ป้ายคำ: ปวดฟัน (5)

พิกุลไม้มีคุณ (เป็นยา)
     พิกุลไม้มีคุณ(เป็นยา)
           จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม / เรียบเรียง
      พิกุล มีชื่อเรียกกันหลายชื่อ มะเมา แก้ว พิกุลป่า พิกุลเขา พิกุลเถื่อน ซางดง ถ้าใครสังเกตจะเห็นต้นพิกุลส่วนใหญ่จะปลูกอยู่ในวัด ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด หรือนัยว่าเจ้าอาวาสหรือผู้ปลูกน่าจะรู้คุณประโยชน์ของต้นพิกุลนี้ดี ทำให้บ่อยครั้งที่ผมยืนพินิจพิจารณาตั้งแต่ลำต้น ใบ ดอก ผล ทั้งสีเขียวและสุกสีแดง
      จนกระทั่งผมได้สืบเสาะสอบถามผู้รู้ รวมถึงปราชญ์พื้นบ้านหมอยาหลายคน ก็ถึงบางอ้อ ว่าต้นพิกุลเป็นไม้มหามงคลจริงๆคนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นพิกุลทองไว้ประจำบ้านจะทำให้มีอายุยืนเพราะเชื่อว่าต้นพิกุลเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงทนทานและมีอาจุยาวนานดังนั้นจึงนิยมใช้เนื้อไม้นำมาใช้ประโยชน์ในงานพิธีมงคลได้เป็นอย่างดีเช่นด้ามหอกที่ใช้เป็นอาวุธ เสาบ้าน พวงมาลัยเรือและยังมีความเชื่ออีกว่าต้นพิกุลเป็นต้นไม้ที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์เพราะโบราณเชื่อว่าเป็นไม้ที่มีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่
     เอาละพ่อมีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่ไม่รู้หญิงหรือชาย ท่านคงรู้ว่าผมยืนจ้องมองท่าน แต่ละครั้งนานๆ คงสนใจท่าน น่าจะปรากฏโฉมออกมาให้ดูมั่ง จะได้วิ่งป่าราบฮ่าๆๆ



    ในตำราพรหมชาติฉบับหลวงกล่าวถึงพิกุลไว้ว่าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นพิกุลทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ( หรดี)ผู้ปลูกควรปลูกในวันจันทร์หรือวันเสาร์ เพราะคนโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวเองผู้ปลูกควรเป็นสุภาพสตรี เพราะพิกุลเป็นชื่อที่เหมาะสำหรับสุภาพสตรี เอาเข้านั่น คนโบราณนี่เขาละเอียดละออจริงๆ
       พิกุลเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดลพบุรี พิกุลเป็นพืชมีพุ่มใบหนาแน่น เหมาะแก่การปลูกไว้บังแดด แต่บางท้องถิ่น ก็เห็นว่าไม่ควรปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ควรปลูกไว้ตามวัดมากกว่า สำหรับสรรพคุณของพิกุลนั้นมีเหลือหลาย
    เปลือกต้น ต้มกับเกลือจนเดือดแล้วเอาน้ำอุ่นอมเป็นยาแก้ปวดฟัน ฟันโยกคลอนดีนัก ดอกนำไปเข้ากับยาหอม ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้หัวใจ ชุ่มชื่น ตำรายาไทยโบราณ ใบฆ่าเชื้อกามโรค เปลือกต้นตำหรือใช้อุดรูฆ่าแมงกินฟัน กระพี้แก้เกลื้อน แก่นต้มน้ำดื่มตอนอุ่น บำรุงเลือด รากและดอกแก้ลม แก้เสมหะ บางตำรากล่าวว่า เมล็ดตำละเอียด ทำเป็นยาเม็ดสวนทวารแก้ท้องผูกได้ เนื้อไม้ที่ราลง มีสีน้ำตาลเข้มและประขาว มีกลิ่นหอม เรียกว่า “ขอนดอก” ใช้บำรุงตับ ปอด หัวใจ และบำรุงครรภ์ดีมากครับ. 
      ความลับของดอกพิกุลถูกเปิดเผยออกมาทีละนิด ๆ ยิ่งศึกษา ยิ่งรักพิกุล เพราะ ดอกพิกุลคนโบราณยังเอามาอบขนมหรืออบน้ำทำน้ำอบไทยได้  การอบขนมก็ได้ทั้งอบแห้งและอบเปียก การเอาดอกไม้มาอบขนมมีข้อจำกัดว่าจะต้องเลือกใช้อบให้ถูกเวลาที่ดอกไม้ชนิดนั้นบานซึ่งจะเป็นช่วงที่ส่งกลิ่นหอม เช่น ถ้าเป็นดอกมะลิ จะบานเย็น ๆ ค่ำ ๆ เวลาเอาอบขนมหรือมาลอยน้ำก็จะเก็บมาใช้อบตอนเย็นและเก็บออกในตอนเช้า    
          ส่วนดอกพิกุลคือเป็นดอกไม้ที่บานและส่งกลิ่นหอมในช่วงเช้ามืด ราว ตีสี่ถึงแปดโมงเช้า ดังนั้นถ้าจะนำดอกพิกุลมาอบขนมต้องใช้ในตอนเช้าและเก็บออกในเวลาเย็น วิธีใช้ จัดวางขนมที่จะอบในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด วางดอกพิกุลลงไปแต่เบามืออย่าให้ช้ำจะเหม็นเขียว อาจวางบนตัวขนมหรือหาถ้วยจานใบน้อย ๆ ใส่ดอกพิกุลวางลงไปอีกทีก็ได้ ปิดฝา แล้วเก็บออกในตอนเย็น
          การอบเปียกด้วยดอกพิกุล การอบเปียก คือ การอบน้ำเพื่อเอาไปทำขนมหรือทำน้ำอบน้ำปรุงแป้งร่ำต่อไป เนื่องจากดอกพิกุลเป็นดอกไม้ที่มีกลีบเล็กและมีเกสรละเอียด ดังนั้นจึงไม่ควรเอาลอยลงในน้ำโดยตรง แต่ควรใส่ในภาชนะเล็ก ๆ แล้วลอยลงไปเพื่อไม่ให้กลีบและเกสรฝอย ๆ นั้นกระจายปนอยู่ในน้ำ วิธีลอย เตรียมน้ำใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท วางจนน้ำนิ่งแล้วค่อยวางภาชนะใส่ดอกพิกุลลงไป ปิดฝา แล้วเก็บออกในตอนเย็น
         สำหรับการเอาดอกพิกุลมาทำน้ำชานั้น คือเอาดอกพิกุล ไปตากแห้ง แล้วมาชงน้ำดื่ม มีสรรพคุณทางยา คือบำรุงหัวใจ แก้ไอ แกไข้ แก้ร้อนใน แก้เจ็บคอ และแก้ปวดเมื่อย
         เห็นไหมครับ ทำไมพิกุล จึงชอบอยู่วัด เพราะในอดีตวัดเป็นศูนย์รวมของชาวบ้าน วัดจึงเป็นที่เผยแพร่วัฒนธรรมหลากหลายทั้งศิลปะวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อต่างๆมากมาย รวมถึงวัฒนธรรมการกินด้วย
ต่อไปไม่แน่ พิกุล อาจถูกขโมยมาปลูกในบ้านก็เป็นได้ ฮ่าๆๆ
                                      ---------------------------------------------------------

