สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง"วัดคำประมงรักษามะเร็ง"

รักษามะเร็งด้วยสมุนไพรและสมาธิบำบัด
วัดคำประมง จังหวัดสกลนคร


        บ่ายวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๑ ผมเดินทางถึงวัดคำประมง อ.พรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ด้วยความตื่นเต้น โดยมีคุณรัตนวลัย  นามประกายและคุณปราย ( ณัชชารีย์  ศักดิ์กุลพัฒน์ ) สาวสวยจากร้านบัวคำค้าไม้สกลนคร ที่ผมรู้จักเมื่อครั้งไปทำข่าวของหอการค้าสกลนคร เป็นผู้ประสานเจ้าอาวาสคำประมง เพื่อขอเข้าพบ เนื่องจากภารกิจท่านต้องเดินทางไปบรรยายหลายที่   

นพ.ศิริโรจน์ กิตติสารพงษ์

                       ทันที่ที่ก้าวลงจากรถก็ได้พบกับนายแพทย์ศิริโรจน์  กิตติสารพงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลรักษ์สกล มาให้การต้อนรับ และเชื้อเชิญให้นั่งพักดื่มน้ำสมุนไพรสมานฉันท์ รสชาติฝาดๆแต่อร่อยดี นัยว่าเป็นยาสมุนไพรบำรุงกำลัง   
 
                หลังจากนั้นคุณหมอศิริโรจน์ ก็ได้นำขึ้นไปชั้น ๒ ของอาคารไปนมัสการพระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์ ภิบาลพักตร์นิธี  (จิรธัมโม ภิกขุ) เจ้าอาวาสวัดคำประมง ประธานมูลนิธิอภิญญาณอโรคยศาล วัดคำประมง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์ เล่าให้ฟังว่า
                อาตมาจบวิศวะ ชลประทาน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี ๒๕๑๙ เข้ารับราชการอยู่ที่กรมชลประทาน อยู่ระยะหนึ่ง จึงออกมาบวชศึกษาปฎิบัติธรรมกับหลวงปู่สิม  พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา อาตมาเคยป่วยเป็นมะเร็งที่หลังโพรงจมูก ซึ่งวงการแพทย์เรียกว่า นาโซฟาริงส์ ( Nasopharynx ) รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ทั้งฉีดยา ทั้งฉายแสง ได้รับความทรมานมาก แต่โรคก็ยังไม่ยอมแพ้
                ในที่สุดอาตมาก็ยอมแพ้ ออกมาจากโรงพยาบาลมาต่อสู้ด้วยตัวเอง นั่งสมาธิตั้งแต่ตี ๓ ยัน ๖ โมงเช้า ในที่สุดก็ได้สูตรยาสมุนไพรมาต้มและกินจนหายเป็นปกติ ก็เลยตั้งปณิธานที่จะช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ยืดชีวิตให้ยืนนานขึ้น เจ็บปวดน้อยลง ถึงแม้ว่าสุดวิสัยที่จะเอาชนะโรคได้ ก็ขอให้จากไปอย่างยิ้มที่มีความสุข มีธรรมะอยู่ในหัวใจทั้งคนไข้และญาติๆที่มาเฝ้าไข้

            พระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์  บอกว่าการเอาชนะมะเร็งทางเลือกของผู้ป่วยเป็นมะเร็งมี  ๒ ทางเลือกเท่านั้น คือ จะต่อสู้หรือจะถอย ถ้าสู้ด้วยหัวใจเข็มแข็งอดทน ก็มีสิทธิ์ที่จะชนะโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด แม้จะอยู่ในระยะสุดท้ายจริงๆก็อาจมีอายุยืนยาวต่อไปได้อีก ๕-๒๐ ปี แต่ถ้าไม่สู้หรือท้อแท้โอกาสหายแทบไม่มีเลย



            สำหรับปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดมะเร็งนั้น พระอาจารย์บอกว่าเกิดจากการบริโภคอาหาร เกิดจากการสัมผัสสารก่อมะเร็งโดยทางใดทางหนึ่ง เกิดจากภูมิต้านทานบกพร่องหรือล้มเหลว และเกิดจากความเครียด(อารมณ์)การก่อตัวของมะเร็งส่วนใหญ่ใช้เวลานาน ๑๐-๓๐ ปี มีเพียงชนิดเดียวของมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งอื่นๆเพียง ๒-๓ ชนิดเท่านั้นที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเชื้อไวรัส และยังมีมะเร็งบางชนิดที่พิสูจน์ได้ว่ามีสาเหตุมาจากมลพิษและรังสี
           นอกจากนั้นเกือบจะกล่าวได้ว่ามะเร็งส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมของคนเราแทบทั้งสิ้น
           เป้าหมายของการรักษาตามแบบของอโรคยาศาลไม่ได้อยู่ที่การรักษาโรคให้หายอย่างเดียวหรือทุเลาเบาบางลงเท่านั้น หากยังสามารถตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติของผู้ป่วย ที่ต้องการความเข้าใจในชีวิต มีความสุขในช่วงที่เจ็บป่วย หากว่าถึงคราวต้องเสียชีวิตลง ก็จากไปอย่างสงบ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติตามแนวทางศาสนาและวิทยาศาสตร์การแพทย์
                 หลังจากนั้นพระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์ และคุณหมอศิริโรจน์ ก็นำชมห้องทำงานตรวจรักษาคนไข้และเรือนผู้ป่วย คนไข้รายแรกที่ไปพบคือ นายสำรวยโพธิ์ศรี ชาวจังหวัดชลบุรี ไปค้าขายที่อำเภอเกาะสมุย        จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่ปาก หู ตา บนหัวที่กลางกระหม่อมเป็นแผล คุณสำรวยบอกว่าฉีด คีโมแล้วไม่ตอบสนอง  ถ้าอยู่โรงพยาบาลต่อต้องตายแน่ๆ จึงขอมาที่นี่ขอตายที่วัดดีกว่า ขณะนี้อาการดีขึ้นกว่าเดิมมาก อีกคนชื่อ สุริยัน จากนครพนม เป็นมะเร็งในตับอ่อน

