ป้ายคำ: ปวดหลัง (1)

วิธีรักษาอาการปวดฟัน/ปวดหลัง

เที่ยวเกาะแก้วพิสดาร จังหวัดระยอง
ตามหาสมุนไพรแก้ปวดหลังปวดเอวปวดฟัน
จำรัส เซ็นนิล / รวบรวม/เรียบเรียง
        เมื่อวันที่ ๕  มกราคม ๒๕๕๓ ผมขับรถเรื่อยเปื่อยไปถึงจังหวัดระยองและแวะเยี่ยมคุณพิมุข รัตนอาภา แฟนรายการจากจังหวัดระยอง  
        “คุณจำรัส ขับรถตรงมาที่ตลาดตะพง ผมจะคอยอยู่ที่นั่น” เสียงคุณพิมุขนัดหมายมาทางโทรศัพท์  
        เมื่อเดินทางถึงตลาดตะพง จังหวัดระยอง เห็นหนุ่มใหญ่กะประมาณราว ๗๐ ปี ร่างท้วมๆนุ่งกางเกงขาสั้นโบกไม้โบกมือรอรับอยู่
        “เดี๋ยวจดรถคุณจำรัสไว้ที่นี่ขึ้นรถผม จะพาไปท่าเรือเพไปดูการเลี้ยงปลาในกระชังที่เกาะเสม็ดหรือเกาะแก้วพิสดาร
เมืองในวรรณคดีของท่านสุนทรภู่ ถิ่นกำเนิดของสุดสาคร ราชบุตรของพระอภัยมณีกับนางเงือก ในเรื่องพระอภัยมณี”  คุณพิมุขเล่าพลางพาผมไปขึ้นรถกระบะ ๔ ประตูมุ่งหน้าสู่ท่าเรือเพ
        ที่ท่าเรือมีทั้งเรือโดยสารจุคนได้ ๓๐-๑๐๐ คน และเรือเร็ว รับส่งผู้โดยสารอย่างขวักไขว่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
คุณภิมุขพาผมไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนลงเรือเร็วไปที่เกาะเสม็ดชมการเลี้ยงปลาในกระชัง
        ระหว่างนั่งรอเรือคุณพิมุข เล่าให้ฟังว่าอดีตเป็นวิศวะกรรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย ปัจจุบันอาศัยอยู่กับลูกสาวที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งหาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งศูนย์ใหญ่จะอยู่บนฝั่งแต่ศูนย์เรียนรู้จะอยู่ที่ชายฝั่งหน้าเกาะเสม็ดโดยมีลูกสาวคือคุณกฤษณา  จันทร์แก้ว นักวิชาการประมงและนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากมหาวิทยาลัยเกษตรซึ่งเป็นลูกสาวดูแลอยู่
         “ เดี๋ยวพ่อจะพาคุณจำรัส เพื่อนพ่อไปหา เตรียมตัวไว้เดี๋ยวคุณจำรัส จะขอสัมภาษณ์ด้วย” เสียงคุณพิมุขนัดหมายสำทับให้ลูกสาวรอต้อนรับ
        ไม่ถึง ๓๐  นาทีเรือเร็วพาเราไปส่งที่กระชังเกาะเสม็ดคุณกฤษณา ลูกสาวคุณพิมุขมารอรับ พาเดินบนแผ่นไม้พื้นที่วางบนถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตรที่ประยุกต์เป็นแพลอยนำทำเป็นกระชังเลี้ยงปลา ซึ่งมีด้วยกันหลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นปลาเศรษฐกิจ เช่นปลากะพง ปลาโฉมงาม ปลาเก๋า นอกจากนั้นก็มีเต่าหลายสายพันธ์ และปลาฉลามขนาดยาวเมตรเศษๆอยู่ตัวหนึ่ง
         “ ฉลามตัวนี้เราเลี้ยงมันมาแต่เล็กๆ ตอนนี้ก็โตแล้ว ไม่กล้าปล่อยกลัวจะหากินเองไม่เป็น ใครมาที่นี่มักจะมารอดู”
  คุณกฤษณา เอาเหยื่อปลาทูให้อาหารปลา ทำให้ผมได้เห็นปลาหลากหลายสายพันธ์ขึ้นมาฉวัดเฉวียนที่ผิวน้ำ ซึ่งมีด้วยกันหลายขนาดทั้งเล็กและใหญ่เต็มไปหมด

               ระหว่างนั่งพักบนแพที่นี่ผมได้ความรู้ภูมิปัญญาไทยจากคุณพิมุขหลายเรื่องคุณพิมุขเล่าพรั่งพรูออกมาจากประสบการณ์อย่างน่าทึ่ง
