นี่คือเว็บบอร์ดเก่า เราได้ย้ายไปเว็บบอร์ดใหม่แล้ว ที่นี่ เว็บบอร์ดใหม่Webboard New
ย้อนกลับเว็บบอร์ด >
มีอาการปวดท้ายทอยและมึนหัวอยู่ตลอด จะมีวิธีีแก้ไขอย่างไรบ้างคะ
มุกดา
18 ก.พ. 2555
เวลา 13:35 น.

223.206.109.66
ผู้ชม 416034 ครั้ง
ปวดหัวมึนหัวอยู่บ่อยๆ บ้างครั้งทำงานไม่ไหวเลย อยากทราบวิธีแก้ไขปัญหานี้ค่ะ
 
ความคิดเห็นที่ 1

Lucky
18 ก.พ. 2555
เวลา 18:56 น.

183.88.76.34
 กระเทียมจะช่วยได้ค่ะ   ปวดท้ายทอยและมึนหัว  แสดงว่าเส้นเลือดท้ายทอยตีบตัน    ให้เอา  "กระเทียม"  จำนวน  2  กลีบ  ปอกเอาเปลือกหุ้มกลีบออก  แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ  นำไปผึ่งลมให้แห้ง  จากนั้นเอาไปใส่ถ้วยเติมน้ำส้มสายชู เล็กน้อย  กินให้หมดทั้งน้ำและเนื้อ  วันละครั้ง  จะก่อนอาหารหรือหลังอาหาร  หรือกินตอนไหนก็ได้  โดยกิน  3  วันครั้ง  ทำกินได้เรื่อย ๆ  จะช่วยให้อาการปวดท้ายทอย  หรือชาวบ้านชอบเรียกว่า  ท้ายทอยเย็น  ค่อย ๆ ทุเลาลง  และหายได้ในที่สุด    คนที่เป็นไม่รุนแรง  หรือเพิ่งจะมีอาการใหม่ ๆ  จะเห็นผลเร็ว     ส่วนคนที่เป็นรุนแรง ให้ทานต่อเนื่อง จะช่วยให้หายปวดหัว มึนหัวได้ค่ะ 
ความคิดเห็นที่ 2

saowaluk
18 มิ.ย. 2555
เวลา 11:33 น.

125.25.107.229
ดิฉันลองทานอย่างที่แนะนำแล้วแต่ไม่ค่อยดีขึ้นหรือเป็นเพราะเริ่มทานได้เพียงไม่กี่ครั้งหรือเปล่า    ก็เลยไปหาหมอ หมอเลยให้ลองฝังเข็มดู   อาการมึนหัวดีขึ้นเดี๋ยวนั้นเลยนะคะถ้ารักษาโดยทานกระเทียมก็ดี  แต่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานลองวิธีที่ดิฉันรักษาดูก็ดีนะคะ อยากให้คนที่เป็นอย่างดิฉันหายเร็วๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3

จำรัส เซ็นนิล
19 มิ.ย. 2555
เวลา 8:11 น.

118.175.16.2
คุณมุกดาครับ อาการของคุณผมขอแนะนำให้ปฎิบัติตนด้วย อิริยาบถ ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน ปล่อยวางประมาณ ๕๐ นาที สมาธิตั้งมั่น สงบนิ่งเป็นหนึ่งเดียวกับการทำหน้าที่ สติตื่นรู้ ระวังเฝ้ามองความคิดและอารมย์ต่างๆ เกิดขึ้นก็สักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น ไม่พิจารณาไม่ตัดสิน ดูเฉยๆ ฝึกอย่างนี้บ่อยๆ
ผมว่าอาการคุณหายแน่นอน
       เนื่องจากคุณมีความเครียดสะสม ทุกข์ วิตก กังวล รวมเรียกขยะทางอารมย์ หาเวลาขับพิษทางอารมย์ออกให้ได้แล้วจะโล่ง ยาก็ไม่ต้องกิน เลือดลมไหลดี โรคก็ไม่เกิด ฮ่าๆๆ
       โอกาสหน้า...ผมจะแนะนำวิธีหัดตายฉับพลัน....แล้วคุณจะพบความสว่าง ที่นี่เร็วๆนี้
 
ความคิดเห็นที่ 4

Lucky
19 มิ.ย. 2555
เวลา 10:41 น.

