สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

พ่อบุญชู ครูภูมิปัญญาล้านนา
ตามเสียงเรียกร้องที่ท่านผู้อ่านขอมา
นายบุญชู จันทรบุตร
ครูภูมิปัญญาไทย ด้านแพทย์แผนไทย
ครูบุญชู จันทรบุตร ปัจจุบันอายุ 65 ปี เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2480 ตำบลหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ที่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรนายหม่อง และนางสา จันทรบุตร สมรสกับนางจันทร์แก้ว จันทรบุตร มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นบุตรชาย 1 คน และบุตรหญิง 2 คนครูบุญชู จันทรบุตร ได้รวบรวมตำรับยาโบราณภาษาล้านนา แล้วค้นคว้าเพิ่มเติมและคิดค้นพัฒนาสูตรยาสมุนไพรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจำพวกยาลมต่าง ๆ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมานานทางภาคเหนือ ได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ง่ายต่อการซื้อและการใช้ นอกจากนี้ยังได้ประยุกต์ความเชื่อทางด้านประเพณีพิธีกรรมต่างๆ มาใช้ในการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะเป็นการช่วยทางด้านจิตใจซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี
การศึกษา ชีวิต และการทำงาน
ครูบุญชู เกิดท่ามกลางสภาพครอบครัวที่ยากจน บิดาเสียชีวิตตั้งแต่ครูบุญชู อายุได้ 4 ขวบ แต่ยังโชคดีที่สมภารเจ้าอาวาสวัดเอรัณฑะวัณ (วัดแพะขวาง) มาขอไปเลี้ยงดูให้เป็นเด็กวัด และได้เรียนหนังสือจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนแม่ขนิล อำเภอหางดง ครูบุญชูได้บวชเป็นอยู่นานถึง 8 พรรษา จึงได้อุปสมบทเป็นพระและสอบได้นักธรรมเอก ในช่วงเวลาที่อยู่ที่วัด ครูบุญชูได้เริ่มเรียนภาษาล้านนา (ตั๋วเมือง) จากเจ้าอธิการปั๋น ปัญญาวโร จนมีความเชี่ยวชาญ
หลังจากนั้นครูบุญชู ก็ได้พากเพียรเรียนทุกอย่างจากตำราที่มีอยู่ในวัด ทั้งคัมภีร์โบราณว่าด้วยธรรมชาดก และวรรณกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะตำรายาโบราณ และตำรายาล้านนา เช่น วิธีทำยาแผนโบราณ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การใช้สมุนไพรรักษาโรคการใช้ถาคาอาคมฯ เช่น การเปิด การทำน้ำมนต์ การทำพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแบสุขภาพ ซึ่งครูบุญชูให้ความสนใจเป็นพิเศษและได้ศึกษาค้นคว้าท่องจำจนขึ้นใจหลักการที่ครูบุญชูยึดถือและระลึกอยู่เสมอคือ
“เกิดเป็นคนถึงจะจนก็ต้องรู้ อย่าอดสูมัวแต่เพ้อละเมอฝัน
คิดต้องทำ ทำต้องคิด นิจนิรันดร์ อย่ากลัวมันเรื่องความจนต้องทนเอา
เมื่อบวชพระได้ 7 พรรษา ต้องลาสิกขาเมื่อปี พ.ศ. 2506 เพื่อมาดูแลมารดาซึ่งอายุมากแล้ว ครูบุญชูได้พบว่าชีวิตชาวชนบทลำบากยากจน เวลาเจ็บป่วยก็ขาดการดูแลรักษา เพราะหมอยังมีน้อยในสมัยนั้น จึงมีแนวคิดว่าควรใช้สมุนไพรมาบำบัดการเจ็บป่วย จึงเริ่มต้มยาทำเป็นยาน้ำแจกญาติพี่น้อง ตลอดจนเพื่อนบ้านใกล้เคียงและขายเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว
ในปีพ.ศ. 2514 กำนันและผู้ใหญ่บ้านได้เลือกครูบุญชูให้ดำรงตำแหน่งแพทย์ประจำตำบลหางดง ดูแลชาวบ้านจำนวน 15 หมู่บ้าน ในด้านการเจ็บป่วย โดยไปประชุมประจำเดือนร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านในอำเภอหางดง เพื่อนำยาสมุนไพรไปแจกจ่ายให้คนป่วยโดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน รวมทั้งนำยาไปแจกในงานเทศกาล ประเพณีงานบวชพระ และงานศพต่าง ๆ ในแต่ละวันก็จะมีชาวบ้านมาตามให้ไปรักษาคนป่วยที่บ้านซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ซึ่งครูบุญชูก็ให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ครูบุญชูได้จัดตั้งสถานพยาบาลแพทย์แผนโบราณล้านนาขนาดรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนได้ไม่เกิน 4 เตียง เมื่อปี พ.ศ. 2536 และได้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมหมอพื้นบ้านล้านนาหางดงขึ้นด้วย