ไขข้ออักเสบ

ไขข้ออักเสบ/กระดูก/บำรุงเลือด/แก้ปวดฟัน

                    จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
     เช้าวันนี้ ( ๕ เมย.๒๕๕๕) ที่กรุงเทพฝนตกพรำๆ ผมจัดรายการวิทยุเปิดสายให้ผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาสอบถามปัญหาสุขภาพ
โดยเชิญอาจารย์เนตรดาว  ยวงศรีแพทย์แผนไทยมาตอบปัญหาสุขภาพ เรียกว่าเสียงเข้าถึงบ้านผู้ฟังเลย ไม่ต้องแต่งตัวมา
โรงพยาบาล ไม่ต้องเสียสตุ้งสตังค์ มีคนถามว่าปวดข้อรักษาด้วยสมุนไพรอะไร อ.เนตรดาวแนะนำให้ใช้สมุนไพรผักคลาด
หัวแหวนกับใบย่านางตำโขลกแล้วต้มให้เดือด โดยใช้ผักคราดหัวแหวนทั้ง ๕ คือ ต้น ดอก ใบ ลูก ราก เรียกว่าตั้งแต่ราก
ถึงยอด ประมาณ ๒  กำมือ ใบย่านาง  ๒  กำมือ ต้มใส่น้ำ  ๑  ลิตร แล้วกรองเอาแต่น้ำดื่มสามารถแก้โรคไขข้ออักเสบได้ดี
       สำหรับข้อมูลผักคราดหัวแหวนนั้น เป็นสมุนไพรที่ชอบขึ้นในที่แฉะๆ พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ผักคราดหัวแหวน
จัดว่าเป็นสมุนไพรดอกสวย ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับได้ดี บางคนเรียกผักคราดหัวแหวนว่า ดอกกระดุมทอง ดอกตุ้มหู บ้าง
เพราะดอกผักคราดหัวแหวนดูๆ ไปก็คล้ายหัวแหวนสีทอง บางคนก็บอกว่าคล้ายกระดุมทอง ดูอีกทีก็เหมือนตุ้มหูสีทอง
ผักคราดหัวแหวนจึงถูกเรียกกันหลายชื่อเช่นผักตุ้มหู, หญ้าตุ้มหู, ผักเผ็ด ชาวจีนแต้จิ๋วเรียกผักชนิดนี้ว่า “อึ้งฮวยเกี้ย”
     คนรุ่นใหม่ น้อยคนนักจะรู้จักหรือเคยรับประทาน “ผักคราดหัวแหวน ซึ่งผักชนิดนี้เป็นผักพื้นบ้าน นิยมรับประทาน
กันมาแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดแล้ว โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเอาทั้งต้นกินเป็นผักสดกับป่นปลา
แจ่ว ซุบขนุน ซุบเห็ด ซุบหน่อไม้ หรือใส่แกงหน่อไม้ แกงอ่อมปลา เนื้อ หรือหมู ดับกลิ่นคาวได้ดีมาก รสชาติหอมเผ็ดปร่า
ชาลิ้นอร่อยมาก โดยเฉพาะดอกจะมีรสเผ็ด ใบรสหวานปนขมและเย็น เมื่อปรุงกับอาหารจะชวนให้รับประทานมาก คนโบราณ
นิยมเอาใบสดเคี้ยวแก้ปวดฟัน เป็นยาชาได้ด้วย
 ภาพ นสพ.ไทยรัฐ
       อย่างไรก็ตาม “ผักคราดหัวแหวน” นอกจากจะใช้ปรุงเป็นอาหารและกินสดกับน้ำพริกชนิดต่างๆ ได้อร่อยตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว
ทั้งต้นยังมีสรรพคุณทางสมุนไพรอีกด้วย โดยนำไปสกัดทำเป็นยาชา มีสรรพคุณแก้พิษตามทวาร แก้ริดสีดวงทวาร แก้ผอมเหลือง
แก้เด็กตัวร้อน ต้นสดตำผสมเหล้า ๔๐ ดีกรี หรือน้ำส้มสายชูอมแก้ฝีในคอ ต่อมน้ำลายอักเสบดีมาก แก้ไข้ แก้ปวดฟัน ทั้งต้นรสเผ็ดร้อน
ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับลม และช่วยย่อยอาหารได้
    ใครๆ ที่รู้จักผักคราดหัวแหวนต่างก็รู้ดีว่าผักคราดหัวแหวนแก้ปวดฟัน หมอยาไทยใหญ่ ทั้งในฝั่งรัฐฉานและในฝั่งไทย
หมอยาไทยเลย หมอยาภาคใต้ และหมอยาภาคกลาง ต่างก็ใช้ผักคราดหัวแหวนเป็นยาแก้ “แมงกินฟัน” (หมอยาพื้นบ้านทุก
ภาคมีความเชื่อตรงกันว่าการที่ฟันผุนั้นมีพยาธิที่มักจะเรียกกันว่า “แมงกินฟัน” เป็นตัวการทำให้ฟันผุและปวดฟัน)
โดยจะใช้เฉพาะดอกขยี้ใส่หรือใช้ทั้งห้าตำผสมเกลือ คั้นเอาน้ำใส่ซอกฟันที่กำลังปวดจะทำให้หายปวดฟัน ทั้งนี้เพราะ
ผักคราดหัวแหวนมีฤทธิ์เป็นยาชาและมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างกว้างขวางจึงทำให้ผักคราดหัวแหวนสามารถใช้แก้
ปวดฟันได้ในยามที่ไม่มีหมอฟัน ในหลายประเทศผักคราดหัวแหวนมีฉายาว่า Toothache Plant ซึ่งหมายถึงการใช้เป็นยา
แก้ปวดฟันเช่นเดียวกับบ้านเรา   นอกจากจะใช้เป็นยาแก้ปวดฟันตามที่กล่าวมาแล้ว ยังมีการนำรากมาต้มเอาน้ำบ้วนปาก
แก้อาการอักเสบในช่องปาก แก้เหงือกอักเสบ และแก้เจ็บคอได้อีกด้วย
                                 ผักคราดหัวแหวน…ยารักษากระดูกหัก
                                                    ยาห้ามเลือด รักษาแผล

