ป้ายคำ: เกาต์ (6)

ไข่ดอง..บำบัดโรค (ตำรับฮ่องเต้)

ไข่ดอง...ตำรับฮ่องเต้
บำบัด.....เส้นเลือดตีบ  ครอเรสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง-ต่ำ
เบาหวาน ปวดเมื่อย  บวม  ชา  มือเท้าแข็ง ไหล่ติด  อัมพฤกษ์ อัมพาต
ละหายหินปูน เกาต์ ตับ ไต บำรุงสายตา   นอนไม่หลับ

 
      ช่วงผมเดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดชัยภูมิ คุณศรีนวล-คุณบรรเจิด  คำแดงและลูกๆ จากจังหวัดหนองคายทราบข่าว จึงขับรถมาเยี่ยมผมพร้อมของฝากมากมาย คุณบรรเจิดบอกอยากเห็นหน้าคุณจำรัส และถือโอกาสขอบคุณที่ได้แนะนำสิ่งดีๆในการดูแลสุขภาพทำให้ครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง การพบกันครั้งนั้นคุณบรรเจิด แนะนำให้ผมไปสัมภาษณ์คุณไอยริณ  จันทร์เกษรอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เธอมีสูตรไข่ดองตำรับฮ่องเต้สามารถบำบัดไดหลายโรค



      หลังจากนั้น เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๒ ผมได้เดินทางไปจังหวัดพิษณุโลก  เพื่อขอสัมภาษณ์คุณไอยริณจันทร์เกษร เธออยู่ที่บ้านเลขที่ ๔๕๙/๑๙๑ หมู่บ้านชินลาภ หมู่ ๗ ตำบลสมอแข  อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผมไปถึงที่นั่น เวลาประมาณ ๑๖.๓๐น. เธอออกมายืนรอหน้าบ้านแล้วเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปในบ้าน ภายในบ้านที่โต๊ะรับแขกเธอเตรียมอุปกรณ์ที่จะสาธิตการทำไข่ดองให้ดู
      คุณไอยริณ เล่าให้ฟังว่าเมื่อไม่นานมานี้มีป้าสามีภรรยาคู่หนึ่งอายุมากแล้วเขาเคยปวดขาขนาดใช้ไม้เท้าสี่ขาเดินมาสิบกว่าปีแล้ว เขาบอกว่าเขากินไข่ดองเพื่อสุขภาพแล้วหาย เขาก็ให้เอกสารมาศึกษา จากนั้นก็ลองทำดู แล้วให้สามีรับประทาน ผลปรากฏว่าสามีที่เคยมีอาการปวดๆเมื่อยที่หัวเข่าพอกินไข่ดองถึงลูกที่เก้าอาการปวดเข่าหรือเข่าลั่นก็หายไป  อาการเข่าลั่นคือนั่งนานๆไม่ได้มันจะปวดหัวเข่าลุกไม่ไหว เวลานั่งต้องนั่งเหยียดขา สามีทึ่งมากกับยาสูตรนี้ก็เลยแนะนำเพื่อนบ้านที่เจ็บป่วยด้วยโรคเส้นเลือดตีบตัน ความดัน เบาหวาน แม้กระทั่ง ไหล่ติด ชาตามตัว ก็แนะนำให้กินพอกินแล้วอาการดีขึ้นแทบทุกคนมีอยู่รายหนึ่งเป็นอัมพฤกษ์จากอุบัติเหตุป่วยมา ๑๕ ปี ชาที่ขาขนาดยุงกัดไม่รู้สึกตัวเขาก็เป็นคนจนคุณไอยริณก็เลยซื้อไข่มาทำให้กิน กินวันละฟองจนครบร้อยฟองตอนนี้ยุงกัดรู้เรื่องแล้ว เขาเริ่มมั่นใจว่าสุขภาพเขาดีขึ้นถึงแม้จะยังเดินไม่ได้เนื่องจากเขาเป็นมานาน
      คุณไอยริณ ส่งเอกสารให้ผมดู ในเอกสารบอกว่ายาอายุวัฒนะสูตรนี้ เป็นตำรายาโบราณของจีนในสมัยของพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้และได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตำรายานี้ได้แพร่ไปทั่วประเทศในแถบเอเชียและในหมู่ชาวจีนในประเทศอเมริกา ผู้นำยามาเผยแพร่คนแรกได้นำยามารับประทานเองและแนะนำให้เพื่อนฝูงรับประทานด้วย ได้ผลดีเหมือนปาฏิหาริย์ สามารถรักษาได้หลายโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคของผู้สูงอายุ ผู้เผยแพร่รับประทานยาไปแล้วกว่า ๑๐๐ ฟอง ได้ผลดี สังเกตจากการเดินขึ้นลงบันไดจะไม่เหนื่อยเหมือนแต่ก่อน เพราะหัวใจจะแข็งแรงมากเป็นพิเศษ


