สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ว่านขันหมากยาอายุวัฒนะ
                          ว่านขันหมาก ยาอายุวัฒนะ
                                                                      จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
                 เวลา ๑๕.๐๐น.ของวันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๔ อ.สมโภชน์ วาสุกรี ปราชญ์พื้นบ้านชาวตราด นำคณะของผมเดินทางไปสัมผัสความเย็นฉ่ำของน้ำตกคลองเจ้า อ.เกาะกูด จ.ตราด โดยนั่งรถสองแถว ซึ่งมีโชเฟอร์ร่างกายกำยำอายุประมาณร่วม ๕๐ ปีเป็นคนขับ  เขาบอกว่าเขาเป็นชาวเวียดนามอาศัยอยู่บนเกาะนี้ตั้งแต่สมัยคุณปู่ ประกอบอาชีพประมงและก็ขับรถรับส่งนักท่องที่ยวเป็นรายได้เสริม รถบึ่งออกจากที่พักไม่ถึง ๒๐ นาที ก็ถึงลานจอดรถหน้าน้ำตก



                           ลงจากรถก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังมาแต่ไกล ทางเดินขึ้นน้ำตกกว้างประมาณ ๒ เมตรเป็นดินลูกรังสีแดง มีก้อนหินน้อยใหญ่เรียงราย ลักษณะผ่านกระแสน้ำกัดเสาะมาแล้วเรียงรายเต็มไปหมด สลับกับรากไม้ของต้นไม้ใหญ่เป็นระยะ ตลอดทางเดินก็ยังมีน้ำซึมไหลเยิ้มออกมาเฉอะแฉะ บางจุดก็ต้องลุยน้ำท่วมแค่ตาตุ่ม



                  ผมเดินไปสำรวจสองข้างทางไปด้วย มองเห็นต้นว่านขันหมากขึ้นเต็มไปหมด บางต้นก็กำลังออกดอกออกผลสร้างสีสันให้กับผืนป่า ผมอดไม่ได้ที่จะเด็ดมากินสักเม็ด  คุณเกรียงไกร วิวัฒนชาติ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดชลบุรี ที่เดินรั้งท้ายมากับผมเห็นผมกินก็ถามด้วยความสงสัย



                          “กินอะไรคุณจำรัส”
                          “ผอ.ครับ ต้นนี้เขาเรียกต้นว่านขันหมาก  เกจิอาจารย์ด้านไสยเวช เมืองไทยในอดีตสองท่านคือหลวงปู่ฤาษีลิงดำ จังหวัดอุทัยธานี และเกจิอาจารย์ของเขาอ้อแหล่งไสยเวชของจังหวัดพัทลุง ท่านแนะนำให้ลูกศิษย์ลูกหากิน เพราะเป็นยาอายุวัฒนะทำให้อยู่ยงคงกระพันหนังเหนียวและอายุยืน เขาเรียกว่าว่านขันหมาก ส่วนใหญ่คนไม่ค่อยได้กิน เพราะเวลาออกผลสัตว์ป่าจะแย่งกินหมด”
                          พูดเสร็จผมก็เดินต่อ หันมาดูอีกครั้งเห็น ผอ.เกรียงไกร กำลังง่วนอยู่กับเม็ดขันหมาก เด็ดเม็ดแดงๆใส่ปาก ผอ.คงกลัวสัตว์ป่ามาแย่งกิน ฮ่าๆๆ
                “เอ๊ะ คุณจำรัส ทำไมรู้สึกคันๆในปาก ลิ้นจะชานิดๆ คันที่คอด้วย ” ผอ.เกรียงไกรถามหลังจากกินว่านขันหมากเข้าไป
                " โธ่ คันคอก็ไม่บอก ปล่อยให้กินไปได้"
                "อ้าว กินก็ไม่ถาม แอบกินเมื่อไหร่ก็ไม่บอก ใครจะห้ามทันล่ะครับท่าน" นึกว่าอร่อย ฮ่าๆๆ
                   สำหรับการกินว่านขันหมากนั้น แต่โบราณนิยมกลืนกินทั้งเม็ด ห้ามเคี้ยวเพราะจะมีรสคัน ปากลิ้นจะชา แต่ถ้ากลืนลงท้องแล้วไม่เป็นไร แต่กระเพาะอาหารก็ย่อยได้เฉพาะเปลือกผลเท่านั้น ที่เป็นเม็ดในก็หลุดออกมากับอุจจาระ แต่ถ้านำมาตากแห้งเคี้ยวกินดูก็ไม่มีอาการคัน และมีรสมันหอมอร่อย แต่ถ้าทำผงอัดแคปซูลจะได้เนื้อยาทั้งหมดเลย ผล 1 ลูก เมื่อตากแห้งทำผงอัดแคปซูลจะได้ 1 แคปซูล ผลดิบ 7 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งแล้วจะเหลือ 1 กิโลกรัม ชนิดแคปซูลรับประทานก่อนนอน วันละ 2-3 แคปซูล รับรองกระชุ่มกระชวย”    ผมคุยได้เพราะผมค้นคว้าติดตามว่านขันหมากมาหลายปี คุณผุสดี แฟนรายการจากจังหวัดจันทบุรี เคยมอบให้ผม ๖-๗ ต้นผมนำไปปลูกที่สวนที่อำเภอภูเรือ ขณะนี้ออกลูกหลายรอบแล้ว