             ผักคราดหัวแหวนเป็นยาทำให้กระดูกต่อกันได้ การใช้ผักคราดหัวแหวนในการรักษากระดูกหักนั้นไม่เคยพบที่ไหน
จนกระทั่งไปพบกับหมอยาไทยใหญ่ ซึ่งชุมชนไทยใหญ่ยังมีปัญหากระดูกแตกกระดูกหักกันอยู่มากและส่วนหนึ่งยังไม่ศรัทธา
การรักษากระดูกหักตามระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน ตำรับหนึ่งที่เขาใช้รักษากระดูกหัก กระดูกแตกคือการใช้ผักคราดหัวแหวน
ตำรวมกับตะไคร้พอกกระดูกไว้ เปลี่ยนยาทุก ๖ วัน ครบ ๔๑ วัน กระดูกจะต่อกันติด ซึ่งอาจเป็นเพราะผักคราดหัวแหวนมีฤทธิ์ร้อน
ทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น ทั้งยังมีฤทธิ์แก้อักเสบ จึงอาจช่วยเรื่องกระดูกหักได้ ผักคราดหัวแหวนยังเป็นยา
ห้ามเลือดที่ดีชนิดหนึ่งเมื่อมีบาดแผล ชาวบ้านจะขยี้หรือตำต้นสดพอกแผลเลือดจะหยุดไหล
                         ผักคราดหัวแหวน…ยาแก้ปวดตามกระดูกและกล้ามเนื้อ
                                 ยารักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต เหน็บชา
         
      
      หมอยาพื้นบ้านหลายพื้นที่ยังนิยมใช้ผักคราดหัวแหวนเป็นยาแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อ แก้ปวดบวม
ฟกช้ำ โดยตำทั้งต้นใส่น้ำพอชุ่มพอกบริเวณที่ปวดบวม ฟกช้ำ จะระงับอาการปวดบวมและแก้อักเสบได้ สำหรับคนที่เป็นอัมพฤกษ์
อัมพาต เหน็บชา จะใช้ผักคราดหัวแหวนกับพริกไทย หัวอุตพิด ในอัตราส่วนเท่าๆ กันผสมน้ำมันพืชทา หรือจะใช้ผักคราดหัวแหวน
กันสมุนไพรที่มีรสร้อนตัวอื่นๆ เช่น ข่า ไพล ตะไคร้ ก็ได้ ขึ้นกับว่าในท้องถิ่นมีสมุนไพรอะไรอยู่ หรือใส่ในยาอบร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น
เพื่อแก้ปวดเมื่อย แก้ปวดตามข้อก็ได้
                             ผักคราดหัวแหวน…ยาสำหรับผู้หญิง
             ผักคราดหัวแหวนเป็นยาแก้ปวดประจำเดือนที่ดีชนิดหนึ่ง โดยจะคั้นน้ำจากต้นสดของผักคราดหัวแหวนผสมน้ำผึ้ง
รับประทาน ส่วนหมอยาพื้นบ้านภาคใต้จะใช้ต้นสดของผักคราดหัวแหวน ผสมน้ำมะนาวทำเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา
กินครั้งละ ๑ เม็ดหลังอาหาร ผักคราดหัวแหวนยังนิยมใช้ใส่ในยาอบหรือยาอาบหลังคลอดโดยใช้ร่วมกับใบหนาดใหญ่และ
ใบมะขาม เพื่อบำรุงเลือดลมสตรีให้ทำงานเป็นปกติ
                   ---------------------------------------------------------------------------------

