สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สปาหม้อดิน
                 ฟื้นฟูสุขภาพชะลอวัยตามศาสตร์โบราณ
             “สปาหม้อดิน- คลายเส้น- ดื่มยาแฮง-เพิ่มความจำ”
                                          จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                    ร่างกายคนเราเมื่อกรำงานมาหนักๆเซลล์ต่างๆย่อมเสื่อมเป็นธรรมดา ยิ่งมีอายุมากขึ้นระบบการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆซึ่งรวมถึงกระดูก  ข้อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ มีผลทำให้สมรรถภาพทางกายลดลง ไม่กระฉับกระเฉง ปวดเมื่อยเนื้อตัวและข้อต่างๆพละกำลังลดน้อยลง นอกจากนี้ยีงมีผลกระทบทางด้านจิตใจอีกด้วย
                  คุณสมปักษ์ ไทยป้อม ผู้อำนวยการโรงเรียนชาวนาไทยภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เป็นอีกคนหนึ่งที่รณรงค์นำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาต่อยอดให้คนในชุมชนได้เรียนรู้และอนุรักษ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเกษตรทำนา ปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินเองตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกสมุนไพร การทำสปาหม้อดิน น้ำมันคลายเส้น “ปู่ฤาษี” ตามตำรับที่สืบสานกันมาโดยนำสมุนไพรเถาวัลย์เปรียง เถาเอ็นอ่อน ที่มีมากในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์
               ผมเดินทางไปเยี่ยมชุมชนนี้สองครั้งมาแล้ว ครั้งแรกก็ได้รับการต้อนรับ โดยการผูกบายศรีรับขวัญวันนั้นมีอาจารย์พัฒน์  สันทัด และอาจารย์อธิศพัฒน์  วรรณสุทธิ์ เดินทางไปเป็นวิทยาการให้ความรู้ชาวบ้าน และร่วมกิจกรรมด้วย ไม่เพียงแค่นั้นยังจำไม่ลืมคือผักปลอดสารพิษที่ชาวบ้านปลูกเอง กินแล้วกรอบสดแกล้มปลานึ่งแจ่ว ฝีมือคุณทองยุ่น  ขวัญถาวร แม่ครัว เจ้าของบ้าน ( ๐๘-๗๒๔๓-๙๑๙๓) คืนนั้นผมพักที่บ้านคุณทองยุ่นหลับสบาย ฮ่าๆๆ



              ครั้งที่สองไปกับอาจารย์เนตรดาว  ยวงศรี แพทย์แผนไทย อาจารย์ไปสอนชาวบ้านนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาเคี่ยวเป็นน้ำมันนวดใช้เอง มีแฟนคลับผมมาร่วมงานมากกว่า ๓๐๐ คน กลางวันต่างคนก็นำอาหารมาร่วมกินกันฉันท์พี่น้อง การลงพื้นที่ทุกครั้งผมจะไปพักอยู่กับชาวบ้านถามสารทุกข์สุกดิบและจับเข่าคุยกัน มีสารพันปัญหาทั้งการเกษตรและสุขภาพ ด้วยเป้าหมายที่จะให้ชาวบ้านพึ่งพาตัวเองได้
            ครั้งหลังสุดคุณสมปักษ์ ไทยป้อม นำคณะไปศึกษาดูงานที่บ้านคุณหน่อย ที่ปรึกษากลุ่ม บ้านห้วยน้ำคำ หมู่ ๑๔  ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ คุณสมปักษ์ เชิญผมไปด้วย วันนั้นผมออกจากกรุงเทพฯสายหน่อย ขับรถเรื่อยเปื่อยชมทิวทัศน์ไปด้วย ถึงบ้านห้วยน้ำคำก่อนหกโมงเย็น ก่อนเข้าหมู่บ้านยังเป็นถนนลูกรังอยู่แต่สองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นสวนยางพารา