      ในตำรายังบอกอีกว่าสามารถรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เลือดข้นและเลือดเหนียว เบาหวาน   ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ  ลดไขมันในเลือด ( ทั้งครอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ ) ไทรอยด์ อัมพฤกษ์หรืออัมพาต  อันเนื่องมาจากเส้นโลหิตในสมองตีบ ละลายหินปูน  อาการปวดเมื่อย ชา  ตึง และบวมตามร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ปวดเข่า ปวดหลัง ขาไม่มีแรง ( ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเกิดจากหินปูนที่งอกพอกกระดูกสันหลังเบียดหรือทับเส้นประสาท ) โรคข้ออักเสบ ( เช่น ข้อมือแข็งและงอไม่ลง ) ไหล่ติด อาการหน้ามืดบ่อยๆ หมดความรู้สึกทางเพศ  ทำให้หลอดเลือดสะอาดเลือดหมุนเวียนได้สะดวก สร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ไม่เกิดสิว แผลสดจะหายเร็วกว่าปกติ ใบหน้าอ่อนกว่าวัยแข็งแรงกว่าเดิม
       ตำรายานี้ดูแล้วเป็นตำราที่รักษาโรคครอบจักรวาล ตำรายายังบอกอีกว่ารับประทานยานี้ไม่มีผลข้างเคียงเพราะมาจากธรรมชาติสุดแสนประหยัด ทำเองได้ง่าย ระหว่างผมนั่งอ่านตำราอยู่นั้นคุณไอยริณ ก็เตรียมจัดอุปกรณ์เพื่อสาธิตให้ผมดู และเล่าถึงขั้นตอนต่างๆในการผลิตไข่ดองเพื่อสุขภาพให้ฟัง      
       “ อุปกรณ์นอกจากมีขวดโหลแก้วแล้วก็มีไข่ไก่และน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรด ขวดโหลแก้วควรเป็นขนาดเบอร์ แปด จำนวน ๒ ใบกรณีที่ต้องการทำกินต่อเนื่อง ซึ่งจะไม่ซ้อนกันเพราะถ้าซ้อนกันไข่จะมีโอกาสแตกได้ง่าย ส่วนน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรดค่อนข้างจะหาซื้อยาก น้ำส้มสายชูที่หมักจากสับปะรดแท้ ๑๐๐ % นั้น จะมีกรดน้ำส้ม ๔.๒ % มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อต้องมีมาตรฐานการผลิตสูง น้ำส้มจึงจะมีสีชาอ่อน สดใส เก็บไว้ได้นาน ประมาณ ๓ ปี จึงจะหมดอายุ
       น้ำส้มสายชูหมักที่มีคุณภาพเหมาะสมต้องมีกรดส้มอยู่ประมาณร้อยละ ๔.๒ ถึง ๔.๕ และต้องทำให้เปลือกไข่นิ่มหลังจากดองได้ ๑-๒ วัน อาจสังเกตเพิ่มเติมได้ว่าทันทีที่เริ่มดองจะมีฟองอากาศ ( ก๊าช ) เล็กๆจำนวนมากมายออกจากเปลือกไข่ในส่วนที่สัมผัสกับน้ำส้มสายชู  สำหรับไข่ไก่ที่นำมาทำห้ามแช่เย็นก่อน ถ้าใช้ไข่เก่าจะเน่าเสียหมด จะทำให้เสียทั้งน้ำส้ม ไข่และเสียเวลา”
       ผมสังเกตสีหน้าของคุณไอยริณ เธอเล่าไปยิ้มไปอย่างมีความสุขที่ได้ถ่ายทอดสิ่งดีๆที่เธอได้ประสบมาเพื่อถ่ายทอดให้กับผู้เจ็บป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานมานานให้หายป่วย
        “  การเตรียมไข่ให้เช็ดผิวไข่ไก่ให้สะอาดอาจจะแช่น้ำหรือขัดในน้ำด้วยสก็อตไบร์เบาๆ เช็ดให้แห้งแล้วนำไปเรียงในขวดโหลแก้ว หนึ่งขวดต่อไข่ไก่ ๘ ฟอง เทน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรดลงไปให้ท่วมไข่ไก่ ทิ้งไว้นาน ๔-๕ วันเต็ม ยาจะได้ที่พอดีเปลือกไข่จะยุ่ยเหมือนแป้ง ไข่จะนิ่มทั้งฟอง
        ภายในหนึ่งหรือสองวันแรกไม่ควรปิดฝาขวดให้แน่น เพื่อให้แก็สที่เกิดขึ้นระบายสู่บรรยากาศได้โดยง่าย หลังจากนั้นควรปิดฝาขวดโหลให้ครบ ๔-๕ วัน จึงนำไข่ออกมารับประทานวันละฟองจนหมดจึงทิ้งน้ำส้ม เมื่อเหลือไข่ ๔-๕ ฟองให้ดองโหลที่สอง เพื่อจะได้รับประทานอย่างต่อเนื่อง
        “ แล้ววิธีการรับประทานทำอย่างไรครับ”  ผมถามด้วยความสงสัยดูกรรมวิธีการผลิตทำไมมันง่ายเหลือเกินเวลารับประทานจะยุ่งยากหรือเปล่า
        “ ไม่ยากค่ะ แค่เอาไข่ที่ดองแล้วซึ่งมีลักษณะนิ่มๆ มา ๑ ฟอง ล้างน้ำ โดยใช้นิ้วลูบเปลือกไข่เบาๆเปลือกไข่จะยุ่ยหลุดออกมาเหมือนแป้งจนเกือบหมดเหลือเพียงเยื่อใสๆซึ่งหุ้มไข่ขาวและไข่แดงอยู่ภายใน นำไข่ใส่ไว้ในแก้วแล้วป้องกันไข่กระเด็น แล้วใช้ไม้จิ้มฟันเจาะไข่เอาเยื้อหุ้มไข่ทิ้ง นำทั้งไข่ขาวและไข่แดงมารับประทานหลังอาหารเช้าวันละ ๑ ฟอง ห้ามรับประทานตอนท้องว่าง ถ้ารับประทานยากให้ผสมน้ำผึ้งรับประทานก็ได้”
        “ ฟังคุณไอยริณเล่าแล้วตื่นเต้นอยากลองแล้วมีข้อห้ามอะไรบ้างหรือเปล่าครับ”
        “ ข้อห้ามคือห้ามทำให้สุกเด็ดขาด น้ำส้มจะเสื่อมสภาพ หลังรับประทานยาห้ามดื่มน้ำเย็นในทันทีอาจทำให้อาเจียนคลื่นไส้ ถ้าหายดีแล้วควรรับประทานเป็นประจำ แต่ลดยาลงเหลืออาทิตย์ละ ๒-๓ ฟอง ทุกครั้งที่รับประทานยาห้ามนอนในทันที แต่ควรหาอะไรทำไปพลางๆก่อน เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เดินในร่างกายได้ทั่วถึง