ปวดฟัน

น้ำมันกะลาแก้ปวดฟัน
๑๐ นาทีเห็นผล
จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
      กะลา ความหมายในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน บอกไว้ว่าหมายถึง ส่วนแข็งที่หุ้มเนื้อมะพร้าว ถ้าผ่าซีก ซีกที่มีตาเรียกว่ากะลาตัวผู้  ซีกที่ตันเรียกว่ากะลาตัวเมีย และเรียกชามชนิดเลวเนื้อหยาบหนาว่า ชามกะลา  เรียกผมที่ตัดเป็นรูปกะลาครอบว่า ผมทรงกะลาครอบ เรียกหมวกที่มีรูปคล้ายกะลาครอบว่า หมวกกะลา หรือหมวกกะลาครอบ ถ้าเป็นคำพูดเช่น ไม่เจียมกะลาหัว คุ้มกะลาหัว  และบ่งบอกความไม่มีค่าเช่น เก่ากะลา


       แต่สำหรับเรื่องที่ผมจะเล่านี้เป็นยาแก้ปวดฟันที่เอามาจากกะลามะพร้าวโดยผ่านกรรมวิธีง่ายๆเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบสานมานาน หากไม่ได้เล่าขานบันทึกไว้อีกไม่นานอาจสูญหายไปได้
คุณโพธิ์ เพชราวรรณ ที่ใครๆมักเรียกว่าคุณแจ้ว  ( ๐๘-๑๙๖๖-๘๒๒๖). อยู่บ้านโคกหัวช้าง ต.อิสาน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่เล่าให้ผมฟัง
       “ ครั้งหนึ่งหนังขายยา (หนังเร่)  มาฉายที่บ้านผม ผมดีใจจะได้ดูหนังฟรีแต่ที่ไหนได้เวลาเดินทางไปถึง ได้ยินเขาประกาศว่าขอยกเลิกการฉาย ผมโมโหก็เข้าไปถามดู เขาบอกนักพากษ์ปวดฟันพากษ์ไม่ได้ ผมเลยกลับบ้านเพราะบ้านอยู่ใกล้ๆ เอาวัตถุดิบอุปกรณ์มาปรุงยาแก้ปวดฟันให้นักพากษ์
ผลปรากฏว่าไม่ถึง ๑๐ นาที นักพากษ์หายปวดฟัน และสามารถพากษ์หนังได้ ผมเลยได้ดูหนังฟรี”
         “เหลือเชื่อจริงๆนะคุณแจ้ว”
        “มันหายปวดแน่นอนครับคุณจำรัส หายมาหลายคนแล้ว อย่างกรณีนักพากษ์ผมจำไม่ลืมเลย”
        “ ตัวยาทำอย่างไรครับคุณแจ้ว” ข้อนี้สำคัญครับผมรีบถาม คุณแจ้วเหมือนรู้ใจรีบบอกให้ฟัง
        “ ให้หาถ้วยกระเบื้องเหมือนถ้วยตราไก่มา ๑ ถ้วย แล้วกะลามะพร้าวที่เขาขุดเนื้อออกแล้วมา ๑ กะลา วิธีทำก็ให้เอากะลามะพร้าววางหงายลงบนถ้วยกระเบื้อง แล้วเอาถ่านไฟที่ลุกแดงใส่ลงไป กะลามันจะไหม้มีควันขึ้น พยายามดูอย่าให้ไหม้ทะลุกะลา จะสังเกตเห็นมีน้ำมันกะลามะพร้าวสีน้ำตาลเข้มไหลเยิ้มออกมา ให้เอาสำลีมาชุบที่น้ำมันแล้วเอาไปอุดบริเวณที่ปวดฟัน รับรองหายแน่นอนมันจะรู้สึกตุ๊บๆๆคือน้ำยานี้แรงมากเหมือนมันจะไปดูดฆ่าเชื้อบริเวณนั้น

แต่แปลกนะคุณจำรัสเพราะผมเคยทำน้ำยานี้เก็บไว้เยอะๆเก็บใส่ขวดไว้ เก็บไม่อยู่มันระเหยเร็วมาก ตอนที่เราเอาสำลีชุบน้ำยากะลามะพร้าวจะชุบได้เพียงครั้งเดียวเพราะมันจะซึมซับเร็วมากแล้วถ้วยกระเบื้องที่ผมเอามาทำเมื่อถูกน้ำมันกะลามะพร้าวแล้วแทบทุกใบล้างไม่ออกครับ”
ผมมความสุขมากครับที่ได้สูตรยาแก้ปวดฟันสูตรนี้มา เพราะเวลาปวดฟันมันทรมานมาก แทบอยากจะเอาคีมมาหนีบกรชากฟันออกมาให้รู้แล้วรู้รอด เวลาไปหาหมอจะให้หมอฉีดยาชาถอนฟันให้แต่พอไปถึงหมอจะบอกว่ า
         “เอาพาราไปกินแก้ปวดก่อน หายแล้วหมอจะถอนให้” ผมโมโห หมอมาก อะไรกันคนเขาเดือดร้อนปวดจึงมาถอน แต่กลับบอกว่าหายปวดแล้วค่อยมาถอน คนเราถ้าไม่ปวดแล้วจะมาถอนหาพระแสงของ้าวทำไม ฮ่าๆๆ
-------------------------------------------------------- 

