ป้ายคำ: อัมพฤกษ์ (9)

อัมพฤกษ์-อัมพาต "โรคแห่งวิบากกรรม"
                                อัมพฤกษ์-อัมพาต
                                       “โรคแห่งวิบากกรรม”
                                                                   จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
        คนที่เป็น
โรคอัมพฤกษ์-อัมพาตส่วนใหญ่มักจะหงุดหงิดใครทำอะไรให้ก็ไม่ได้ดังใจเพราะเคยช่วยตัวเองได้พอตัวเองเกิดเคลื่อนไหวลำบากยืมจมูกคนอื่นหายใจ ไม่สบอารมณ์ จะฉุนเฉียวในที่สุดก็ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ถ้ามีเมียเมียก็ทิ้ง
        มีอยู่รายผมพบที่สุราษฎร์ธานีมาปลูกเพิงพักรักษาตัวที่บ้านหมอพื้นบ้านเพราะโรคนี้ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน มีแม่คอยดูแลปรนนิบัติหุงหาอาหารให้ลูกชาย เพราะความเป็นแม่ถึงลูกจะตวาด ฉุนเฉียวโมโหเอะอะโวยวายด่าว่ายังไง แม่ก็ยังทนได้ด้วยความรักลูก แต่คนเป็นเมียว่าเขาบ่อยๆเขาไม่อยู่ด้วยหรอกครับ หาผัวใหม่ดีกว่าทำให้แทบเป็นแทบตายยังมาด่าว่าอีก เป็นเสียอย่างนั้น
       ถ้าคุณเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต ถ้าได้รับการรักษาโดยเร็วมากเท่าไหร่จะทำให้โอกาสเสียชีวิตหรือพิการน้อยลง แต่อย่างว่าแหละครับคนที่กินยาถูกกับโรคหรือพบพานกับหมอเก่งไม่ใช่มีได้ง่ายๆพอรักษาไปนานๆไม่หายก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรม ให้อยู่โดดเดี่ยวเป็นยามเฝ้าบ้านไปเลยก็มี   บางรายหมดสิทธิ์พูดเพราะลิ้นแข็งคางแข็งตัวงอ เดินเหินลำบาก นอนซมอยู่กับที่
      สำหรับ
อาการของคนที่โรคอัมพฤกษ์-อัมพาตจะมาเยือน จะมีอาการ  ชา หรืออ่อนแรงที่หน้า แขน หรือขา ซีกใดซีกหนึ่ง อย่างทันทีทันใด   แล้วความรู้สึกตัวเปลี่ยน เช่นเอะอะ โวยวาย สับสน ซึมลง หรือพูดลำบาก พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด หรือไม่เข้าใจคำพูด อย่างทันทีทันใด      
      บางคนมีปัญหาการมองเห็น ตามัว หรือเห็นภาพซ้อนของตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง อย่างทันทีทันใด บ้างก็ มีอาการมึนงง เวียนศีรษะ เดินไม่ได้ เดินลำบาก เดินเซ หรือสูญเสียการทรงตัวในการยืนและเดิน อย่างทันทีทันใด   ปวดศีรษะอย่างรุนแรง อย่างทันทีทันใด โดยไม่ทราบสาเหตุ
           
       ถ้าพบอาการดังกล่าวข้างต้น ข้อใดข้อหนึ่งอย่างทันทีทันใด ให้สงสัยว่าอาจเป็นอาการเริ่มแรกของการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ควรรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาโดยเร็วภายใน ๓ ชั่วโมง นับจากเริ่มมีอาการครั้งแรก
        ถึงแม้อาการดังกล่าวจะหายไป ก็ยังมีความจำเป็นต้องไปพบแพทย์ เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นนับเป็นสัญญาณเตือน ซึ่งเรียกว่า ภาวะ Transient ischemic attack (TIA) ภาวะนี้จะรุนแรงน้อยกว่าอัมพฤกษ์ อัมพาต มีอาการไม่เกิน ๑ ชั่วโมง แล้วหายเองโดยไม่ต้องรับการรักษา
       แต่นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่า ถ้าไม่รักษาจะเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตในเวลาต่อมา และอาการเตือนนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดล่วงหน้าในผู้ที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตทุกคน  
       คนเราพอมีอายุแก่ตัวลงไขมันในเส้นเลือดก็สะสมพอกตัวอยู่ในเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดตีบตัน รวมทั้งหลอดเลือดเสื่อมขาดความยืดหยุ่นแตกเปราะง่าย เมื่อเกิดการตีบตัน เลือดจึงไหลผ่านไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อย ถ้าเกิดกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง จะทำให้สมองขาดเลือดและเป็นอัมพาตในที่สุดในวงการแพทย์จึงเรียกโรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพฤกษ์-อัมพาต
       โรคนี้หมอพื้นบ้านจะใช้ตำรับยาในการรักษา เช่น
ตำรับยามหาโยธา จะใช้โกศทั้งเก้า ขี้เหล็กทั้งห้า ประคำไก่ทั้งห้า แก่นลั่นทม ขมิ้นเครือ เถาวัลย์เปรียงแดง  แสมสาร แสมทะเล  เปล้าน้อยเปล้าใหญ่  ปลาไหลเผือก ดีงูต้น  เหมือดคน  ขันทองพยาบาท  ฝิ่นต้น  ข่าต้น ข่าตาแดง ขมิ้นอ้อย กะทือ  ไพล กระชาย  เปราะหอม  เถาวัลย์เปรียง ว่านสากเหล็ก พญามือเหล็ก
       สมอเทศ สมอไทย กำลังวัวเถลิง  กำแพงเจ็ดชั้น  ใบมะกา  ดองดึง ลูกจันทน์  ดอกจันทน์  กระวาน  กานพลู  คำฝอย  สารส้ม เบญจกูล  พริกไทย ยาดำ  เกลือสินเธาว์ หนักสิ่งละ๑  บาทยา ( ๑๕ กรัม) ฝักคูน ๓ ฝัก เกลือสมุทรหนัก ๑๐ บาท ต้มรับประทานเช้า-เย็น ก่อนอาหาร
     โอ้ กว่าจะได้ตัวยาครบเป็นลมเลยครับ ต้องไปที่ร้านแพทย์แผนไทยเขาชำนาญช่วยจัดให้ นอกจากนั้นยังมีอีกตำรับคือ
สมุนไพรตำรับจักรพรรดิ ตัวยาไม่มากแต่ค่อนข้างหายากเน้นหนักไปในการดูแลไตและเลือด พร้อมการขับพิษ ซึ่งมีกรรมวิธีในการปรุงที่ได้รับการสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ประเภทลิ้นแข็งคางแข็งบอกมาเลย ถ้าไม่แน่จริงคงไม่สืบสานรุ่นต่อรุ่นจนมาถึงปัจจุบัน
        สมุนไพรตัวนี้กินแล้วความดันลดลง เบาหวานก็หาย โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวานแบบยั่งยืนที่ต้องฉีดยารักษาเข้าที่หน้าท้องให้
ขว้างเข็มทิ้งได้เลย เพราะมีคนป่วยเป็นเบาหวานเรื้อรังมาหลายสิบปี กินยาเป็นอาหารมาตลอด หลังทดสอบกับสมุนไพรนี้หายจากเบาหวาน จะสร้างบ้านให้เจ้าของยาแต่เขาไม่เอา  และผลพลอยได้อีกอย่างคือนกเขาจะฟื้นคืนชีพอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ฮ่าๆๆ   ๐๙-๘๒๘๙-๕๖๗๑
                                               -----------------------------------------
        
 
 
 
 
  

ผักเสี้ยนผี (นิพพานไม่กลับ)
                           มหัศจรรย์ผักเสี้ยนผี
                            
 “บำบัดเก๊าต์-อัมพฤกษ์-อัมพาต”
                                                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                          พูดถึงผักเสี้ยนหลายคนคงรู้จักและเคยกินผักเสี้ยนดองมาแล้วแต่ถ้าบอกผักเสี้ยนผีบางคนอาจจะงง ว่าใช่ผักเสี้ยนที่เราใช้ดองกินหรือเปล่า ผักเสี้ยนดองใช้ผักเสี้ยนบ้านดอกสีขาวและม่วง ส่วนผักเสี้ยนผีหมอพื้นบ้านใช้เป็นตัวยาในการรักษาโรคเพราะมีสรรพคุณทางยาสูง บางแห่งเรียกผักเสี้ยนผีว่าผักเสี้ยนตัวเมีย หรือนิพพานไม่กลับ
                       ผักเสี้ยนผี เป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มี ขนาดเล็ก หรือจัดอยู่ในจำพวกหญ้า แตกกิ่งก้านสาขาตามลำต้นจะมีขนอ่อนสีเหลืองปกคลุมทั้งต้นและมีเมือกเหนียว ๆอยู่ภายในลำต้น ใบเป็นใบรวม ช่อหนึ่งจะมีใบอยู่  ๓-๕ ใบ ซึ่งจะออกสีเขียวอมเหลือง ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่ เนื้อในบางนุ่ม ตามผิวใบจะมีขนอ่อน ๆ ปกคลุมเช่นกัน มีกลิ่นฉุน กว้าง ๐.๕ – ๑  นิ้ว ยาว  ๐.๕ – ๒ นิ้ว  ดอกออกเป็นช่อ อยู่ตามง่ามใบ ช่อดอกยาวแหลม ดอกมีสีเหลืองบาง ที่ปลายดอกมีจงอยแหลม และมีขนปกคลุมอยู่เล็กน้อย  ผลเป็นฝักยาว คล้ายฝักถั่วเขียว แต่จะมีขนาดเล็กกว่ามาก ตรงปลายผลมีจงอยแหลม ผลกว้างประมาณ ๒ –  ๔.๕  มิลลิเมตร ยาว  ๑-๔ นิ้ว  เมล็ดเมล็ดในผลมี สีน้ำตาลแดง ผิวย่น ใน ๑ ผล มีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีรูปร่างกลม ขนาดประมาณ ๒ มิลลิเมตร

