สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

โรคหนองใน
                 โรคหนองใน
    
“ผูกได้-ก็ต้องแก้ได้ด้วยตัวเอง”
                                จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง   
             ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหนองในแท้ และหนองในเทียม ต่างกันอย่างไร   ใน เพศหญิง ที่เป็นหนองในแท้ จะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย จึงมักไม่ได้รับการรักษา เช่นเดียวกับหนองในเทียม ผู้หญิงมักไม่แสดงอาการอาจมีเพียงตกขาวผิดปกติ ปัสสาวะแสบเล็กน้อย ในบางครั้ง
            ส่วนใน เพศชาย หนองในแท้มักมีอาการ ภายใน ๓ ถึง ๕ วัน หลังสัมผัสเชื้อหนองที่ไหลออกจาท่อปัสสาวะคล้ายนมข้นหวาน อาการปัสสาวะแสบ ขัดมาก แต่หนองในเทียม จะเริ่มแสดงอาการหลังรับเชื้อแล้ว ๑ ถึง ๓ สัปดาห์ หรือบางรายอาจนานเป็นเดือน และมีอาการแสบที่ปลายท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัดเล็กน้อย บางรายอาจคันหรือระคายเคืองท่อปัสสาวะ หรือปวดหน่วงตรงฝีเย็บใกล้ทวารหนัก ลักษณะหนองจะซึมออกมาเป็นมูกใสหรือมูกขุ่น    
           สำหรับการรักษา โรคหนองในแท้ มีทั้งยาฉีด และยารับประทาน ช่วงสั้น ๆ ครั้งเดียว หรือวันเดียว   โรคหนองในเทียม ต้องรับประทานยา ประมาณ ๑ ถึง ๒ สัปดาห์   ซึ่งทั้งสองแบบ ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
          โรคหนองในเทียม (Non-gonococcal urethritis)   หนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยรองจากหนองใน (ประมาณ   ๓๐-๔๐ ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด) โดยจะมีอาการคล้ายหนองใน แต่ไม่ได้เกิดจากเชื้อหนองใน (โกโนเรีย)
          เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียม มีได้หลายชนิด อาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หรือเชื้อราก็ได้
ประมาณ  ๕๐ % ของผู้ป่วยโรคนี้ยังไม่ทราบเชื้อที่เป็นสาเหตุแน่ชัด ประมาณ  ๔๐ % เกิดจากคลามีเดียทราโคมาติส
(Chlamydia trachomatis)    ซึ่งเป็นเชื้อกึ่งไวรัสกึ่งแบคทีเรีย (เชื้อนี้มีพันธุ์ย่อยอีกหลายชนิด ซึ่งบางชนิดทำให้
เป็นฝีมะม่วง)  อีก ๑๐ % อาจเกิดจากเชื้ออื่น ๆ เช่น เชื้อโปรโตซัว ที่มีชื่อว่า ทริโคโมแนสวาจินาลิส (Trichomanas
vaginalis)  เชื้อไวรัสเริม เป็นต้น
          การรักษา ควรตรวจยืนยันด้วยการนำหนองไปย้อมสี และส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือนำไปเพาะเชื้อ   ถ้าเป็น
จริง ควรให้ยาขนานใดขนานหนึ่ง ดังต่อไปนี้
             -  ดอกซีไซคลีน  กินครั้งละ  ๑๐๐ มก. วันละ ๒  ครั้ง นาน  ๑๔ วัน
             -  เตตราไซคลีน  กินครั้งละ ๕๐๐ มก. วันละ ๔ ครั้ง นาน  ๑๔ วัน
             -  อีริโทรไมซิน  กินครั้งละ  ๕๐๐ มก. วันละ ๔  ครั้งนาน  ๑๔ วัน
