ท่องเที่ยวแนวเกษตร

จุลินทรีย์หน่อกล้วย(สูตรหัวเชื้อ)
                     สูตรจุลินทรีย์หน่อกล้วย (สูตรหัวเชื้อ) 

     สูตรนี้อาจารย์พัฒน์ สันทัด วิทยากรช่วงโรงเรียนชาวนาทองอากาศนำมาเผยแพร่ อาจารย์บอกว่าต้นตำหรับได้มาจากอาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา( ๐๘-๑๘๖๐-๖๙๙๑)
วิธีทำ
     หาใบกล้วยใบธงสูงประมาณ 1 เมตร ทั้งเหง้า ต้น ใบ ดินที่ติดมาด้วย เอามาหั่น สับ ตำไห้ละเอียด ประมาณ 3 กิโลกรัม ผสมกับกากน้ำตาล หรือน้ำตาลปีบ น้ำตาลทรายแดง ประมาณ 1 กิโลกรัม เอาใส่ถังโดยไม่ใส่น้ำ ถ้าหน่อกล้วย 30 กิโลกรัม กากน้ำตาลเพิ่มเป็น 10 กิโลกรัม หมักไว้ 7 วัน คนเช้า-เย็น พอครบ 7 วัน คั้นเอาน้ำออกมาใส่ถังหรือขวดปิดฝาแต่อย่าปิดไห้แน่น ถ้าแน่นจะเปิดฝาไม่ออกจะเกิดแรงดันจนระเบิด
ประโยชน์ 
     ใช้ปรับปรุงบำรุงดิน ปรับสภาพน้ำป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เร่งการเติบโตของพืช กำจัดกลิ่นเหม็นในคอกสัตว์ ย่อยสลายอินทรีวัตถุ และฟางในนาข้าว โดยไม่เกิดก๊าซมีเทน
อัตราการใช้ 20 ซีซี กับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือรดโคนสัปดาห์ละครั้ง มีแฟนรายการจำนวนมากนำไปทดลองใช้ได้ผลดีมาก
จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรปรามโลก สูตรนี้ประยุกต์ใช้โดยอาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา เมื่อปี 2548
วิธีทำ
     เอาจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อครึ่งลิตร ผสมกับเล้าขาวครึ่งลิตร และน้ำสมสายชูกลั่น 4% ครึ่งลิตร นอกจากนั้น ก็ยังมีกากน้ำตาลหรือ น้ำตาลปีบครึ่งลิตร เมื่อนำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน หมักไว้ 24 ชั่วโมง จึงนำไปใช้ได้
อัตราการใช้ สำหรับพืช 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร สำหรับสัตว์เลี้ยงและคนใช้ทาภายนอน หรือออมล้างปาก แก้ปวดฟันและไม่มีกลิ่นปาก
ประโยชน์
     เหมาะสำหรับป้องกันและกำจัดเชื่อรา ใบจุด ใบเหลือง รากเนา โคนเนา ในพืช รักษาแผลสด แผลเปื่อย ฝี ผื่นคัน กำจัดเห็บ หมัดในสัตว์เลี้ยงและใช้กับคนได้เป็นอย่างดี
  ติดต่อ อ.พัฒน์  สันทัด  ตู้ ปณ.๙๕  ต.สนามจันทร์  อ.เมือง จ.นครปฐม  ๗๓๐๐๐
            โทร.๐๘-๐๔๘๒-๕๒๙๘ 