110.77.193.56
อาจจะเป็นด้านอารมณ์ด้วย เหมือนคุณจำรัสบอก  นอกจากจะดูเรื่องอาหารการกิน   คุณมุกดาลองทำแบบคุณจำรัสดู   มองทุกอย่างเป็นอนัตตา  ไม่มีตัวตน  สงบนิ่ง  มองทะลุสิ่งที่เราไม่ชอบ  ไม่พอใจ  ไม่ถูกใจ   เฉย ๆ  ปล่อยวาง   ไม่ดีใจหรือเสียใจ  เวลานอนก็อย่าคิดมาก   ให้ปล่อยวาง  ปล่อยร่างกายเหมือนศพ   ปล่อยวางทุกอย่าง  ทางธรรมะ  เขาเรียกว่าท  นอนท่าศพอาสนะ   เลือดลมปราณจะได้ไหลเวียนดี    แล้วจิตเราจะนิ่ง   สติก็จะดี   อาการปวดท้ายทอย ก็จะหายได้     สามารถทำงาน  ปฏิบัติภารกิจได้ ทุกอย่าง เป็นผลสำเร็จ   ขอบคุณคุณจำรัสด้วย  แล้วจะรอคอยดู วิธีหัดตายฉับพลัน  ว่าเป็นอย่างไร เหมือนที่ได้เรียนรู้  เรื่อง ฝึกตายก่อยตาย  หรือไม่  ฝึกตายก่อนตาย  แล้วจะสบาย  มีสติ  สงบ   ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับข้อมูลใหม่ ๆ    และขอให้หายป่วยกาย ป่วยใจทุกคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5

ไหมจุง
12 ก.ค. 2555
เวลา 10:34 น.

125.24.96.52
ขอบคุณมากเลยค๊า ตอนนี้ปวดท้ายทอยมากมาย เหมือนคนไร้สติ ไม่มีสามธิ
ความคิดเห็นที่ 6

สุภีร์ นิ่มนวล
15 ก.ค. 2555
เวลา 21:41 น.

115.67.128.139
สวัสดีคุณมุกดาและทุกๆ ท่านจ๋าอยากให้ทดลองทำวิธีนี้ดูนะคะนั่งขัดตมาตตัวตรงแขนทั้งสองแนบตัวหันคอไปทางซ้ายให้สุดนับ1-20หันกลับมาขวานับ1-20ทำแบบนี้ติดต่อกันสัก5ครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นให้สุดก้มช้าๆลงสูดหายใจให้เต็มปอดยกไห่ลขึ้นผอ่นลมออกช้าๆลองทำดูทุกๆวันแล้วจะค่อยๆดึขึ้นค่ะเส้นที่ตรึงหัวกับท้ายทอยก็จะหยอ่นเลือดลมก็จะไหลเวียนคล่องเคยทำให้และแนะนำหายหลายคนแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7

ทวี เบญ
31 ส.ค. 2555
เวลา 22:40 น.

61.90.64.53
ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีปัญหาปวดท้ายทอยและมึนหัว ทดลองตามวิธีของคุณสุภีร์ นิ่มนวล รูสึกดีขึ้นมาก คงเป็นวิธีการทำกายภาพบำบัดแบบหนึ่งที่ช่วยให้หายปวดท้ายทอย ขอยืนยันว่าอาการผมดีขึ้นมากครับ...
ความคิดเห็นที่ 8

กัลยา
6 ก.ย. 2555
เวลา 22:18 น.

86.69.86.80
ลองทำแล้วดีมาก่ค่ะ ขอบคุณ คุณสุภีร์ มากนะคะ
ความคิดเห็นที่ 9

ลัดดา
24 ก.ย. 2555
เวลา 10:08 น.

113.53.213.8
เพิ่งมีอาการปวดท้ายทอย ก็เลยลองทำวิธีแบบคุณสุภีร์ ไม่แน่ใจว่าต้องทำกี่วันถึงจะได้ผล 
ความคิดเห็นที่ 10

มาลัยวัลย์
26 ก.ย. 2555
เวลา 13:17 น.