                    ผักเสี้ยนมีน้ำมันหอมระเหย (Volatic Oil) ประกอบด้วย Cyanide ซึ่งจะมีผลต่อระบบทางเดินโลหิต  และสารไฮโดรไซยาไนด์ (Hydrocyanide) ซึ่งมีพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง และยังมีกลิ่นเหม็นเขียวอย่างแรง
                   ต้นใช้ปรุงเป็นยาแก้ฝีในปอดแก้ขับหนองในร่างกาย หรือให้หนองแห้ง แก้ฝี (มะเร็ง)ในลำไส้ ในตับ ขับพยาธิในลำไส้ได้ โรคข้ออักเสบ ทาภายนอกแก้โรคผิวหนัง ใบนำมาพอกแก้ปวดหัวบดกับเกลือทาแก้ปวดหลัง และแก้ปัสสาวะพิการผักเสี้ยนผีมีฤทธิ์ แก้ปวดเป็นยาชาเฉพาะที่ เสริมฤทธิ์การนอนหลับ ยับยั้งเชื้อ HIV
                 คุณเสนาะ วรรณพงษ์ ชาวนาบ้านท่าตาจวง ตำบลบ้านสระ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เล่าให้ผมฟังเมื่อครั้งที่ผมลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านอำเภอสามชุก ว่าใครที่มีอาการปวดแข้งปวดขา โดยเฉพาะโรคเก๊าต์ ให้ใช้สมุนไพรผักเสี้ยนผีและมะกรูดรักษา อาการปวดได้ดีมากเพราะมีผู้หญิงบ้านใกล้กัน เป็นโรคเก๊าต์ไปตรวจโรงพยาบาล ต้องทำการผ่าตัด แต่ต้องเสียเงินเป็นแสน ไม่มีเงินจึงยอมกลับมาบ้าน ดิ้นรนทุกวิถีทาง จนกระทั่งมีหมอพื้นบ้านแนะนำให้เอาผักเสี้ยนผี ทั้งใบทั้งกิ่งประมาณ  ๑  คืบ และมะกรูดใช้ผ่าครึ่งนำมาครึ่งเดียวผสมน้ำ  ๔  แก้ว ต้มเคี่ยวให้เหลือ ๒ แก้ว ดื่มวันละแก้ว หมดแล้วให้ทำใหม่  กินเพียงไม่กี่วันอาการปวดๆเมื่อยๆและโรคเก๊าต์ก็หายไป
               ส่วนคุณเสนาะเองก่อนหน้านั้นเอามือไพล่หลังไม่ได้ทั้งเจ็บทั้งปวด แต่เมื่อลองนำสูตรดังกล่าวมาใช้กับตัวเองผลปรากฏว่าทุกวันนี้อาการดังกล่าวก็หายไป มือสามารถไพล่หลังได้อย่างสบายไม่ปวดเลย
             อีกรายคุณประนอม  มณีย้อย อยู่ที่สิงห์บุรี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตเดินไม่ได้มาสิบปี เวลาล้มต้องคลานหมาเลียหน้า นำผักเสี้ยนผี ๑ กำมือ ดีปลี ๓๐ดอก พริกไทยดำ ๒ ช้อนโต๊ะ มะตูมอ่อน ๒ ขีด น้ำท่วมยา นำไปต้มกินได้เพียง ๒ หม้อสามารถลุกเดินได้ ช่วงที่ผมไปเจอเธอปั่นจักรยานโชว์ รอดได้ราวปาฏิหาริย์



             นอกจากนั้นผักเสี้ยนผีก็มีอยู่ในตำรับยาพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์ที่โด่งดังในแถบภาคอิสานเป็นตำรับยาดั้งเดิมที่สืบทอดมานานจากประเทศลาว มีผู้ป่วยที่หมดหวังในชีวิต มีอาการชาตามแขนและขา ลุกเดินไม่ได้ นิ้วล็อค โดยเฉพาะผู้ที่สายตาฝ้าฟางใช้ตำรับนี้สุขภาพดีดังเดิมแข็งแรง ฟิตเปรี๊ยะ ขนาดผู้ชายนกเขาที่ไม่เคยขันก็ลุกขึ้นขันจน มอ-เมียตกใจ ฮ่าๆๆ ใครสนใจ ติดต่อที่  
086-7885635
                                                      -------------------------------------------------


ข้อมูลเหลือเชื่อ....ว่ากันว่าใครจะปลูกผักเสี้ยนผีโบราณท่านว่าจะปลูกผักเสี้ยน เลือกเอาคืนเดือนมืด ลงไปบริเวณที่จะปลูก จะเตรียมดินก่อนหรือไม่ไ ม่สำคัญ เอาภาชนะอะไรก็ได้มา ๑ ใบ จากนั้น ให้ก้าแผ้-แก้ผ้านุ่ง  ฮ่าๆๆ (ท่านว่าอย่างนี้จริงๆนะ) แล้วกระเดียดภาชนะออกไป ที่ ที่จะปลูก มือทำเป็นหยิบเมล็ดผักเสี้ยนออกจากภาชนะ แล้วหว่านออกไป ให้รอบๆ ปากก็ร้องว่าปลูกผักเสี้ยนจ้าๆ ไม่นานพอฝนตก จะมีผักเสี้ยนงอกขึ้นมาเอง เป็นเรื่องแปลก ท่านเลยว่า ผักเสี้ยนผี (สงสัยผีจะมาดู และช่วยปลูก)
                          ว่ากันว่าอีก..ถ้าหากเอากิ่งเพียงเล็กน้อยของผักเสี้ยนผีมาวางไว้ที่หลังของแมว จะทำให้แมวตัวหนักท้องติดพื้น เวลาเดินก็จะหลังแอ่นๆเหมือนมีอะไรหนักมาทับตัวมันไว้ เหลือเชื่อจริงๆ
                                                          ---------------------------------------------------------
 
 
 
 


ไข่ดอง..บำบัดโรค (ตำรับฮ่องเต้)

ไข่ดอง...ตำรับฮ่องเต้
บำบัด.....เส้นเลือดตีบ  ครอเรสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง-ต่ำ
เบาหวาน ปวดเมื่อย  บวม  ชา  มือเท้าแข็ง ไหล่ติด  อัมพฤกษ์ อัมพาต
ละหายหินปูน เกาต์ ตับ ไต บำรุงสายตา   นอนไม่หลับ

 
      ช่วงผมเดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดชัยภูมิ คุณศรีนวล-คุณบรรเจิด  คำแดงและลูกๆ จากจังหวัดหนองคายทราบข่าว จึงขับรถมาเยี่ยมผมพร้อมของฝากมากมาย คุณบรรเจิดบอกอยากเห็นหน้าคุณจำรัส และถือโอกาสขอบคุณที่ได้แนะนำสิ่งดีๆในการดูแลสุขภาพทำให้ครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง การพบกันครั้งนั้นคุณบรรเจิด แนะนำให้ผมไปสัมภาษณ์คุณไอยริณ  จันทร์เกษรอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เธอมีสูตรไข่ดองตำรับฮ่องเต้สามารถบำบัดไดหลายโรค



      หลังจากนั้น เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๒ ผมได้เดินทางไปจังหวัดพิษณุโลก  เพื่อขอสัมภาษณ์คุณไอยริณจันทร์เกษร เธออยู่ที่บ้านเลขที่ ๔๕๙/๑๙๑ หมู่บ้านชินลาภ หมู่ ๗ ตำบลสมอแข  อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผมไปถึงที่นั่น เวลาประมาณ ๑๖.๓๐น. เธอออกมายืนรอหน้าบ้านแล้วเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปในบ้าน ภายในบ้านที่โต๊ะรับแขกเธอเตรียมอุปกรณ์ที่จะสาธิตการทำไข่ดองให้ดู
      คุณไอยริณ เล่าให้ฟังว่าเมื่อไม่นานมานี้มีป้าสามีภรรยาคู่หนึ่งอายุมากแล้วเขาเคยปวดขาขนาดใช้ไม้เท้าสี่ขาเดินมาสิบกว่าปีแล้ว เขาบอกว่าเขากินไข่ดองเพื่อสุขภาพแล้วหาย เขาก็ให้เอกสารมาศึกษา จากนั้นก็ลองทำดู แล้วให้สามีรับประทาน ผลปรากฏว่าสามีที่เคยมีอาการปวดๆเมื่อยที่หัวเข่าพอกินไข่ดองถึงลูกที่เก้าอาการปวดเข่าหรือเข่าลั่นก็หายไป  อาการเข่าลั่นคือนั่งนานๆไม่ได้มันจะปวดหัวเข่าลุกไม่ไหว เวลานั่งต้องนั่งเหยียดขา สามีทึ่งมากกับยาสูตรนี้ก็เลยแนะนำเพื่อนบ้านที่เจ็บป่วยด้วยโรคเส้นเลือดตีบตัน ความดัน เบาหวาน แม้กระทั่ง ไหล่ติด ชาตามตัว ก็แนะนำให้กินพอกินแล้วอาการดีขึ้นแทบทุกคนมีอยู่รายหนึ่งเป็นอัมพฤกษ์จากอุบัติเหตุป่วยมา ๑๕ ปี ชาที่ขาขนาดยุงกัดไม่รู้สึกตัวเขาก็เป็นคนจนคุณไอยริณก็เลยซื้อไข่มาทำให้กิน กินวันละฟองจนครบร้อยฟองตอนนี้ยุงกัดรู้เรื่องแล้ว เขาเริ่มมั่นใจว่าสุขภาพเขาดีขึ้นถึงแม้จะยังเดินไม่ได้เนื่องจากเขาเป็นมานาน
      คุณไอยริณ ส่งเอกสารให้ผมดู ในเอกสารบอกว่ายาอายุวัฒนะสูตรนี้ เป็นตำรายาโบราณของจีนในสมัยของพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้และได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตำรายานี้ได้แพร่ไปทั่วประเทศในแถบเอเชียและในหมู่ชาวจีนในประเทศอเมริกา ผู้นำยามาเผยแพร่คนแรกได้นำยามารับประทานเองและแนะนำให้เพื่อนฝูงรับประทานด้วย ได้ผลดีเหมือนปาฏิหาริย์ สามารถรักษาได้หลายโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคของผู้สูงอายุ ผู้เผยแพร่รับประทานยาไปแล้วกว่า ๑๐๐ ฟอง ได้ผลดี สังเกตจากการเดินขึ้นลงบันไดจะไม่เหนื่อยเหมือนแต่ก่อน เพราะหัวใจจะแข็งแรงมากเป็นพิเศษ