วิธีจับแมลงวัน

วิธีจับแมลงวัน
จำรัส เซ็นนิล /รวบรวม
           คุณเสริม  ชูเกษม    บ้านสันต้นดู่  ต.สันทราย  อ.ฝาง  จ. เชียงใหม่    ได้พูดคุยถึงวิธีการจับแมลงวันแบบง่าย ๆ     โดยให้ นำขวดพลาสติกมา 2 ขวด  
            ขวดแรก เป็นขวดพลาสติก หรือขวดน้ำอัดลมเปล่า ๆ  ที่มีฉลากติดอยู่  และอีกขวดไม่ต้องติดฉลาก ก็ได้    ขวดแรก  ให้เจาะรูด้านล่างของฉลาก  เป็นรูปสามเหลี่ยม   เป็นรูปลูกศรชี้ขึ้นหรือชี้ลงก็ได้    แต่ไม่ให้แผ่นที่เจาะ หลุดออกจากขวดพลาสติก    โดยให้เจาะกว้างประมาณครึ่งเซ็นติเมตร   เปิดออกให้เป็นรูนิดหน่อย   เพื่อให้แมลงวันบินเข้าไปได้    
            ส่วนขวดที่  2 วางลงในแนวนอน  แล้วก็เจาะรูตรงกลางให้สมดุลย์กัน   และเจาะเป็นรูเล็ก รอบๆ  ประมาณ 1  – 2  มิลลิเมตร   หรือพอดีกับรอบขวดที่อยู่แนวตั้ง    แล้วเอาขวดที่ 2 ที่เราเจาะแล้วตรงกลาง  ลองไปสวมปากขวดแนวตั้งดู     ขอให้แบบถอดได้หรือประกอบได้  (น๊อคดาวน์)   แล้วใช้เส้นลวดเส้นเล็ก เจาะรูเล็ก ๆ  บริเวณรอบขวด ด้านล่าง  ให้อากาศถ่ายเทได้      เสร็จแล้ว ให้นำเศษอาหารใส่ไปในขวดในแนวตั้ง  (ขวดแรก)    สำหรับ ขวดแนวนอน สวมด้านบน   โดยฝาที่อยู่ในแนวตั้งเอาออกทิ้งไปเลย  ส่วนขวดที่อยู่แนวนอน(ขวดที่2)   ให้ปิดปากขวดให้สนิทด้วย (เพื่อไม่ให้แมลงวันบินออกไปได้)   เพียงแค่นี้   พอแมลงวันบินมาตอมเศษอาหารขวดในแนวตั้ง   เราก็จะสามารถจับแมลงวันได้    เพราะ แมลงวันจะบินขึ้นไป อยู่ขวดแนวนอนข้างบนเป็นส่วนใหญ่    ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งง่าย ๆ  ที่สามารถจับแมลงวันได้  
            และคุณเสริมฯ  ยังได้เล่าอีกว่า  มีอีกวิธีหนึ่ง  คือ ถ้ามีอาหารที่พร้อมจะรับประทาน   แต่ยังไม่ได้ปิดไว้   และกลัวแมลงวันมาบินตอม    ขอให้นำเอาใบผักไผ่ หรือยอดผักไผ่  เอามาวางไว้บนอาหารที่รับประทาน   แมลงวันจะไม่มาตอมเลย  ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม    คุณเสริม  ชูเกษม   โทรศัพท์  08 8406 4481  
 
            และ อีกสูตร ของผมเอง  คือ ให้เอาถุงพลาสติก ใสๆ   ทำปากกว้าง ๆ  เวลาแมลงวันบินมา  ก็ให้ครอบถุงลงไป  จะจับแมลงวันได้เยอะมาก ๆ   ก็ลองทำตามสะดวกก็แล้วกันน่ะครับ.
 --------------------- 

สมุนไพรบำบัดปลาเป็นแผล

สมุนไพรป้องกันปลาเป็นโรค
 
        หมอล้วน จากตำบลบ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร  บอกว่าได้รวมกลุ่มภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยขึ้นที่ตำบลบ้านค้อ และอยากแนะนำสูตรสมุนไพรป้องกันน้ำเสีย-ปลาเป็นโรค กรณีปลาเป็นแผลตามตัว สูตรนี้ทดลองแล้วได้ผลดี สมุนไพรมีดังนี้
  • ปูนขาว ๒-๓ ถุง
  • ใบสะเดา
  • ใบแค
  • ต้นสบู่ดำ
  • เครือตดหมา
สมุนไพรทั้งหมดอย่างละ ๑ มัด โยนลงไปในบ่อ จะทำให้สารต่างๆในสมุนไพรละลายในน้ำ บำบัดโรคปลาเป็นแผลได้ผลดี
อยากทราบรายละเอียดติดต่อหมอล้วน  ๐๘-๗๘๖๖-๕๔๑๙ นะครับ