          บ้านคุณหน่อยเป็นบ้านชั้นเดียว รายล้อมด้วยสวนผลไม้แบบผสมผสานทั้งสะตอ กล้วย มะพร้าว ปาล์ม และมะเดื่อชุมพร ด้านหลังบ้านมีสระน้ำขนาดใหญ่ เลี้ยงเป็ดด้วย เย็นวันนั้นข้างบ้านถูกเนรมิตให้เป็นครัวปรุงอาหารเดี๋ยวดูจากภาพนะครับ แต่ละคนจะง่วนอยู่กับภาระหน้าที่ทั้งย่าง ต้ม สับ ทอด จ้าละหวั่น พออาหารการกินเสร็จสรรพ ก็ปูเสื่อข้างบ้านเตรียมล้อมวง
  “  อาจารย์จำรัส มานอนด้านนี้ พวกหนูจะทำสปาหม้อดินให้ อาจารย์เหนื่อยมามากแล้ว”  เสียงคุณสมปักษ์เรียก
“  ไม่เป็นไร.. อาจารย์ไม่ปวด” ผมตอบ
“ เป็นการผ่อนคลายค่ะอาจารย์ คลายเส้น อาจารย์ขับรถมาไกล กลิ่นสมุนไพรอาจารย์สูดดมจะสดชื่น พวกหนูเคี่ยวน้ำมันมาด้วยตามสูตรที่อาจารย์เนตรดาว  ยวงศรีสอน เอ้าพวกเรา...ย่างใบพลับพลึง เตรียมประคบให้อาจารย์ แล้วอาจารย์จะติดใจ” คุณสมปักษ์ พยายามอ้างสรรพคุณ พร้อมบอกให้เพื่อนๆเตรียมพร้อม
             คุณเพลิน สามีคุณสมปักษ์ปูเสื่อ คุณสมปักษ์ ต้มหม้อยา อาจารย์พัฒนา สถาพรสุข เตรียมผ้าคลุม คุณทองยุ่น ขวัญถาวรพร้อมลูกสาวคุณพนิตพร ย่างใบพลับพลึง คุณดำเนิน  ขวัญศิริ คุณสนุน ขวัยถาวร คุณสังเวียน  ขวัญกล้า คุณวารุณี  ขวัญเกษม เตรียมน้ำมันนวด เตรียมทา โอ้โห้...นี่เตรียมการมาอย่างดีนี่
          “ เอ้า..เอาก็เอา ลองดู เดี๋ยวบรรยายไม่ถูก สื่อมวลชนต้องรู้จริง” ผมเดินไปที่เสื่อนอนลงบนเสื่อ
         “ อาจารย์นอนคว่ำ ใครเอาน้ำมันทาแขนให้อาจารย์” เสียงคุณสมปักษ์สำทับ หลังจากนั้นไม่นานก็กรูกันเข้ามา ทำสปาให้ผม ที่จำได้มีการทาน้ำมันที่แขนทั้งสองข้างแล้วพันด้วยพลับพลึงที่ยังร้อนอุ่นๆ สัมผัสแรกโอ้โห้..รู้สึกตึบๆตุ๊บๆเย็นกับน้ำมันที่ทาแต่ร้อนกับใบพลับพลึง ซ่าส์ร้อนๆผ่าวๆ ตุ๊บๆ เลือดถูกกระตุ้น สักพักก็คลายใบพลับพลึงที่พันออก ช่วงนี้เย็นสบายโล่งไปเลย ขณะเดียวกันด้านแผ่นหลังก็ถูกทาด้วยน้ำมัน ไม่รู้เป็นมือใครบ้างเพราะผมนอนคว่ำหน้า แต่มีมือหนึ่งรุ้สึกสากๆหยาบๆ น่าจะเป็นมือผู้ชาย ถ้าทายไม่ผิดน่าจะเป็นมือคุณเพลิน สามีคุณสมปักษ์ ฮ่าๆๆ

  
            เมื่อทาน้ำมันที่หลังเสร็จก็ทาบด้วยพลับพลึงย่างเรียงกันบนแผ่นหลัง ทาบด้วยผ้าขาวบางแล้วยกหม้อดินร้อนๆที่มีสมุนไพรส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลควันขึ้นพวยพุ่งมาทาบบนหลังผม กดคลึงประมาณ ๑ นาทีแล้วยกขึ้นวางกดไปทั่วแผ่นหลัง
รู้สึกผ่อนคลายจริงๆ เส้นเอ้นตึงๆบนแผ่นหลังที่แข็งๆผ่อนคลายขึ้นเยอะ
   “ ในหม้อมีอะไรบ้างล่ะ” ผมถามคุณสมปักษ์
  “  สมุนไพรหลายตัวอาจารย์ มีเถาวัลย์ ซึ่งมีมากที่ภูเขียว เถาเอ็นอ่อน ไพล ประมาณสิบชนิดค่ะ ตามสูตรหมอพื้นบ้านเลยอาจารย์
 “ โอ้..เยี่ยมเลย แล้วน้ำมันล่ะ น้ำมันหมูหรือเปล่า” ผมแกล้งถาม
“ ไม่ใช่ๆ อาจารย์ พูดเสียหายหมด เป็นน้ำมันอย่างดีค่ะ ตำรับพ่อปู่ฤาษี สืบทอดกันมานานเคี่ยวจากสมุนไพรเถาเอ็นอ่อน เถาวัลย์เปรียง ไพล ต้อยติ่ง ใบคูณ มะพร้าว พูดง่ายสมุนไพรที่บำบัดเส้นเอ็นโดยเฉพาะ ผิวพรรณก็จะดีค่ะอาจารย์แก่ช้า ชะลอวัย นี่ถ้าอาจารย์ทำบ่อยๆ ทาบ่อยๆจะหนุ่มขึ้น”
“ แล้วตอนนี้ ทำไว้เยอะหรือเปล่า” ผมถาม
“ ก็ทำค่อยเป็นค่อยไป เราไม่ค่อยมีทุน วันก่อนอาจารย์พัฒนา เอาไปที่โรงเรียน ๒๐ ขวด ขายหมดเลยค่ะ ก็เริ่มมีคนมาสั่งเพิ่มอีก บอกน้ำมันนี้ กลิ่นหอม ทาแล้วได้ผลดี เส้นเอ็นตึง ปวดๆเมื่อย รู้สึกทาแล้วนวดๆคลึงๆไม่เท่าไหร่ อาการปวดๆเมื่อยหายไป ผิดกับที่เคยใช้จากที่อื่นๆ” คุณสมปักษ์ทำสปาหม้อดินให้ผมไป แล้วก็เล่าความในใจและประสบการณ์ผู้ใช้น้ำมันให้ฟัง