      ในตำรายังบอกอีกว่าสามารถรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เลือดข้นและเลือดเหนียว เบาหวาน   ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ  ลดไขมันในเลือด ( ทั้งครอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ ) ไทรอยด์ อัมพฤกษ์หรืออัมพาต  อันเนื่องมาจากเส้นโลหิตในสมองตีบ ละลายหินปูน  อาการปวดเมื่อย ชา  ตึง และบวมตามร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ปวดเข่า ปวดหลัง ขาไม่มีแรง ( ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเกิดจากหินปูนที่งอกพอกกระดูกสันหลังเบียดหรือทับเส้นประสาท ) โรคข้ออักเสบ ( เช่น ข้อมือแข็งและงอไม่ลง ) ไหล่ติด อาการหน้ามืดบ่อยๆ หมดความรู้สึกทางเพศ  ทำให้หลอดเลือดสะอาดเลือดหมุนเวียนได้สะดวก สร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ไม่เกิดสิว แผลสดจะหายเร็วกว่าปกติ ใบหน้าอ่อนกว่าวัยแข็งแรงกว่าเดิม
       ตำรายานี้ดูแล้วเป็นตำราที่รักษาโรคครอบจักรวาล ตำรายายังบอกอีกว่ารับประทานยานี้ไม่มีผลข้างเคียงเพราะมาจากธรรมชาติสุดแสนประหยัด ทำเองได้ง่าย ระหว่างผมนั่งอ่านตำราอยู่นั้นคุณไอยริณ ก็เตรียมจัดอุปกรณ์เพื่อสาธิตให้ผมดู และเล่าถึงขั้นตอนต่างๆในการผลิตไข่ดองเพื่อสุขภาพให้ฟัง      
       “ อุปกรณ์นอกจากมีขวดโหลแก้วแล้วก็มีไข่ไก่และน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรด ขวดโหลแก้วควรเป็นขนาดเบอร์ แปด จำนวน ๒ ใบกรณีที่ต้องการทำกินต่อเนื่อง ซึ่งจะไม่ซ้อนกันเพราะถ้าซ้อนกันไข่จะมีโอกาสแตกได้ง่าย ส่วนน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรดค่อนข้างจะหาซื้อยาก น้ำส้มสายชูที่หมักจากสับปะรดแท้ ๑๐๐ % นั้น จะมีกรดน้ำส้ม ๔.๒ % มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อต้องมีมาตรฐานการผลิตสูง น้ำส้มจึงจะมีสีชาอ่อน สดใส เก็บไว้ได้นาน ประมาณ ๓ ปี จึงจะหมดอายุ
       น้ำส้มสายชูหมักที่มีคุณภาพเหมาะสมต้องมีกรดส้มอยู่ประมาณร้อยละ ๔.๒ ถึง ๔.๕ และต้องทำให้เปลือกไข่นิ่มหลังจากดองได้ ๑-๒ วัน อาจสังเกตเพิ่มเติมได้ว่าทันทีที่เริ่มดองจะมีฟองอากาศ ( ก๊าช ) เล็กๆจำนวนมากมายออกจากเปลือกไข่ในส่วนที่สัมผัสกับน้ำส้มสายชู  สำหรับไข่ไก่ที่นำมาทำห้ามแช่เย็นก่อน ถ้าใช้ไข่เก่าจะเน่าเสียหมด จะทำให้เสียทั้งน้ำส้ม ไข่และเสียเวลา”
       ผมสังเกตสีหน้าของคุณไอยริณ เธอเล่าไปยิ้มไปอย่างมีความสุขที่ได้ถ่ายทอดสิ่งดีๆที่เธอได้ประสบมาเพื่อถ่ายทอดให้กับผู้เจ็บป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานมานานให้หายป่วย
        “  การเตรียมไข่ให้เช็ดผิวไข่ไก่ให้สะอาดอาจจะแช่น้ำหรือขัดในน้ำด้วยสก็อตไบร์เบาๆ เช็ดให้แห้งแล้วนำไปเรียงในขวดโหลแก้ว หนึ่งขวดต่อไข่ไก่ ๘ ฟอง เทน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรดลงไปให้ท่วมไข่ไก่ ทิ้งไว้นาน ๔-๕ วันเต็ม ยาจะได้ที่พอดีเปลือกไข่จะยุ่ยเหมือนแป้ง ไข่จะนิ่มทั้งฟอง
        ภายในหนึ่งหรือสองวันแรกไม่ควรปิดฝาขวดให้แน่น เพื่อให้แก็สที่เกิดขึ้นระบายสู่บรรยากาศได้โดยง่าย หลังจากนั้นควรปิดฝาขวดโหลให้ครบ ๔-๕ วัน จึงนำไข่ออกมารับประทานวันละฟองจนหมดจึงทิ้งน้ำส้ม เมื่อเหลือไข่ ๔-๕ ฟองให้ดองโหลที่สอง เพื่อจะได้รับประทานอย่างต่อเนื่อง
        “ แล้ววิธีการรับประทานทำอย่างไรครับ”  ผมถามด้วยความสงสัยดูกรรมวิธีการผลิตทำไมมันง่ายเหลือเกินเวลารับประทานจะยุ่งยากหรือเปล่า
        “ ไม่ยากค่ะ แค่เอาไข่ที่ดองแล้วซึ่งมีลักษณะนิ่มๆ มา ๑ ฟอง ล้างน้ำ โดยใช้นิ้วลูบเปลือกไข่เบาๆเปลือกไข่จะยุ่ยหลุดออกมาเหมือนแป้งจนเกือบหมดเหลือเพียงเยื่อใสๆซึ่งหุ้มไข่ขาวและไข่แดงอยู่ภายใน นำไข่ใส่ไว้ในแก้วแล้วป้องกันไข่กระเด็น แล้วใช้ไม้จิ้มฟันเจาะไข่เอาเยื้อหุ้มไข่ทิ้ง นำทั้งไข่ขาวและไข่แดงมารับประทานหลังอาหารเช้าวันละ ๑ ฟอง ห้ามรับประทานตอนท้องว่าง ถ้ารับประทานยากให้ผสมน้ำผึ้งรับประทานก็ได้”
        “ ฟังคุณไอยริณเล่าแล้วตื่นเต้นอยากลองแล้วมีข้อห้ามอะไรบ้างหรือเปล่าครับ”
        “ ข้อห้ามคือห้ามทำให้สุกเด็ดขาด น้ำส้มจะเสื่อมสภาพ หลังรับประทานยาห้ามดื่มน้ำเย็นในทันทีอาจทำให้อาเจียนคลื่นไส้ ถ้าหายดีแล้วควรรับประทานเป็นประจำ แต่ลดยาลงเหลืออาทิตย์ละ ๒-๓ ฟอง ทุกครั้งที่รับประทานยาห้ามนอนในทันที แต่ควรหาอะไรทำไปพลางๆก่อน เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เดินในร่างกายได้ทั่วถึง
        การรับประทานยาหลังอาหารมื้อเช้าประมาณ ๑๐-๑๕ นาที จะดีที่สุด แล้วดื่มน้ำมะนาวหรือรับประทานของเปรี้ยวอื่นๆชิ้นเล็กๆตบท้ายด้วยจะช่วยให้รู้สึกดีมาก
        “แล้วอาการแพ้มีบ้างไหมครับ” ผมถามไปจดบันทึกไป
        “ มีน้อยมากจะพบเฉพาะบางรายเท่านั้นเมื่อรับประทานยาติดต่อกันหลายวันอาจมีอาการร้อนใน เช่น ปากเป็นเม็ด ริมฝีปากแห้ง หรือมีขี้ตา ก็ควรหยุดรับประทานยาชั่วคราว แล้วแก้อาการร้อนในด้วยการรับประทานยาเขียวตราใบห่อชนิดระบายอ่อนๆ
       ในบางกรณีอาจเกิดอาการปวดหรือชาอาจเป็นมากขึ้นภายในหนึ่งหรือสองวัน ให้อดทนรับประทานต่อไป ซึ่งโดยทั่วๆไปแล้วอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ ที่ปวดๆชาๆก็เนื่องจากช่วงยาออกฤทธิ์ใหม่ๆเริ่มขับอาการของโรคที่ซ่อนอยู่ออกมาจะเป็นลักษษณะนี้ประมาณ ๒-๓ วัน เมื่อตัวยาขับอาการของโรคออกแล้วจะรู้สึกดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่กำลังป่วยอยู่แล้ว
        ผมฟังคุณไอยริณเล่าแล้วรู้สึกว่าตำรายานี้ช่างมหัศจรรย์จริงๆทั้งจากการบอกเล่าของผู้ป่วยหลายรายที่เล่าให้คุณไอยริณฟังและประสบการณ์ตรงของสามีคุณไอยริณเอง ทำให้เราค่อนข้างจะเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น
        สำหรับผู้ป่วยที่มีผลการตรวจของแพทย์เป็นตัวเลขยืนยันที่ชัดเจน เมื่อรับประทานยาติดต่อกันประมาณ ๓๐ ฟอง แล้วไปพบแพทย์เจาะเลือด ผลจะปรากฏว่าระดับของน้ำตาล ความดัน ครอเรสเตอรอล  ไตรกลีเซอไรด์ จะลดลงใกล้เคียงปกติทุกคน ยังไม่เคยมีใครรับประทานยานี้แล้วไม่ได้ผล เพียงแต่ต้องทำยาให้ถูกวิธีสะอาดและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
        มีหลายรายที่ป่วยอันเกิดจากหินปูนกดทับเส้นประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเกิดอาการปวดเมื่อย ชา ปวด บวม ข้อและเข่าอักเสบ  ไหล่ติด นิ้วมือเท้าแข็ง  ตับ  ไต เกาต์ ไทรอยด์ จนกระทั่งโรคนอนไม่หลับ ตัวยานี้จะรักษาได้ผลดีและรวดเร็ว เพราะน้ำส้มจะค่อยๆละลายหินปูนตามข้อต่างๆรวมทั้งนิ่วในไต น้ำส้มจะทำให้เส้นประสาทสั่งการจากสมองทำงานได้สมบูรณ์ด้วย
       สรุปแล้วโรคต่างๆล้วนเป็นโรคที่เกิดขึ้นภายในร่างกายและเกี่ยวกับระบบเลือดทั้งสิ้น ซึ่งสาเหตุหลักคือ ผนังหลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะเส้นเลือดฝอยในสมองและส่วนต่างๆทั่วร่างกายทำให้เลือดไปไหลเวียนไม่สะดวกไปไม่ทั่วถึง ไม่สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์เนื้อเยื่อได้ทั่วถึง ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อส่วนนั้นอ่อนแอมีของเสียตกค้างในเซลล์ เป็นสาเหตุทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่อวัยวะส่วนนั้นและมีโอกาสพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
        ไข่ดองน้ำส้มสายชูหมักสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยน้ำส้มสายชูที่แฝงตัวไปกับไข่ในรูปของอาหารจะค่อยๆทำความสะอาดผนังหลอดเลือดทุกเส้นโดยเฉพาะเส้นเลือดฝอยทำให้หลอดเลือดสะอาด เลือดไหลเวียนได้สะดวก เมื่อเลือดลมไหลดีโรคทุกโรคก็ไม่เกิด
       ต้องขอขอบคุณ คุณไอยริณ จันทร์เกษร ที่ได้นำสูตรยานี้มาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน  ท่านผู้อ่านจะศรัทธาทำตามหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของท่านนะครับ    ผมต้องขออภัยครอบครัวคุณไอยริณ ไว้เป็นอย่างสูง ที่เสียงโทรศัพท์ดังมาไม่ขาดสาย มากเกินกว่าจะรับไหว เนื่องจากปัจจุบันคนเราเจ็บไข้ได้ป่วยเยอะ ต่างไขว่ขว้าหาทางเยียวยาตัวเอง
        เมื่อไม่นานมานี้ผมไปเห็นน้ำส้มสายชูทีหมักจากสับปะรดยี่ห้อใหม่ขายที่ท็อปซุปเปอร์มาเก็ต ..ชื่อชินนิ ผลิตโดย บริษัทไทยรสทิพย์ จำกัด อยูที่ถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โทร.๐-๒๔๓๑-๓๐๖๒ แต่ขายโดยบริษัท พีพีดี.เซลล์จำกัด อยู่ที่ถนนสุขาภิบาล ๑ แขวงคลองจั่น  เขตบางกะปิ กทม.โทร.๐-๒๓๗๔-๑๖๐๑ มือถือ ๐๘-๑๖๑๙-๔๖๑๒ จริงๆแล้วใช้ตราไหนก็ได้ที่ทำจากสับปะรด บังเอิญผมมีที่อยู่ของบริษัทนี้เลยอำนวยความสะดวกให้ ไดมอนด์ก็ดี จะให้ดีจริงๆและประหยัดต้องทำเองครับ ฮ่าๆๆ