สมุนไพรปองกันแมลง

สมุนไพรป้องกันแมลง
 
         คุณยุทธนา  จิตจะโป๊ะ นักศึกษาโรงเรียนชาวนาทางอากาศ อยู่บ้านเลขที่ ๘๑/๑ หมู่ ๔ บ้านนาแค ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ๓๐๑๕๐ เป็นแฟนรายการทั่วทิศถิ่นไทยที่เหนียวแน่น เขียนจดหมายมาแนะนำภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับการกำจัดแมลงที่มารบกวนพืช-ผักของเกษตรกร ในจดหมายได้ตัดพ้อต่อว่ามาด้วยว่าโทรศัพท์เข้ามาขอหนังสือในรายการแต่กดโทรศัพท์ไม่ทันคนอื่นกดจนมือหงิกมืองอ นอนรออยู่หลายวัน พอความคิดโล่งโปร่งจึงตัดสินใจส่งภูมิปัญญาไทยด้านการเกษตรมาให้คุณจำรัส เปลี่ยนจากการขอมาเป็นการให้เพราะโบราณว่าไว้ “ยิ่งให้ยิ่งได้รับ” หลังจากผมได้อ่านจดหมายของคุณยุทธนาแล้วก็รีบส่งหนังสือเคล็ดลับภูมิปัญญาไทยไปให้แล้วนะครับ
         สำหรับสูตรเด็ดเคล็ดลับในการป้องกันแมลงของคุณยุทธนามีดังนี้

การจำจัดหอยเชอรรี่ สูตร ๑
  • มะกรูดผ่าซีก   ๓  กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล  ๑     กิโลกรัม
  • ปูนแดง ( ปูนที่เคี้ยวกับหมาก)  ๑  กิโลกรัม
                      นำทั้งหมดมาผสมกันแล้วหมักทิ้งไว้  ๗  คืนหลังจากนั้นจึงนำมาใช้
                      เวลาใช้ ๑๐๐  ซีซี ต่อน้ำเปล่า ๗  ลิตร นำไปหยดให้ทั่วแปลงนา ก็จะสามารถกำจัดหอยเชอรี่ได้

การจำจัดหอยเชอรรี่ สูตร ๒
  • มะกรูดผ่าซีก     ๕  กิโลกรัม
  • สารส้ม               ๑  กิโลกรัม
  • ปูนแดงที่เคี้ยวกับหมาก  ๑  กิโลกรัม
  • ใบสาปเสือ           ๐.๕  กิโลกรัม
  • น้ำ     ๓๐   ลิตร
       นำทั้งหมดมาหมักใส่ภาชนะ โดยหมักไว้  ๗   วัน แล้วจึงนำออกมาใช้
       วิธีใช้  อัตราส่วนการใช้  ๒๐๐  ซีซีต่อน้ำ  ๒๐   ลิตร นำไปฉีดให้ทั่วแปลงนา
 
การจำจัดหอยเชอรรี่ สูตร ๓
  •  ปูนขาว   ๕  กิโลกรัม ละลายน้ำ  ๑๐  ลิตร  หมักทิ้งไว้  ๑  คืน นำเอาน้ำปูนใส  ๒   ลิตร  ผสมน้ำ  ๑๐  ลิตร สาดใส่แปลงนาที่มีน้ำ  จะทำให้หอยเชอรี่ตายหรือหนีไป
 การปองกันเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
ใช้เมล็ดน้อยหน่าแห้ง  ๑  กิโลกรัม ตำให้ละเอียด ผสมน้ำ  ๑๐  ลิตร หมักเอาไว้  ๒๔  ชั่วโมง หลังจากนั้นกรองเอาแต่น้ำ  ๑  ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ  ๒๐  ลิตร นำไปฉีดป้องกันเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
 
สูตรกำจัดโรคใบสีน้ำตาลในนาข้าว
นำหัวข่าสดหรือแห้ง มาบดเป็นผงละลายน้ำแล้วกรองเอาแต่น้ำ ฉีดพ่นกำจัดแมลง และช่วยทำให้โรคใบจุดสีน้ำตาลในข้าวให้หายไป อัตราส่วนการใช้  ๑  ช้อนโต๊ะต่อน้ำ  ๒๐  ลิตร
 
สูตรกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล , เพลี้ยจั๊กจั่น ,หนอนม้วนใบ
  • ใบสะเดา     ๑  กิโลกรัม
  • ใบตะไคร้หอม     ๑  กิโลกรัม
นำทั้งหมดไปปั่นให้ละเอียดแล้วเอามาผสมน้ำ  ๑๐๐  ลิตร แช่ค้างคืนไว้  ๑  คืน แล้วกรองเอากากออก
น้ำที่ได้นำมาผสมกับน้ำ  ๒๐๐  ลิตรเพื่อไปฉีดนาข้าว
 