182.52.30.127
ตอนนี้มีอาการปวดมา  2   วันเเล้ว  ปวด  มึน  งง  ตื้อในหัวแล้วมีควารู้สึกว่า...ช้าบางครั้ง  แล้วทำให้รู้สึกว่าหัวมันบีบ..ทั้ง   2 ข้าง  บางครั้งมีอาการอ่อนเเรงที่ขา  เเละเเขน  ทำให้เซเวลาเดิน หรือลุกค่ะ  .......อยากรู้จังว่าอาการเเบบนี้มีอัตรายหรือเปล่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11

กฤตยา
27 ก.ย. 2555
เวลา 17:34 น.

118.175.161.5
มีปัญหาเกี่ยวกับปวดท้ายทอยและปวดศรีษะเหมือนกันค่ะ วิธีแก้คือ เดินกะลามะพร้าวค่ะแต่ต้องเป็นกะลามะพร้าวตัวผู้ที่มีรูนะค่ะเดินตอนเช้าและตอนเย็นช่วยได้เยอะนะค่ะตอนนี้ไม่ปวดแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12

kate
13 ต.ค. 2555
เวลา 16:54 น.

58.9.10.206
มีปัญหาปวดท้ายทอย มึน งง จนบางวันเกือนทนไม่ไหวมาเกือบ 3 อาทิตย์แล้วค่ะ ไม่รู้จะทำไงดี หาหมอมา 2 ที่แล้วก็ไม่หาย ต้องทางแต่ยาแก้เวียนศีรษะ ก็ช่วยบรรเทาได้หน่อยค่ะ แต่บางครั้งก็ฝืนไม่ทานยาในที่สุดก็ทนไม่ไหว โดยปกติแล้วอาการที่ปวดจะเริ่มประมาณ 3- 4 โมงเย็นทุกวัน ในบางครั้งก็ลองทานน้ำมะนาวบีบสดๆ 1-2 ลูกผสมเกลือ ก็ช่วยได้นะคะ แต่ที่สำคัญทานติดต่อกันมาเป็นอาทิตย์ จนมีคนทักว่าระวังเลือดจางนะ เลยเลือกทาน หันมาทานโยเกริ์ตแทน ก็ช่วยไม่ได้ ในที่สุดก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ อยากรู้จังค่ะว่าถ้าไม่ทานยาแก้เวีบยศีรษะแล้ว มีวิธีอื่นอีกมั้ยคะ ที่จะช่วยแก้ปัญหาการปวดท้ายทอย มึน งง นี้ได้คะ
ความคิดเห็นที่ 13

Sam
14 ต.ค. 2555
เวลา 12:31 น.

49.48.196.69
สวัสดีครับ.K.Kate คุณลองทำตามคำแนะนำของ คุณจำรัส คุณLuckyและคุณสุภีร์แล้วใช่ไหมครับ? ในการดื่มน้ำมะนาว ลองทำตามสูตรนี้ดูนะก็แก้ปวดหัวได้ครับ
  ให้ดื่มน้ำมะนาว+น้ำผึ้ง+โซดา
วิธีทำ

1.ใช้มะนาวแป้น 2 ลูกผ่า แล้วคั้นเอาน้ำใส่ถ้วยไว้
2.ตวงน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะใส่ถ้วย เทน้ำร้อนใส่เกือบ 1/2 แก้ว คนให้ละลาย
3.เทโซดาขวดเล็กที่แช่เย็นลงในแก้วตวงขนาดใหญ่ รวมทั้งข้อ 1. 2.ด้วย เอาช้อนคน
  ใช้ทำทานตอนเช้า 1 แก้วจะดีมาก ส่วนที่เหลือใส่ตู้เย็นไว้ รอ 2-3 ชั่วโมงก็ควรทานให้หมด
หรือดื่มน้ำส้มสายชูหมักสัปปะรด+น้ำผึ้ง+โซดา ดื่มวันละ 3 แก้ว แล้วอาการจะดีขึ้น
 