       ให้โทรสั่งซื้อน้ำส้มสายชูที่ทำจากสับปะรดนะครับ เรื่องไข่ดองฮ่องเต้ เขาไม่รู้ ที่จริงผมก็เขียนละเอียดแล้ว อ่านแล้วทำได้เลย
        พอบอกไข่ไก่ จะโทรมาถามไข่เป็ดได้ไหม มิน่าคุณไอยริณถึงขยาด จำรัส เซ็นนิล ๐๘-๒๗๙๖-๙๕๒๗  ผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆๆ

     การทำน้ำส้มสายชูจากสับปะรดใชเอง  ดูเรื่องเล่าสุขภาพหัวข้อ..น้ำส้มสายชูสับปะรด

                                                                   ----------------------------------------------------

อัมพฤกษ์-อัมพาต
อัมพฤกษ์-อัมพาต
                            จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
      แค่เพียงเสียงแว่วว่าใครกินสมุนไพรอะไรดี รักษาโรคอะไรได้บ้างผมก็หูผึ่งรีบนำข่าวดีมาบอก หายบ้างไม่หายบ้างถูกโรคบ้างไม่ถูกโรคบ้างอันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ บางคนเป็นหลายโรคในเวลาเดียวกันอาจจะหายอีกโรคแต่อีกโรคไม่หาย ตำรับยาบางชนิดจึงต้องจัดหาครอบจักรวาลให้ครอบคลุมทุกโรคสุดท้ายหายไม่หายก็มาโทษเจ้ากรรมนายเวร
    ผมเคยได้ทราบข้อมูลจากคุณสมศักดิ์แนะนำให้ศึกษาตำรา “การใช้พลังบุญรักษาโรค” เมื่อศึกษาแล้วจึงทราบว่าระหว่างกินยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งเชื้อโรคก็มีชีวิตที่อดีตภพเราเคยทำร้ายมัน มันจึงมาจองล้างจองผลาญ ฉนั้นทุกครั้งที่กินยาต้องอธิษฐานจิตอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง ให้นายเวรออกจากร่างกายเราไป เมื่อนายเวรไม่อยู่โรคต่างๆก็หายเร็วขึ้น ดูตัวอย่างเกจิอาจารย์ที่สิ้นอายุขัยเมื่อมรณภาพไปแล้ว ไม่มีเชื้อโรคอยู่ในร่างกายให้ย่อยสลายทำลาย ร่างกายท่านจึงคงสภาพปกติไม่เน่าไม่เปื่อย
      ล่าสุดคุณเจะปีนัง จากจังหวัดปัตตานี เขียนจดหมายมาเล่าให้ฟังว่า ป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตมาหลายปี ภรรยาหนีหาย เนื่องจากตัวเองหงุดหงิด อารมณ์เสียด่าภรรยาบ่อย ไม่ได้ดั่งใจภรรยาทนอยู่ไม่ไหว ด้วยความทุกข์ทรมาน ปวดในข้อ ปวดเมื่อยไปทั้งตัว ลุกเดินลำบากต้องคลานเส้นเอ็นตึง คางเบี้ยว สายตาพร่ามัว
     และเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ญาติมาเยี่ยมได้แนะนำให้ทดลองใช้สมุนไพรตำรับพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์ เห็นว่าเป็นยาดีจากประเทศลาวแถวๆชายแดนแม่น้ำโขง ก็ไม่อยากเชื่อ คิดว่าชาตินี้คงทรมานอยู่อย่างนี้ไปชั่วชีวิต นอนคิดอยู่นานหลายวัน จึงตัดสินใจให้ญาติสั่งให้
     สมุนไพรที่ได้มาเขาบรรจุในผ้าขาวบางให้นำไปต้มในหม้อดิน ผมนึกถึงคุณจำรัส อธิษฐานจิตระหว่างต้มยา (ให้ญาติต้มให้) เวลาดื่มก็อธิษฐานจิตอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร คุณจำรัส เอ้ย..สามสี่วันแรกเจ้ากรรมนายเวรซัดผมเกือบตาย ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด แทบทนไม่ไหว ผมว่าจะเลิกกินแล้ว สู้เจ้ากรรมนายเวรไม่ไหว หยุดกินไปวันหนึ่งอาการเริ่มดีขึ้น ผมจึงให้ญาติต้มให้อีกหม้อ กะซัดให้มันตายคาที่ แต่ก็ไม่ลืมที่คุณจำรัส แนะนำอธิษฐานจิตอีกอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรออกจากร่างให้เขาไปเกิดใหม่มีความสุขอย่าได้จองเวรซึ่งกันและกันเลย
    เหลือเชื่อครับ อาทิตย์ที่สาม ตื่นเช้าขึ้นมา ผมรู้สึกมีเรี่ยวมีแรง ลองขยับแข้งขา สามารถเหยียดได้ ผมเขียนมายาวเหยียดคุณจำรัสคงไม่เบื่อ อยากให้คนอื่นรู้บ้าง ผมป่วยผมรู้โรคนี้มันทรมานแค่ไหน ทุกวันนี้ผมอาการดีขึ้นช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว คงดีขึ้นเรื่อยๆได้แค่นี้ ผมก็พ้นทุกข์แล้ว อ้อ.ลืมบอกไป ไอ้นั่นของผมที่เคยเหี่ยวเฉามันกลับมาคึกคักอีกแล้ว นี่ถ้าเมียผมไม่กลับมา ผมมีเมียใหม่แน่
     คุณเจะปีนัง ระบายมายาวเหยียดผมไม่ตัดทอนนะครับ ลายมือหวัดไปหน่อย แต่พออ่านได้ ขอให้โชคดีนะครับได้ทราบอย่างนี้แล้วก็ดีใจด้วย อีกอย่างก็เป็นบุญของคุณด้วยที่ญาติมาบอก นี่แหละครับเขาถึงบอกว่าบุญและกรรมมีส่วน หายแล้วหมั่นทำบุญก็แล้วกัน ทำทั้งบุญทำทั้งทานนะครับ ทำสองอย่างไปพร้อมๆกัน
มีอะไรพอแบ่งปันแจกจ่ายคนอื่นได้ โดยเราไม่เดือดร้อน ทำไปเถอะครับสั่งสมบุญ บางคนมีของเต็มบ้านเสื้อผ้าพับไว้สิบปีไม่เคยนำออกมาใช้ ลองแจกจ่ายไปบ้างครับ ทีวี ตู้เย็นฯลฯ  บ้านเรือนจะได้โล่งๆ สิ่งใหม่ๆ ทีวี ตู้เย็น และอะไรใหม่ๆ จะได้เข้ามาบ้าง
     สำหรับตำรับยาสมุนไพรตำรับพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์ ผมเคยเขียนไว้แล้วใครดูเน็ตเข้าไปดูได้ที่ JAMRAT.NET  มีรายละเอียดความเป็นมา หรือโทรสอบถามไปที่ ๐๘-๖๗๘๘-๕๖๓๕ และ ๐๙-๐๙๘๙-๒๐๒๔