        การรับประทานยาหลังอาหารมื้อเช้าประมาณ ๑๐-๑๕ นาที จะดีที่สุด แล้วดื่มน้ำมะนาวหรือรับประทานของเปรี้ยวอื่นๆชิ้นเล็กๆตบท้ายด้วยจะช่วยให้รู้สึกดีมาก
        “แล้วอาการแพ้มีบ้างไหมครับ” ผมถามไปจดบันทึกไป
        “ มีน้อยมากจะพบเฉพาะบางรายเท่านั้นเมื่อรับประทานยาติดต่อกันหลายวันอาจมีอาการร้อนใน เช่น ปากเป็นเม็ด ริมฝีปากแห้ง หรือมีขี้ตา ก็ควรหยุดรับประทานยาชั่วคราว แล้วแก้อาการร้อนในด้วยการรับประทานยาเขียวตราใบห่อชนิดระบายอ่อนๆ
       ในบางกรณีอาจเกิดอาการปวดหรือชาอาจเป็นมากขึ้นภายในหนึ่งหรือสองวัน ให้อดทนรับประทานต่อไป ซึ่งโดยทั่วๆไปแล้วอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ ที่ปวดๆชาๆก็เนื่องจากช่วงยาออกฤทธิ์ใหม่ๆเริ่มขับอาการของโรคที่ซ่อนอยู่ออกมาจะเป็นลักษษณะนี้ประมาณ ๒-๓ วัน เมื่อตัวยาขับอาการของโรคออกแล้วจะรู้สึกดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่กำลังป่วยอยู่แล้ว
        ผมฟังคุณไอยริณเล่าแล้วรู้สึกว่าตำรายานี้ช่างมหัศจรรย์จริงๆทั้งจากการบอกเล่าของผู้ป่วยหลายรายที่เล่าให้คุณไอยริณฟังและประสบการณ์ตรงของสามีคุณไอยริณเอง ทำให้เราค่อนข้างจะเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น
        สำหรับผู้ป่วยที่มีผลการตรวจของแพทย์เป็นตัวเลขยืนยันที่ชัดเจน เมื่อรับประทานยาติดต่อกันประมาณ ๓๐ ฟอง แล้วไปพบแพทย์เจาะเลือด ผลจะปรากฏว่าระดับของน้ำตาล ความดัน ครอเรสเตอรอล  ไตรกลีเซอไรด์ จะลดลงใกล้เคียงปกติทุกคน ยังไม่เคยมีใครรับประทานยานี้แล้วไม่ได้ผล เพียงแต่ต้องทำยาให้ถูกวิธีสะอาดและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
        มีหลายรายที่ป่วยอันเกิดจากหินปูนกดทับเส้นประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเกิดอาการปวดเมื่อย ชา ปวด บวม ข้อและเข่าอักเสบ  ไหล่ติด นิ้วมือเท้าแข็ง  ตับ  ไต เกาต์ ไทรอยด์ จนกระทั่งโรคนอนไม่หลับ ตัวยานี้จะรักษาได้ผลดีและรวดเร็ว เพราะน้ำส้มจะค่อยๆละลายหินปูนตามข้อต่างๆรวมทั้งนิ่วในไต น้ำส้มจะทำให้เส้นประสาทสั่งการจากสมองทำงานได้สมบูรณ์ด้วย
       สรุปแล้วโรคต่างๆล้วนเป็นโรคที่เกิดขึ้นภายในร่างกายและเกี่ยวกับระบบเลือดทั้งสิ้น ซึ่งสาเหตุหลักคือ ผนังหลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะเส้นเลือดฝอยในสมองและส่วนต่างๆทั่วร่างกายทำให้เลือดไปไหลเวียนไม่สะดวกไปไม่ทั่วถึง ไม่สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์เนื้อเยื่อได้ทั่วถึง ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อส่วนนั้นอ่อนแอมีของเสียตกค้างในเซลล์ เป็นสาเหตุทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่อวัยวะส่วนนั้นและมีโอกาสพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
        ไข่ดองน้ำส้มสายชูหมักสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยน้ำส้มสายชูที่แฝงตัวไปกับไข่ในรูปของอาหารจะค่อยๆทำความสะอาดผนังหลอดเลือดทุกเส้นโดยเฉพาะเส้นเลือดฝอยทำให้หลอดเลือดสะอาด เลือดไหลเวียนได้สะดวก เมื่อเลือดลมไหลดีโรคทุกโรคก็ไม่เกิด
       ต้องขอขอบคุณ คุณไอยริณ จันทร์เกษร ที่ได้นำสูตรยานี้มาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน  ท่านผู้อ่านจะศรัทธาทำตามหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของท่านนะครับ    ผมต้องขออภัยครอบครัวคุณไอยริณ ไว้เป็นอย่างสูง ที่เสียงโทรศัพท์ดังมาไม่ขาดสาย มากเกินกว่าจะรับไหว เนื่องจากปัจจุบันคนเราเจ็บไข้ได้ป่วยเยอะ ต่างไขว่ขว้าหาทางเยียวยาตัวเอง
        เมื่อไม่นานมานี้ผมไปเห็นน้ำส้มสายชูทีหมักจากสับปะรดยี่ห้อใหม่ขายที่ท็อปซุปเปอร์มาเก็ต ..ชื่อชินนิ ผลิตโดย บริษัทไทยรสทิพย์ จำกัด อยูที่ถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โทร.๐-๒๔๓๑-๓๐๖๒ แต่ขายโดยบริษัท พีพีดี.เซลล์จำกัด อยู่ที่ถนนสุขาภิบาล ๑ แขวงคลองจั่น  เขตบางกะปิ กทม.โทร.๐-๒๓๗๔-๑๖๐๑ มือถือ ๐๘-๑๖๑๙-๔๖๑๒ จริงๆแล้วใช้ตราไหนก็ได้ที่ทำจากสับปะรด บังเอิญผมมีที่อยู่ของบริษัทนี้เลยอำนวยความสะดวกให้ ไดมอนด์ก็ดี จะให้ดีจริงๆและประหยัดต้องทำเองครับ ฮ่าๆๆ



