ย้อนกลับเว็บบอร์ด >
การทำน้ำฟักข้าวทานที่บ้านอย่างง่าย
ทิน
17 มี.ค. 2556
เวลา 20:02 น.

180.180.194.149
ผู้ชม 10436 ครั้ง
วันนี้มีวิธีการทำน้ำฟักข้าวมาฝาก อย่างที่ทราบกัน ฟักข้าวเป็นพืชที่มีวิตามิน A สูงมาก มีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูงเช่น Oleic Acids, Palmilic Acids,Linoleic Acids และสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ เช่น เบต้าแคโรทีน และไลโคปีน (อาจารย์บอกมาครับ) และมีแคลเชี่ยมสูงด้วยครับ เพราะฉนั้นผมจึงมีความเชื่อว่าฟักข้าวเป็นอาหารที่มีประโยชน์กับคนทุกคนตั้งแต่เด็กจนถึงคนชราและสามารทานได้หมด จะช่วยเป็นอาหารเสริมที่รางกายขาดหายไปได้ น่าจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และมีงานวิจัยที่พบว่ามันมีสารที่เป็นประโยชน์ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ และโรคโลหิตจางในเด็กเป็นต้น สารที่ช่วยให้ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคที่กล่าวมาคือ ไลโคปีน ที่มีมากในมะเขือเทศ แต่ในฟักข้าวมีมากกว่ามะเขือเทศถึง 70 เท่าเลยทีเดียว ต่างประเทศเค้าเอามาทำเป็นอาหารเสริมจำหน่ายทำเป็นธุรกิจอย่างเป็ยล่ำเป็นสันกันเลยทีเดียวครับ เอาหละเรามาดูวิธีการทำน้ำฟักข้าวกัน

ต้องใช้ฟักข้าวสุกนะครับ(ลูกที่สีแดงแจ๊ด)

1.แยกเยื่อหุ้มเมล็ดออกจากเมล็ดก่อนนะครับ โดยวิธีขยำแยกเยื่อหุ้มออกจากเมล็ด แต่วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือใช้ตะกร้อตีไข่ครับ ข้อควรระวังอย่าทำให้เมล็ดแตกเป็นอันขาดเพราะจะทำให้ขมจนดื่มไม่ลงเลยทีเดียว

2.ใช้ช้อนควักเอาเนื้อของผลออกมาด้วย (เนื้อจะทำให้น้ำฟักข้าวเนียนนุ่มน่ารับประทานและทำหน้าที่แทนเจลลาตินให้น้ำเป็นวุ้นเข้มข้น)

3.นำเนื้อฟักและเยื่อหุ้มเมล็ด ปั่นให้ละเอียด

4.ละลายน้ำตาลในหม้อให้ละลายให้หมดก่อน แล้วเติมส่วนผสมจากข้อ 3 ลงไปคนให้เข้ากันกับน้ำละลาย นำไปเคี่ยวด้วยไฟปานกลาง สังเกตุการคนครั้งแรกจะเกิดฟองอากาศค่อนข้างมาก แต่เมื่อคนไปเรื่อยๆ ฟองจะลดลงจนหายไป แสดงว่าเข้ากันดีแล้ว ในขณะที่ต้มคนบ่อย ๆ นะครับจะได้ไม่ไหม้ที่ก้นหม้อต้ม ถ้าไหม้ก็หมดกัน เททิ้งถ้าทานไม่ได้

5.เมื่ออุณหภูมิได้ที่แล้วนำไปลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วด้วยน้ำ โดยนำน้ำใส่กาลมังแล้วนำหม้อต้มไปแช่และกวนไปด้วยให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นน้ำเย็นได้ยิ่งดี เหตุผลเพื่อรักษาคุณภาพ กลิ่นและรสชาติของผลไม้ไว้ให้ได้มากที่สุด

7.บรรจุขวดปิดฝาให้สนิท แช่น้ำเย็นอีกครั้งหนึง ก่อนนำเข้าตู้เย็นในช่องธรรมดานะครับ ให้เย็นจัดจะอร่อยมาก ถ้าจะให้ถึงใจต้องแช่น้ำแข็ง สุดยอด (อุณหภูมิน่าจะอยู่ที่ 45-50 องศาซีครับ)

ข้อควรระวัง ควรเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา หรือให้อยู่ในความเย็น เก็บไว้ทานได้ ประมาณ 15-20 วัน ไม่เสียรสชาดเติมเต็มกันตามความชอบนะครับ

หมายเหตุ: สาเหตุที่ต้มก็เพราะนอกจากจะเป็นการฆ่าเชื้อที่เป็นอันตรายต่อทางเดินอาหารแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เป็นกาเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของไลโคปีนด้วย ซึ่งร่างกายจึงจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
 
ความคิดเห็นที่ 1

Sam
17 มี.ค. 2556
เวลา 23:35 น.

49.48.199.155
 ขอบคุณครับ หน.ทิน ที่นำสิ่งดีๆมานำเสนออีกเช่นเคย
เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมกับลูกน้องกะเหรี่ยงไปหาเก็บหมามุ่ยที่แก่จัดกัน(โคตรคันเลย) เพื่อให้พวกเขากินกันแทนยาไวอาก้า ก็เลยได้พบกับลูกฟักข้าวที่แก่เป็นสีส้มแดงอยู่หลายลูก ก็เลยเก็บเอามาเพื่อจะเพาะแล้วปลูกในที่ดินที่ว่างๆ
 กะเหรี่ยงบอกว่า ถ้าพี่จะปลูกฟักข้าว ก็ต้องเอาเม็ดมันไปเจียกับหินเจียให้ถึงข้างในมันก่อนด้านใด้านหนึ่งแล้วถึงเอาไปแช่น้ำชีวภาพไว้ ๑ คืน แล้วเอาใส่ถุงดำไว้ ๔-๕ วัน มันก็จะงอก แล้วเลี้ยงให้โตถึงค่อยเอาไปปลูกและอายุของมันจะอยู่กัยเราได้ถ้าบำรุงดีๆก็แค่ ๕๐ ปีเอง ครับ...
ความคิดเห็นที่ 2

ทิน
18 มี.ค. 2556
เวลา 22:14 น.