                  คนไข้ทุกคนจะสวมชุดผู้ป่วยสีเขียวเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป อีกรายที่ผมเข้าไปคุยด้วยคือคุณลุงประเสริฐ จากจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นมะเร็งที่ปาก และก็ยังมีผู้ป่วยหญิงอีก ๒-๓ คน แต่ละคนที่ผมเข้าไปคุยด้วยหน้าตาสดชื่น มีความหวัง คุณกัณฑิกา อุดมการณ์ เป็นข้าราชการครูบำนาญ อายุ ๖๖ ปีจากจังหวัดสระบุรี ผ่าตัดมะเร็งมดลูกที่โรงพยาบาลรามาธิบดีหมอบอกว่าหายแล้ว หลังกลับมาบ้านไม่นานก็ย้อนกลับมาฉายเอ็กซ์เรย์อีกครั้งกลับพบมะเร็งกระจายมาตามต่อมน้ำเหลืองอยู่ที่ปอดทั้งสองข้างแต่เพิ่งเริ่ม คุณหมอบอกการรักษาที่ดีที่สุดคือการฉีดคีโม ดิฉันกลัวมากจึงขอตัดสินใจมารักษาแบบธรรมชาติบำบัด ตอนนี้ปอดของดิฉันดีขึ้นมากอาการไม่น่าเป็นห่วง
                 ระหว่างพูดคุยกับคนไข้มีเสียงเพลงเบาๆดังมาจากลำโพงที่ทางวัดติดตั้งไว้ที่เรือนคนไข้ให้คนไข้ได้ฟังลักษณะเป็นดนตรีบำบัดและบางครั้งหลวงตาก็สอนธรรมะสลับเสียงเพลงไปในตัวอีกด้วย
            จากเรือนคนไข้พระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์และคุณหมอศิริโรจน์ ก็พาไปชมบ้านดินที่พักหมออาสาและสถานที่ก่อสร้างพระนาครัตนโพธิสักกะมหาธาตุและสถาบันญาณสิทธิธรรมโอสถบำบัด เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาในรูปแบบของการดุแลผู้ป่วยแบบองค์รวม
                  ก่อนเดินทางกลับวันนั้นหลวงตาได้มอบหนังสือสมาธิบำบัดกับการรักษาโรคมะเร็งให้ ๑ เล่ม ในเล่มมีคำแนะนำและการปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยจากโรคมะเร็งและมีสูตรตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งพร้อมคาถากำกับตัวยาด้วย ก็ขอถือโอกาสนำมาถ่ายทอดเป็นวิทยาทานต่อท่านผู้อ่านทุกท่าน
                                                       ยอดยากินแก้มะเร็งทุกชนิด
  • หัวร้อยรู                                                    หนัก   ๕๐ กรัม
  • ไม้สักหิน                                                  หนัก   ๕๐ กรัม
  • ข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้ อย่างละ             หนัก   ๒๐๐ กรัม
  • โกฐจุฬาลำพา-โกฐเชียง อย่างละ               หนัก   ๕๐  กรัม
  • กำแพงเจ็ดชั้น                                            หนัก   ๕๐  กรัม
  • ทองพันชั่ง                                                 หนัก  ๒๐๐  กรัม
  • เหงือกปลาหมอ                                         หนัก  ๒๐๐  กรัม
  • ฝีหมอบ                                                     หนัก  ๑๐๐  กรัม
  • หญ้าหนวดแมว                                         หนัก   ๕๐  กรัม
        ข้อปฏิบัติ      จุดธูป ๓ ดอกเทียนคู่ ทำสมาธิ ระลึกถึงคุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ พร้อมทั้งสวดพระคาถาสักกัตวาฯ ๓ จบ และอัญเชิญบารมีของพระพุทธไภษัชยคุรุไวฑูรย์ประภา ( พระกริ่ง อโรคยศาล ) และท่านบรมครูชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นผู้คิดตำรายานี้และนำๆปปักไว้กลางแจ้ง
       วิธีต้มยา      นำตัวยาทั้งหมดใส่ลงไปในหม้อดิน และใส่น้ำฝน ลงในหม้อดินให้ท่วมยาสมุนไพร แช่ยาไว้ประมาณ ๑๐ นาที จากนั้นตั้งไฟแรงปานกลางปิดฝาหม้อ ต้มให้เดือดนาน ๑๕ นาที ยกหม้อลง แล้วรินน้ำยาเก็บไว้หม้อเคลือบใหญ่มีหูหิ้ว ขนาดเบอร์ ๓๒ ( ครั้งที่ ๑ ) จากนั้นเติมน้ำลงไปให้ท่วมตัวยาแล้วต้มให้เดือดนาน ๑๕  นาที
แล้วรินน้ำยาเก็บรวมไว้กับของเก่า ( ครั้งที่ ๒ ) ใส่น้ำให้ท่วมตัวยาใหม่อีกครั้ง ต้มให้เดือดนาน ๑๕ นาที แล้วรินน้ำยาเก็บไว้รวมกับของเก่า ( ครั้งที่ ๓ ) ส่วนกากยาที่เหลือก็ให้นำไปเทที่ต้นโพธิ์