   -------------------------------------------------
                                                                                                               ๗ มีค.๒๕๕๕

อัมพฤกษ์-อัมพาต
ตำรับพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์
                 จำรัส เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                     ดินแดนอันเป็นที่ตั้งประเทศไทยในปัจจุบัน เดิมคือ อาณาจักรสุวรรณภูมิ  แบ่งแยกการปกครองออกเป็น ๓ อาณาเขต คือ
                     อาณาเขตทวาราวดี มีเนื้อที่อยู่ในเขตตอนกลางบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแผ่ออกไปจากชายทะเลตะวันตกของอ่าวไทยจนถึงชายทะเลตะวันออกมีเมืองนครปฐมเป็นราชธานี
                     อาณาเขตยางหรือโยนก อยู่ตอนเหนือ ตั้งราชธานีอยู่ที่เมืองเงินยาง
                     อาณาเขตโคตรบูรณ์  ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง มีเมืองนครพนมเป็นราชธานี ศรีโคตรบูรณ์เป็นแคว้นหนึ่งในลุ่มน้ำโขง (พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ ) ปรากฏในตำนานอุรังคธาตุการสร้างพระธาตุพนม อาณาจักรโคตรบูรณ์ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย
              และอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่ได้รับการสานต่อกันมาหลายชั่วอายุคนคือภูมิปัญญาในการรักษาเยียวยาผู้เจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน อัมพฤกษ์-อัมพาต จะส่งผลทำให้สมองส่วนที่เคยได้รับเลือดมาเลี้ยงขาดเลือดไป เป็นผลให้สมองส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อาการจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของสมองที่ขาดเลือด
          อาการของโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยจะเกิดการชาหรืออ่อนแรงของแขนหรือขาครึ่งซีก เกิดการสับสน พูดไม่ออกหรือไม่เข้าใจคำพูด เกิดปัญหาการมองเห็น เกิดการงุนงงเวียนศีรษะ เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเฉียบพลันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหรือการ ซึมลง ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อลิ้นและปากผิดปกติ เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ อาจเกิดร่วมกับอาการอ่อนแรงบางคนอาจหมดสติทันที ซึ่งการหมดสติ เกิดจากสมองเสียการทำงานไปมากโดยเฉพาะบริเวณก้านสมองหรือเกิดจากหลอดเลือด สมองแตกที่รุนแรง
     จากการศึกษาพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง มีดังนี้

  • ความดันโลหิตสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดเสื่อม เนื่องจากแรงดันเลือด
ที่ออกมาจากหัวใจมีแรงดันสูงขึ้น ทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมเร็ว ขาดความยืดหยุ่น และแตกเปราะง่าย
        ๒. เบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญรองจากภาวะความดันโลหิตสูง
        ๓. ความอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก มีโอกาสเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงหรืออาจเป็นได้ทั้ง ๒ โรค
        ๔. ไขมันในเลือดสูง ทำให้หลอดเส้นเลือดแดงไม่ยืดหยุ่น เกิดการตีบตันง่าย เลือดจึงไหลผ่านไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อย ถ้าเกิดกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง จะทำให้สมองขาดเลือดและเป็นอัมพาตในที่สุด
        ๕. การสูบบุหรี่และดื่มสุรา การดื่มสุราจะทำให้หลอดเลือดเปราะหรือเลือดออกง่าย และการสูบบุหรี่จะทำให้อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ บุหรี่
        ๖. ความเข้มข้นของเลือด ถ้ามีฮีโมโกลบินสูงกว่าปกติ ก็มีโอกาสเกิดโรคได้
        ๗. โรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจวาย โรคเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ
        ๘. ยาต่างๆ เช่น สตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิดร่วมกับเป็นความดันโลหิตสูง
        ๙. อายุที่มากขึ้น จะมีความสัมพันธ์ต่อการเสื่อมของหลอดเลือด
        ๑๐. การดำเนินชีวิต บุคคลที่ดำเนินชีวิตด้วยความเครียด ไม่รู้จักผ่อนคลาย ร่างกายจะสึกหรอเร็วและเจ็บป่วยง่าย กล้ามเนื้อ ข้อต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงหลอดเลือดก็จะเสื่อมเร็วขึ้นด้วย

ภาพนี้ถ่ายที่บ้านซัมบุ่นสูงจากระดับน้ำทะเล ๖๐๐เมตร ต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

   เมื่อครั้งผมเดินทางไปจังหวัดหนองคายกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้พบกับพ่อสี ทันดอน ปราชญ์พื้นบ้านของชาวฝั่งโขงเมืองท่าแขกฝั่งตรงข้ามกับจังหวัดนครพนมซึ่งเป็นอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ในอดีตได้เล่าให้ฟังถึงการรักษาโรคเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดในสมอง อัมพฤกษ์อัมพาตด้วยสมุนไพรที่หาได้บนเทือกเขาในฝั่งลาว ผมก็ได้แต่จดไว้ เนื่องจากตัวยาหายากในบ้านเราจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก เอกสารที่จดไว้ก็ไม่รู้เก็บไว้ที่ใหนหาไม่พบ
      จนกระทั่งไม่นานมานี้ผมได้รู้จักกับ คุณมะลิ อิ่มสุข ที่ อ.พระแท่นดงรัง จังหวัดกาญจนบุรี เธอแนะนำว่าเป็นคนมุกดาหาร ทำสวนที่พระแท่นดงรังหลายปี สามีได้สืบสานภูมิปัญญาของพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์ รักษาโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน อัมพฤกษ์-อัมพาต นิ้วล็อค ปวดแข้งปวดขา ปวดเอว ปวดหัวเข่า โรคเก๊าต์ สายตาฝ้าฟาง เพิ่มสมรรถนะทางเพศ ( อาจเนื่องจากเลือดลมไหลดีทำให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานปกติ)
      ญาติพี่น้องทุกคนจะกินตำรับยานี้ในการดูแลสุขภาพ ทั้งชีวิตไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย มีเพื่อนบ้าน ปวดหัวเข่า เส้นเอ็นตึง นำตำรับพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์ไปกิน ผลปรากฎว่าอาการนิ้วล็อคที่เคยเป็นกำมือไม่ได้คิดว่าเป็นพังผืดจะนัดหมอผ่า  กลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง และอาการปวดเข่าก็ดีขึ้น ทุกวันนี้ไม่ปวดอีกเลย
       ของแสลงคืออาหารประเภทเนื้อ ปลาไม่มีเกล็ดทุกชนิด และของหมักดอง หากกินจะแสลงกับโรค ไม่หาย ใครที่มีอาการปวดหลัง ปวดหัว (ความดันโลหิต) จุดเสียดชายโครง ร้าวขึ้นจุดตรงลิ้นปี่
บางรายจุกอืดเวลากินข้าวชอบจุกแน่น มีอาการเรอหรืออยากอาเจียนมีอาการขมปากร้อนคอ ขับถ่ายยากแสดงว่าตับผิดปกติ



     ตำรับพ่อปู่จะมีสรรพคุณล้างพิษและสลายครอเลสเตอรอล-หินปูน บำรุงเลือดสร้างภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยกินแรกจะมีอาการปวดหนักขึ้นบริเวณที่มีอาการ หลังจากนั้นก็จะหายขาดเป็นปกติ    ผมได้เอามาฝากเพื่อนๆหลายคน โดยเฉพาะนำไปให้ผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต ปวดข้อจากที่เดินไม่ได้มานาน กลับมาเดินได้เหมือนเดิม น่าอัศจรรย์จริงๆ
    ตำรับพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์ตัวยามีหลายชนิดหนึ่งในตัวยาเท่าที่ผมรู้คือ สมุนไพรนิพพานไม่กลับ ดอกสีเหลือง ทีฝั่งประเทศลาวมีมาก ตำรับดั้งเดิมมีทั้งยาร้อนและยาเย็นผสมกันคล้ายตำรับยาจีน ทั้งหยินและหยาง เพียงนำตัวยาทั้งหมดใส่ถุงผ้าห่อแช่น้ำไว้  ๒๐-๓๐ นาที ในหม้อดิน น้ำท่วมยา น้ำ ๓ ส่วน ยา ๑ ส่วน แล้วนำไปต้มไฟปานกลางเมื่อเดือดแล้วค่อยๆลดไฟลง ให้เป็นไฟอ่อนต้มต่อ ๒๐ นาที ดื่มก่อนอาหารวันละ ๓ ครั้ง เช้า-เที่ยง-เย็นหรือต่างน้ำ  ต้มกินให้หมดวันต่อวัน     หากใครสนใจดื่มเพื่อ ดูแลสุขภาพทั้งการป้องกันและรักษาติดต่อไปที่ ๐๘-๖๗๘๘-๕๖๓๕ และ ๐๙-๐๙๘๙-๒๐๒๔
         อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับทุกท่าน ขอให้โชคดีมีความสุขครับ
  -------------------------------------------------------------------------------