       ให้โทรสั่งซื้อน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรดนะครับ เรื่องไข่ดองฮ่องเต้ เขาไม่รู้ ที่จริงผมก็เขียนละเอียดแล้ว อ่านแล้วทำได้เลย
        พอบอกไข่ไก่ จะโทรมาถามไข่เป็ดได้ไหม มิน่าคุณไอยริณถึงขยาด จำรัส เซ็นนิล ๐๘-๒๗๙๖-๙๕๒๗  ผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆๆ

     การทำน้ำส้มสายชูจากสับปะรดใชเอง  ดูเรื่องเล่าสุขภาพหัวข้อ..น้ำส้มสายชูสับปะรด

                                                                   ----------------------------------------------------

มะเร็ง "ผักกระสัง"

                     ผักกระสัง

                  ต้านมะเร็ง- เก๊าต์-ข้ออักเสบ

                                    จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                ผักกระสังเป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกาใต้ มาอยู่เมืองไทยนาน  ถ้าใครสังเกตจะเห็นขึ้นตามที่ชื้นแฉะทั่วไป ต้นไม่สูงอยู่เป็นพุ่ม ออกยอดเป็นเหมือนเส้นด้ายชูขึ้นฟ้ามีเมล็ดเกาะกันเป็นช่อ คล้ายช่อเมล็ดพริกไทย ต้นเล็กๆ ลำต้นใสๆ
           มีการศึกษาวิจัยในปัจจุบันพบว่า ผักกะสังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมีวิตามินซีสูง เรียกได้ว่าวิตามินซีน้องๆ มะนาว คือมะนาว ๑๐๐
กรัม มีวิตามินซี ๒๐ มิลลิกรัม ส่วนผักกะสังมีอยู่ ๑๘ มิลลิกรัม รวมทั้งทางสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เคยวิเคราะห์หาธาตุอาหารในพืชผักต่างๆ พบว่าผักกะสัง ๑ ขีด หรือ ๑๐๐ กรัม มีเบต้าแคโรทีน ราว ๒๘๕ ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล การที่ผักกะสังมีธาตุอาหารต้านมะเร็งอยู่สูงขนาดนี้ ผักกะสังจึงจัดว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง
         หมอยาพื้นบ้านของไทยใช้ผักกะสังเป็นยาไม่มากนักส่วนใหญ่ใช้พอกฝีและสิวโดยใช้ต้นสดตำพอกฝี หรือใช้น้ำคั้นทาสิว ในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ใช้ทั้งต้นสดบดประคบฝี หรือตุ่มหนอง และโรคผิวหนังอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งจากการศึกษาสมัยใหม่พบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านแบคทีเรียหลายชนิด ทั้งยังมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งจะช่วยกำจัดเนื้อตายทำให้ฝีแตกได้ง่าย และสิวยุบเร็วขึ้น


          “ ผักกะสังรักษาเริมและมะเร็งเต้านม” ความรู้นี้ไม่ค่อยแพร่หลายนักแต่แมะ (มือลอ มะแซ) ที่บ้านกำปงบือแน ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลาบอกว่า ผักกะสังเป็นยารักษาเริม มะเร็งเต้านม และฝี ในการรักษาเริมนั้นจะนำต้นผักกะสังผสมกับขมิ้นและข้าวสาร
(ฮูยงงูกุมาตอกูยิ) ตำให้ละเอียดแล้วพอกทิ้งไว้ ๑ คืน และนำใบมาตำขยำแปะทาเม็ดที่เป็นใต้ราวนม แก้มะเร็งเต้านม ข้อมูลที่ว่าผักกะสังใช้รักษามะเร็งนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยและเป็นที่น่าทึ่งตรงที่ว่ามีรายงานการศึกษาพบว่า สารในผักกะสังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งด้วย นอกเหนือไปจาก
การแก้อักเสบและแก้ปวด
         ปัจจุบันมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีฤทธิ์ต้านการอักเสบมีฤทธิ์แก้ปวด และไม่มีพิษภัย
ประเทศฟิลิปปินส์ก็มีการกินผักกระสังสดๆ หรือนำมาต้มกิน เพื่อรักษาโรคเก๊าและข้ออักเสบ โดยวิธีการต้มให้นำผักกระสังต้นยาวสัก ๒๐ ซม.
ต้มกับน้ำ ๒ แก้ว ให้เหลือประมาณ ๑ แก้ว แบ่งรับประทานครั้งละ ครึ่งแก้ว เช้า-เย็น นอกจากนี้ชาวฟิลิปปินส์ยังใช้ทั้งต้นสดบดประคบฝี
หรือตุ่มหนอง
        ส่วนในมาเลเซียเชื่อว่าการรับประทานผักกระสังจะช่วยรักษาโรคตาและต้อ (glaucoma) การศึกษาวิจัยในปัจจุบันยังพบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมี วิตามินซีสูง เรียกได้ว่าวิตามินซีน้องๆ มะนาว คือ มะนาว ๑๐๐ กรัมมีวิตามินซี ๒๐ มิลลิกรัม ส่วนผักกระสังมีอยู่ ๑๘ มิลลิกรัม ทางสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เคยวิเคราะห์หาธาตุอาหารในพืชผักต่างๆ พบว่าผักกระสัง ๑ ขีด หรือ ๑๐๐
กรัม มีเบต้า – แคโรทีนราว ๒๘๕ ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล ลองนึกดูเบต้า-แคโรทีนของสดของแท้หาไม่ได้จากแคปซูล มีเฉพาะ
ในผักสดๆ เท่านั้น และผักกระสังมีอยู่สูงขนาดนี้ ผักกระสังจึงจัดว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง
             ผมขอแนะนำยำผักกระสัง ตำรับชาวบ้านที่อร่อยมาก หาซื้อที่ไหนไม่ได้นอกจาก “ทำเอง ” ตำรับนี้ชาวบ้านดงบังแหล่งปลูก
สมุนไพรส่งโรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ ปรุงให้นักข่าวกิน ถือเป็นเมนูสุขภาพยอดฮิตที่สุด
             ยำผักกะสัง ทำได้ง่ายๆ หั่นผักชิ้นพอประมาณ  ๑-๒ ทัพพี น้ำมะนาว  ๑-๒ ช้อนโต๊ะงแห้ง  ๑-๒  ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแห้งทอด
พอประมาณ มะม่วงซอย  ๑-๒ ช้อนโต๊ะ หัวหอมซอย พอประมาณ แครอทซอยฝอยๆ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว พอประมาณ ขิงซอย
 ๑-๒ ช้อนโต๊ะ หมูหยอง พอประมาณ โหระพา สะระแหน่ ไว้แต่งรส น้ำปลา ๑-๒ ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ๑-๒ ช้อนโต๊ะ  จากนั้นรวม
เครื่องปรุงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ปรุงรสตามใจชอบ พร้อมตักเสิร์ฟได้เลย
        ผักกะสังมีรสเผ็ดหอม มีสรรพคุณทางหยาง (จัดแบ่งง่ายๆ ว่า หยินคือเย็น หยางคือร้อน) เรื่องรสยาเผ็ดหอมนี้ ยังพออธิบายได้
อีกมุมมองหนึ่งว่า ผักกะสังกับพริกไทยนั้นเป็นพี่น้องกัน มีคนลองนำเอาผักกะสังมาขยายใหญ่ให้เท่าต้นพริกไทย มองใบสีเขียวใสๆ
ให้เป็นสีเขียวเข้ม ก็จะเห็นหน้าตาผักกะสังเหมือนกับต้นพริกไทย นอกจากนี้ถ้าได้กินผักกะสังที่ยังมีเมล็ดเกาะกันเป็นช่อ คล้ายช่อ
เมล็ดพริกไทยก็จะได้ลิ้มรสเผ็ดนิดๆ ซ่าน้อยๆ ที่ลิ้น
                                           ผักกะสังบำรุงผิว บำรุงผม