  สมุนไพรป้องกันและกำจัดแมลง
  • ยูคาลิปตัส ครึ่งปี๊บ
  • ใบและเมล็ดสะเดาครึ่งปี๊บ
         นำยูคาลิปตัสและใบ-เมล็ดสะเดามาหั่นหรือสับหยาบๆใส่ถัง เติมจุลินทรีย์สูตรเข้มข้น  ๑  แก้ว น้ำตาลทรายแดง  ๒ แก้ว และเทน้ำเปล่าลงพอให้ท่วมสมุนไพร แล้วกวนให้เข้ากัน ใช้ของหนักเช่นก้อนหินหรือถุงพลาสติกใส่น้ำมัดให้แน่นมาทับไว้ ปิดฝากันแมลงวันหมักทิ้งไว้  ๑  เดือน แล้วกรองน้ำที่หมักได้ใส่ภาชนะ เติมเหล้าขาว  ๑  แก้ว น้ำส้มสายชู   ๑  แก้ว แล้วคนให้เข้ากันเป็นใช้ได้
         วิธีใช้ สมุนไพร  ๕  ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ  ๑๐  ลิตร ฉีดพ่นพืชผักผลไม้ทุกๆ  ๗-๑๐ วัน
          ทุกสูตรคุณยุทธนา  จิตจะโป๊ะ บอกว่าลองใช้ได้ผลมาแล้ว พี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาโรคแมลงรบกวนไม่ต้องหนักใจ รีบจดจำสูตรดังกล่าว แล้วนำไปทดลองใช้ ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและได้ผลดีอีกด้วย หากมีข้อสงสัยประการใดก็สามารถโทรศัพท์มาพูดคุยกับคุณยุทธนาได้ที่ ๐๘-๑๖๖๙-๘๐๕๑

ข้าวกล้อง

ข้าวกล้อง
 
             ข้าวกล้องคือ ข้าวที่สีเอาเปลือกหรือแกลบออกเท่านั้นไม่ได้ขัดสีเอารำออก ข้าวกล้องมีวิตามิน โปรตีนและเกลือแร่ต่างๆรวมแล้วมากกว่า ๒๐ ชนิด
             สมัยก่อนเราไม่มีเครื่องจักรสีข้าว เราใช้มือตำเอาแกลบหรือเปลือกออกจึงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ ข้าวซ้อมมือ ”
             ข้าวกล้องมีวิตามินบีหนึ่ง มากกว่าข้าวขาวประมาณ ๔ เท่า ถ้ารับประทานประจำจะป้องกันโรคเหน็บชา ในข้าวกล้องมีวิตามินบีสอง ป้องกันโรคปากนกกระจอก มีวิตามินบีรวม ป้องกันและบรรเทาอาการอ่อนเพลียและขาไม่มีแรงอาการปวดแสบและเสียวในขา ปวดน่องปวดกล้ามเนื้อ ลิ้นแตกหรือมีแผล โรคผิวหนังบางชนิด โรคปลายประสาทอักเสบ และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทบางชนิด
             ในข้าวกล้องมีวิตามินบีรวม บำรุงสมอง ทำให้เรียนเก่งขึ้น และเจริญอาหาร มีธาตุเหล็กมากเป็นสองเท่าของข้าวขาว ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีฟอสฟอรัสมากช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน
             ข้าวกล้องมีแคลเซียมมากว่าข้าวขาว จะทำให้กระดุกแข็งแรงช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคิว และมีไขมันมากให้พลังงานแก่ร่างกาย นอกจากนั้นข้าวกล้องยังมีกากอาหารมากกว่าจะช่วยป้องกันท้องผูกและมะเร็งในลำไส้ใหญ่
             ในข้าวกล้องยังมีเกลือแร่และวิตามินต่างๆมากกว่า ๒๐ ชนิด มีหน้าที่ทำให้การทำงานของร่างกาย ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์ โปรตีนมีมากกว่า ๒๐-๓๐ % ช่วยเสริมสร้างร่างกาย         
             ข้าวกล้องมีแป้ง (คาร์โบไฮเดรต ) น้อยกว่าข้าวขาว ช่วยลดความอ้วน ส่วนคนที่ผอมจะสมบูรณ์ขึ้น เนื่องจากได้รับสารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น