องค์ความรู้และการถ่ายทอดความรู้
ครูบุญชูได้รวบรวมองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ และจัดกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละเรื่องดังนี้

  • การแพทย์พื้นบ้านล้านนาแบบองค์รวม มีเนื้อหาที่ถ่ายทอดคือ
  1. สอนให้รู้จักการดูลักษณะคนป่วยแบบล้านนา
  2. สอนให้รู้จักการบูชาและการทำพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วย อาทิ การทำเทียนบูชา ลดเคราะห์ สืบชะตา บูชาเอาโชคเอาลาภ การใช้คาถา สอนการนวด การอบ ประคบยา ยาต้มอาบ สอนทำยาฝน ยาแก้ลิ่ม ยาลูกกลอน ยาผล ยาต้มรับประทาน และสอนภาษาล้านนาเพื่อไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ทำเป็นยันต์แช่อาบ ต้มอาบ ตามตำราของล้านนา
  • การนวดไทย มีเนื้อหาที่ถ่ายทอด คือ ให้รู้จัก ธาตุทั้ง 4 อาการ 32 และยาประจำธาตุ การนวดในลักษณะต่าง ๆ การให้ทบทวนความรู้การนวดทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ การรู้จักสมุนไพรที่ใช้ประคบ และสมุนไพรที่ใช้อบ รู้จักการประคบยา ตามจุดต่าง ๆ ที่เจ็บปวด และสอนให้รู้จักการอบยา ให้รู้จักจุดอันตรายอาจเกิดจาการอบ การประคบ สอนให้รู้จักข้อห้ามในการนวดและจรรยามรรยาทในการนวด
  • เภสัชกรรม มีเนื้อหาที่ถ่ายทอด คือ ให้รู้จักจรรยาเภสัช ให้รู้จักหลักเภสัชกรรมมี 4 ประการ ได้แก่ วัตถุนานาชนิดที่นำมาทำยารักษาโรคว่ามี ชื่อ กลิ่น สี รูป รส อย่างไร สรรพคุณเภสัช คือ พิกัดยา ตำรายาโบราณต่าง ๆ และการปรุงยาตามหลักเภสัชกรรมมี 26 – 27 วิธี รวมถึงการปั้นยาลูกกลอนและการบรรจุแคปซูลด้วย สอนให้รู้จักยาสามัญประจำบ้าน 27 ขนาน
  • วิชาการผดุงครรภ์แผนไทย มีเนื้อหาที่ถ่ายทอด คือ ธาตุทั้ง 4 คือ ปถวีธาตุ 10 อาโปธาตุ 12 วาโนธาตุ 6 เตโช 4 และการปฏิสนธิ การดูแลหญิงมีครรภ์ การทำคลอด และการดูแลหลังคลอด รวมทั้งการให้ยาสำหรับเด็ก เป็นต้น
  • เวชกรรมแผนไทย มีเนื้อหาที่ถ่ายทอด คือ สอนให้รู้จักที่ตั้งที่แรกเกิดของโรค คือ สมุฏฐาน และการใช้ยามารักษาโรค
  • สอนภาษาล้านนา (ตั๋วเมือง) ครูบุญชูได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้ที่สนใจ และเป็นอาจารย์พิเศษให้แก่สถานศึกษาและสถาบันต่าง ๆ ได้แก่ สถาบันแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ สถาบันราชภัฏเชียงราย สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรงเรียนหางดงรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ โรงเรียนสอนปริยัติธรรมวัดกำแพง อำเภอหางดง มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้าน สถาบันราชภัฏเชียงราย และกลุ่มผู้สนใจขึ้นทะเบียนสอบรับใบอนุญาตการประกอบโรคศิลป์
เกียรติคุณที่ได้รับ
  • พ.ศ. 2534 และ 2539 แพทย์ประจำตำบลดีเด่น
  • พ.ศ. 2538 ได้รับโล่เกียรติยศหมอแผนโบราณตัวอย่าง จากกระทรวงสาธารณสุข
  • พ.ศ. 2540 ได้รับเลือกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิดีเด่นด้านแพทย์แผนไทย จากกระทรวงสาธารณสุข
  • พ.ศ. 2545 ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 2 ด้านการแพทย์แผนไทย จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี
 (ที่มา: ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๒ ภาคเหนือ. (๒๕๔๕). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ กรุงเทพฯ สกศ.)