     ผักกะสังยังเป็นสมุนไพรสำหรับผู้หญิงอีกชนิดหนึ่งนอกจากใช้รักษาสิวแล้ว สาวๆ สมัยก่อนยังใช้น้ำต้มผักกะสังล้างหน้าบ่อยๆ จะทำ
ให้ผิวหน้าสดใส และนอกจากนี้ คุณสารีป๊ะ อาแวกือจิ ที่บ้านกำปงบือแน ตำบลจะกวั๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา บอกว่าผักกะสังเป็นยา
สระผมทำให้ผมนุ่มโดยนำใบขยำกับน้ำชโลมศีรษะให้ศีรษะเย็น ป้องกันผมร่วง ทำให้ผมนุ่ม ซึ่งอธิบายได้ว่าผักกะสังมีธาตุอาหาร มีความ
เป็นกรดอ่อนๆ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อราและแบคทีเรีย
         จะเห็นว่าผักกะสังเป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้เป็นยามากมาย ในโบลิเวียมีบันทึกที่มีอายุนับพันปีชื่อ Altenos Indians document กล่าวไว้ว่า ผักกะสังทั้งต้นบดผสมน้ำใช้กินเพื่อห้ามเลือด ใช้ส่วนรากต้มกินรักษาไข้ ใช้ส่วนเหนือดินโปะแผล นอกจากนี้ ในประเทศอื่นๆ
ที่มีผักกะสังขึ้นอยู่จะใช้ผักกะสังในการรักษาอาการปวดท้องทั้งแบบธรรมดาและปวดเกร็ง ฝี สิว แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก อ่อนเพลีย ปวดหัว ระบบประสาทแปรปรวน หัด อีสุกอีใส มีแก๊สในกระเพาะ ปวดข้อรูมาติก และยังมีการใช้เฉพาะบางท้องถิ่นเช่น ในบราซิลใช้ในการลดคอเลสเตอรอล ในกียานา (Guyana) ใช้ในการขับปัสสาวะ ลดไข่ขาวในปัสสาวะ ในแถบอเมซอนใช้ขับปัสสาวะ หล่อลื่น หัวใจเต้นผิดปกติ
       ทุกวันนี้ผมเดินทางไปไหน มักจะพบเห็นต้นกระสังเกิดขึ้นในที่ชื้นทั่วไป เช่นริมซอกบ้านตามชนบท ริมโอ่ง และมักขึ้นแทรกต้นไม้อื่น
ในสวนในกระถางต้นไม้  และหลายคนจะถอนทิ้งโดยนึกว่าเป็นวัชพืชที่ไม่มีคุณค่า น่าเสียดายจริงๆ ของดีๆทั้งน้าน ฮ่าๆๆ
                      --------------------------------

เกาต์

            เกาต์

               จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม / เรียบเรียง
             โรคเกาต์เป็นโรคที่เกิดจากระดับกรดยูริก uric acid ในเลือดสูงขึ้นทำให้เกิดการอักเสบของข้อ เนื่องจากมีการเกาะขอ
ง เกลือ uric บริเวณข้อ และเอ็นหากเป็นเรื้อรังจะทำให้ข้อผิดรูปและเสียหน้าที่ในการทำงาน ในรายที่เรื้อรังการเกาะของเกลือ
monosodium urate จะทำให้เกิดก้อนที่เรียกว่า Tophi นอกจากนั้นยังทำให้หน้าที่ของไตเสื่อมและเกิดโรคนิ่วที่ไตด้วย
           ปัญหาโรคเกาต์มักเกิดกับผู้สูงอายุทั่วไป การที่กรดยูริคในเลือดสูงและครั่งอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน จนร่างกายขับ
ออกทางไตไม่ทัน กรดยูริกจะตกผลึกเป็นเกลือยูเรตสะสมที่กระดูกอ่อนและเนื้อเยี่อรอบข้อ เป็นเหตุให้ข้ออักเสบเฉียบพลันรุ่นแรง
อย่างรวดเร็วในเวลา ๑๒-๒๔ ชั่วโมง