การผลิตเกษตรปลอดสาร

การผลิตเกษตรปลอดสารพิษ
โดย..จำรัส  เซ็นนิล
 
      การเกษตรปลอดสารพิษ  เป็นการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ให้ได้ผลผลิตที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งมีการผลิตในรูปแบบต่างๆคือ
      ผักปลอดภัยจากสารพิษ  คือผักที่มีระบบการผลิตที่มีสารเคมีในการป้องกันและปราบศัตรูพืช รวมทั้งปุ๋ยเคมีเพื่อการเจริญเติบโต ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ยังมีสารพิษตกค้างไมเกินปริมาณที่กำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๑๖๓ พ.ศ.๒๕๓๘
      ผักอนามัย  คือผักที่มีระบบการผลิตที่มีการใช้สารเคมีในการป้องกันและปราบศัตรูพืชรวมทั้งปุ๋ยเคมีเพื่อการเจริญเติบโต ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ยังมีสารพิษตกค้างไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ละมีความสะอาดผ่านกรรมวิธีการปฏิบัติก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการขนส่งและการบรรจุหีบห่อ ได้คุณลักษณะตามมาตรฐาน
      ผักไร้สารพิษ คือผักที่มีระบบการผลิตทีไม่มีการใช้สารเคมีใดๆทังสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีเพื่อป้องกันและปราบศัตรูพืชหรือปุ๋ยเคมีทุกชนิด แต่จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด และผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้วต้องไม่มีสารพิษใดๆทั้งสิ้น
      เกษตรอินทรีย์  คือระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม รักษาสมดุลของธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ
โดยมีระบบการจัดการนิเวศวิทยาที่คล้ายคลึงกับธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการใช้สารสังเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี
     สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและฮอร์โมนต่างๆตลอดจนไม่ใช้พืชหรือสัตว์ที่เกิดจากการตัดต่อทางพันธุกรรมที่อาจก่อให้เกิดมลพิษในสภาพแวดล้อม เน้นก ารใช้อินทรียวัตถุ เช่นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยชีวภาพ ในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรง สามารถต้านทานโรคและแมลงได้ด้วยตัวเอง  รวมถึงการนำเอาภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้ประโยชน์ด้วย ผลผลิตจะปลอดภัยจากอันตรายของสารพิษตกค้าง ทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลงอีกด้วย
     สารพิษที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์โดยตรง หมายถึงสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในการควบคุมศัตรูพืช-สัตว์ เช่น ยาควบคุมโรคและแมลง ยาควบคุมวัชพืช และยาปฏิชีวนะตลอดจนสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในการเร่งการเจริญเติบโตหรือเร่งสารผลผลิตของพืชและสัตว์เช่นฮอร์โมนสังเคราะห์ และสารเร่งเนื้อแดงในสุกร
     การใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมีสังเคราะห์  ปุ๋ยอินทรีย์มีธาตุอาหารต่ำกว่าปุ๋ยเคมีมาก ปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุและจุลินทรีย์ให้ดินและช่วยทำให้โครงสร้างดีซึ่งจะช่วยให้ต้นพืชเจริญเติบโตแข็งแรงต้านตานต่อโรคและแมลงได้ดีกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ ปุ๋ยอินทรีย์สามารถใช้ได้ปริมาณมากๆได้ไม่เป็นอันตรายต่อพืชเหมือนกับการใช่ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ทำได้ง่ายแต่ต้องใช้เวลาและแรงงาน  ปุ๋ยเคมีมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีหลักการผลิตและวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน
     -  ปุ๋ยคอก  คือมูลหรือสิ่งที่สัตว์ขับถ่ายออกมา มูลสัตว์ที่นำมาใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์นิยมนำมาใช้ในการเพาะปลูกกันมาก เช่น มูลของโค กระบือ  สุกร  เป็ด  และไก่ การใช้มูลสัตว์ผสมดินในการเพาะปลูก จะต้องให้มูลสัตว์ย่อยสลายจนสมบูรณ์หรือที่เรียกว่าเย็นตัวก่อน การใช้มูลสัตว์สดหรือที่ยังสลายตัวไม่สมบูรณ์จะต้องระมัดระวังและรู้จักวิธีใช้ หากใช้ไม่ถูกต้องจะทำให้ต้นพืชตายได้

สมุนไพรฆ่าแมลง

สมุนไพรฆ่าแมลง

ขมิ้นชัน
ประโยชน์              ไล่มดไล่แมลงวัน
วิธีใช้                      โขลกขมิ้นชัน 1-2 กิโลกรัม แช่ในน้ำ 1 ปิ๊บ นาน 1 คืน แล้วนำน้ำหมักมาราดฆ่ามดหรือฉีดไล่ฆ่าแมลงวัน

