สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ใบย่านาง "ราชินีสมุนไพร"
                        สมุนไพรย่านาง
                           
“ ราชินีสมุนไพร” 
                                            จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
        ผมเดินทางไปรับลมหนาวที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่อย่างมีความสุข ถึงแม้กลางวันจะไม่หนาว แต่ตกเย็นๆความหนาวเย็นเริ่มมาเยือน ต้องขอบคุณ คุณสุกัญญา  เจริญพร ผู้อำนวยการโรงเรียนชาวนาไทยป่าสักน้อย ที่ให้การค้อนรับเป็นอย่างดี คืนนั้นผักปลอดสารพิษนาๆชนิดจากโรงเรียนชาวนาไทยป่าสักน้อย ถูกจัดวางในถาดใบใหญ่ พร้อมน้ำสลัด บนแคร่ไม้ไผ่ พืชผักเหล่านี้เป็นผลงานการปลูกของลูกศิษย์ที่ผ่านการอบรมมา ข้างๆสุมกองไฟเผาข้าวหลาม นอกจากสร้างความอบอุ่นแล้ว ยังมุ่งหวังถึงอาหารอันอร่อยที่รอให้ลองลิ้มชิมรสในกระบอกไม้ไผ่อีกด้วย


 คุณอัมพร  เครื่องพนัส บ้านกุ่เต้า ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

     คุณอัมพร เครื่องพนัส ( ๐๘-๗๕๖๘-๒๙๓๗ )หนึ่งในหลายคนของลูกศิษย์โรงเรียนชาวนาไทยป่าสักน้อย เดินมาหาผมพร้อมด้วยขวดสเปรย์ น้ำใบย่านางผสมกับใบเตยกลั่นแล้วบอกว่า
   “ อาจารย์ เงยหน้าขึ้นหน่อย ลืมตาด้วย จะฉีดสเปรย์ ใบย่านางกลั่นให้”
  “ เอ้า...ลืมตาไม่เป็นไรหรือ”  ผมสงสัย
 “ ไม่เป็นไรค่ะ ฉีดแล้วจะสดชื่น แถมยังทำให้ดวงตาสว่าง อาการเคืองตา แสบตา ฝุ่นเข้าตา ตาฝ้าตามัว จะหาย แม้กระทั่งเวลาหูอื้อ ลมออกหูก็หยอดได้ หยดใส่น้ำกินก็ได้ ถ้าผสมแชมพูหรือสบู่จะทำให้ผมนิ่มผิวเนียน”

 ซ้ายคุณสิน  ชัยสิทธิ์ ศิษย์โรงเรียนชาวนาทดลอง"ขอผมหน่อย"

          ใบย่านางนับว่ามีสรรพคุณมากมายจริงๆเพราะในใบย่านางมีคลอโร ฟีลล์ สามารถเพิ่มความสดชื่น ปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย ลดไข้ ปวดแขนขา แสบร้อนเบ้าตา เป็นผดผื่นคัน แพ้อากาศ สามารถล้างสารพิษที่สะสมในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งมาจากอาหารและสิ่งแวดล้อม ใบย่านางจึงได้ถูกขนานนามว่า “ราชินีสมุนไพร”
        ส่วนใครที่ดื่มน้ำใบย่านางคั้นสด ก่อนอาหารทุกวันจะทำให้ดูหนุ่ม ดูสาวขึ้น เพราะมีคลอโรฟิลช่วยปกป้องเซลล์ ทำให้มีภูมิคุ้มกัน และชลอวัย
       ใบย่านาง เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยในป่าเขตร้อนและป่าไม้ผลัดใบในทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือ มีถิ่นกำเนิดทางตอนกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักพบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าดงดิบ และป่าโปร่งในทุกภาคของประเทศไทย โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภาค คือ ภาคกลาง เรียกว่า เถาย่านาง, เถาวัลย์เขียว, หญ้าภคินี ภาคเหนือ  เรียกว่า จ้อยนาง, ผักจอยนาง ภาคใต้ เรียกว่า ย่านนาง, ขันยอ, ยาดนาง, วันยอ  ภาคอีสาน เรียกว่า ย่านาง

      คุณค่าทางโภชนาการพบว่า ปริมาณสารสำคัญที่มีมากและโดดเด่นในใบย่านางคือ เส้นใยอาหาร แคลเซียม เหล็ก เบตาแคโรทีน และวิตามินเอ ใบย่านางช่วยป้องกันโรคที่ไม่มีเชื้อโรค เช่น โรคอ้วน, ความดัน,เบาหวาน,หัวใจ,มะเร็ง,ตับ,ไต,ภูมแพ้, นอนกรน กรดไหลย้อน ฯลฯ
     สำหรับ การคั้นน้ำใบย่านางดื่มนั้นขั้นตอนไม่ยุ่งยากเพียงใช้ใบย่านาง ๒๐ ใบมาโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำต้มสุก ๓ แก้ว ประมาณ ๖๐๐ มิลลิลิตร ขยี้ใบย่านางกับน้ำ กรองผ่านกระชอนเอาแต่น้ำสีเขียว ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว ถึง ๑ แก้ว วันละ ๒-๓ เวลาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง เนื่องจากใบย่านางมีกลิ่นเหม็นเขียวจึงอาจใส่ใบเตยหอม ๓ ใบ ใบบัวบก ๑ กำ และดอกอัญชัญ  ๑๐ ดอกลงไปด้วย เพื่อแต่งรสและกลิ่นแค่นี้ก็ได้น้ำใบย่านางบำรุงสุขภาพแล้วครับ ฮ่าๆๆ 

blog comments powered by Disqus