       ในประเทศไทย ยังมีความรู้ที่เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกมาก ที่ยังซ่อนอยู่ไม่ได้เปิดเผยให้ใครได้รู้จัก "ย่ำขาง" ก็เช่นเดียวกันเป็นศาสตร์ในการดูแลรักษา สุขภาพที่ผสม กับความเชื่อ โดยคุณประเสริฐ แซ่ด่าน ได้รับการถ่ายทอดและรักษาให้แก่ผู้ป่วยมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งการ "ย่ำขาง" นั้นเป็นวิชาที่ต้องว่าด้วยคาถา กำกับ
โดยจะใช้สำหรับคนที่เป็นโป่ง หรือถูกผีเข้าสิงสู่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เจ็บท้องลม(ลมในท้อง) ปวดกล้ามเนื้อ ปวดขา เจ็บเอว และวิธีนี้ก็ต้องห้ามสำหรับ คนที่เป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหืด โรคปอด และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์
โดยอุปกรณ์แต่ละอย่างนั้นก็มีหลายชนิดดังนี้
ขันตั้ง
1. หมาก 1 หัว
2. พลู 1 มัด
3. เทียนเล่มน้อย 8 คู่
4. เทียมเล่มบาท 1 เล่ม
5. เทียนเล่มเฟื้อง 1 เล่ม
6. เงินจำนวน 72 บาท 25 สตางค์ (ค่าขันตั้ง อาจจะแตกต่างกันไปในหมอเมืองแต่ละคน)
7. ดอกไม้ขาว 8 ดอก
8. เหล้า 1 ขวด
อุปกรณ์
ขาง เตาอังโล่ ขันใส่น้ำปูเลย (เป่าคาถาใส่) สาด (เสื่อ) เหล้า หรือน้ำมันงา
(ขาง คือ อุปกรณ์โลหะผสมอย่างหนึ่ง แผ่นยาวประมาณ 8 นิ้ว และมีความกว้างประมาณ 6 นิ้ว ปลายแหลม ปกติใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการไถนา)
โดยมีวิธีการดังนี้
ผู้ป่วยจะนอนบนเสื่อ หลังจากนั้น หมอเมืองจะยกขันครู เอาเหล้าหรือน้ำมันงาทาฝ่าเท้าแล้วจุ่มน้ำปูเลย แล้วย่ำบนขางร้อน หลังจากนั้นนำไปเหยียบบริเวณที่ผู้ป่วย ปวด ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง จนผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อเหยียบเสร็จแล้ว เอาใบขางลงไปแช่น้ำปูเลยลูบตามร่างกายของผู้ป่วย
วิธีการย่ำขางนั้น เป็นวิธีที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งก็เป็นวิธีที่ต้องอาศัยความเชื่อ รวมถึงทักษะและฝีมือ ตลอดจนความตั้งใจอันบริสุทธิ์ของผู้เป็นหมอที่มุ่งมั่นที่จะรักษาผู้ป่วย การย่ำขาง
ที่มา ..โลกล้านนา lanawold.com
        พ่อครูบุญชู   จันทรบุตร   เกิดวันที่  ๖ เมษายน  พ.ศ.  ๒๔๘๐ ที่บ้านแม่ขนิลอำเภอหางดง  จังหวัดเชียงใหม่ ครูบุญชูเกิดมาท่ามกลางสภาพครอบครัวที่ยากจน บิดาเสียชีวิตตั้งแต่ครูบุญชูอายุได้ ๔ ขวบ สมภารเจ้าอาวาสวัดเอรัณฑะวัณ(วัดแพะขวาง)มาขอไปเลี้ยงดูให้เป็นเด็กวัดและได้เรียนหนังสือจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ที่โรงเรียนแม่ขนิล พ.ศ.๒๔๙๓ ได้บวชเณรอยู่นานถึง  ๘  พรรษาจึงได้อุปสมบทเป็นพระและสอบได้นักธรรมเอก ในช่วงเวลาที่อยู่วัด ครูบุญชูได้เริ่มเรียนภาษาล้านนา(ตั๋วเมือง) จากเจ้าอธิการปั๋น ปัญญาวโร จนมีความเชี่ยวชาญ หลังจากนั้นครูบุญชูก็ได้พากเพียร เรียนทุกอย่างจากตำราที่มีอยู่ในวัด ทั้งคัมภีร์โบราณว่าด้วยธรรมชาดก และวรรณกรรมต่างๆ โดยเฉพาะตำรายาโบราณ และตำรายาล้านนา เช่นวิธีทำยาแผนโบราณ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การใช้สมุนไพรรักษาโรค การใช้คาถาอาคม เช่น การเปิด การทำน้ำมนต์ การทำพิธีกรรมต่างๆเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ
ประวัติด้านการศึกษา      
 การศึกษา
           - จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านแม่ขนิล
           - สอบได้นักธรรมชั้นเอก
           - สอบได้ใบประกอบโรคศิลปสาขาเภสัชกรรมแผนไทย ปี  2516
           - สอบได้ใบประกอบโรคศิลปสาขาผดุงครรภ์แผนไทย ปี 2533
           - สอบได้ใบประกอบโรคศิลปสาขาเวชกรรมแผนไทย ปี  2533
           - สอบได้ประกาศนียบัตรวิชาการปกครองท้องถิ่น  ปี  2528
           - มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปี  2529
           - ประกาศนียบัตรครูผู้สอนเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปสาขาเวชกรรม  สาขาผดุง
              ครรภ์   สาขาเภสัชกรรมแผนไทย  ปี  2541
           - ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาแพทย์แผนไทย
              จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ปี ๒๕๔๙
                   ที่อยู่บ้านสันฟ้างาม ต.หางดง  อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๓๐
                         ที่มาข้อมูล โรงเรียนการนวดไทยหางดง จ.เชียงใหม่

blog comments powered by Disqus