วิธีรักษาอาการปวดฟัน/ปวดหลัง

เที่ยวเกาะแก้วพิสดาร จังหวัดระยอง
ตามหาสมุนไพรแก้ปวดหลังปวดเอวปวดฟัน
จำรัส เซ็นนิล / รวบรวม/เรียบเรียง
        เมื่อวันที่ ๕  มกราคม ๒๕๕๓ ผมขับรถเรื่อยเปื่อยไปถึงจังหวัดระยองและแวะเยี่ยมคุณพิมุข รัตนอาภา แฟนรายการจากจังหวัดระยอง  
        “คุณจำรัส ขับรถตรงมาที่ตลาดตะพง ผมจะคอยอยู่ที่นั่น” เสียงคุณพิมุขนัดหมายมาทางโทรศัพท์  
        เมื่อเดินทางถึงตลาดตะพง จังหวัดระยอง เห็นหนุ่มใหญ่กะประมาณราว ๗๐ ปี ร่างท้วมๆนุ่งกางเกงขาสั้นโบกไม้โบกมือรอรับอยู่
        “เดี๋ยวจดรถคุณจำรัสไว้ที่นี่ขึ้นรถผม จะพาไปท่าเรือเพไปดูการเลี้ยงปลาในกระชังที่เกาะเสม็ดหรือเกาะแก้วพิสดาร
เมืองในวรรณคดีของท่านสุนทรภู่ ถิ่นกำเนิดของสุดสาคร ราชบุตรของพระอภัยมณีกับนางเงือก ในเรื่องพระอภัยมณี”  คุณพิมุขเล่าพลางพาผมไปขึ้นรถกระบะ ๔ ประตูมุ่งหน้าสู่ท่าเรือเพ
        ที่ท่าเรือมีทั้งเรือโดยสารจุคนได้ ๓๐-๑๐๐ คน และเรือเร็ว รับส่งผู้โดยสารอย่างขวักไขว่ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
คุณภิมุขพาผมไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนลงเรือเร็วไปที่เกาะเสม็ดชมการเลี้ยงปลาในกระชัง
        ระหว่างนั่งรอเรือคุณพิมุข เล่าให้ฟังว่าอดีตเป็นวิศวะกรรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย ปัจจุบันอาศัยอยู่กับลูกสาวที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งหาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งศูนย์ใหญ่จะอยู่บนฝั่งแต่ศูนย์เรียนรู้จะอยู่ที่ชายฝั่งหน้าเกาะเสม็ดโดยมีลูกสาวคือคุณกฤษณา  จันทร์แก้ว นักวิชาการประมงและนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากมหาวิทยาลัยเกษตรซึ่งเป็นลูกสาวดูแลอยู่
         “ เดี๋ยวพ่อจะพาคุณจำรัส เพื่อนพ่อไปหา เตรียมตัวไว้เดี๋ยวคุณจำรัส จะขอสัมภาษณ์ด้วย” เสียงคุณพิมุขนัดหมายสำทับให้ลูกสาวรอต้อนรับ
        ไม่ถึง ๓๐  นาทีเรือเร็วพาเราไปส่งที่กระชังเกาะเสม็ดคุณกฤษณา ลูกสาวคุณพิมุขมารอรับ พาเดินบนแผ่นไม้พื้นที่วางบนถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตรที่ประยุกต์เป็นแพลอยนำทำเป็นกระชังเลี้ยงปลา ซึ่งมีด้วยกันหลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นปลาเศรษฐกิจ เช่นปลากะพง ปลาโฉมงาม ปลาเก๋า นอกจากนั้นก็มีเต่าหลายสายพันธ์ และปลาฉลามขนาดยาวเมตรเศษๆอยู่ตัวหนึ่ง
         “ ฉลามตัวนี้เราเลี้ยงมันมาแต่เล็กๆ ตอนนี้ก็โตแล้ว ไม่กล้าปล่อยกลัวจะหากินเองไม่เป็น ใครมาที่นี่มักจะมารอดู”
  คุณกฤษณา เอาเหยื่อปลาทูให้อาหารปลา ทำให้ผมได้เห็นปลาหลากหลายสายพันธ์ขึ้นมาฉวัดเฉวียนที่ผิวน้ำ ซึ่งมีด้วยกันหลายขนาดทั้งเล็กและใหญ่เต็มไปหมด

