น เราเรียกว่า Rapid eye Movement ( REM) เป็นช่วงที่พบว่ามีการทำงานของกล้ามเนื้อตากลอกไปมาร่วมด้วย ส่วนของการนอนหลับส่วนนี้เองที่ทำให้เกิดการฝันขึ้น การฝันที่เป็นเรื่องราว เป็นฉากเป็นตอนจะเกิดขึ้นในช่วงการนอนหลับแบบ REM นี้เท่านั้น โดยปกติแล้ววงจรการนอนหลับจะเป็นวงจรของ NON- REM- REM สลับกันไปเรื่อยๆแบบนี้ ๕-๖ ครั้งในแต่ละคืน
        เมื่อร่างกายเสื่อมสภาพตามกาลเวลา จะส่งผลให้นาฬิการะบบอัตโนมัติที่ควบคุมการนอนเปลี่ยนแปลงไป เวลาการนอนของผู้สูงอายุจะเลื่อนเร็วขึ้น รู้สึกอยากนอนก่อนเวลาปกติ รู้สึกง่วงตั้งแต่หัวค่ำ และตื่นเร็วกว่าปกติ ก็มีอีกหลายคนเหมือนกันที่ง่วงอยากนอน แต่เวลาเอนหลังหัวถึงหมอนกลับนอนไม่หลับ (ไม่ใช่เมียกวน ) ฮ่าๆๆ แต่มีจำนวนมากชอบจินตนาการสร้างละครน้ำเน่าขึ้นในสมองทำให้เครียด
        ข้อแนะนำสำหรับท่านที่นอนไม่ค่อยหลับให้กินข้าวมื้อค่ำก่อนเข้านอนน้อยๆ บางคนซัดเข้าไป ๓-๔ ชาม จะให้หลับได้อย่างไร เครื่องจักรต้องทำการบดย่อยสลายทั้งคืน ถ้าเป็นไปได้ให้ดื่มนมร้อนๆสักแก้วและกินกล้วย เพราะทั้งสองอย่างนี้มีสารชื่อ “ทริปโตแฟน” (Tryptophan) ที่จะช่วยให้นอนหลับได้ดี ส่วนในนมนั้นจะมีกรดอะมิโน ซึ่งเป็นยานอนหลับทางธรรมชาติ
             ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่หมอยามักแนะนำใช้เป็นยานอนหลับอีกขนานคือ ใบพริกไทยแก่สัก  ๑๐-๒๐ ใบฉีกขยำพอช้ำ แล้วผสมกับน้ำ ๕๐๐  ซีซี ต้มจนเดือดกะตัวยาละลายออกมากับน้ำแล้วหรี่ไฟลงเติมน้ำตาลทรายแดงพอหวานนิดๆ ยกลงจากเตา กรองเอาแต่น้ำ ก่อนดื่มให้โรยพริกไทยป่นลงเล็กน้อย ดื่มตอนอุ่นๆก่อนนอนสักครึ่งแล้ว-หนึ่งแก้ว จะทำให้นอนหลับสนิทฝันดี ฮ่าๆๆ
          และตำรับยานอนหลับของวัดท่าราบ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ท่านพระครูวิฑิตวรเวช หรือ ส.เปลี่ยนสี ได้บันทึกไว้ว่า ให้ใช้สมอไทย ๑ ลูก เสมอเทศ ๑  ลูก และรากชะพลูหนัก ๑ บาทยา ( ๑๕ กรัม) ให้เอาตัวยาทั้ง ๓ อย่าง ใส่หม้อต้มกับน้ำ ๒ แก้ว เคี่ยวนานๆแล้วดื่มต่างน้ำ จะทำให้นอนหลับสบาย  ส่วนจะหลับลึก หลับตื้น ก็คงต้องลองดู จะดื่มมากดื่มน้อยคงต้องพอประมาณ อย่าให้โจรขนของไปหมดบ้านแล้วยังหลับลึกอยู่อีก ไม่ดีแน่นอน ฮ่าๆๆ 


                                 -----------------------------------------------------------
  

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด นพพล
12 ก.พ. 2559 เวลา 21:20 น.
ล่าสุด กิตติพัฒน์
7 ก.พ. 2559 เวลา 22:55 น.
ล่าสุด jupratumtip@hotmail.com
3 ก.พ. 2559 เวลา 08:34 น.
ล่าสุด นพดล
27 ม.ค. 2559 เวลา 14:26 น.
ล่าสุด เด็กหญิง
22 ม.ค. 2559 เวลา 08:19 น.
ล่าสุด มะคอยู
19 ม.ค. 2559 เวลา 14:48 น.
ล่าสุด กมลรัตน์
14 ม.ค. 2559 เวลา 15:44 น.
ล่าสุด พูนทรัพย์
7 ม.ค. 2559 เวลา 13:48 น.
ล่าสุด กมลรัตน์
4 ม.ค. 2559 เวลา 14:20 น.
ล่าสุด ราตรี
20 ธ.ค. 2558 เวลา 22:10 น.