ตะไคร้หอม
ประโยชน์              ใช้ทำยาป้องกันกำจัดแมลง ยุง และล่อแมลงวันตัวผู้
วิธีใช้                      น้ำมันของต้นตะไคร้หอมผสมกับน้ำมันอื่น ๆ ใช้ฉีดพ่นไล่แมลงศัตรูพืช
  • ใช้ใบสดที่แก่จัดผสมกับหัวข่าสด และใบสะเดาสดทุกชนิดบดให้ละเอียด ในอัตรา 4:4:4 กิโลกรัม  แช่ในน้ำ 2 ปิ๊บ หมัก 1 คืน กรองเอาเฉพาะน้ำเป็นหัวเชื้อ ใช้น้ำหัวเชื้อ 10 ช้อนแกงผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดป้องกันแมลงศัตรูพืชในพืชผักข้าวและผลไม้บางชนิด เช่น ส้มเขียวหวาน
  • ใบแห้ง  นำมาใช้รองพื้นยุ้งฉางข้าว ซึ่งจะช่วยลดการทำลายของมอด ผีเสื้อข้าวเปลือก หรือรองไว้ในรังไก่ จะป้องกันการเกิดไรไก่
บอระเพ็ด
ประโยชน์              ใช้ป้องกันและกำจัดเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียได้ดี และยังป้องกันขับไล่แมลงทุกชนิดได้
วิธีใช้                      นำเถา 1 กิโลกรัมมาบดหรือทุบแช่ในน้ำ 1 ปิ๊บค้างคืน 1 คืน กรองเอาเฉพาะหัวเชื้อมาฉีด พ่นฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และไล่แมลง

ยาสูบ (ยาเส้น ยาฉุน)
ประโยชน์              ใช้ฆ่าแมลงศัตรู เช่น เพลี้ยอ่อน
วิธีใช้                      - ใบยาสูบหั่นฝอย  ตากแห้ง ประมาณครึ่งกิโลกรัม แช่น้ำ 1 ปิ๊บ นาน 1 คืน นำน้ำหมัก ฉีดพ่น)แมลงกลางคืนและฆ่าเพลี้ยได้ดี ยาเส้นแช่น้ำ  ชโลมทาตัวจะช่วยกันทาก ปลิงและแมลงเกาะได้ด้วย

ว่านน้ำ
ประโยชน์              ใช้ป้องกันและกำจัดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และขับไล่แมลงทุกชนิดได้ผลดีมาก
วิธีใช้                      ทุบเหง่าละเอียด 1 กิโลกรัม แช่ในน้ำ 1 ปิ๊บ นาน 1 คืน หลังจากนั้นกรองน้ำหมัก
                                มาฉีดฆ่าหรือไล่แมลงได้หลายชนิด นอกจากนี้นำหมักยังใช้กำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อรา
                                และแบคทีเรียได้อีกด้วย

สะเดา
ประโยชน์              มีสารยับยั้งการลอกคราบ การกินอาหารการสร้างและฟักออกจากไข่ นอกจากนี้มีฤทธิ์ไล่แมลง เมล็ดแก่ใช้กำจัดศัตรูพืช  กากรองก้นหลุมกำจัดแมลงศัตรูพืชได้ดี
วิธีใช้                      - นำเมล็ดแก่ประมาณ 1 กิโลกรัม มาบดละเอียดและแช่น้ำ 1 ปิ๊บ หมัก 1 คืน กรองด้วยผ้าขาวบาง นำน้ำหมักมาใช้ฉีดพ่นฆ่าแมลงได้หลายชนิด โดยผสมสารจับใบ
                              - นำใบประมาณ 1-2 กิโลกรัม มาบดแช่น้ำ 1 ปิ๊บ หมัก 1 คืน นำน้ำหมักมาฉีดแมลงในแปลงปลูกพืชได้ผลดี เนื่องจากใบสะเดาะมีกลิ่นฉุนรุนแรง อย่าแช่น้ำหมักไว้เผื่อวันต่อๆ ไป เพราะน้ำหมักจะบูด

หนอนตายหยาก
ประโยชน์        ใช้ป้องกันและกำจัดเชื้อราเชื้อแบคทีเรียได้ดีและขับไล่แมลงทุก ๆ ชนิดได้ผลดีมาก
วิธีใช้                ใช้รากประมาณ 1 กิโลกรัม ตำให้ละเอียด แล้วแช่ในน้ำมะพร้าว หรือน้ำเปล่า 1 ปิ๊บ ค้างคืน 1 คืน ใช้น้ำหมักฉีดพ่นฆ่าแมลงศัตรูพืชอื่นๆ ฆ่าเหา ฆ่าหนอนและลูกน้ำ