อัมพฤกษ์-อัมพาต

อัมพาตสิบปี ดื่มสมุนไพร
ห้าวันรู้ผล
                  เสียงตื่นเต้นระคนดีใจของ คุณประนอม  มณีย้อย บ้านท่าศาลเจ้า  ต.เชิงกลัด  อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
โทรศัพท์เข้ามาหาผม บอกว่าติดต่อคุณจำรัส ยากมาก ดีใจที่โทรติด  ดิฉันป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต มาร่วม ๑๐ ปี เธอรีบ พูด โดยไม่ปล่อยให้ผมได้ซักถาม  เธอบอกว่าป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต มาร่วม ๑๐ ปี ขาลีบ ตะโพกลีบ ไหล่ซ้ายห้อย เดินเอียงเซไปเซมา  เหมือนเจ้าเข้าทรง เวลาเดินต้องลากขาไปด้วยบางครั้งโดนก้อนหินเท้าจะเป็นแผล  ไหล่ขวาชาไม่มีแรง ต้องไปฉีดยาที่ไหล่ขวาทุกอาทิตย์ ครั้งละ ๒๕๐ บาท หมดเงินไปเยอะ      
                                                                                                                                                 
                         ดิฉันทนทุกข์มานานแล้ว พยายามติดต่อคุณจำรัส อยากบอกเอาบุญให้คนที่เป็นได้หาย ดิฉันกินสมุนไพรนี้เพียง ๕ วันรู้ผลเลย ปัจจุบันเดินได้ปกติแล้ว เธอยังเล่าไม่หยุดผมได้แต่ขานรับ ครับๆ                                                          
                     “ ดิฉันได้ตัวยานี้มาจากผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต ที่นอนซมอยู่กับที่ไปไหนมาไหนไม่ได้ เหมือนนอนรอความตาย  อยู่ๆก็ลุกเดินได้อย่างน่าอัศจรรย์  ตัวยามีสมุนไพร ๔ ชนิด หาง่าย พอได้สูตรยามาดิฉันก็ไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง เพื่อนบ้านก็เอาไปทำ เพียงไม่กี่วันก็วิ่งมาบอกว่าหายแล้ว ดิฉันตกใจ..งง..ดิฉันเป็น คนบอกยังไม่ได้ทำ  แต่มีคนเอาไปทำก่อน หายจากโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตแล้ว ดิฉันจึงรีบทำกินบ้าง

                       ตัวยามี พริกไทยดำ  ๒ ช้อนโต๊ะ  ดีปลี ๓๐  ดอก ผักเสี้ยนผี ๑  กำมือ มะตูมอ่อน  ๑ ขีด ตัวยาทุกตัวต้องตากหรืออบให้แห้งก่อน หลังจากนั้นเอาไปต้ม ใส่น้ำเยอะๆ ต้มให้เดือดประมาณ ๒๐ นาทีให้ฤทธิ์ยาออกมา ให้ดื่มต่างน้ำ ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ รสชาติจะเผ็ดร้อน  กิน ๔ วันแรกจะเฉยๆ  พอวันที่ ๕ จะปวดมากแทบทนไม่ได้ โดยเฉพาะบริเวณที่อาการหนัก เราต้องทนให้ได้หลังจากนั้นมันก็จะหลุดออกมาเลยคือหายเป็นปลิดทิ้ง เหมือนไม่เคยปวดกลับมาเป็นปกติ ดิฉันร้องไชโย ดังลั่นบ้าน ชาวบ้านใกล้เคียงนึกว่าดิฉันบ้า


                    สำหรับผักเสี้ยนผี ที่ใช้ประโยชน์มีอยู่ 2 ชนิดคือ ผักเสี้ยนชนิดที่เรานำมาดองรับประทาน หรือเรียกว่าผักเสี้ยนตัวผู้ หรือผักเสี้ยนขาวบางทีก็มีดอก สีขาว ออกม่วง  หรือ สีม่วงส่วนอีกชนิดคือผักเสี้ยนผีหรือผักเสี้ยนตัวเมีย  ต้นจะแผ่กิ่งก้านตรงเฉียงประมาณ ๔๕ องศา ดอกมีสีเหลืองบางและเกลี้ยง ดอกจะบานในวันเดียวคือตอนเช้า มีเมือกเหนียวๆอยู่ภายในลำต้น เมื่อเด็ดจะมีกลิ่นเหม็นเขียวฉุนๆลำต้นสูงประมาณ ๑  เมตร สรรพคุณเด่นของผักเสี้ยนผีคือแก้ข้ออักเสบ แก้เหน็บชา บางแห่งเรียกผักเสี้ยนผีว่าสมุนไพรไปนิพพานไม่กลับ หรือส้มเสี้ยนตัวเมียดอกจะมีสีเหลือง 

                   สมุนไพรมะตูมอ่อน เป็นยาธาตุทำให้เจริญอาหาร  บำรุงกำลัง และขับลมเนื่องจากมีสารเพคตินจึงมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในลำไส้ได้ สมุนไพรพริกไทยดำมีสารแอลคาลอยด์ไพเพอร์ริน ทำให้เลือดลมเดินสะดวก กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานดี สมุนไพรดีปลีรสเผ็ดร้อนขม แก้เส้นอัมพฤกษ์-อัมพาตดับ ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ ขับลม แก้ธาตุพิการ เป็นยาอายุวัฒนะ บางแห่งเรียกสมุนไพรประดงข้อ ดีปลีเชือก ปานนุ และพิษพญาไฟ

                  หลังจากสูตรนี้รายการทั่วทิศถิ่นไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย นำออกเผยแพร่ ทั้งผมและคุณประนอม  ก็ได้รับตำแหน่งใหม่เป็นชุมสายโทรศัพท์รับปรึกษาปัญหาสุขภาพเฉลี่ยวันละ๘๐ สายทั้งวันทั้งคืน ถ้าโทรหาคุณประนอมไม่ติดก็โทรหาคุณจำรัส โทรหาคุณจำรัสไม่ติดก็โทรหาคุณประนอม ขอโทษทีครับเวลาอาบน้ำ-นั่งสุขาวดียังต้องรับสาย จะปิดเครื่องก็เห็นใจคนป่วย

                    นี่เป็นประสบการณ์จริงของผู้ป่วยอัมพาต-อัมพฤกษ์ คุณประนอม  มณีย้อย บ้านท่าศาลเจ้า  ต.เชิงกลัด          อ.บางระจันทร์ จ.สิงห์บุรี โทร. ๐๘-๑๓๖๕-๘๓๑๓
                     เพื่อให้หายข้องใจผมบึ่งรถไปหาคุณประนอม ที่จังหวัดสิงห์บุรี ไมน่าเชื่อจากผู้หญิงที่หมดสภาพเวลาล้มไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขนาดหมาเลียหน้า แต่วันนี้ที่ผมเห็นเธอปั่นจักรยานมารอรับผมถึงปากทางเข้าบ้าน แล้วจัดเตรียมสมุนไพรต่างๆให้ผมดู ซึ่งตำรับยานี้มีหลายคนนำไปใช้แล้วแจ้งกลับมาว่าได้ผลดีมาก  นิ้วล็อคก็หาย นกเขาคืนชีพ ความดัน-เบาหวาน-เก๊าท์-ปวดหัวเข่ารูมาตอยล์ ข้อมูลรายละเอียดอยู่ในหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย-๒ นะครับ
                                        ----------------------------------------------------- 

อัมพฤกษ์-อัมพาต ๑๐ ปี ดื่มสมุนไพรห้าวันเดินได้
ข่าวดี ขณะนี้หนังสือ"เล่มเดียวคุ้มโรคภัย" เล่ม ๒
                       เจาะลึกคุณประนอม มณีย้อย หญิงวัยกลางคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต มา ๑๐ ปี เอวทรุด-ไหล่ทรุด ล้มแล้วลุกลำบาก ถึงกับหมาเลียหน้า ทุกคนเห็นจนชิน แต่แล้วฟ้ายังปราณี เหมือนหมดเคราะห์กรรม กินสมุนไพร ๔ ชนิด
สามารถเดินได้ปกติ กระโดดร้องดีใจเหมือนคนบ้า


                       จำรัส ทราบข่าวบุกถึงรังที่สิงห์บุรี หลังออกข่าว ๒๐๐-๓๐๐ สายทั่วประเทศโทรหาเธอ เหลือเชื่อทุกคนอาการดีขึ้น ระยะเวลาแตกต่างกัน บางคนนิ้วล็อคก็หาย สายตาพร่ามัวสายตาเห็นภาพซ้อนก็กลับมองเห็นได้ปกติ ลดความดัน เลือดลมไหลดี
มีรายละเอียดอ่านแล้วสามารถทำตาม บางคนนกเขาที่ไม่เคยขัน ก็กลับขันจนเมียปลาดใจ ฮ่าๆๆ

                     หนังสือเล่ม ๒ ออกจากโรงพิมพ์แล้ว ต้องการด่วน โทร ที่ชมรมพิทักษ์ภูมิปัญญาไทย ส่งให้ทางไปรษณีย์
 ๐๘-๔๖๘๒-๙๔๘๙