               ระหว่างนั่งพักบนแพที่นี่ผมได้ความรู้ภูมิปัญญาไทยจากคุณพิมุขหลายเรื่องคุณพิมุขเล่าพรั่งพรูออกมาจากประสบการณ์อย่างน่าทึ่ง
               “สำหรับใครที่ปวดหลังปวดเอวโดยเฉพาะชาวสวน ชาวนา แบกๆหามๆ หนีไม่พ้นการปวดหลังปวดเอว ผมมีสูตรเดแนะนำเพราะผมเคยปวดหลังปวดเอว ลองมาแล้วหายดีชะงัดเลย ตำราบอกว่าให้เอาพริกไทยเม็ดเท่าอายุ จะเป็นพริกไทยดำพริกไทยแห้งก็ได้ จำนวนเท่าอายุของผู้ป่วย เอามาตำให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับน้ำมะพร้าวอ่อน๑  ลูก ดื่มกินให้หมดครั้งเดียว สามารถแก้ปวดหลังปวดเอวได้ ท่านบอกให้กินถึง ๓  ปีๆละ ๑  มื้อ เมื่อหายดีแล้ว ให้ทำบุญใส่บาตรอุทิศให้เจ้าของสูตรยานี้ด้วย คนที่แนะนำสูตรยานี้ให้ผมคือคุณจำลอง สวัสดิพงษ์ ซึ่งเป็นวิศวกร รถไฟรุ่นพี่ผม ๔  ปี”  คุณพิมุขเล่าไปผมก็จดไปท่ามกลางสายลมทะเลที่พัดมาเฉื่อยๆ พร้อมกับเสียงเรือเร็วและเรือโดยสารและเรือประมงที่วิ่งเข้าออกท่าเกาะเสม็ดที่ไม่ไกลจากแพกระชังปลาทีเรานั่งอยู่มากนัก
        “ คุณจำรัส มีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของผมมาบอกว่า คุณแม่ซึ่งมีอายุเกือบๆ ๘๐ ปี มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงกำลังนอนพักรอการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผมรีบปรุงยานี้ แล้วแอบนำไปให้คุณแม่ท่านดื่มกินถึงขอบเตียงคนไข้  โดยไม่กล้าบอกให้ทางโรงพยาบาลรู้  ผมมีความตื่นเต้นดีใจและสุขใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณแม่ท่านบอกว่า มันกำลังซ่าส์ ไปทั้งตัว และค่อยๆหายปวดปลิดทิ้งทันที ตกลงไม่ต้องผ่าตัด ขอกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นทันที”  คุณพิมุขเล่าด้วยความภูมิใจ หน้าตาก็ยิ้มอย่างมีความสุข ผมพลอยปลื้มไปด้วย
         คุยกับคุณพิมุขเพลินๆล่วงเลยมาถึงเย็นคุณพิมุขก็ยังไมอยากให้ผมกลับชวนพักที่นี่แต่น่าเสียดายผมมีธุระต่อที่ชลบุรีต้องเดินทางต่อ มิวายที่คุณพิมุขจะเล่าเรื่องราวประสบการณ์ในอดีตที่ฝังใจอยากถ่ายทอดเป็นวิทยาทานอย่างต่อเนื่อง ใจผมถ้าไม่มีนัดที่อื่นคงนอนพักที่นี่แน่ๆเพราะอากาศดีมาก
        คุณพิมุขเล่าว่าสำหรับคนที่ถูกตัวแมงกินฟัน มันเจ็บปวดเพียงใดหลายคนคงมีประสบการณ์มาแล้วอย่างแน่นอน สมัยหนุ่มๆตำราพื้นบ้านท่านให้เอาเมล็ดผักกุยช่าย ลุยไฟ แล้วลาดด้วยน้ำมันงา สามารถเรียกตัวแมงออกมาทางรูหูได้อย่างน่าอัศจรรย์
       “อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก็มี กระเบื้องปูพื้นสี่เหลี่ยม ขนาด  ๘ x ๘  นิ้ว หรือ ๖ x ๖ นิ้วก็ได้ อย่าเล็กนักประมาณกะลามะพร้าวครอบได้พอดี  เศษกระเบื้องมุงหลังคาเก่าๆแตกแล้ว โตพอประมาณ ๑.๕ x ๑.๕ นิ้วก็พอแล้ว ประมาณ ๓-๔ แผ่น ( ต้องเป็นกระเบื้องมุงหลังคาใช้แล้วเท่านั้น )
        นอกจากนั้นก็มีน้ำมันงา ๑ ขวด ประมาณขวดกระทิงแดงก็พอแล้วสะดวกต่อการใช้งาน  และ เมล็ดกุยช่ายซึ่งมีขายตามร้านขายยาจีน สุดท้ายก็คือกะลามะพร้าวตัวเมีย โดยมีกระบอกไม้ลวกยาวประมาณ ๕  นิ้ว เหลาปลายด้านหนึ่งให้เรียวพอสอดลงไปตรงรูกะลามะพร้าวได้สำหรับทำหน้าที่เป็นปล่องควัน