หางไหลแดง (โล่ติ๊น)
ประโยชน์       - ในโล่ติ้นมีสารโรตีโนน  และดีกูลิน มีฤทธิ์ฆ่าแมลงมากที่สุด ส่วนสารอื่น ๆ มีฤทธิ์ น้อยมาก การใช้รากหางไหลจะใช้รากของต้นที่มีอายุประมาณ 2 ปี ขึ้นไป
                        - การใช้น้ำสกัดจากรากหางไหลเป็นสารฆ่าแมลงนับว่าปลอดภัยแก่ผู้ที่ใช้ เพราะสารโรตีโนน สลายตัวได้ง่ายและไม่ติดค้างอยู่บนพืช จึงเหมาะที่จะใช้หางไหลเป็นสารฆ่าแมลงในพืชผักสวนครัวและพืชที่ปลูกในบริเวณบ้าน
วิธีใช้              นำรากหางไหล ½ -1 กิโลกรัม มาทุบแล้วแช่น้ำ 1 ปิ๊บ ทิ้งไว้ค้างคืน นำน้ำหมักมาฉีดพ่นฆ่าแมลงได้หลายชนิด

ข่าเหลือง
ประโยชน์     - ทางการเกษตรใช้เป็นสารไล่แมลง  และใช้ผสมกับสะเดา  ตะไคร้หอม  ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช
                      - ทางยา  ใช้เป็นยาขับลม  บำรุงธาตุ  โรคผิวหนังบางชนิด
                      -  ทางโภชนาการ ใช้แต่งกลิ่นอาหาร ผสมเครื่องเทศชนิดอื่น
วิธีใช้            ตำข่า เมล็ดสะเดา  ตะไคร้หอม อย่างละ 200 กรัม แช่ผสมกันในน้ำ 20 ลิตรแช่ค้างคืนแล้วกรองเอาแต่น้ำสารที่สกัดได้ 1 ลิตร ผสมกับน้ำธรรมดา 1 ปิ๊บ สามารถใช้ฆ่าแมลงศัตรูพืชในเนื้อที่ 1 ไร่   

น้อยหน่า
ประโยชน์        น้ำมันเป็นพิษกับด้วงปีกแข็ง เพลี้ยอ่อน แมลงวัน และมวนปีกแข็ง
วิธีใช้                นำเมล็ด 1 กิโลกรัม ตำหรือบด  แช่ในน้ำ 1 ปิ๊บ นาน 1 คืน แล้วใช้ฉีดพ่นฆ่าแมลง เหา

กลอย
ประโยชน์              - มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าแมลง
                               - ใช้น้ำหมักกลอย ฉีดพ่นฆ่าแมลง เช่น เพลี้ยอ่อน แมลงสิง และแมลงทั่วไป เหา
และใช้เบื่อปลา
วิธีใช้                      โขลกหัวกลอย 1 กิโลกรัม หมักในน้ำ 1 ปิ๊บ (1-2 คืน) ใช้น้ำหมักฉีดพ่นฆ่าแมลง
 
มะคำดีควาย
ประโยชน์              ด้านเกษตรใช้ฆ่าแมลง  และเบื่อปลาย
วิธีใช้                      นำผลของมะคำดีควายประมาณ 1 กิโลกรัม ทุกผลให้เนื้อผลแตกแล้วนำไปหมักในน้ำ 1 ปิ๊บ 1 คืน นำน้ำหมักที่กรองแล้วมาฉีดพ่นฆ่าแมลงได้หลายชนิด

สมุนไพรกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
การกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว
ด้วย    น้ำคั้นผลสับปะรด    ให้ได้ผล  100 %
 
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล    สามารถกำจัดได้ไม่ยาก     ด้วยการใช้    น้ำคั้นผลสับปะรด      ช่วยในการกำจัดไข่  และ  ตัวอ่อน   ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
 
ผลสับปะรดสุก    มีน้ำย่อย  2  ชนิด    ได้แก่   น้ำย่อยโปรตีน  ที่เรียกว่า  “ บรอมีเลน ” กับ
น้ำย่อยไคติน    ที่เรียกว่า  “ ไคติเนส  ”
 
เปลือกไข่แมลงประกอบด้วย   โปรตีน       น้ำย่อยโปรตีนในผลสับปะรดสามารถย่อยทำลายเปลือกไข่   ทำให้ไข่ฝ่อไม่ฟักเป็นตัวอ่อน  ส่วนไข่ที่ไม่ถูกน้ำคั้นผลสับปะรด  นับแต่แม่เพลี้ยวางไข่ได้   7  วันจะฟักเป็นตัวอ่อน  ช่วง 16 วันตัวอ่อนลอกคราบ  5  ครั้งเฉลี่ย  3 วัน ต่อ ครั้ง     
 