                         ใน ตำราว่านระบุว่า “ว่านขันหมาก” เป็นไม้ ปลูกเลี้ยงยาก จึงถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าบ้านไหน หรือร้านค้าใด ปลูกแล้วต้นเจริญเติบโตดี มีดอกและติดผล เจ้าของจะต้องรับขวัญ ด้วยผ้า แพร สีสดๆ เป็นสีอะไรก็ได้ ผูกรอบกระถางไว้ เชื่อกันว่าจะนำเอาโชคลาภมาให้นอกจากนั้น เมื่อต้นมีดอกแล้วติดเป็น “ผล” เจ้าของหรือผู้ใดก็ตาม ได้กินผล ของ “ว่านขันหมาก” เชื่อว่า จะเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นยาวิเศษ ช่วยชะลอความแก่ ทำ ให้เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ แม้จะมีอายุสูงวัยแล้วก็ตาม ใบหน้า ผิวหนัง จะเต่งตึงอยู่ตลอดเวลา ดูไม่แก่เลย ทำให้อายุยืน ฟันไม่หัก ผมไม่หงอก มีพละกำลังดี โดยวิธีกินผลไม่ควรเคี้ยว เพราะจะทำให้เกิดอาการคันที่ลำคอ ให้ใช้วิธีกลืนทั้งผล 1-2 ผล ต่อวัน ก่อนกินให้เสก คาถากำกับ “นะโมพุทธายะ7 จบ ทุกครั้ง จะวิเศษนัก ซึ่งในตำราว่านยังระบุอีกว่า ใครเริ่มกิน “ผล” ของ “ว่านขันหมาก” ตอนไหน ร่างกายจะคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป ฮ่าๆๆ

 

                         ผมเดินใกล้น้ำตก เสียงน้ำตกยิ่งดังจนน่ากลัว ผมปีนป่ายไปตามริมน้ำตกบางที่ก็เป็นลานหินสลับกับพื้นดินและรากต้นไม้ บางจุดก็เป็นโขดหิน สักพักผมก็ขึ้นไปสบทบอาจารย์สมโภชน์ ที่ล่วงหน้ามาก่อน อยู่ในจุดที่ใกล้น้ำตกที่สุด  ฝอยน้ำตกลอยมาเต็มบริเวณที่ผมยืนอยู่ตลอดเวลา   เหมือนเวลาที่เราเปิดตู้เย็น แล้วไอที่เย็นฉ่ำ มาปะทะกับหน้าเรา   อาจารย์สมโภชน์เล่าให้ฟังว่า น้ำตกที่นี่จะมีน้ำไหลทั้งปี     

  ผอ.เกรียงไกร ( ผอ.สวท.ชลบุรี)
                         
                         “คุณจำรัสมองดูสิ มีทั้งหมด ๓  ชั้น ชั้นบนจะมีลักษณะเป็นลำธาร ส่วนชั้นล่างเป็นลำธารจากน้ำตกขนาดใหญ่ ซึ่งเหมาะแก่การเล่นน้ำอย่างมาก น้ำตกแห่งนี้ถือว่าเป็นน้ำตกประวัติศาสตร์ คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงพระราชทานนามว่า “น้ำตกอนัมก๊ก” เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์เชียงสือกษัตริย์ญวนที่เคยเข้ามาลี้ภัยจากการ จราจลในสมัยรัชกาลที่ ๑  บนโขดหินสูงที่อยู่หน้าเรา ที่เห็นเรียบๆที่หน้าผา สังเกตจะเห็นพระปรมาภิไธย วปร.สลักอยู่”



 คุณนิรมล  เหมือนจิต ( ผู้ประกาศสาว สวท.กรุงเทพฯ)       และ  คุณแซมเปลี่ยนจากช่างเทคนิคมาเป็นช่างภาพ  
   
                     หลังจากชื่นชมกับน้ำตกจนฉ่ำปอดแล้ว อ.สมโภชน์ ก็นำผมไปดูการทำปลาเค็มจากปลาสละสดที่บ้านคลองเจ้า คุณวงเดือน  เจริญพร (๐๘-๗๙๐๔-๙๖๔๐) เจ้าของบอกว่าเมื่อล้างปลาสละให้สะอาดแล้วจะถูกชำแหละผ่าออกมาเป็นสามส่วนแช่เกลือเม็ด ๑ คืนจึงจะนำมาตากแดด ผลิตเท่าไหร่ไม่พอขายต้องจอง ซื้อจากที่นี่มั่นใจได้ไม่มีสารเคมีเจือป่น ราคากิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท ที่บ้านของคุณวงเดือน ยังเปิดโฮมเสตย์ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวได้มาพักสัมผัสวิถีชีวิตอีกด้วยราคาไม่แพง
                     เบื้องหลังการเดินทางมาเกาะกูด จังหวัดตราดครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ ผอ.จำลอง สิงห์โตงาม ผอ.สปข.๗ จันทบุรี และคุณสาริกา สัมมา ผอ.ส่วนแผนงานและประชาสัมพันธ์ ที่จัดโครงการภาษาไทยเฉลิมพระเกียรติ "คนไทย ภาษาไทยและแผ่นดินไทยที่เกาะกูด ทำให้ผมได้เดินทางมาผลิตรายการวิทยุที่นี่ นอกจากนั้นยังได้เก็บเกี่ยววิถีชีวิตของคนที่นี่ไว้มากมายและจะนำมาเล่าให้ทุกท่านได้อ่านต่อไป




  
ผอ.สาริกา  สัมมา


คุณจินดารัตน์ (เจ้าของสวนมดแดง) -ผอ.จำลอง สิงห์โตงาม ผอ.สปข. ๗ จันทบุรี

                                   ---------------------------------------
                                     

blog comments powered by Disqus