        พูดถึงโรคเกาต์ เมื่อครั้งที่ผมไปจังหวัดลำปางได้มีโอกาสไปดูการเลี้ยงแพะของคุณหมอคำปัน  กิ้งเงิน หมอพื้นบ้าน
เมืองล้านนา ท่านนอกจากจะรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆแล้ว ท่านยังปลูกสมุนไพรและเลี้ยงแพะด้วย หมอคำปันบอกว่า
แพะออกลูกปีละ  ๒ ครั้ง ขายได้ตัวละประมาณ ๒,๐๐๐ บาท  ถ้าอยากได้เงินหมื่นก็ต้องเลี้ยงแพะ ๓ ตัว สามารถกำหนด
รายได้ของตัวเองได้ หมอคำปันเลี้ยงแพะครั้งแรก ๔ ตัว ปัจจุบันออกลูกออกหลาน มีแพะ ร่วม ๘๐ ตัว
     “ คุณจำรัส รู้ไหม ใครเป็นโรคเกาต์ ให้กินรกแพะ” หมอคำปันเปรยให้ฟัง
    “ ฮึ จริงหรือครับ กินยังไง” ผมถาม
  “  ก็เอารกแพะ ผสมเครื่องเทศแล้วกินเลย รับรองโรคเกาต์หายสนิท” หมอคำปันยืนยัน
 “ ได้ตำรามาจากไหนครับ”
   “ คนอิสลามที่เลี้ยงแพะเขาแนะนำมา”  
        นี่เป็นบทสนทนาที่ผมพูดคุยกับหมอคำปันที่ริมรั้วคอกแพะที่บ้านบุญนาก ตำบลบุญนากพัฒนา อ.เมือง จังหวัดลำปาง
หากใครสนใจเลี้ยงแพะหรือปรึกษาด้านสมุนไพรรักษาสุขภาพ ทั้งมะเร็ง เบาหวาน ความดัน หรือสารพัดโรคปรึกษา
หมอคำปันไม่ผิดหวังครับ โทร. ๐๘-๔๔๘๙-๕๑๗๙
   ในบางตำราพูดถึงโรคเกาต์ไว้ว่าให้เอาหญ้าแพรก  ๑  กำมือใหญ่ๆยาวเท่าไหร่ไม่ว่ากันสับให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วตำให้ละเอียด
แล้วเอาเหล้าเชี่ยงชุนชนิดที่ทำจากข้าวเหนียว เอามาเทใส่แช่เอาไว้  ๑  คืน แล้วคั้นเอาน้ำเก็บไว้กินวันละ  ๑  ถ้วยชา
กินก่อนอาหารเย็น  ๑  ถ้วย และก่อนนอน  ๑  ถ้วย ยาหมดก็หายครับ
หญ้าดอกขาวหรือหญ้าหมอน้อย
ลูกใต้ใบ
ผักเสี้ยนผี
ทองพันชั่ง

  อีกขนานครับท่านให้เอาสมุนไพรลูกใต้ใบ  ฟ้าทลายโจร หญ้าดอกขาวหรือหญ้าหมอน้อย  ต้นกระเม็ง  ผักเสี้ยนผี
  ต้นทองพันชั่ง  ทุกอย่างนำมาประมาณ  ๑  กำมือเท่ากัน ต้มใส่น้ำ ๓  ส่วน เอา  ๑  ส่วน ต้มได้  ๒  ครั้ง กินน้ำยา
เช้าและเย็นก่อนอาหาร ครั้งละค่อนถ้วยแก้ว โรคเกาต์หายดีนักแล
                                       -----------------------------------------------------

ปวดเข่า-ปวดข้อ-รูมาตอยด์-เกาต์

ปวดเข่า-ปวดข้อ-รูมาตอยล์-เกาต์
จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

            ผมลงพื้นที่เห็นคุณลุงคุณป้าหลายคนบ่นปวดหัวเข่า-ปวดข้อ ลุกนั่งลำบาก จึงได้สอบถามอาจารย์เนตรดาว  ยวงศรี จากสถาบันแพทย์แผนไทยเนตรดาว ท่านแนะนำว่า อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับลุงๆป้าๆเสมอ ต้องใช้สมุนไพรหลายชนิดเป็นตำรับยา
           ใช้ใบยอบ้าน แก่นยอป่า  ฝางเสน  หนักอย่างละ  ๓๐  กรัม ข้าวเปลือกเจ้า(รวมทั้งเปลือก) ใบเตย ขลู่
รางจืดเถา (ใช้เฉพาะเถา) ถ้าใช้ใบตัวยาจะจืด หนักอย่างละ  ๑๕  กรัม  ต้มกินก่อนอาหาร  ๓  เวลา กินติดต่อกัน  ๑  เดือน
           ของแสลงห้ามกินคือ กระถิน  ชะอม  หน่อไม้  แตงกวา เครื่องในสัตว์  ข้าวเหนียว  ของดองทุกชนิดรวมทั้งเหล้าด้วย เป็นไงครับคุณลุงคุณป้า ที่เอ่ยมานี้ กินแทบทุกวันใช่ไหมครับ มิน่าล่ะจึงได้ปวดเอ้า ปวดเอา ฮ่าๆๆ
            เมื่ออาการดีขึ้นหายปวด อย่าลืมทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวรด้วย เจ้าตำรับกำชับมา
                               -------------------------------------------------------------