ตัวอ่อนที่เพิ่งแรกฟักออกจากไข่  ทั้งตัวอ่อนที่เพิ่งลอกคราบใหม่ๆ  ล้วนมีผนังลำตัวสร้างขึ้นจากไคตินด้วยโครงสร้างที่ยังบอบบาง ไม่ทนต่อน้ำย่อยไคติเนส    น้ำคั้นผลสับปะรด  จึงเข้าทำลายผนังลำตัวตัวอ่อนของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเหล่านั้นได้     โดยต้องฉีดพ่นให้โดนตัว
 
แต่การใช้น้ำคั้นผลสับปะรดอย่างเดียวให้ผลในการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไม่ได้ 100 %
เพราะจะต้องฉีดพ่นให้โดนเท่านั้น    จึงต้องใช้น้ำหมักสะเดา+ยาสูบ+กาแฟ  เข้ามาช่วยเสริม
 
กลิ่นสะเดา  ช่วยไล่ตัวเต็มวัยของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  ให้ไปอยู่ที่อื่น     แต่ถ้ายังทนอยู่แล้วดูดกินน้ำเลี้ยงต้นข้าวที่มีสารสะเดาเคลือบอยู่ด้วย    ก็จะทำให้เบื่ออาหาร   ตายเพราะความหิว   ลดการผสมพันธุ์   วางไข่น้อยลง  ไข่ฟักเป็นตัวอ่อนที่พิการ   บางตัวเป็นหมันและตัวอ่อนไม่ลอกคราบ     สารสะเดายังช่วยกำจัดไวรัสสาเหตุโรคจู๋ที่เพลี้ยถ่ายเชื้อให้กับต้นข้าวได้อีกด้วย
 
ยาสูบ มีสารนิโคติน  ส่วน กาแฟ มีสารคาเฟอิน    ทั้งนิโคตินและคาเฟอิน ที่ต้นข้าวดูดซึมเข้าไป    ล้วนมีผลต่อตัวอ่อนและตัวเต็มวัยที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าว        ทำให้ระบบกล้ามเนื้ออ่อนล้า    กลายเป็นเพลี้ยที่ไม่ยอมกระโดด     หยุดการเคลื่อนไหว     ระบบอวัยวะต่างๆไม่ทำงาน    กินไม่ได้   หายใจไม่สะดวก   อาหารไม่ย่อย   นอนไม่หลับ  และ   ตายลงในที่สุด
 
ส่วนผสมในการฉีดพ่น
 
น้ำ  200  ลิตร + น้ำหมักสะเดา+ยาสูบ+กาแฟ  10  ลิตร + น้ำคั้นผลสับปะรด 1 ลิตร 
 
ฉีดพ่นในแปลงนาข้าวที่มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาด   ต่อ   พื้นที่นา  5  ไร่   เพียง  2  ครั้ง  ห่างกัน   3   วัน
 
น้ำหมักสะเดา+ยาสูบ+กาแฟ   
น้ำ    10   ลิตร +  ผลสะเดาแห้งบด  1  ก.ก. +  ยาฉุน  200  กรัม + น้ำยาจับใบ  100  ซี.ซี.   คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน    หมัก  1  คืน    รุ่งขึ้นคั้นเอาแต่น้ำ      แล้วใส่   ผงกาแฟสำเร็จรูป  100  กรัม  ลงไป   พร้อมทั้งคนให้ละลายเข้ากัน
 
น้ำคั้นผลสับปะรด 
ผลสับปะรดสุก   เอาจุกและก้านผลออก  หั่นเป็นชิ้นเล็กๆทั้งเปลือก   ใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด   หรือโขลกให้เละ   กรองหยาบด้วยผ้ามุ้งไนล่อนครั้งหนึ่งก่อน       แล้วบีบคั้นน้ำนำมารวมกันกรองใสอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง       นำน้ำคั้นผลสับปะรดที่ได้    1   ลิตร   มาผสมกับ   น้ำหมักสะเดา+ยาสูบ+กาแฟ ข้างต้นให้เข้ากันก่อน    จึงนำไปผสมกับน้ำ  200   ลิตรเพื่อฉีดพ่นต่อไป

สุวัฒน์   ทรัพยะประภา
โครงการนักวิจัยอาสา     ตู้ ปณ. 106    ภาษีเจริญ     กรุงเทมหานคร  10160
19   พฤษภาคม   2554