               “สำหรับใครที่ปวดหลังปวดเอวโดยเฉพาะชาวสวน ชาวนา แบกๆหามๆ หนีไม่พ้นการปวดหลังปวดเอว ผมมีสูตรเดแนะนำเพราะผมเคยปวดหลังปวดเอว ลองมาแล้วหายดีชะงัดเลย ตำราบอกว่าให้เอาพริกไทยเม็ดเท่าอายุ จะเป็นพริกไทยดำพริกไทยแห้งก็ได้ จำนวนเท่าอายุของผู้ป่วย เอามาตำให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับน้ำมะพร้าวอ่อน๑  ลูก ดื่มกินให้หมดครั้งเดียว สามารถแก้ปวดหลังปวดเอวได้ ท่านบอกให้กินถึง ๓  ปีๆละ ๑  มื้อ เมื่อหายดีแล้ว ให้ทำบุญใส่บาตรอุทิศให้เจ้าของสูตรยานี้ด้วย คนที่แนะนำสูตรยานี้ให้ผมคือคุณจำลอง สวัสดิพงษ์ ซึ่งเป็นวิศวกร รถไฟรุ่นพี่ผม ๔  ปี”  คุณพิมุขเล่าไปผมก็จดไปท่ามกลางสายลมทะเลที่พัดมาเฉื่อยๆ พร้อมกับเสียงเรือเร็วและเรือโดยสารและเรือประมงที่วิ่งเข้าออกท่าเกาะเสม็ดที่ไม่ไกลจากแพกระชังปลาทีเรานั่งอยู่มากนัก
        “ คุณจำรัส มีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของผมมาบอกว่า คุณแม่ซึ่งมีอายุเกือบๆ ๘๐ ปี มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงกำลังนอนพักรอการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผมรีบปรุงยานี้ แล้วแอบนำไปให้คุณแม่ท่านดื่มกินถึงขอบเตียงคนไข้  โดยไม่กล้าบอกให้ทางโรงพยาบาลรู้  ผมมีความตื่นเต้นดีใจและสุขใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณแม่ท่านบอกว่า มันกำลังซ่าส์ ไปทั้งตัว และค่อยๆหายปวดปลิดทิ้งทันที ตกลงไม่ต้องผ่าตัด ขอกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นทันที”  คุณพิมุขเล่าด้วยความภูมิใจ หน้าตาก็ยิ้มอย่างมีความสุข ผมพลอยปลื้มไปด้วย
         คุยกับคุณพิมุขเพลินๆล่วงเลยมาถึงเย็นคุณพิมุขก็ยังไมอยากให้ผมกลับชวนพักที่นี่แต่น่าเสียดายผมมีธุระต่อที่ชลบุรีต้องเดินทางต่อ มิวายที่คุณพิมุขจะเล่าเรื่องราวประสบการณ์ในอดีตที่ฝังใจอยากถ่ายทอดเป็นวิทยาทานอย่างต่อเนื่อง ใจผมถ้าไม่มีนัดที่อื่นคงนอนพักที่นี่แน่ๆเพราะอากาศดีมาก
        คุณพิมุขเล่าว่าสำหรับคนที่ถูกตัวแมงกินฟัน มันเจ็บปวดเพียงใดหลายคนคงมีประสบการณ์มาแล้วอย่างแน่นอน สมัยหนุ่มๆตำราพื้นบ้านท่านให้เอาเมล็ดผักกุยช่าย ลุยไฟ แล้วลาดด้วยน้ำมันงา สามารถเรียกตัวแมงออกมาทางรูหูได้อย่างน่าอัศจรรย์
       “อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก็มี กระเบื้องปูพื้นสี่เหลี่ยม ขนาด  ๘ x ๘  นิ้ว หรือ ๖ x ๖ นิ้วก็ได้ อย่าเล็กนักประมาณกะลามะพร้าวครอบได้พอดี  เศษกระเบื้องมุงหลังคาเก่าๆแตกแล้ว โตพอประมาณ ๑.๕ x ๑.๕ นิ้วก็พอแล้ว ประมาณ ๓-๔ แผ่น ( ต้องเป็นกระเบื้องมุงหลังคาใช้แล้วเท่านั้น )
        นอกจากนั้นก็มีน้ำมันงา ๑ ขวด ประมาณขวดกระทิงแดงก็พอแล้วสะดวกต่อการใช้งาน  และ เมล็ดกุยช่ายซึ่งมีขายตามร้านขายยาจีน สุดท้ายก็คือกะลามะพร้าวตัวเมีย โดยมีกระบอกไม้ลวกยาวประมาณ ๕  นิ้ว เหลาปลายด้านหนึ่งให้เรียวพอสอดลงไปตรงรูกะลามะพร้าวได้สำหรับทำหน้าที่เป็นปล่องควัน