โรคเก๊าท์-รูมาตอยด์
                                      โรคเก๊าท์-รูมาตอยด์
                                                                        จำรัส  เซ็นนิล/รวบรวม-เรียบเรียง
           มีหลายคนมาบ่นกับผมถึงปัญหาปวดข้อปวดเข่า จะกินอาหารอะไรก็ต้องระมัดระวังกล้วกินเข้าไปแล้วจะมีอาการปวดกำเริบ
เข้าไปอีก เงินทองหามาได้เท่าไหร่ไอ้โรคนี้มันพาไปหาหมอทั้งยาฉีดยากิน จ่ายเงินแทบไม่ทัน
        “ คุณจำรัส มียาดีอะไร หมอเก่งที่ไหนแนะนำด้วยเถอะ” เสียงบ่นเชิงเรียกร้องที่ผมได้ฟังจนคุ้นหู เวลาผมไปไหนก็จะซอกแซก
ค้นหาสมุนไพรดีๆมาเล่าให้ฟัง พูดถึงโรคเก๊าท์-รูมาตอยด์ บางคนอาจสงสัยว่าโรคเก๊าท์-รูมาตอยด์เกิดจากอะไร
     โรคเก๊าท์ เกิดจากภาวะที่กรดยูริคในเลือดมีปริมาณสูงเกินไป เกินกว่าที่จะสามารถอยู่ในเลือดในรูปสารละลายได้ จึงมีการ
ตกตะกอนสะสมอยู่ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในที่ที่มีอากาศเย็นกว่าบริเวณอื่น  เช่น ตามข้อ ทำให้ข้ออักเสบ หรือ ตามศอก นิ้ว
ติ่งหู ตาตุ่ม หลังเท้าทำให้เกิดปุ้มก้อนเกิดขึ้น
  อาการของเก๊าท์ที่สำคัญคือ ข้ออักเสบ มักเกิดที่บริเวณนิ้วหัวแม่เท้า, ข้อเท้า เป็นต้น โดยข้อที่อักเสบ จะบวม แดง ร้อน และ
ปวดมาก ชัดเจน (ถ้าข้อที่ปวด ไม่บวม แดง ร้อน หรือมีอาการไม่ชัดเจนให้สงสัยไว้ ก่อนว่าไม่ใช่เก๊าท์) โดยมากมักเป็นข้อเดียว
และมีอาการอักเสบอยู่ประมาณ ๕-๗วัน อาการจะค่อย ๆ ทุเลาไปได้เอง จนหายสนิท ระหว่างที่ไม่มีอาการ จะไม่มีความผิดปกติใด ๆ 
 ให้เห็น เมื่อข้ออักเสบขึ้นใหม่ จะมีอาการเช่นเดิมอีก อาการจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นมากขึ้น  อาการข้ออักเสบจะเป็น
มากขึ้นหลายข้อมากขึ้น เป็นนานและรุนแรงขึ้น รวมทั้งเกิดปุ่มก้อนของยูริค สะสมมากขึ้น ผู้ป่วยระยะนี้มักมีไตวายร่วมด้วย
   ส่วนโรครูมาตอยด์  เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญงอกงามของเยื่อบุข้ออย่างมาก เยื่อบุ
ข้อนี้จะลุกลามและทำลายกระดูกและข้อในที่สุด โรคนี้มิได้เป็นแต่เฉพาะข้อเท่านั้น ยังอาจมีอาการทางระบบอื่น ๆ อีก เช่น ตา
ประสาท กล้ามเนื้อ เป็นต้น
        ล่าสุดคุณหมอเนตรดาว ยวงศรี แพทย์แผนไทย ทายาทของหมอถาวร ยวงศรี หมอพื้นบ้านที่สืบสานภูมิปัญญาและ
ประสบการณ์มายาวนาน ได้แนะนำตำรับยาสมุนไพรบำบัดโรคเก๊าท์-รูมาตอยด์ ให้ผู้ป่วยได้พึ่งพาตนเอง ปรุงยารับประทาน
           ตำรับนี้อาจารย์เนตรดาว บอกว่า ยังไม่ทราบที่มาของตำรับ   แต่มีคนทำแล้วหายมามากแล้ว  ดังนั้น ถ้ารักษาหาย 
ให้ทำบุญให้กับเจ้าของตำรับยาโบราณนี้ด้วย   โดยมีตัวยาถึง ๗ ชนิด ดังนี้
          ๑.  ใบยอบ้าน  ชนิดไม่อ่อน ไม่แก่  เป็นใบขนาดกลาง  เอามาล้างให้สะอาด  เช็ดให้แห้ง แล้วนำมาซอยเป็นเส้นเล็ก ๆ  
น้ำหนัก ๒ บาท หรือ ๓๐ กรัม
          ๒.  แก่นยอป่า  หรือ เรียกว่า อุ้มลูกดูหนัง   จะมีสรรพคุณ ช่วยขับระดู   ติดเชื้อหลังคลอดได้  น้ำหนัก ๒ บาท หรือ ๓๐ กรัม



          ๓.  ฝางเสน   จะใช้แก่น  บำรุงเลือด สรรพคุณทางยาของฝางเสนนี้โดดเด่นมาก็คือ บำรุงเลือดบำรุงกำลัง บำรุงร่างกายได้ดี
แก้อาการท้องร่วงท้องเสีย ช่วยทำให้สุขภาพของผู้หญิงดีในระบบของรอบเดือน ช่วยเรื่องของปอดให้มีการแลกเปลี่ยนออกซิเจน
ได้ดี  หรือถุงลมในปอด  ให้ใช้น้ำหนัก ๒ บาท หรือ ๓๐ กรัม
          ๔. ข้าวเปลือกเจ้า  น้ำหนัก ๑ บาท หรือ ๑๕ กรัม
          ๕.  ใบเตย  สดหรือแห้ง   น้ำหนัก ๑ บาท หรือ ๑๕ กรัม
          ๖.  ขลู่  ใช้ทั้งต้นและใบ   ซื้อได้ตามร้านทั่วไป  จะบำรุงไต  แก้ปัสสาวะ  รักษาโรคนิ่ว หรือโรคไต ได้ดี   น้ำหนัก ๑ บาท
หรือ ๑๕ กรัม
          ๗.  รางจืด  น้ำหนัก ๑ บาท หรือ ๑๕ กรัม  ใช้ใบและเถาด้วย   จะดูแลเรื่องสารพิษต่าง ๆ  แก้ปอดอักเสบ  ปอดบวมได้ 
           ให้ต้มทั้งหมด ๑ ชุด ใช้ได้ ๑๕ วัน  แต่ให้ต้มกิน ๒ ชุด  ใช้เวลา ๑ เดือน   โดยถ้าดีขึ้น ให้ลดการกินยาลง   ซึ่งปกติจะต้อง
กินยานี้ ๑ ถ้วยกาแฟ (แบบโบราณ)   ๓ เวลา คือ ก่อนอาหารเช้า ก่อนอาหารกลางวัน   และก่อนอาหารเย็น    แต่ถ้าอาการดีขึ้นให้
ลดการกินยาลงเป็นช่วงตามลำดับ ดังนี้
ปกติก่อนอาหาร ๓ เวลา  -    ลดลงเหลือ ก่อนอาหารเช้า และก่อนอาหารเย็น
-         ลดลงเหลือ ก่อนอาหารเช้า และก่อนอาหารกลางวัน
-         ลดลงเหลือ  ก่อนอาหารเช้า
-         ลดลงจากกินยา  ๑ แก้ว เป็นครึ่งแก้ว
-         พอหายดี  ให้เลิกกินยาตำรับดังกล่าว
         ขณะเดียวกัน  ต้องควบคุมเรื่องอาหารการกินด้วย  คือห้ามทานอาหารแสลง เช่น สัตว์ปีก  เครื่องใน  กระถิน  หน่อไม้  ชะอม
ยอดผักต่างๆ  แตงกวา  ข้าวเหนียว  สุรา  เป็นต้น  ยกเว้น ถ้าภาคไหนที่ทานข้าวเหนียวอยู่แล้ว   ก็ให้ทานได้  แต่ให้ทานข้าวเหนียว
น้อยลง   ก็จะช่วยรักษาโรคเก๊าท์  และโรครูมาตอยด์ได้ผล ชะงัดดีนักแล. และใครสนใจที่จะให้ อ.เนตรดาววินิจฉัยโรคและรักษาก็
สามารถไปที่คลินิกการแพทย์แผนไทยเนตรดาวได้ อยู่ที่ สุขุมวิท  ๖๖/๑ อัคนาทพลาซา ทุกวัน  เวลา ๑๐.๐๐น.-๒๐.๐๐น.  ยกเว้น
วันอังคารเพราะวันอังคารอาจารย์รักษาที่ ซอยราซาล ๔๓ หรือสุขุมวิท  ๑๐๕ เขตบางนา กทม.โทร.๐-๒๗๐๖-๒๖๑๐
๐๘-๑๓๐๘-๖๙๒๒

 
 
 
                                                     ------------------------------ 

มะกรูดรักษาภูมิแพ้-เกาต์

ของฝากจากดีเจสาว
จำรัส  เซ็นนิล /รวบรวม
       นุชรัตน์  ชาวชายโขง นามสกุลบ่งบอกอยู่แล้วว่ามาจากจังหวัดชายแดนริมฝั่งโขง จังหวัดหนองคายครับ เติบโตจากผู้สื่อข่าว กองข่าวในประเทศ กรมประชาสัมพันธ์  ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และปี ๒๕๔๕ ไปช่วยราชการที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ไอซีที ) และสุดท้ายก็กลับมาปฎิบัติหน้าที่ผู้จัดรายการที่ส่วนผลิตรายการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
       นุชรัตน์ ชาวชายโขง จัดรายการอยู่หลายรายการแต่รายการที่มีแฟนๆรายการทั่วประเทศสนใจจดหมายมาร่วมรายการมากที่สุดคือ “รายการชั่วโมงสุขภาพ” ทางคลื่น AM. ๘๓๗  KHz. จันทร์-ศุกร์ เวลา ๑๐.๑๐-๑๑.๐๐น. เนื่องจากเคยทำงานข่าวสายกระทรวงสาธารณสุข จึงทำให้ได้รู้จักแหล่งข่าว วิทยากร ด้านสาธารณสุขจำนวนมาก เธอจึงได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาพูดคุยให้ความรู้กับผู้ฟังและพร้อมตอบปัญหาสุขภาพด้วย นุชรัตน์บอกว่า
      “ ประทับใจ และภูมิใจ ที่ได้มีส่วนช่วยเหลือสังคม ผู้ฟังรายการสามารถนำข้อมูลไปใช้ในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง”
      นุชรัตน์ เป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ เธอจะลงทะเบียนตอบรับจดหมายผู้ฟังทุกฉบับ และจัดส่งเอกสารหนังสือสุขภาพที่เธอได้รับอภินันทนาการมาจากกระทรวงสาธารณสุข มอบให้กับแฟนรายการของเธออย่างสม่ำเสมอ จนแฟนๆรายการขนานนามรายการของเธอใหม่ว่า “คลินิคทางอากาศ”  บางคนก็บอกว่า ถ้าจะไปโรงพยาบาลต้องปรึกษาคุณนุชรัตน์ก่อน สำหรับเล่มเดียวคุ้มโรคภัยเล่มนี้เธอได้ฝากสูตรมะกรูดทิพย์รักษาโรคภูมิแพ้และโรคเก๊าต์ให้กับทุกๆท่านด้วย

มะกรูดทิพย์ รักษาโรคภูมิแพ้และโรคเก๊าต์
      ส่วนประกอบ
  • มะกรูด   ๓  ลูก
  • พริกไทยร่อน  ๒  ช้อนชา
  • กระเทียมกลีบเล็กๆปอกเปลือก  ๒  ช้อนชา
  • เกลือทะเลเม็ดใหญ่   ๒  ช้อนชา
               วิธีทำ
                    นำมะกรูดมา ๓ ผล ผ่าเอาไส้กลางออก แล้วหั่นเป็นแว่นๆใส่ชามกระเบื้อง นำพริกไทยร่อน
(สีขาว) กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก , เกลือทะเลเม็ดใหญ่อย่างละ ๒ ช้อนชา โรยบนมะกรูด หลังจากนั้นนำไปนึ่งให้เดือด โดยใช้ไฟปานกลาง ใช้เวลา ๓๐ นาที พักไว้  ๑  คืน รุ่งเช้านำทุกอย่างมาตำรวมกัน ใส่กระปุกแช่เย็นเก็บไว้  เวลากินกินครั้งละ ครึ่งช้อนชา ก่อนอาหารเช้า และก่อนอาหารเย็น สามารถรักษาอาการภูมิแพ้และโรคเก๊าต์ได้
                    ด้วยเป็นคนชอบคุณคุยหลังจากได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆแล้วมักจะมาคุยต่อให้ฟัง ล่าสุดเธอบอกว่า มีสูตรยาสระผมธรรมชาติ ประหยัดเงิน และสามารถรักษาอาการไมเกรนได้ด้วย
                   วัตถุดิบมี มะกรูด ๕ ลูก  มะนาว  ๑  ลูก ดอกอัญชัญสีม่วง ๕๐  ดอกขึ้นไป และน้ำเปล่าครึ่งลิตร ต้มรวมกันในหม้อดิน ปิดฝาทิ้งไว้ ๑ คืน เช้านำไปปั่นก็สามารถใช้เป็นยาสระผมได้มีมาก
                    หากสนใจเรื่องใดหรือมีอะไรดีๆแนะนำติดต่อเธอได้ที่ ส่วนผลิตรายการสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ๒๓๖ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กทม.๑๐๔๐๐ โทร. ๐-๒๒๗๗-๓๒๔๑
  ----------------------------------------