180.180.198.128
ผมใช้สุูตรนี้ครับ เอามาจากเว็บบอร์ดเรานี่แหละครับ ได้ผลจริงๆ
วิธีเพาะใช้ดิน ๒ ส่วน ขุยมะพร้าว ๑ ส่วน แกลบดำ ๑ ส่วน ปุ๋ยคอก ๑ ส่วน หรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน คลุกให้เข้ากันไส่กระถางหรือถุงเพาะรดน้ำให้ชุ่มรอไว้ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เริ่มจากแกะเปลือกเมล็ดฟักข้าวออก ให้พอเห็นส่วนแหลมหรือทั้งเมล็ดยิ่งดี อย่าให้ช้ำ แล้วกดส่วนแหลมของเมล็ดลงในวัสดุเพาะที่รดน้ำจนชุ่ม กดให้เมล็ดฟักข้าวลึกลงไปในดินประมาณ ๒ ซม. ส่วนแหลมของเมล็ดจะเป็นรากที่งอกลงไปในดิน มีหลายคนเอารากส่วนแหลมชี้ขึ้นฟ้า จึงตาย

ต่อจากนั้นควรใช้ถุงใส เจาะรูบางส่วน ครอบไว้เพื่อรักษาความชื้นด้วย ควรปกปิดพรางแสง ๕๐ %
รดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน เมล็ดจะเริ่มงอก หลังจากลงถุงเพาะประมาณ ๑๕ วัน และจะทยอยงอกเพิ่มขึ้นตามความสมบูรณ์ของเชื้อ และสามารถลงหลุมปลูกได้ตั้งแต่มีใบ ๕-๑๐ ใบ ถ้ายอยาวเกินไป ก่อนปลูกก็สามารถตัดยอดทิ้งให้เหลือประมาณ ๓๐-๔๐ ซม.ตามความเหมาะสมของต้น
ฟักข้าวแข็งแรง ทนทาน อายุ ๑๐ ปีขึ้นไป ไม่ควรปลูกในที่ลุ่มที่น้ำท่วมขังนานเกิน ๕ วันไม่เช่นนั้นเรียบร้อยโรงเรียนจีนตายครับท่าน
ความคิดเห็นที่ 3

ป้าแดง
20 มี.ค. 2556
เวลา 13:20 น.

58.11.23.175
เคยเอาเนื้อฟักข้าวมาปั่นด้วย ทำไมขมคะเลยต้องทิ้งไป ใช้ได้ฉพาะเยื่อหุ้มเมล็ดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4

ทิน
20 มี.ค. 2556
เวลา 20:17 น.

180.180.197.190
ตอนขูดเอาเนื้อต้องขูดบางๆอย่าให้ขูดให้ถึงเนื้อที่ติดเปลือกครับ
ความคิดเห็นที่ 5

สายริกา
11 ม.ค. 2557
เวลา 12:12 น.

27.55.239.87
ที่ไร่ก็มีขึ้นเองเยอะเลยอยากปลูกจริงจังแต่ไม่รู้ตลาดเป็นยังไงอยู่ที่ไหน
ความคิดเห็นที่ 6

สายริกา
11 ม.ค. 2557
เวลา 12:12 น.

27.55.239.87
ที่ไร่ก็มีขึ้นเองเยอะเลยอยากปลูกจริงจังแต่ไม่รู้ตลาดเป็นยังไงอยู่ที่ไหน
ความคิดเห็นที่ 7

sam
11 ม.ค. 2557
เวลา 20:34 น.

49.48.199.225
ถ้าจะปลูกฟักข้าวให้เป็นอาชีพ คุณต้องไปเข้ารวมกลุ่มกับเขาครับ...ถ้าปลูกคนเดียวตลาดจะหายากครับ...เช่นคุณไปเข้ากลุ่มกับ อ.รัตนพงษ์ จันทวงค์ อยู่ที่ ท่าปักไม้ลาย กำแพงแสน จ.นครปฐม หรือติดต่อคุณดุลยวัฒน์ โทร 081-7896459 หรือคุณ ทนงศักดิ์ อุดมทรัพย์ 081-2668104,085-3009472 อายุของฟักข้าว จะเก็บเกี่ยวได้ 30-50 ปีครับ
ความคิดเห็นที่ 8

สายริกา
14 ม.ค. 2557
เวลา 0:05 น.

27.55.227.121
ใครอยากได้เมล็ดไปปลูกติดต่อได้นะคะ0859749263แต่ต้องโทรมืดๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 9

สุภัทรี ชาติวิเศษ
7 เม.ย. 2557
เวลา 2:41 น.

171.5.180.142
1.ฟักข้าวลูกประมาน 1 กก.เติมน้ำเท่าไรคะ 2.ลูกขนาดนี้ถือว่าเป็นพันธ์ุพื้นเมืองหรือที่ปรับปรุงแล้วคะ
แสดงความคิดเห็น
--
เนื้อหา (Content) :
ชื่อ (Name)          :
อีเมล์ (E-mail)      :
*