มหัศจรรย์มะกรูด

มะกรูด ๔ ลูก 
รักษาอัมพฤกษ์-ภูมิแพ้ 
 
   
คุณเยาวลักษณ์  ปรางสุวรรณ
        ผมได้รับคำแนะนำจากคุณเยาวลักษณ์ ปรางสุวรรณ ผู้จัดรายการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปางว่า อ.วิยะดา รังษี อดีตข้าราชการครูบำนาญ ที่ปรึกษาสภาผู้สูงอายุลำปาง ท่านมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมาก โดยเฉพาะเรื่องมะกรูด ๔ ลูก รักษาโรคอัมพฤกษ์ จึงได้ติดต่อ อ.วิยะดา มาสัมภาษณ์ในรายการวิทยุ “ทั่วทิศถิ่นไทย” วันศุกร์ที่ ๑๔ มิย.๕๔
 ผลปรากฏว่าหลังออกอากาศแล้ว มีท่านผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาจำนวนมากบอดจดไม่ทันผมบอกว่า
        “ จะจดทันได้อย่างไร ผมสวัสดีท่านผู้ฟัง ไม่ได้สวัสดีท่านผู้จด ถ้ามัวแต่คุยกับผู้จด สามวันก็ไม่หมด”
       เพื่อความสบายในของทุกท่าน ผมเลยนำมาเผยแพร่ซ้ำอีกหลายๆครั้ง พร้อมกับนำรายละเอียดมาให้อ่านอีกครั้งใน webe:jamrat.net  อ.วิยะดา บอกว่าตำรับนี้ได้มาจากเพื่อนครูด้วยกัน แนะนำว่า
       “ เอามะกรูดแก่จัดมา ๔ ลูก แล้วนำมาผ่าครึ่ง ควักเมล็ดเนื้อข้างในออก
                   ลูกแรก...เอาพริกไทยดำบดละเอียดใส่เข้าไป
                   ลูกที่สอง ...เอาดีปลีบดละเอียดใส่เข้าไป
                   ลูกที่สาม...ใส่กระเทียมที่ปลอกเปลือกแล้วเข้าไป
                   ลูกที่สี่...เอาเกลือตัวผู้ ๑ ช้อนโต๊ะ แบ่งใส่ผ่าละครึ่งช้อนโต๊ะ
                 หลังจากนั้นนำมะกรูดทั้งหมดเอาไปนึ่งให้สุก แล้วเอามาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งพอเป็นกระสายยาคนให้เข้ากัน
เก็บไว้ในตู้เย็น ให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์กิน ขนาดเท่าหัวแม่มือ ก่อนอาหารเช้าและก่อนนอน
                อาการอัมพฤกษ์ และภูมิแพ้จะหายไป มีผู้ป่วยหลายรายทดลองกินได้ผลมาแล้ว
                  ติดต่อ อ.วิยะดา รังษี ๐๘-๖๗๕๖-๕๐๑๓
มะกรูด
           มะกรูด เป็นพืชคู่ครัวไทยมาเนิ่นนาน สมัยเด็กๆเห็นคุณพ่อปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน เข้าไปในครัวเห็นคุณแม่เก็บไว้ในตู้เป็นเครื่องเคียงไว้ปรุงอาหาร ทุกวันนี้เห็นดาษดื่นทั่วไปส่วนใหญ่จะนำไปทำน้ำยาหมักผมที่มีคุณภาพ และเป็นผลิตภัณท์ของวงการสปาที่มีกลิ่นหอมธรรมชาติชื่นใจ มะกรูด มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ภาคเหนือเรียก มะขุน มะขูด หนองคายเรียก มะหูด ภาคใต้เรียก ส้มกรูด ส้มมั่วผี เขมรเรียก โกรยเซียด กะเหรี่ยงที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเรียก มะขู  
          มะกรูดมักประกอบด้วยเบต้า-ไพนีน, ไลโมนีนและซาบินีน เป็นสารหลัก ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากใบจะประกอบด้วย ซีโทรเนลลาล, ไอโซพูลิโกล และไลนาลูออล เป็นสารหลัก ส่วนในน้ำมะกรูดมีกรดซิตริก ไวตามินซี และกรดอินทรีย์ชนิดอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบ  ยิ่งค้นคว้ายิ่งเห็นว่า มะกรูดมีประโยชน์มากมาย ทำให้ผมอยากรณรงค์ให้ทุกท่านปลูกไว้ประจำบ้านคนละต้นสองต้น
          ในอนาคตผมจะปลูกไว้ที่สวนภูเรือ “ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรไทย” รวบรวมสายพันธ์ต่างๆไว้ศึกษา ในวงการแพทย์แผนไทยยกย่องมะกรูดว่าเป็นสมุนไพรเด่นที่มีคุณสมบัติ ใช้เป็นยาหรือส่วนผสมของยาต่าง ๆ คือ น้ำในผลแก้อาการท้องอืด ช่วยให้เจริญอาหาร น้ำมะกรูดใช้ดองยา เพื่อใช้ฟอกเลือด และบำรุงโลหิตสตรี เนื้อของผลใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ใบมะกรูดใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด ผลมะกรูดที่คว้านไส้ออกนำมหาหิงส์ใส่แทนใช้เป็นยาขับลมแก้ปวดท้องในเด็กอ่อน
          มะกรูดใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอมและเครื่องสำอางค์ต่าง ๆ กรด Citric ช่วยขจัดคราบสบู่ (ด่าง) ที่หลงเหลืออยู่ ทำให้ผมหวีง่าย น้ำมันจากผิวมะกรูดช่วยให้ผมดกเป็นเงางาม ใช้ปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร ในดับกลิ่นคาวของอาหาร ใช้เป็นส่วนผสมในครื่องแกงต่าง ๆในบางตำรับยาบอกว่ามะกรูดสามารถขับลมแก้จุกเสียด  วิธีใช้ ตัดจุกผลมะกรูด คว้านไส้กลางออก เอามหาหิงส์ใส่แล้วปิดจุก นำไปเผาไฟจนดำเกรียม บดเป็นผงละลายกับน้ำผึ้งรับประทาน จะช่วยขับลม แก้ปวดท้องหรือป้ายลิ้นเด็กอ่อน เป็นยาขับขี้เทาได้
          น้ำมะกรูดใช้ถูกฟัน แก้เลือดออกตามไรฟัน เอาผลมะกรูดมาดอง เป็นยาดองเปรี้ยวรับประทานขับลมขับระดู  เปลือกผลฝานบาง ๆ ชงน้ำเดือดใส่การะบูรเล็กน้อย รับประทานแก้ลมวิงเวียน เปลือกฝนใช้ผสมในเครื่องสำอางบางชนิด เช่น แชมพู สบู่ เป็นต้น
        สารพัดประโยชน์และคุณค่าจากมะกรูด รีบหามาปลูกนะครับ หากจะถามว่าปลูกวันไหนดีที่สุด ผมว่าปลูกวันนี้ และเดี๋ยวนี้ ดีที่สุดครับ ฮ่าๆๆ
        คุณทานตะวัน ได้เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ ๑๗๐ ว่า คุณค่าของมะกรูดในการบำรุงเส้นผมนั้นอาจเป็นสิ่งที่หลายๆ ท่านรู้กันดีอยู่แล้ว เพราะแม้กระทั่งผู้ผลิตยาสระผมบางรายยังใช้เป็นประเด็นในการโฆษณาว่า แชมพูของตนผสมมะกรูด มะกรูดไม่เพียงแต่ทำให้ผมดำเป็นเงางามเท่านั้น แต่ยังช่วยกำจัดรังแคแก้คันศีรษะ แก้ผมแตกปลายป้องกันผมร่วง และทำให้ผมหงอกช้า  มะกรูดเป็นสมุนไพรธรรมชาติ จึงไม่ต้องกลัวแพ้เหมือนแชมพูที่ทำจากสารเคมี ที่สำคัญมะกรูดบำรุงผมได้ทุกชนิด คนผมแห้งหรือผมมันก็ใช้ได้
วิธีใช้มะกรูดสระผม
   การนำมะกรูดมาสระผมนั้นมีหลายวิธีให้เลือก ดังนี้
1. เอามะกรูดสดๆ มาผ่าครึ่ง แคะเอาเม็ดออก บีบเอาน้ำมาใช้สระผม แต่วิธีนี้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำมันที่ผิวมะกรูด
2. ปอกผิวมะกรูดออก นำมาตำให้ละเอียด แล้วบีบน้ำมะกรูดผสมลงไป เติมน้ำลงไปอีกพอให้ส่วนผสมเริ่มเหลว คนให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วกรองคั้นเอาแต่น้ำไปใช้ วิธีนี้เวลาสระจะได้กลิ่นเหม็นเขียวจากผิวมะกรูด แต่สระเสร็จแล้วจะหอมได้ผลดีที่สุด
3. เอาลูกมะกรูดมาหั่นเป็นชิ้นและนำมาเข้าเครื่องปั่นจนละเอียดที่สุด เอาออกมาใส่ชามเติมน้ำอุ่นลงไปจนท่วม คนให้ทั่ว ตั้งทิ้งไว้ 10-20 นาที คั้นเอาแต่น้ำใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้ น้ำมะกรูดจะอยู่ได้ 1-2 สัปดาห์ สำหรับมะกรูดนั้นจะใช้มะกรูดสดหรือเผาไฟก่อนก็ได้
          เมื่อได้น้ำมะกรูดแล้วก่อนสระผมควรราดผมให้เปียกชุ่มเสียก่อน เนื่องจากน้ำมะกรูดมีฤทธิ์เป็นกรดแก่ กัดหนังศีรษะได้ น้ำมะกรูดเมื่อเจือจางลง ฤทธิ์อ่อนลงไปด้วย ขณะที่สระผมควรนวดศีรษะไปด้วย ทิ้งไว้สองสามนาที ล้างออกและสระซ้ำอีกครั้ง แล้วล้างออกให้สะอาด อย่าให้มีเศษมะกรูดหลงเหลืออยู่ เพราะจะทำให้ผมเสีย ที่สำคัญระวังอย่าให้น้ำมะกรูดเข้าตาหรือถูกปาก เพราะจะรู้สึกแสบตาและชาปาก เวลาใช้ตอนแรกอาจจะรู้สึกแสบที่หนังศีรษะบางแห่ง แสดงว่าตรงนั้นมีแผลอยู่ ไม่เป็นอันตรายอะไรใช้ไปเรื่อยๆ จะหายเอง แต่ถ้ารู้สึกแสบทั้งหนังศีรษะแสดงว่าน้ำมะกรูดข้นไป ต้องผสมน้ำให้เจือจางอีก หลายๆ คนอาจจะเคยอยากใช้มะกรูดสระผม แต่ขี้เกียจยุ่งยาก  ดิฉันอยากให้ลองทำดูนะคะ มะกรูดเราก็มีขายอยู่ทั่วไป ขั้นตอนการทำก็เพลิดเพลินดี ที่สำคัญผลที่ได้นั้นทำให้ผมสวยจริงๆ ค่ะ สระผมครั้งต่อไป ใช้มะกรูดกันเถอะค่ะ
         ในหนังสือชีวจิตได้เขียนถึงเรื่องมะกรูดไว้อย่างน่าสนใจว่า ในอดีตได้มีการนำเอามะกรูดไปใช้ในพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีโสกันต์ ซึ่งระบุไว้ว่าจะต้องมีผลมะกรูดและใบส้มป่อยประกอบในพิธีด้วย ส่วนในวรรณคดีไทยหลายเรื่องได้กล่าวถึงมะกรูดไว้อย่างไพเราะเพราะพริ้งทีเดียวค่ะ เช่น กาพย์ห่อโคลงนิราศพระบาท ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์
มะกรูดสองแถวทาง    คิดมะกรูดนางสางสระผม
แก้เกล้าเจ้าผึ่งลม    กลิ่นขจรขจายเรียมสบายใจ
มะกรูดสองเถื่อนถ้อง    แถวพนม
มะกรูดเหมือนนางสระผม    พ่างเพี้ยง
แก้เกล้าเจ้าผึ่งลม    รวยรื่น
ขจรสุคนธกลิ่นเกลี้ยง    รื่นล้ำเรียมสบายฯ
      ปัจจุบันมีแชมพูและครีมนวดผมจากมะกรูดวางจำหน่าย บางยี่ห้อมีส่วนผสมของตะไคร้ช่วยป้องกันผมแตกปลาย หรือมีส่วนผสมของน้ำมันงา ช่วยบำรุงผมให้นิ่มดกดำ หรือดอกอัญชัญ ซึ่งช่วยป้องกันผมหงอกก่อนวัย แต่ที่พิเศษสุดเห็นจะเป็นการนำมะกรูดและน้ำกาแฟมารวมเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยปิดผมขาว ช่วยเคลือบเส้นผมแบบธรรมชาติ พร้อมทั้งบำรุงรากผมที่เกิดใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่โกรก หรือย้อมผมเป็นประจำด้วย แต่ใครที่สนใจอยากลองทำแชมพูมะกรูดใช้เอง ก็สามารถทำได้นะครับ
วิธีทำน้ำมะกรูดด้วยการเผาไฟ    เหมาะสำหรับขจัดรังแค แก้คันศีรษะใช้หมักผมและหนังศีรษะ
  1. นำมะกรูดเผาไฟให้พอมีน้ำมันซึมออกมาจากผิว และมีกลิ่นหอม
  2. ผ่าครึ่ง บีบเอาเฉพาะน้ำมาชโลมให้ทั่วหนังศีรษะ หมักไว้ประมาณ 15-30 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
วิธีทำน้ำมะกรูดด้วยการต้ม   เหมาะสำหรับ สระแทนแชมพู ทำให้ผมนิ่ม ลื่น รักษาอาการคันศีรษะ
  1. นำมะกรูดผ่าครึ่ง ต้มกับน้ำเล็กน้อย (น้ำ 2ถ้วย ต่อมะกรูด 1 ลูก) ตั้งไฟพอเดือดยกลง ปิดฝาทิ้งไว้จนอุณหภูมิลดลง นำมาคั้นแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อไม่ให้เกร็ดเล็กๆของมะกรูดติดกับผม
  2. นำน้ำมะกรูดที่ได้มาชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ ใช้ทำความสะอาดเส้นผมแทนแชมพู หรือใช้เคลือบเส้นผมแทนครีมนวดผม ทำให้ผมหวีง่ายไม่พันกัน
แชมพูมะกรูดสูตร 1
ส่วนผสม
  1. มะกรูด 3-5 ผล
  2. ใบหมี่ 10 ใบ
  3. น้ำซาวข้าวเหนียว 1 ลิตร
วิธีทำ
  1. มะกรูดผ่าตามขวางเป็นสองซีก ตั้งน้ำพอเดือด ใส่มะกรูดและใบหมี่ลงไปในหม้อ
  2. รอให้เดือดต่อประมาณ 10 นาที ปิดฝา ยกลง
  3. รอจนเย็นลง ใช้ผ้าขาวบางกรองเอากากออก แล้วเก็บใส่ขวดไว้ใช้สระผมแทนแชมพู
หมายเหตุ วิธีการทำน้ำซาวข้าวเหนียว ให้นำข้าวเหนียวประมาณ 1 ลิตร แช่น้ำพอท่วม (ใช้น้ำประมาณ 1 ลิตร) ทิ้งไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง จะได้น้ำซาวข้าวเหนียวสีขาวขุ่น
แชมพูมะกรูดสูตร 2
ส่วนผสม
  1. มะกรูด 3-5 ผล
  2. หญ้าปักกิ่ง ถ้วย
วิธีทำ
  1. มะกรูดผ่าตามขวางเป็นสองซีก หญ้าปักกิ่งทั้งต้นล้างน้ำให้สะอาดใช้ทั้งราก ทั้งใบ
  2. ใส่มะกรูด หญ้าปักกิ่ง น้ำซาวข้าว ในหม้อตั้งไฟปานกลาง รอให้เดือดประมาณ 20 นาที ปิดฝายกลง
  3. รอจนน้ำเย็น สังเกตสีของน้ำจะคล้ำขึ้น ใช้มือคั้นเอาแต่น้ำ ทิ้งกาก
  4. กรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง เก็บใส่ขวดไว้ใช้สระผมแทนแชมพู
หมายเหตุ หากไม่มีน้ำซาวข้าวเหนียวให้ใช้น้ำเปล่าแทนได้ น้ำซาวข้าวเหนียวมีฤทธิ์เย็น ช่วยรักษาความชุ่มชื่นของหนังศีรษะ ลดอาการคัน แก้ผดผื่น สิว บนหนังศีรษะได้ดี
            เป็นอย่างไรครับ ได้ข้อมูลหลายแง่มุมแล้ว มะกรูดควรจะปลูกไว้ข้างบ้านท่านได้หรือยังครับ ทั้งกินทั้งดูแลสุขภาพ ประหยัดเงินได้อีกตั้งเยอะ แถมว่างๆเวลาไปเยี่ยมญาติ ก็หอบมะกรูดไป เป็นของฝากได้อีกด้วย
อยากปลูกมะกรูดจังเลย
 --------------------------------------------------------------

ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต ๗ ปี หายด้วยสมุนไพร

ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต ๗ ปี “รอดได้ด้วยสมุนไพร”
      คุณชลอ ไทยพยัคฆ์ อยู่บ้านหนองปริก  ตำบลวังน้ำเย็น  อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง อาชีพค้าขายตามตลาดสี่มุมเมือง อยู่ๆเส้นตามร่างกายตึงและจม เป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต มาร่วม ๗ ปี ลิ้นก็แข็งพูดไม่ชัดหลังจากได้ฟังผมจัดรายการพูดถึงเรื่อง สุดยอดสมุนไพรไทยบำบัดโรค “ห้าวันเห็นผล”
     คุณชลอ ได้ปฎิบัติตาม นำสมุนไพรนั้นมาต้มกินผลปรากฏว่ากินได้เพียง ๒ วัน อาการปวดตามร่างกายก็ปวดมากขึ้นจนแทบทนไม่ไหว หลังจากนั้นง่วงมากจนหลับไป พอตื่นขึ้นมาสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น จากที่ลิ้นแข็งพูดไม่ชัดเพราะสมองไม่สั่งงาน ก็สามารถพูดได้ชัดขึ้น เริ่มเดินได้
    “ ผมประทับใจมาก จากที่ล้มป่วยมาหลายปี ยาก็กินมาแทบทุกขนาน โรงพยาบาลก็ไปมาทุกแห่ง
จนแทบสิ้นหวัง ขอบคุณ คุณจำรัสที่ทำให้ผมเหมือนตายแล้วเกิดใหม่” คุณชลอพูดเสียงเครือด้วยความตื้นตัน  
   
ภาพผักเสี้ยนผี(ดอกสีเหลือง)
       ทุกวันนี้คุณชลอได้แนะนำช่วยเหลือผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต รอดตายมาหลายคนแล้วใครอยากทราบรายละเอียดโทรถามได้ ๐๘-๗๑๑๙-๔๕๑๕ 
----------------------------------------------------------

 ปล. ติดตามรวมเรื่องประสบการณ์ผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต ฉบับสมบูรณ์ในหนังสือ เล่มเดียวคุ้มโรคภัย-๒ ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คทั่วประเทศ (ส่วนใหญ่ร้านซีเอ็ดจะอยู่ในโลตัสทั่วประเทศ)