วิธีทำ
1.น้ำส้ม 3 ช้อนโต็ะ
2.น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำโซดาแช่เย็น 1 ขวดเล็ก
  เททั้ง 3 อย่างรวมกัน คนให้เข้ากัน รินใส่แก้วดื่มได้เลย ที่เหลือใส่ตู้เย็นไว้กินต่อไปให้หมด 1 วัน
ส่วนวิธีบำบัดปวดหัวไมเกรนนั้นให้ทำตามนี้ดู
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรนมีทั้งภายในและภายนอกร่างกาย และที่ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงมีดังนี้ 
อาหาร  เช่นเบคอน ฮอตดอก และเนื้อหมักไวน์แดง ตับไก่ อาหารที่ใช้ยีสต์ ถั่วเปลือกแข็ง น้ำแอปเปิล องุ่น เบอร์รี่ ชา กาแฟ และไวน์แดง ซัลไฟต์ ที่ใช้ในการหมักไวน์และผลไม้แห้ง
โมโนโซเดียมกลูตาเมตหรือผงชูรส นอกจากนั้นแล้วยังมีช็อกโกแลต เนยแข็ง อาหาร
น้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากหิวหรือกินอาหารคาร์โบไฮเดรตขัดขาวมากเกินไป
อยู่ในภาวะขาดน้ำ
ความเครียด และความวิตกกังวล รวมถึงอาการช็อก
นอนหลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
อยู่ในที่ที่แสงจ้า หรือได้รับแสงจ้าเกินไป
อยู่ในสถานที่หรือได้รับฟังเสียงดัง
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรือฤดูกาล อากาศแห้งหรือลมร้อนแห้ง
การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายหรือการกินยาคุม 
    หากหลีกเลี่ยงปัจจัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่ยังมีอาการอีก ก็สามารถเลือกวิธีบำบัดด้วยตัวเองได้อีกหลายวิธีเช่น
1. กินอาหารต้านไมเกรน 
ได้แก่ ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง (ยกเว้นถั่วเปลือกแข็ง ซึ่งแม้จะมีแมกนีเซียมสูง แต่กลับมีสารแทนนินที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรน) ฟักทองเห็ดหอมสดและ ผักหวาน
2. บำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษ 
น้ำมันหอมระเหยสามารถปรับสมดุลของอารมณ์และจิตใจให้อยู่ในภาวะดียิ่งขึ้น
ใช้ในการเยียวยาอาการไมเกรนมีดังนี้
นวดน้ำมันหอมระเหย ลองหาน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) อย่าง เปปเปอร์มินต์ (peppermint) ที่มีสรรพคุณช่วยทำให้กระปรี้กระเปร่า และลาเวนเดอร์(lavender) ที่ช่วยคลายกังวล ลดความเครียด และอาการซึมเศร้า ติดบ้านไว้บ้าง เมื่อรู้ตัวว่าจะเป็นไมเกรน หรือมีอาการปวด ให้ผสมน้ำมันหอมทั้งสองชนิดนี้อย่างละ 1 หยด ผสมกับน้ำมันอัลมอนด์หอม (sweet almond) 2 ช้อนชา นวดบริเวณขมับและต้นคอเบาๆประคบด้วยน้ำมันหอม ช่วงที่รู้สึกว่ามีอาการเครียดจัดต่อเนื่อง ให้ใช้น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์หรือมาร์จอแรม (marjoram) ประมาณ 2-3 หยด ผสมน้ำ จุ่มผ้าบิดหมาดๆ นำมาประคบบริเวณขมับและหน้าผากทุกวัน 
3. ประคบร้อนและเย็นบรรเทาอาการ 
วิธีที่ 1 ประคบเย็นที่หน้าผากหรือคอ ถ้าอาการไม่บรรเทา ให้ประคบร้อนและเย็นพร้อมกัน โดยประคบเย็นที่หน้าผากและประคบร้อนที่ท้ายทอย ประคบสลับที่กันทุก 2 นาที ทำได้ถึง 6 รอบ
วิธีที่ 2 ใช้ผ้าอุ่นจัดวางที่ท้ายทอย แล้วนวดคอ ไหล่ และสะบัก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคลึงเบาๆที่ขมับ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า วิธีนี้ช่วยลดอาการปวดไมเกรนเนื่องจากความเครียด 
4. คลายปวดกับนวดกดจุด
การกดจุดเพื่อบรรเทาอาการไมเกรนมีอยู่ 3 จุดด้วยกัน คือ 
มือ ให้กดตรงเนินเนื้อที่เชื่อมระหว่างหัวแม่มือและนิ้วชี้ ในแนวตรงสู่กระดูกนิ้วหัวแม่มือ 
คอด้านบน ให้กดย้อนขึ้นไปทางใต้กะโหลกศีรษะข้างๆกระดูกคอ กระตุ้นให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงศีรษะได้ดีขึ้น
เท้า กดที่เนินเนื้อที่เชื่อมต่อหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้ กดไปทางฝ่าเท้า 
  พยายามรักษาสมดุลย์ของร่างกายไว้ให้ดี ตรงไหนเริ่มล้า ปวดเมื่อย ก็พยายามออกกำลังกายเข้าช่วย การออกกำลังกายก็มีหลายทางเลือก สามารถทำได้
5. การรักษาโดยใช้สมุนไพร 
1.ใช้รากบวบกลม หรือบวบเหลี่ยมสด หนัก 1 ขีด ต้มน้ำใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มเป็นน้ำชา 
น้ำขิงจากเหง้าขิงแก่ และน้ำต้มจากต้นกะเพราแดง อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ที่มักเกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะได้ 
2. ใช้ผล ต้น ใบ ดอก และรากของมะตูมนิ่ม ต้มรับประทานช่วยแก้ปวดศีรษะ ตาลาย 
3. กินชาผลิตภัณฑ์ของHerbalife ที่เรียกว่า N-R-G (ผสมน้ำดื่มไม่ต้องทานยาเป็นวิธีธรรมชาติบำบัด) ติดต่อ อภิญญา 0850607716 E-mail : apin2221@hotmail.com
4.ให้ทานพวกวิตามินบ้างเช่นพวกน้ำผลไม้แบบคั้นแยกกาก จะช่วยฟื้นฟูให้เรากลับมาเป็นปกติเร็วขึ้น ได้ทั้งแอปเปิ้ล แครอท สับปะรด มะเขือเทศ เพียงคั้นแล้วทานทันทีเลย อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้เอ็นไซน์มันหายไปในอากาศ 
5.ให้ทานไข่ดองน้ำส้มสัปปะรด(สูตรฮ่องเต้)...สูตรนี้ดีและจะเห็นผลได้เร็วมาก รักษาได้หลายโรคด้วย ทำไม่ยาก เพียงเอาไข่ไก่ใส่โหล ชุดแรก 4 ใบ เทน้ำส้มสัปปะรดให้ท่วมทื้งไว้ 4 วัน พอวันที่ 5 ก็กินใบแรก แล้วเริ่มดองชุดที่ 2 อีก4 ใบเพื่อต่อเนื่องไปเลย
วิธีลดอาการปวดหัวไมเกรน(migraine) และไมเกรนกำเริบ 11 วิธี
 (1). กินอาหารให้ตรงเวลา
 (2). ลดขนม-น้ำตาล
 (3). ไม่ดื่มเหล้าเบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนกระตุ้นทำให้ปวดหัวไมเกรนเพิ่มขึ้น
 (4). ปรึกษาหมอดูว่า เวลาปวดหัวขึ้นมา ควรทำอย่างไร เช่น ควรกินยาอะไรบ้าง ขนาดเท่าไร
 (5). เตรียมยายาแก้ปวดไว้ประจำบ้านและ.ในรถ.. อย่าปล่อยให้ยาหมด เผื่อไว้เลย
 (6). อย่าเปลี่ยนเวลานอน เช่น วันนี้นอนหัวค่ำ พรุ่งนี้นอนดึก ฯลฯ อาจกระตุ้นไมเกรนได้
 (7). นอนให้พอ
 (8). สังเกตอาการ  ของโรคระยะแรกๆว่าช่วงไหนที่เป็นโรคบ่อย... ควรหลีกเลี่ยงงานเลี้ยง งานสังสรรค์พบปะคนจำนวนมาก หรืองานที่มีเสียงดังๆ
 (9). แบ่งงาน อย่ารับงานภาระต่างๆไว้คนเดียวมากๆแบ่งงานให้คนอื่น หรือขอความช่วยเหลือคนอื่นให้รับงานไปบ้าง เนื่องจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียมากเกินแล้ว จะปวดหัวได้ง่าย
 (10). ควรหัดปฏิเสธ หรือพูดคำว่า "ไม่" ให้เป็น เพื่อไม่ให้พวกคนมักมาก หรือคนขี้ขอมาเบียดเบียนจนปวด หัวบ่อยเกิน
 (11). แบ่งเวลา   การให้เวลากับคนอื่นนั้นดี ทว่า... ควรหาเวลาให้กับตัวเอง เพื่อทำอะไรที่เราชอบ หรือพักผ่อนสบายๆ สไตล์เราบ้าง เพื่อลดความเครียด ซึ่งอาจกระตุ้นไมเกรนได้เช่นกัน 
…….ขอให้โชคดีครับ..... 