    วิธีกินยา  อุ่นยาอย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง กินก่อนอาหาร ๓ เวลา ครั้งละ ๑ ถ้วยกาแฟ และก่อนกินยาทุกครั้งให้สวดคาถาพระสักกัตวาฯ ๓  จบ เมื่อหมดน้ำยาก็ให้ทำใหม่ ต้มกินไม่เกิน ๕  หม้อ โรคมะเร็งชนิดนั้นๆหายแน่นอน         ( หากมะเร็งลุกลามไปมากให้ทานยาเพิ่มขึ้นอีกในแต่ละมื้อและอาจจะต้องกินเพิ่มอีกหลายหม้อ)
     หมายเหตุ   ผู้ป่วยจะต้องมีจิตใจที่ศรัทธามั่นคงตัวยาจึงจะมีศักดานุภาพมหาศาล
                                             คาถากำกับยาสมุนไพร
                      อาญะตัญจะ  กะโรถะ  วิตถะตัญจะ  อัปปิตัญจะ
                      สุวิตัญจะ  สุปะวายิตัญจะ สุวิเลกขิตัญจะ  สุวิตัจฉิตัญจะ
                                 กะโรถะ  อัปเปวะนามะ  สัตถาธะนุง  อากัฒฑิตุง  นาทาสิ
                                 นะปะโรปะรัง  นิพกุเภถะ  นาติมัญเญถะ  กัตถะจิ  อะสังวิสุโร
                                 ปุสะพุพะ  สังวิธา ปุกะยะปะ  อาปามะจุปะ  ทีมะสังอังชุ  จิเจรูนิ
                                 นะมะอะอุ  พุทธะเมตตัง  จิตตังมะมะ  พุทธะพุทธา  นุภาเวนะ
                                 ธัมมะเมตตัง  จิตตังมะมะ  ธัมมะธัมมานุภาเวนะ  สังฆะเมตตัง
                                 จิตตังมะมะ  สังฆะสังฆานุภาเวนะ......
                                                 พระคาถาสักกัตวาฯ
                                 สักกัตวา   พุทธะระตะนัง                      โอสะถัง  อุตตะมัง  วะรัง
                                 หิทัง  เทวะมะนุสสานัง                          พุทธะเตเชนะ  โสตถินา
                                 นัสสันตุปัททะวา  สัพเพ                        ทุกขา  วูปะสะเมนตุ  เม
                                 สักกัตวา  ธัมมะระตะนัง                        โอสะถัง  อุตตะมัง  วะรัง
                                 ปะริฬาหูปะสะมะนัง                              ธัมมะเตเชนะ   โสตถินา
                                 นัสสันตุปัททะวา  สัพเพ                         ภะยา  วูปะสะเมนตุ  เม
                                 สักกัตวา  สังฆะระตะนัง                         โอสะถัง  อุตตะมัง  วะรัง
                                 อาหุเนยยัง  ปาหุเนยยัง                             สังฆะเตเชนะ  โสตถินา
                                 นัสสันตุปัททะวา  สัพเพ                          โรคา  วูปะสะเมนตุ  เม
                                                                       (  สวด  ๓  จบ ) 
                    สำหรับท่านผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันแล้วยังไม่ดีขึ้น จะลองเปลี่ยนมารักษากับพระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์  ก็ได้ ท่านรักษาให้ฟรี แต่ถ้าใครที่พอจะมีทุนรอนอยู่บ้างมีจิตศรัทธาจะบริจาคท่านก็ไม่ว่า หรือผู้มีจิตศรัทธาที่ยังโชคดีไม่ได้สัมผัสกับความเจ็บปวดของโรคมะเร็งร้าย ต้องการที่จะร่วมทำบุญกับทางอโรคยาศาลเพื่อยืดชีวิตให้กับผู้ป่วยที่มารักษาที่นี่ ให้ได้อยู่นานที่สุดและเต็มอิ่มด้วยธรรมะในหัวใจ ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างกุศลผลบุญสะสมบุญบารมีให้กับตัวท่านเอง
           พระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์  บอกว่า “ คนป่วยจะหายหรือตาย ไม่สำคัญ สำคัญที่ความสุขที่ตัวผู้ป่วยได้รับ”
                   สนใจติดต่อกับพระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์  ภิบาลพักตร์นิธี  (จิรธัมโม ภิกขุ)  ได้ที่วัดคำประมง เลขที่  ๒๐ หมู่  ๔  บ้านคำประมง ต.สว่าง อ.พรรณานิคม  จ.สกลนคร ๔๗๑๓๐  โทร  ๐๘-๑๖๐๑-๖๙๖๐ ,  ๐๘-๑๑๑๑- ๗๑๐๗ หรือโทรศัพท์และโทรสาร  ๐๔๒-๗๗๙-๒๗๖ หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.Khampramong.org
  --------------------------------------------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus