สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม อ.บางแพ จ.ราชบุรี
อุทยานหุ่นขึ้ผึ้งสยาม อ.บางแพ จ.ราชบุรี
   "หนึ่งเดียวในโลกโดยฝีมือคนไทย"....ต้องชมให้ได้
    
....... ที่พักใจ..ของทุกคน 

        อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี
                    “หนึ่งเดียวในโลกโดยฝีมือคนไทย
                                         จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานขี้ผึ้งสยาม ที่อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี พร้อมกับเพื่อนนักข่าวหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ทันทีที่ลงจากรถเห็นคุณธรรมวิทย์  ศิริพรเลิศ และคุณกันติรัตน์  ตันกาญจนานุรักษ์ ทายาทของผู้ก่อตั้งอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามออกมาต้อนรับ คุณธรรมวิทย์ เล่าให้ฟังว่าหลายคนสับสันกับหุ่นขี้ผึ้งที่จังหวัดนครปฐม ที่นั่นคุณพ่อเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเหมือนกันเรียก “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งสยาม” ส่วนที่นี่อยู่ที่อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรีเรียก “อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม”
 คุณกันติรัตน์
            “คุณพ่อคลุกคลีในวงการหล่อพระพุทธรูปมานานมากกว่า ๔๐ ปี จากบ้านช่างหล่อ พรานนก กรุงเทพฯบ้านเกิด เริ่มต้นจากธุรกิจค้าอุปกรณ์หล่อพระและถ่าน-ฟืน จนกระทั่งได้รับการชักชวนให้เข้าสู่วงการหล่อพระเสียเอง โดยการชักชวนของ “ลุงโต”  ซึ่งคุณพ่อก็ได้ปั้นรูปลุงโตไว้ในอุทยานหุ่นขี้ผึ้งนี้เช่นกัน”
            เอ่ยถึงบ้านช่างหล่อหลายคนคงรู้จักเพราะเป็นย่านหรือแหล่งหล่อพระพุทธรูปตามชื่อ นับแต่โบราณมาแล้ว แต่เมื่อเมืองกระชับเข้ามาเรื่อยๆชุมชนบ้านช่างหล่อที่เป็นโรงหล่อพระก็จำต้องโยกย้ายไปอยู่ถิ่นอื่นที่สะดวกกว่า
    “คุณพ่อได้ย้ายโรงหล่อจากบ้านช่างหล่อ ไปอยู่ที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ภายใต้ชื่อโรงหล่อปฏิมาพรเลิศ      เราสามารถรองรับงานหล่อองค์พระขนาดใหญ่มากได้ ส่วนใหญ่ผู้ประสงค์จะหล่อองค์พระขนาดใหญ่จึงต้องมาใช้บริการของโรงหล่อปฏิมาพรเลิศแทบทั้งสิ้น”  คุณกันติรัตน์  เล่าให้เราฟังขณะพาเดินไปยังห้องประชุมเพื่อพบกับคุณพ่อ
          มาถึงห้องประชุม เจ้าหน้าที่นำน้ำดอกอัญชันมาให้ดื่ม สักพัก ผู้ก่อตั้งเดินเข้ามาในห้องประชุม ผมหันไปมอง ทันทีที่สายตาผมได้สัมผัส บุคลิกท่าทางการเดินและการแต่งตัวด้วยเสื่อกางเกงหม้อห้อม แบบชาวนา ผมสีดำแซมขาวประบ่า โปรยยิ้มมาแต่ไกล ทำให้ผมคิดถึงศิลปินแห่งชาติผู้หนึ่ง นามถวัลย์ ดัชนี
       ผู้ก่อตั้งนั่งหัวโต๊ะกล่าวต้อนรับทักทายคณะของเรา พร้อมขออภัยไม่อยากให้เราเขียนข่าวและถ่ายภาพผู้ก่อตั้ง อยากปิดทองหลังพระอยากให้ทุกคนรู้ถึงสิ่งดีๆในอุทยานมากกว่าผู้ก่อตั้งว่าใครเป็นคนทำ  ผมเตรียมกดชัตเตอร์กล้องแต่เมื่อได้ฟังก็ต้องค่อยๆวางกล้องลง
       “ ผมมาทำอุทยานหุ่นขี้ผึ้งที่อำเภอบางแพ  จังหวัดนครปฐม เป็นหุ่นขี้ผึ้งในลักษณะเดียวกับหุ่นขี้ผึ้งมาดามทูโซ่ ในอังกฤษ แต่กระบวนการผลิตและปั้นหุ่นขี้ผึ้งแตกต่างกัน ผมเริ่มงานที่นี่มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ด้วยความเชื่อมั่น ถึงเรื่องความดี คนดี บุคคลสำคัญที่สร้างคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม จนได้รับการยกย่องนับถือให้เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
      ที่นี่เราเปิดอย่างไม่เป็นทางการเปิดโดยไม่มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๙ เดือน ๙ ปี ๒๕๔๙ ช่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ ๖๐ ปีพอดี  เราแบ่งการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งออกเป็นห้องๆแต่ละห้องเราตกแต่งให้เหมือนสถานที่ทำงานจริงของบุคคลสำคัญเหล่านั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้อยู่ในอาคารเชิดชูเกียรติ แล้วก็ยังมี ลานพระ ๓ สมัย มีกุฏิพระสงฆ์ มีถ้ำชาดก  มีบ้านไทย ๔ ภาค มีลานพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร  เดี่ยวให้ลูกผมพาไปชม”
   “ มีอะไรที่ยังอยากทำอีกไหมครับ”  ผมถาม
“ สิ่งที่อยากทำ และกำลังทำอยู่ตอนนี้คือ หุ่นขี้ผึ้งสมเด็จย่าฯ เพราะศึกษาแล้วท่านมีคุณูประการต่อประชาชนคนไทยมีพระราชกรณียกิจมากมายยากจะหาใครมาเสมอเหมือน ผมอยากให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ ปลูกจิตสำนึกในการดำเนินชีวิต ส่งเสริมพระพุทธศาสนา อนุรักษ์สืบสานศิลปะและวัฒนธรรมไทย และเป็นสถานที่พักผ่อนทางจิตใจ”
“ แล้วถ้ามีใครจะสร้างหุ่นท่านบ้างได้ไหมครับ” ผมถาม
“ โอ้..ไม่ได้ๆๆ ผมยังเป็นคนอยู่..ยังไม่ได้เป็นมนุษย์ ..มนุษย์คือบุคคลที่สูงส่ง สูงอีกระดับหนึ่ง ถึงพร้อมในความดี มีจุดยืนเป็นของตัวเอง  อย่างผมนี้ยังไม่ถึงขั้น หลายคนเดิมพันด้วยชีวิตอย่างคุณสืบ  นาคเสถียร รักษาสิ่งดีๆให้กับสังคม  อีกคนที่ผมจะทำคือปู่เย็น  ” ผู้ก่อตั้ง...พูดอย่างหนักแน่น
      ยิ่งพูดคุยกับผู้ก่อตั้ง ผมเริ่มสัมผัสได้ว่า คนๆนี้ไม่ใช่ธรรมดา มีอะไรหลายๆอย่างน่าศึกษา เพราะงบประมาณก่อสร้างที่นี่นับเป็นล้านจากหยาดเหงื่อของเขา ..ทำเพื่อให้ทุกคนเห็นรอยอดีต...ให้ทุกคนสำนึกถึง..ภูมิหลังรากเหง้าของตัวเอง เพื่อสืบทอดสิ่งดีงามเอกลักษณ์ของไทยให้คงอยู่สืบต่ออนุชนรุ่นหลัง
  “ ผมทำด้วยใจของผม...ด้วยศักดิ์ศรี...หวังว่า..งานดี..เขาต้องมาง้อกู ผลสุดท้าย ผิดหวัง ฮ่าๆๆ     ตอนนี้ผมก็ให้ลูกๆมาช่วย ภาษีก็ไม่มีการลดหย่อน ตอนนี้ผมแทบหมดกำลังใจแล้ว แต่ก่อนคิดทำโน่นทำนี่ เดี๋ยวนี้ก็.....ฝากสื่อทุกๆท่านด้วยนะครับ”

     



หลังจากนั้นคุณกันติรัตน์และคุณธรรมวิทย์ ก็พาเดินชมภายในบริเวณอุทยานมีต้นไม้ขึ้นร่มรื่นทั้งต้นตาล ต้นหมากเม่า  สะเดาและไม้หายาก แปลงพืชผักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะที่นี่ต้นกระดุมต้นหญ้าหนวดแมวพืชสมุนไพรคลุมดินมากที่สุดที่มีสรรพคุณแก้เบาหวาน แม้กระทั้งสมุนไพรพัดแม่ชีที่มีสรรพคุณล้างไตก็มากพอๆกัน



  “เชิญทางนี้เลยนะครับ เราจะไปดูที่อาคารเชิดชูเกียรติก่อน”   เสียงคุณธรรมวิทย์ เชื้อเชิญนักข่าว            
        ทันทีที่เราเห็นหุ่นขี้ผึ้งแทบตะลึงเพราะเหมือนคนจริงๆ มีผู้คนเข้าชมเดินไปมาบ้างก็ยืนถ่ายรูป บ้างก็ยืนนิ่งเพ่งพินิจหุ่นอย่างใจจดใจจ่อจนแยกไม่ออกว่าใครคือหุ่นใครคือคนจริง ฮ่าๆๆ

           ศาสตร์ตราจารย์  หม่อมหลวง ปิ่น  มาลากุล
                ท่านเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งสถาบันการศึกษาทั้งระดับโรงเรียน  วิทยาลัย  ตลอดจนมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาค  และได้รับยกย่องให้เป็นนักการศึกษาดีเด่นของโลก จากองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2546

          อาจารย์ สัญญา  ธรรมศักดิ์
                ท่านได้รับเกียรติสูงสุดทั้งฝ่ายตุลาการ  ฝ่ายบริหาร  และฝ่ายนิติบัญญัติ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครได้รับเกียรติสูงสุดเช่นนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ไทย

         ดร. ป๋วย  อึ๊งภากรณ์
                ท่านเป็นผู้วางนโยบายเศรษฐกิจ พัฒนาด้านการเงิน  การธนาคาร และรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์  และยังเป็นผู้บุกเบิกให้มีการร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

         ครูมนตรี  ตราโมท
                ท่านเป็นครูผู้อนุรักษ์และสืบสานงานดนตรีไทย จนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดมหาวชิรมงกุฎไทย และมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก อันเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดฝ่ายดนตรี  ซึ่งไม่เคยมีใครในประเทศไทยได้เกียรติสูงสุดเช่นนี้มาก่อน

           สืบ  นาคะเสถียร
                ท่านเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ท่านเป็นผู้ปกป้องผืนป่าและชีวิตสัตว์ซึ่งเดิมพันด้วยชีวิต ท่านเป็นผู้ผลักดันให้ผืนป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นมรดกโลก จนทำให้ท่านได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก
 
 ขวาคุณธรรมวิทย์

            ประธานาธิบดี โฮจิมินห์
                ท่านเป็นรัฐบุรุษซึ่งต่อสู้ จนสามารถเรียกร้องเอกราชและเสรีภาพให้กับประชาชนชาวเวียดนามได้เป็นผลสำเร็จ
 
           แม่ชีเทเรซ่า
                ท่านเป็นนักบุญผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือคนทุกข์ยาก โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติและศาสนา จนทำให้ท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี ค.ศ.  ๑๙๗๙
            ประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุง
                ท่านเป็นประธานาธิบดีที่สามารถรวมประเทศจีนได้เป็นปึกแผ่น และจัดตั้งรัฐบาลใหม่จนนำพาจีนสู่ความเจริญ
             เติ้งเสี่ยวผิง
                ท่านเป็นผู้นำผู้มีวิสัยทัศน์ในการปฏิรูปและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศจีนให้มีความทันสมัยและมีความเจริญสู่ระดับโลก
 
  เดินชมจนเพลินหลังจากนั้นคุณกันติรัตน์พร้อมด้วยคุณสุพัตรา  หนูอินทร์ เจ้าหน้าที่อีกคนก็เชิญคณะของเราไปรับประทานอาหารก่อนที่จะไปชมยังจุดต่างๆต่อไป

      


     กุฏิภาคกลาง

            กุฏิภาคกลาง เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (อยู่ ญาโณทัย)
            สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆษิตาราม เกิดเมื่อวันที่   ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๓๑  บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ.  ๒๓๔๒  สามเณรโตมีความสามารถในการเทศน์ได้ไพเราะคมคาย จนได้รับการโปรดเกล้า ฯ จากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกให้เป็นนาคหลวงและอุปสมบทในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๑ ได้รับฉายาว่า “พรหมรังสี” เกียรติคุณของท่านเป็นผู้รอบรู้ในพระธรรมวินัยและธรรมปฏิบัติ ได้รับการสรรเสริญด้านสติปัญญาหลักแหลม ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ในปี พ.ศ.  ๒๔๐๗ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้ดำรงสมณะเพศจนสิ้นอายุขัย โดยมรณภาพเมื่อวันที่  ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๑๕ สิริรวมอายุ  ๘๔ ปี  ๖๔ พรรษา
            สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริยายก (อยู่ ญาโณทัย) ประสูติเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.  ๒๔๑๗ได้ทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ.  ๒๔๒๙   และทรงอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๗   ณ พัทธสีมาวัดสระเกศวรมหาวิหาร นอกจากจะทรงเป็นนักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญในวิชาโหราศาสตร์และภาษาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ยังทรงสอบได้เปรียญ 9 ประโยคเป็นองค์แรกในรัชกาลที่ 5  ประกอบกับความสมบูรณ์แห่งศีลาจารวัตร จึงทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่  ๑๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทัย) สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่  ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.  ๒๕๐๘ สิริรวมอายุ  ๙๐ปี   ๗๑ พรรษา
       กุฏิภาคอีสาน
                  กุฏิภาคอีสาน เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งพระครูวิเวกพุทธกิจ หรือหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
                  พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) เกิดเมื่อวันที่  ๘ มกราคม ปีพุทธศักราช  ๒๔๕๕  อุปสมบทเมื่อเดือนมกราคม ปีพุทธศักราช  ๒๔๗๕ ที่วัดบ้านหงส์ทอง จ.หนองคาย ในสังกัดเดิม คือ มหานิกาย โดยได้แปรญัตติใหม่เป็นธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่  ๑๙เมษายน ปีพุทธศักราช  ๒๔๗๖ หลวงปู่เหรียญเป็นพระเถระผู้ใหญ่ผู้มีความเพียรและอุตสาหะเป็นเลิศโดยอาศัยการภาวนาเป็นหลัก ท่านได้จำพรรษาและออกธุดงค์ไปตามจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย จนเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั้งประเทศ หลวงปู่เหรียญ จำพรรษาอยู่ที่วัดอรัญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ตั้งแต่ปีพุทธศักราช  ๒๕๐๒ จนถึงปัจจุบัน
                  พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หรือ หลวงปู่มั่น เกิดเมื่อวันที่  ๒๐ มกราคม พ.ศ.   ๒๔๑๓  บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๘และอุปสมบทเมื่อวันที่  ๑๒ มิถุนายน พ.ศ.  ๒๔๓๖ หลวงปู่มั่นเป็นผู้มีประวัติงดงาม มีความเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐานและยึดมั่นในคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด จนได้รับการขนานนามจากศิษยานุศิษย์ว่า “พระอาจารย์ใหญ่”  หลวงปู่มั่นได้ละสังขารไปเมื่อวันที่  ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๔๙๒  สิริรวมอายุ  ๗๘ ปี  ๕๖ พรรษา
         กุฏิภาคเหนือ
                 กุฏิภาคเหนือ เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโยภิกขุ และหลวงปู่แหวน สุจิณโณ
                  ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย เกิดเมื่อวันที่  ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.  ๒๔๒๑  บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ.  ๒๔๓๙ และอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๒   ครูบาเจ้าศรีวิชัย ได้รวบรวมเหล่าพุทธศาสนิกชนสร้างทางเดินขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ได้สำเร็จ นอกจากนี้ท่านยังได้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกฉบับล้านนาไทย รวมทั้งการสร้างบูรณะวัดต่าง ๆ หลายวัด ท่านเป็นผู้ทรงศีล จนได้รับการขนานนามว่า “พระครูศีลธรรมเจ้า”  ครูบาเจ้าศรีวิชัย มรณภาพเมื่อ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.  ๒๔๘๑ สิริรวมอายุ  ๕๙ ปี  ๓๙พรรษา
                 หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เกิดเมื่อวันที่  ๑๖ มกราคม พ.ศ.  ๒๔๓๐ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ.  ๒๔๓๙ และอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.  ๒๔๕๐ พระอริยสงฆ์ผู้มีศีลาจารวัตรงดงาม หลวงปู่ได้ออกธุดงค์และเผยแพร่ศาสนาพุทธในแถบภาคเหนือของประเทศไทยอยู่หลายปีจนเป็นที่เคารพและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ หลวงปู่แหวน ละสังขารเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘  สิริรวมอายุ  ๙๘ ปี  ๗๘ พรรษา
             กุฏิภาคใต้
                  กุฏิภาคใต้ เป็นทีประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์หรือหลวงปู่ทวด และพระครูวิสัยโสภณ ที่รู้จักกันในนาม พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร
                  พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ หลวงปู่ทวด แห่งวัดช้างให้ ที่รู้จักดีในนามว่า หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หรือ สมเด็จเจ้าพะโคะ พระผู้มีเมตตาธรรมสูง มีความสมถะเป็นที่เคารพเลื่อมใส ศรัทธา ของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ กล่าวกันว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านนั้น สามารถเปลี่ยนน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืดได้ เชื่อกันว่า พระอริยสงฆ์รูปนี้ ในปลายกัปป์จะได้มาตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า พระศรีอาริยเมตไตร
                 พระครูวิสัยโสภณ หรือ พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร เกิดเมื่อวันที่   ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.  ๒๔๕๕  บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ.  ๒๔๗๓  และอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.  ๒๔๗๖   นอกจากพระอาจารย์ที่จะเป็นผู้บูรณะปฏิสังขร ศาสนสถานต่าง ๆ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสเคารพสักการะแล้ว ท่านยังเป็นผู้รื้อฟื้นประวัติอันสำคัญยิ่งของหลวงปู่ทวดจนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ พระอาจารย์ทิม มรณภาพเมื่อวันที่  ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๕๑๒  สิริรวมอายุ  ๕๗ ปี  ๓๗ พรรษา
            ที่ประชุมสงฆ์
                กุฏิหลังสุดท้ายที่ได้รับอิทธิพลทางศิลปะแบบมอญ-รามัญ จำลองแบบที่ประชุมสงฆ์ของพระอริยสงฆ์ 5 รูป อันได้แก่
                  หลวงปู่คำพัน โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม  หลวงพ่อทองคำ  วัดบึงบา จ.ปทุมธานี       
                 หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน  อ.โพทะเล จ. พิจิตร      หลวงปู่ทิม อัสริโก วัดระหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
                 หลวงปู่สุภา กันตสีโล วัดเขารังสามัคคีธรรม อ.เมือง จ.ภูเก็ต
   นอกจากนั้นยังมีถ้ำชาดก  ภายในถ้ำเป็นการแสดงหุ่นที่เล่าเรื่องราวของพระวสสันดรที่ได้บำเพ็ญเพียรทานบารมี เป็นเรื่องที่มีคติธรรมที่สอนในเรื่องของการให้ ระหว่างพระเวสสันดรผู้เสียสละโดยเป็นผู้ให้ และชูชกเป็นฝ่ายรับและไม่รู้จักคำว่าพอ



                ชูชกมีอาชีพขอทานจนร่ำรวยแต่ก็ยังคงออกขอทานต่อไป เพราะไม่รู้จักพอจึงนำเงินไปฝากไว้ที่เพื่อน เพราะกลัวเงินจะสูญหาย ชูชกออกขอทานเป็นเวลานานจนเพื่อนคิดว่าเสียชีวิตแล้วจึงนำเงินไปใช้จนหมด จึงต้องยกอมิตดาให้เป็นภรรยาชูชกเป็นการใช้หนี้อมิตดาปรนนิบัติชูชกเป็นอย่างดีจนทำให้ชูชกลุ่มหลงและสงสารจึงเดินทางไปขอกัณหาและชาลีเพื่อมาเป็นคนรับใช้และพระเวสสันดรก็ยกบุตรทั้งสองให้ตามคำขอของชูชก
                จากสิ่งที่ชูกชกกระทำขั้นต้นอันเนื่องมากจากความลุ่มหลง ความเจ้าเล่ห์และความโลภ ในที่สุดชูชกก็ต้องชดใช้ผลแห่งการกระทำนั้นด้วยชีวิต
           คณะของเราออกจากถ้ำชาดกผ่านน้ำตกที่สวยงามไปชมลานพระ ๓  สมัย ได้แก่เชียงแสน  สุโขทัย และอยุธยา โดยจำลองสถานที่ที่เป็นโบราณสถานเสมือนจริง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยชวนให้สงบเย็น
           ถัดมาเป็นลานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนีเป็นที่นิยมศรัทธาทั่วทั้งทวีปเอเชีย ภายหลังได้กลายเป็นสตรีเพศ ภาพใต้พระนาม “เจ้าแม่กวนอิม” ในประเทศจีน องค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนี้ รังสรรค์ในรูปแบบศิลปะสมัยราชวงศ์ซ้อง ในท่านั่งมหาราชลีลา รายล้อมด้วยต้นหูกระจงชูกิ่งก้านออกมาเป็นชั้นๆร่มรื่นสวยงามมาก


        และที่เราเดินขึ้นเดินลงคือขึ้นไปชมบ้านเรือนไทยภาคต่างๆที่สร้างด้วยไม้ตามแบบเอกลักษณ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่เลียนแบบของจริงได้อย่างน่าทึ่ง
        หากท่านสนใจจะไปชมเป็นหมู่คณะติดต่อได้ที่ ๐๓๒-๓๘๑-๔๐๑ หรือเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซด์  SCPPARK.COM  อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม อยู่ที่ ๔๑/๑ หมู่ ๓ ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี
                                 

blog comments powered by Disqus