       วิธีการรักษา เผาเศษกระเบื้องมุงหลังคาให้ร้อนแดง นำมาวางบนแผ่นกระเบื้องสี่เหลี่ยม หยิบเมล็ดกุยช่ายพอหยิบมือ โรยลงไปบนแผ่นกระเบื้องที่เผาไฟ แล้วเอาน้ำมันงาเทราดลงบนเมล็ดกุยช่าย ควันจะลอยพุ่งขึ้น หลังจากนั้นเอากะลามะพร้าวครอบ ควันของเม็ดกุยช่ายจะลอยพุ่งออกทางปล่องควันไม้ลวก เอาหูผู้ป่วยแนบที่ปล่องควัน หุบปากไว้ ควันของเมล็ดกุยช่ายจะลอยพุ่งเข้าไปในรูหู ตัวแมงกินฟันในปากจะพุ่งสวนออกมาทางรูหู เอากระดาษปูรองไว้ข้างๆกะลา ตัวแมงส่วนหนึ่งจะหล่นลงไปบนพื้นกระเบื้องสี่เหลี่ยม เมื่อเปิดฝาครอบกะลามะพร้างออกจะเห็นตัวแมงเกลื่อนไปหมด และอาจจะมีบางส่วนหล่นลงไปบนแผ่นกระดาษ คลานกระดืบๆทำเช่นนี้ ๒-๓ ครั้งจนกว่าจะไม่มีตัวแมงออกมาให้เห็น ก็จะหายปวดฟันไปเอง
       “แล้วคุณพิมุขได้ลองกับตัวเองหรือเปล่าครับ” ผมถามเพื่อความมั่นใจ          
        “ โอ้..คุณจำรัส ผมเคยทดลองกับตัวผมเองแล้ว หายปวดฟันจริงๆ ต่อมาผมได้ทดลองทำกับคุณเตี่ยของผม ตอนนั้นแกอายุ ๖๐ กว่าๆ มีฟันเหลือไม่กี่ซี่ ทีแรกไม่ยอมเชื่อ ต่อเมื่อปวดมากจนนอนไม่หลับ น้ำลายไหลยืดกินยาไม่ทันใจไม่หายปวด จึงยอมให้ผมรักษา ปรากฏว่า ทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แกหายปวดทันที เปิดฝาครอบออกมาก็เห็นแมงไม่กี่ตัว เมื่อทำรั้งที่สอง ก็ไม่มีตัวแมงออกมาให้เห็นอีกเลย แล้วแกก็หายปวดฟันทันทีเช่นกัน  
       หลังจากนั้นผมก็เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น มีเด็กๆแถวตลาดมาให้ผมรักษามากมายหลายคน ลงทุนเพียงสิบกว่าบาทสามารถรักษาได้หลายคน”   
                เรื่องที่คุณพิมุขนำมาเล่าล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเด็ดๆที่ทำให้ผมลุกกลับไม่ได้ แล้วคุณพิมุขก็เล่าอีกว่าคนที่ระคายเคืองตาบ่อยๆ ท่านให้เอาน้ำมะพร้าวอ่อนล้างตา สามารถรักษาบรรเทาอาการระคายเคืองตาได้ น้ำมะพร้าวอ่อน ๑ ลูก ล้างตาได้หลายคน และเนื้อมะพร้าวอ่อนจากลูกที่นำน้ำมาล้างตาห้ามเอาเนื้อมากินโดยเด็ดขาด
       “ เรื่องนี้ผมมีประสบการณ์กับตนเองมาแล้ว เมื่อใกล้ๆเกษียณอายุราชการของผม แพทย์ตรวจพบตาเป็นต้อกระจก ต้องลอกตาเปลี่ยนเลนส์ตาใหม่ทั้งสองข้าง เนื่องจากผมไม่ค่อยพิถีพิถันในการดูแลเท่าที่ควร แพทย์จ่ายยาหยอดตามาทีเดียว ๓  ขวด และกำชับให้ใส่แว่นกันแดดกับแว่นสายตาเป็นประจำ ผมก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง เราะไม่ถนัด ยังไงๆก็ไม่ถนัด
         จนกระทั่งอีกมี่ปีต่อมา ผมก็มีอาการระคายเคืองตาบ่อยๆ ตาแฉะด้วย เคยไปหาแพทย์ตรวจล้างตาถึง  ๒  โรงพยาบาลในระยะเวลาใกล้ๆกัน แพทย์ก็บอกไม่เห็นเป็นอะไร มีการล้างกระบอกตา และขยายม่านตาให้ทั้ง ๒ โรงพยาบาลเหมือนกันและให้ยาหยอดตามาอีกหลายขวด ก็ไม่หายระคายเคือง
        ต่อมาเมื่อประมาณเดือนเมษายน ๒๕๕๒ นี่เอง ผมได้ไปหาซื้อสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุข พบบุรุษนายหนึ่ง คงเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานแห่งนี้ เที่ยวนำน้ำมะพร้าวอ่อนล้างตาให้คนโน้นที คนนี้ที ผมก็ขอล้างบ้างทั้ง ๒ ข้าง ขณะที่ผมล้างอยู่บุรุษท่านนั้นบอกว่า ถ้าแสบจนทนไม่ไหวก็ให้หยุดล้าง อย่าฝืน แล้วอีก  ๗ วันค่อยล้างใหม่ได้ ต่อมาผมได้ล้างอีก ๒-๓  ครั้ง
        ปัจจุบันผมได้หายจากอาการระคายเคืองตา และไม่ต้องใช้ยาหยอดตาอีกต่อไปแล้ว แว่นกันแดดและแว่นสายตา ผมก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้างเหมือนเดิม
         ปิดท้ายก่อนลาจากคุณพิมุขไปคุณพิมุขบอกว่าถ้าใครที่เล่นน้ำทะเลแล้วถูกพิษแมงกะพรุนไฟลวก จะเป็นแผลไหม้ ปวดแสบปวดร้อน ให้คั้นน้ำกะทิสดๆชโลมล้าง จะบรรเทาพิษร้ายจากแมงกะพรุนไฟและหายปวดแสบปวดร้อนได้ในทันที
         ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อขอคำแนะนำจากคุณพิมุข  รัตนอาภาได้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑๐ ต.ตะพง อ.เมือง  จ.ระยอง ๒๑๐๐๐ โทร.๐๘-๓๔๒๔-๘๙๗๒
         เมื่อวันที่ ๙  กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ผมนำเรื่องการรักษาอาการปวดฟันของคุณพิมุขมาออกอากาศ ผลปรากฏว่ามีผู้ฟัง คุณเอี้ยงซุน ใจเพชร โทรศัพท์มาจากบ้านจาวทอง ตำบลเจา  อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ บอกว่าสมัยเด็กๆเคยรักษาด้วยวิธีนี้ ซึ่งคนจีนนำมาเผยแพร่ ตอนนั้นปวดฟันมาก พอทำวิธีนี้ ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงทุกวันนี้ อายุร่วม๗๐  ปีแล้วอาการปวดฟันไม่เคยมาเยือนอีกเลย
        ในบางตำรายาแก้ปวดฟันให้ใช้เกลือทะเล  สารส้ม และการบูร อย่างละ ๑  ส่วนเท่าๆกัน โดยลำดับแรกให้เอาเกลือทะเลกับสารส้มมาสะตุเสียก่อน สะตุคือเอาสารส้มเกลือทะเลใสหม้อดินแล้วตั้งไฟให้ร้อน พอเย็นเอามาผสมกับการบูรบดให้ละเอียดผสมกัน แล้วเอาสำลีมาห่อยาปิดไว้บริเวณที่ปวดฟัน  อาการปวดฟันก็จะพลันหายไปภายใน  ๑๐  นาที
       ถ้าต้องกานยาแก้ปวดฟันแบบน้ำ ก็ให้ใช้เปลือกมะขามเทศ ข่าแดงกับเกลือทะเล อย่างละ  ๑  ส่วน นำใส่หม้อดินต้มกับน้ำให้เดือด ยกลงจากเตาให้อุ่นแล้วนำมาอม จะแก้อาการปวดฟันได้ผลดี
      ส่วนสมุนไพรหนอนตายอยากก็สามารถนำมาตำแล้วใช้อมก็สามารถบำบัดอาการปวดฟันได้ผลดีเช่นกัน
------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
รอพบกับหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย-๒ ..พบสุดยอดสมุนไพรบำบัดโรค ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คทั่วประเทศ  หรือติดต่อ
ชมรมพิทักษ์ภูมิปัญญาไทย ๐๘-๔๖๘๒-๙๔๘๙ รายได้สมทบทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชนบท

ยาแก้ปวดฟัน-เรื้อนกวาง

ยาแก้ปวดฟัน- เรื้อนกวาง
โดย..จำรัส  เซ็นนิล
     คืนวันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา๒๑.๐๐น. ขณะที่สื่อต่างๆกำลังรายงานการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคเพื่อไทย นำโดย นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คะแนนกำลังขับเคี่ยวกันอยู่ และมีแนวโน้มว่าพรรคเพื่อไทย จะชนะด้วยคะแนนท่วมท้น ขณะที่ผมกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ที่โต๊ะก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
     “ สวัสดีครับ คุณจำรัสหรือเปล่าครับ ผมนายปิฎิพล โทรมาจากจังหวัดมุกดาหารครับ”
     “ ผมจำรัสครับ คุณปิฎิพล โทรมายามค่ำคืนมี่ธุระอะไรหรือปล่า” ผมขานรับและสอบถามความต้องการ เพราะส่วนใหญ่จะมีโทรศัพท์มาขอคำแนะนำขอความช่วยเหลือแทบจะทุกวันทุกเวลา บ้างก็ญาติพี่น้องเจ็บป่วยอยากให้ผมแนะนำยาสมุนไพรและหมอพื้นบ้านให้ ผมก็แนะนำให้ได้ระดับหนึ่ง
     สำหรับคุณปิฏิพล  ชัฏชฎาสวัสดิ์ อยู่บ้านย้อมพัฒนา ต.ชโนดน้อย  อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะโทรหาผมบอกว่ามานอนอยู่ที่ ที่พักกลางนาหลังคามุงจาก อากาศเย็นสบายคิดถึงคุณจำรัส อยากบอกตำรับยาให้เป็นวิทยาทาน ผมคิดดูว่าเทวดาองค์ใดหนอดลใจให้คุณปิฏิพล นอนไม่หลับโทรมาหาผม  ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจเพราะกำลังหาเรื่องภูมิปัญญาไทยดีๆมาเขียนอยู่พอดี
    “ผมอยากแนะนำตำรายาแก้ปวดฟันครับ”
    “ ว่ามาเลยครับผมกำลังจด”
    “ คุณจำรัส รู้จักน้ำนมแมวไหมครับ” ผมบอกนมแมวรู้จัก ส่วนจะมีน้ำนมหรือเปล่า ยังไม่เคยบีบ กลัวแมวมันกัดฮ่าๆๆ
    คุณปิฏิพล บอกว่า น้ำนมแมวที่ว่าคือน้ำนมแมวที่เขาเอาใส่ขนมหวาน จะมีขายเป็นขวดตามท้องตลาด ราคาท้องตลาดขวดละ ๗ บาท ให้เอาสำลีชุบน้ำนมแมวพอหมาดๆ แล้วเอาไปอุดบริเวณฟันที่ปวด อาการปวดฟันจะค่อยๆหายไป
    “ อ้อ..คุณจำรัส มีอีกเรื่องอยากแนะนำ คนที่เป็นเรื้อนกวาง ให้เอาน้ำส้มควันไม้จากไม้ยูคาลิปตัส มาทาบริเวณทีเป็นเรื้อนกวาง โดยใช้สำลีชุบน้ำส้มควันไม้แล้วเอาไปทาทุกวัน เรื้อนกวางที่เป็นแผล จะแห้งและยุบไป ผมเคยเป็นและเดินทางไปรักษาไปทั่วแล้วไม่ดีขึ้นเลย มาหายกับน้ำส้มควันไม่นี่แหละครับ”
    ก็เป็นคำแนะนำและข้อยืนยันจากคุณปิฏิพล  ชัฏชฎาสวัสดิ์ จากจังหวัดมุกดาหาร ก่อนวางโทรศัพท์คุณปิฎิพลบอกว่าถ้าคุณจำรัสผ่านมาทางมุกดาหารแวะมาหาได้ ครับมีโอกาสผมไปหาแน่นอน เพราะชอบบรรยากาศชายทุ่ง กระท่อมน้อยปลายนาหลังคามุงจาก วิถีชีวิตชาวนาอยู่กับธรรมชาติ คงได้นอนคุยกันเรื่องสมุนไพรจนสว่างคาตาแน่ๆแค่คิดก็มีความสุขแล้วครับ ฮ่าๆๆ   อย่าลืมหมายเลขโทรศัพท์คุณปิฎิพล ๐๘-๑๐๔๙-๔๗๒๕ 
 ---------------------------------------------------------