       วิธีการรักษา เผาเศษกระเบื้องมุงหลังคาให้ร้อนแดง นำมาวางบนแผ่นกระเบื้องสี่เหลี่ยม หยิบเมล็ดกุยช่ายพอหยิบมือ โรยลงไปบนแผ่นกระเบื้องที่เผาไฟ แล้วเอาน้ำมันงาเทราดลงบนเมล็ดกุยช่าย ควันจะลอยพุ่งขึ้น หลังจากนั้นเอากะลามะพร้าวครอบ ควันของเม็ดกุยช่ายจะลอยพุ่งออกทางปล่องควันไม้ลวก เอาหูผู้ป่วยแนบที่ปล่องควัน หุบปากไว้ ควันของเมล็ดกุยช่ายจะลอยพุ่งเข้าไปในรูหู ตัวแมงกินฟันในปากจะพุ่งสวนออกมาทางรูหู เอากระดาษปูรองไว้ข้างๆกะลา ตัวแมงส่วนหนึ่งจะหล่นลงไปบนพื้นกระเบื้องสี่เหลี่ยม เมื่อเปิดฝาครอบกะลามะพร้างออกจะเห็นตัวแมงเกลื่อนไปหมด และอาจจะมีบางส่วนหล่นลงไปบนแผ่นกระดาษ คลานกระดืบๆทำเช่นนี้ ๒-๓ ครั้งจนกว่าจะไม่มีตัวแมงออกมาให้เห็น ก็จะหายปวดฟันไปเอง
       “แล้วคุณพิมุขได้ลองกับตัวเองหรือเปล่าครับ” ผมถามเพื่อความมั่นใจ          
        “ โอ้..คุณจำรัส ผมเคยทดลองกับตัวผมเองแล้ว หายปวดฟันจริงๆ ต่อมาผมได้ทดลองทำกับคุณเตี่ยของผม ตอนนั้นแกอายุ ๖๐ กว่าๆ มีฟันเหลือไม่กี่ซี่ ทีแรกไม่ยอมเชื่อ ต่อเมื่อปวดมากจนนอนไม่หลับ น้ำลายไหลยืดกินยาไม่ทันใจไม่หายปวด จึงยอมให้ผมรักษา ปรากฏว่า ทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แกหายปวดทันที เปิดฝาครอบออกมาก็เห็นแมงไม่กี่ตัว เมื่อทำรั้งที่สอง ก็ไม่มีตัวแมงออกมาให้เห็นอีกเลย แล้วแกก็หายปวดฟันทันทีเช่นกัน  
       หลังจากนั้นผมก็เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น มีเด็กๆแถวตลาดมาให้ผมรักษามากมายหลายคน ลงทุนเพียงสิบกว่าบาทสามารถรักษาได้หลายคน”   
                เรื่องที่คุณพิมุขนำมาเล่าล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเด็ดๆที่ทำให้ผมลุกกลับไม่ได้ แล้วคุณพิมุขก็เล่าอีกว่าคนที่ระคายเคืองตาบ่อยๆ ท่านให้เอาน้ำมะพร้าวอ่อนล้างตา สามารถรักษาบรรเทาอาการระคายเคืองตาได้ น้ำมะพร้าวอ่อน ๑ ลูก ล้างตาได้หลายคน และเนื้อมะพร้าวอ่อนจากลูกที่นำน้ำมาล้างตาห้ามเอาเนื้อมากินโดยเด็ดขาด
       “ เรื่องนี้ผมมีประสบการณ์กับตนเองมาแล้ว เมื่อใกล้ๆเกษียณอายุราชการของผม แพทย์ตรวจพบตาเป็นต้อกระจก ต้องลอกตาเปลี่ยนเลนส์ตาใหม่ทั้งสองข้าง เนื่องจากผมไม่ค่อยพิถีพิถันในการดูแลเท่าที่ควร แพทย์จ่ายยาหยอดตามาทีเดียว ๓  ขวด และกำชับให้ใส่แว่นกันแดดกับแว่นสายตาเป็นประจำ ผมก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง เราะไม่ถนัด ยังไงๆก็ไม่ถนัด
         จนกระทั่งอีกมี่ปีต่อมา ผมก็มีอาการระคายเคืองตาบ่อยๆ ตาแฉะด้วย เคยไปหาแพทย์ตรวจล้างตาถึง  ๒  โรงพยาบาลในระยะเวลาใกล้ๆกัน แพทย์ก็บอกไม่เห็นเป็นอะไร มีการล้างกระบอกตา และขยายม่านตาให้ทั้ง ๒ โรงพยาบาลเหมือนกันและให้ยาหยอดตามาอีกหลายขวด ก็ไม่หายระคายเคือง