             -  ไมโนไมซิน (Minomycin ซึ่งเป็นยาในกลุ่มเตตราไซคลีน) กินครั้งละ  ๑๐๐ มก. วันละครั้ง นาน  ๑๔ วัน
             -  ร็อกซิโทรไมซิน(Roxithromycin ซึ่งเป็นยาในกลุ่มเดียวกับอีริโทรไมซิน) กินครั้งละ ๑๕๐ มก. วันละ  ๒
ครั้ง นาน  ๑๔ วัน
              มีหลายคนซื้อยากินเองตามร้านขายยาโดยปรึกษาเภสัชกรตามร้านขายยาทั่วไป แต่ทางที่ดีขอแนะนำให้ไปพบแพทย์           
เพื่อตรวจรักษา หากไม่ไป หรือรักษาไม่ถูกต้อง จะเกิดอันตรายตามมา ในฝ่ายชายเชื้อหนองในเทียมอาจลุกลามจนเกิดลูกอัณฑะอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ มีผื่นตามตัว ในบางรายอาจมีอาการปวดข้อร่วมกับตาแดง ตามมาด้วยอาการเป็นหมัน ฝ่ายหญิงอาจมีไข้สูง ปวดท้องจากอุ้งเชิงกรานอักเสบ ซึ่งอาจมีผลระยะยาว คือทำให้ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดประจำเดือน ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ เป็นหมัน หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
           เนื่องจากหนองในเทียมเป็นกามโรค เมื่อติดเชื้อหนองในเทียมคุณมีความเสี่ยงที่จะรับโรคเอดส์และซิฟิลิส มากกว่าคนทั่วไป  ๒-๔ เท่า (หากอีกฝ่ายมีเชื้อเอดส์และซิฟิลิส ถ้าไม่มีเชื้อก็ไม่ติด)  ดังนั้นจึงแนะนำให้ไปหาหมอเถอะครับ จะได้เจาะเลือดตรวจหาซิฟิลิสและเอดส์ โดยเจาะเลือดทันทีหลังเพศสัมพันธ์ และเจาะอีกสองครั้งคือ ๓ และ ๖ เดือน จะได้วินิจฉัยจัดยารักษาให้ตรงกับเชื้อ อย่าอายครับ ไปโรงพยาบาลไกลๆบ้านก็ได้ ไม่มีใครรู้จักเราหรอก อย่าแต่งตัวหล่อนัก ฮ่าๆๆ
         สำหรับภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยเรามักใช้ตำรับยา ๑๔ ขนานในการรักษาทั้งหนองในแท้หนองในเทียม ผู้ป่วยอาจหาตัวยายากหน่อยแต่ก็สามารถโทรปรึกษาหาซื้อได้ที่ร้านยาไทยทั่วไปตัวยามีดังนี้
         ยาดำ แก่นฝาง ต้นลูกใต้ใบ หัวยาข้าวเย็นเหนือ หัวยาข้าวเย็นใต้ สารส้ม เถาวัลย์เปรียง ทั้งหมดหนัก ๑  บาทยา ( ๑๕ กรัม )  ต้นบานไม่รู้โรยทั้งต้นตลอดถึงราก   ๑ กำมือ  ตาไม่ไผ่  ๓  ตา  ใบมะนาว  ๑๐๘  ใบ  ยอดสับปะรด  ๓  ยอด ฝาหอยแครง  ๖  ฝา หญ้าคา  ๑  กำมือ ใบมะกา  ๑  กำมือ
       นำตัวยาทั้ง ๑๔  ชนิด ใส่ลงไปในหม้อดินต้มกับน้ำท่วมยา ใช้น้ำยาดื่มครั้งละ ๑  ถ้วยแกง วันละ  ๒  ครั้ง เช้า-เย็นประมาณ  ๗  วัน โรคหนองในจะหายไป
        ลองติดต่อไปร้านจำหน่ายสมุนไพร เจ้าคุณเป๋อ แถวถนนจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯซึ่งเป็นร้านเก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน อาจจะมีตัวยารักษาโรคหนองในเด็ดๆกว่าที่ผมแนะนำก็ได้ ฮ่าๆๆ
 โทร. ๐-๒๒๒๑-๓๒๗๒  หรือร้านจักรวรรดิยาไทย ๐-๒๒๒๓-๖๓๓๔  ขอให้โชคดีหายเร็วๆนะครับ
                                                       -------------------------------------------------- 


                     โรคหนองใน
          "ตำรับทหารเก่า"

                                                    จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
         สืบเนื่องจากมีแฟนคลับท่านหนึ่งสอบถามถึงเรื่องโรคหนองในที่มารบกวนสุขภาพ ทำให้มีความวิตกกังวล จนกลายเป็นความเครียด ผมจึงเร่งค้นคว้าหาข้อมูลบังเอิญ คุณเกษม  โสภา จากจังหวัดนครนายก ได้เขียนจดหมายมาหาผมเล่าเรื่องนี้มานานแล้ว จึงถือโอกาสนำมาขยายผลให้ได้รับทราบเป็นความรู้ไปพร้อมๆกัน
        โรคหนองใน หรือโกโนเรีย เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (กามโรค) ที่พบได้มากเป็น อันดับแรกสุด คือพบได้ประมาณ ๔๐%-๕๐ % ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากในหญิง โสเภณี และผู้ชายที่ชอบเที่ยวกลางคืน
        คนที่เป็นโรคหนองในจะมีอาการปัสสาวะแสบและมีหนองไหล บางรายอาจมีอาการน้อย หรือถ้าเป็นมาก อาจจะมีอาการแทรกซ้อนได้ มักจะเกิดอาการหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว ๒-๕ วัน อาการเริ่มแรก จะรู้สึกระคายเคืองท่อปัสสาวะ หลังจากนั้นจะมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ แล้วจึงตามด้วย มีหนองสีเหลืองไหลออกจากท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด อัณฑะบวม หรือมีการอักเสบ
     ส่วนผู้หญิงถ้าเป็นโรคนี้จะมีอาการตกขาวมีกลิ่นเหม็น เป็นหนองหรือมูกปนหนอง ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย อาจมีอาการอักเสบที่ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ช่องทวารหนัก ถ้าเป็นมากจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น เป็นฝีของต่อมบาร์โทลิน เชื้อโรคอาจลุกลามเข้าสู่โพรงมดลูก ปีกมดลูก ทำให้อุ้งเชิงกราน อักเสบ จนอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการตั้งครรภ์นอกมดลูก หรืออาจเป็นหมันได้ ผู้หญิงที่ได้รับ เชื้อนี้จะมีอาการช้ากว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยจะเกิดอาการหลังได้รับเชื้อแล้ว  ๑-๓ สัปดาห์
     คุณเกษม  โสภา จากจังหวัดนครนายกแนะนำว่าใครที่เป็นโรคหนองในไม่ต้องกลัว เพราะมีสูตรยาดี ที่ได้รับตกทอดมาจากคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า                    
      สมัยไปสงครามเอเชียบูรพา มีแม่ชีปะขาวท่านหนึ่งแนะนำมา บอกเป็นวิทยาทานให้กับทหารที่ชอบไปเที่ยวกลางคืน (เที่ยวหญิงโสเภณี)  ติดโรคหนองใน ยานี้กินได้ตั้งแต่เด็กจนแก่ กินแทนน้ำได้ทั้งหญิงและชาย กินแก้ติดเชื้อทางน้ำเหลืองและเลือด เจ้าของตำราบอกว่าหายพันเปอร์เซ็นต์เอาหัวเป็นประกัน
    ตัวยามี หัวข้าวเย็นเหนือ –หัวข้าวเย็นใต้ หนักอย่างละ ๒๐ บาทยา ( ๑ บาทยาเท่ากับ ๑๕ กรัม )
ไอโอไดด์เกลือ หนัก ๔  บาทยา ( โซเดียมไอโอไดด์  Sodium iodide หรือ NaI  เป็นผลึกเกลือสีขาว ใช้เป็นแหล่งของไอโอไดด์ เพื่อการตรวจวัดทางรังสีวินิจฉัย หรือ เพื่อรักษาอาการขาดไอโอดีน)

 โซเดียมไอโอไดด์

 
    นำตัวยาทั้งหมดใส่หม้อเติมน้ำพอท่วมยาต้มพอเดือแล้วกินตอนไหนก็ได้ กินแทนน้ำมากน้อยไม่มีอันตราย ถ้าไม่ชอบรสยา เติมน้ำกินจางๆก็ได้
   ขอบคุณ คุณเกษม  โสภา เลขที่ ๘๔/๑  หมู่ ๖ ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ๒๖๐๐๐ โทร. ๐๓๗-๓๑๔-๓๙๖
                                               ---------------------------------------------- 


blog comments powered by Disqus