 น้ำมันคลายเส้น"ปู่ฤาษี"

       หลังจากทำสปาหม้อดินคลายเส้นชะลอวัยเสร็จแล้วเราก็ล้อมวงกินข้าวกันข้างบ้าน ตกกลางคืนผมก็นำภาพสมุนไพรที่ผมถ่ายไว้ทั่วประเทศมาแนะนำให้คณะคุณสมปักษ์ดูจนจุใจ และหลับไปอย่างมีความสุข        
       ผมเคยแนะนำคุณคุณสมปักษ์ ให้ปลูกแปลงหมามุ่ยเพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะหลายคนไม่เคยเห็นต้นหมามุ่ย ผลและเมล็ดหมามุ่ยเป็นอย่างไรหมามุ่ยหมอพื้นบ้านอิสานนำมาเป็นตัวยาบำรุงสมรรถนะทางเพศเรียก”ยาแฮง” คุณสมปักษ์ได้ต่อยอดบดเป็นผงใส่แคปซูล ผสมสมุนไพรเพิ่มพลังอีกหลายตัวตามตำรับพ่อปู่ฤาษีผลปรากฏว่าเพื่อนบ้านนำไปกินต้องกลับมาเอาเพิ่มอีกแทบทุกราย


    ล่าสุดคุณสมปักษ์และคณะเดินทางมากรุงเทพฯ ตามใบสั่งจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ต้องการทำสปาหม้อดินคลายเส้นผ่อนคลายชะลอวัย  ได้แวะมาเยี่ยมผมฝาก “ยาแฮง” บดเป็นผงมาให้ เพื่อให้สามารถคุยได้ ว่ารสชาติและผลเป็นอย่างไร ผมลองเอาช้อนยาตักใจปากครึ่งช้อน ตามด้วยน้ำเปล่า กลั้วคอดื่ม โอ้โห้...กลิ่นหอมมากเนื่องจากสมุนไพรผ่านการอบคั่วมาแล้ว ผมดื่มหลังอาหารเที่ยงและก่อนนอน ผลปรากฏว่ารู้สึกไม่เพลีย กระชุมกระชวย สดชื่น มิน่าล่ะเขาถึงเรียกยาแฮง ตกกลางคืนไม่ค่อยง่วง...ฮ่าๆๆ
    ก่อนหน้านั้นเวลาฝันตตื่นขึ้นมาจะจำความฝันไม่ได้ แต่พอกินยาแฮงแล้วเริ่มจำความฝันได้ดี แสดงว่ายาแฮงมีส่วนในการช่วยความจำ บำรุงสมอง


    อีกขนานที่เป็นผลผลิตของกลุ่มคือสมุนไพรปรามโรค “อโรคายะ” ตัวนี้เด็ดมาก รักษาแผลสด แผลพุพอง ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก  แผลในช่องปาก ถ้ารับประทานจะขับลม แก้โรคกระเพาะอาหาร ช่วงน้ำท่วม ใครที่เป็นโรคเท้าเปื่อยทาสมุนไพรปรามโรคนี้ได้ผลดีจริงๆ
   นอกจากนั้นทางกลุ่มโรงเรียนชาวนาไทยภูเขียวยังผลิตครีมอาบน้ำรังไหมผสมน้ำผึ้ง และสบู่ก้อนรังไหมผสมน้ำผึ้ง กลิ่นหอมมากครับหอมเหมือนกลิ่นน้ำนมข้าว อาบน้ำด้วยครีมอาบน้ำรังไหมผสมน้ำผึ้งจะสดชื่นมาก ไม่ต้องเสียเงินเสียทองไปทำสปาที่ไหน สรรพคุณของรังไหมช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า ชำระล้างสิ่งสกปรกของร่างกาย บำรุงพร้อมรักษาฟื้นฟูผิวพรรณให้เรียบเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นสดชื่นผ่องใส ไม่แห้งตึง ลดรอยด่างดำหมองคล้ำให้จางลง ช่วยยั้บยั้งเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของผดผื่น

 
ใครสนใจ อยากลองใช้ติดต่อ คุณสมปักษ์  ไทยป้อม ผอ.โรงเรียนชาวนาไทยภูเขียว ๐๘-๐๔๘๒-๕๒๙๘ นอกจากเป็นการกระจายรายได้ช่วยเหลือกลุ่มแล้ว ยังเป็นกำลังใจให้กลุ่มได้มุ่งมั่น ต่อยอดภูมิปัญญาไทยที่ดีๆไม่ให้สูญหายอีกด้วย
                                           -------------------------------------------------------------------------------
 
    
 
 
         
 
          
         

 
         
 
          
         

blog comments powered by Disqus