ความคิดเห็นที่ 14

สมถวิล ยุติธรรม
6 พ.ย. 2555
เวลา 15:05 น.

118.173.3.212
มีอาการมึนและปวดท้ายทอย และบริเวณไหล่ตึงแข็งมาก ทำงานไม่ค่อยไหวไม่ทราบวิธีแก้เคยไปหาหมอหมอบอกว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ให้ยามากินหลายขนานก็ไม่ดีขึ้น  ก็อยากถามท่านที่เคยเป็น แล้วมีวิธีแก้อย่างไรบ้างคะ
ความคิดเห็นที่ 15

naby
8 พ.ย. 2555
เวลา 15:18 น.

58.11.238.48
ผมปวดหัวบริเวณท้ายทอยเป็นมาเกือบเดือนแล้วทรมาณ มาก แต่แปลกตรงที่ปวดเฉพาะเวลานั่ง ยืน เดิน ถ้า อยู่ในท่านอนราบ สักพักจะหายปวด หรือยืนโก้งโค้งเอาหัวปัก ลุกข฿้นมาจะหาย  แตสักพักก็ค่อยๆปวดอีก  มีใครเป็นเหมือนผมมั้ย
ความคิดเห็นที่ 16

หลิวครับ
9 พ.ย. 2555
เวลา 21:28 น.

110.164.55.15
ผมมีอาการปวดท้ายทอยหนักๆ บอกกับมึวหัว มาหลายวันแล้ว หาหมอมาสองสามครั้งแล้วครับ มันทรมารมากเลยครับ คิดอะไรไม่ออกเลย ต่เมื่อลองทำตามคำแนะนำของคุณสุภีร์รู้สึกดีขึ้นทันทีเลยครับ 
ความคิดเห็นที่ 17

Prasith Charls
12 พ.ย. 2555
เวลา 8:32 น.

223.206.194.84
ส่วนอาการปวดท้ายทอยของผมนั้น เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วครับ สังเกตุมาจาก การที่ผมเล่นยกน้ำหนักมากเกินไป เมื่อเกิดการกลั้นหายใจเป็นเวลาถี่ๆ ติดต่อกัน เหมือนกับว่าอากาศภายในร่างกายน้อยลง จะปวดที่ท้ายทอยมาก หรือเป็นเพราะอากาศเย็นหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ ไม่ทราบว่าเป็นอาการเดียวกันกับ คห.ที่ 1 หรือเปล่าครับ หรือว่ามีวิธีแก้อย่างอื่นหรือเปล่า?
ความคิดเห็นที่ 18

KETSRKUN
12 พ.ย. 2555
เวลา 20:39 น.

113.53.210.140
ปวดท้ายทอยตอนตื่นนอนกลางคืนรู้ทรมานมากเป็นบ่อยและตอนนี้ความดันก็สูงแต่คุณหมอไม่ให้กินยาลดความดัน(เป็นโรคไทรอย์ด)มีวิธีใดบ้างที่ช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว
ความคิดเห็นที่ 19

ja
16 พ.ย. 2555
เวลา 19:31 น.

180.183.128.201
ลองไปวัดความดันดู ความดันสูงก็ปวดท้ายทอย
ความคิดเห็นที่ 20

LUMPHUN
20 พ.ย. 2555
เวลา 14:12 น.

49.49.18.226
ปวดท้ายทอย ข้างซ้ายประมาณหลังใบหู ปวดแบบจี๊ดๆ ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ปกติปวดหัวบ่อยอยู่แล้วแต่คราวนี้ปวดแปลกๆเหมือนโดนเข็มแทง จี๊ดแล้วหายจี๊ดแล้วหายตลอด หมอให้ยาคลายกล้ามเนื้อมาทานก็ดีแป๊บเดียว ใครทราบสาเหตุว่าเป็นโรคอะไรช่วยแนะนำวิธีรักษาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
123456789
ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ ย้ายไปเว็บบอร์ดใหม่ ที่นี่ เว็บบอร์ดใหม่Webboard New
--