        ต่อมาเมื่อประมาณเดือนเมษายน ๒๕๕๒ นี่เอง ผมได้ไปหาซื้อสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุข พบบุรุษนายหนึ่ง คงเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานแห่งนี้ เที่ยวนำน้ำมะพร้าวอ่อนล้างตาให้คนโน้นที คนนี้ที ผมก็ขอล้างบ้างทั้ง ๒ ข้าง ขณะที่ผมล้างอยู่บุรุษท่านนั้นบอกว่า ถ้าแสบจนทนไม่ไหวก็ให้หยุดล้าง อย่าฝืน แล้วอีก  ๗ วันค่อยล้างใหม่ได้ ต่อมาผมได้ล้างอีก ๒-๓  ครั้ง
        ปัจจุบันผมได้หายจากอาการระคายเคืองตา และไม่ต้องใช้ยาหยอดตาอีกต่อไปแล้ว แว่นกันแดดและแว่นสายตา ผมก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้างเหมือนเดิม
         ปิดท้ายก่อนลาจากคุณพิมุขไปคุณพิมุขบอกว่าถ้าใครที่เล่นน้ำทะเลแล้วถูกพิษแมงกะพรุนไฟลวก จะเป็นแผลไหม้ ปวดแสบปวดร้อน ให้คั้นน้ำกะทิสดๆชโลมล้าง จะบรรเทาพิษร้ายจากแมงกะพรุนไฟและหายปวดแสบปวดร้อนได้ในทันที
         ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อขอคำแนะนำจากคุณพิมุข  รัตนอาภาได้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑๐ ต.ตะพง อ.เมือง  จ.ระยอง ๒๑๐๐๐ โทร.๐๘-๓๔๒๔-๘๙๗๒
         เมื่อวันที่ ๙  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ผมนำเรื่องการรักษาอาการปวดฟันของคุณพิมุขมาออกอากาศ ผลปรากฏว่ามีผู้ฟัง คุณเอี้ยงซุน ใจเพชร โทรศัพท์มาจากบ้านจาวทอง ตำบลเจา  อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ บอกว่าสมัยเด็กๆเคยรักษาด้วยวิธีนี้ ซึ่งคนจีนนำมาเผยแพร่ ตอนนั้นปวดฟันมาก พอทำวิธีนี้ ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงทุกวันนี้ อายุร่วม๗๐  ปีแล้วอาการปวดฟันไม่เคยมาเยือนอีกเลย
        ในบางตำรายาแก้ปวดฟันให้ใช้เกลือทะเล  สารส้ม และการบูร อย่างละ ๑  ส่วนเท่าๆกัน โดยลำดับแรกให้เอาเกลือทะเลกับสารส้มมาสะตุเสียก่อน สะตุคือเอาสารส้มเกลือทะเลใสหม้อดินแล้วตั้งไฟให้ร้อน พอเย็นเอามาผสมกับการบูรบดให้ละเอียดผสมกัน แล้วเอาสำลีมาห่อยาปิดไว้บริเวณที่ปวดฟัน  อาการปวดฟันก็จะพลันหายไปภายใน  ๑๐  นาที
       ถ้าต้องกานยาแก้ปวดฟันแบบน้ำ ก็ให้ใช้เปลือกมะขามเทศ ข่าแดงกับเกลือทะเล อย่างละ  ๑  ส่วน นำใส่หม้อดินต้มกับน้ำให้เดือด ยกลงจากเตาให้อุ่นแล้วนำมาอม จะแก้อาการปวดฟันได้ผลดี
      ส่วนสมุนไพรหนอนตายอยากก็สามารถนำมาตำแล้วใช้อมก็สามารถบำบัดอาการปวดฟันได้ผลดีเช่นกัน
------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
รอพบกับหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย-๒ ..พบสุดยอดสมุนไพรบำบัดโรค ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คทั่วประเทศ  หรือติดต่อ
ชมรมพิทักษ์ภูมิปัญญาไทย ๐๘-๔๖๘๒-๙๔๘๙ รายได้สมทบทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชนบท