สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

เหลือเชื่อ?
                                 เหลือเชื่อ...?
                          
จำรัส  เซ็นนิล   รวบรวม/เรียบเรียง
      เรื่องเหลือเชื่อ..ในบ้านเรามีมากมาย ยิ่งเสาะหายิ่งพบเจอ จากการสะสมภูมิปัญญาลองผิดลองถูกของปู่ย่าตายายบรรพชน แล้วเล่าขานสั่งสอนสั่งสม จากรุ่นสู่รุ่นเลือนหายไปบ้าง หลงเหลือบ้างก็เพียงเล็กน้อย บางอย่างง่ายจนเหลือเชื่อ..ซึ่งเราคาดไม่ถึง บางคนนอนไม่หลับต้องซื้อหยูกยาราคาแพงๆหรือต้องไปรอต่อคิวรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ



     ภูมิปัญญาพื้นบ้านท่านคิดได้อย่างไร...อาการนอนไม่หลับ ท่านแนะนำให้ใช้น้ำต้มสุกปล่อยให้เย็นแล้ว  ๑ ถ้วย แล้วเยาะน้ำส้มสายชู  ๑ ช้อนโต๊ะ ดื่มก่อนนอน จะหลับสบาย ฮ่าๆๆ  เดี๋ยวต้องมีคนถามอีกว่าน้ำส้มสายชูทำจากอะไร จากอะไรก็ได้ครับที่เป็นน้ำส้มสายชู จะหลับฝัน หลับลึก หลับตื่นสายอันเกิดจากวัตถุดิบที่นำมาทำน้ำส้มสายชู ท่านลองกันเอง ฮ่าๆๆ
  ส่วนเมารถเมาเรือ อาการนี้เป็นกันเยอะ เวลาไปเที่ยวเป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะสาวๆ สาวน้อยที่ไม่เคยออกจากบ้านไปไกล พ่อหวงจนแก่ ฮ่าๆๆ พอมีโอกาสเดินทาง รถเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ยิ่งโค้งมากหล่อนก็จะเริ่มแสดงอาการซึม ตัวงอ..แกล้งหลับ สักพักก็สำรอกของอร่อยๆออกมาเต็มรถเดือดร้อนกันไปทั่ว อาการอย่างนี้ภูมิปัญญาพื้นบ้านท่านสอนไว้ว่าให้รีบเยาะน้ำส้มสายชูลงในน้ำดื่ม แล้วดื่มจะไม่มีอาการเมารถหรือเมาเรือเกิดขึ้นเลย แต่..เมารัก ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่า ฮ่าๆ



    เรื่องเมารถในบางตำราของหมอพื้นบ้านท่านแนะนำให้เอาพริกขี้หนู ๑๐-๒๐ เม็ดห่อกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย เน้นนะครับกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายเท่านั้น จะไม่เมารถ เมาเครื่องบิน
  กรณีคนที่เกิดอาการสะอึกน้ำส้มสายชูก็ใช้ได้เหมือนกันเพียงดื่มน้ำส้มสายชู ๑ ถ้วยเล็ก จะหายสะอึก  ส่วนใครเป็นกลากเกลื้อน เกาๆคันๆยิ่งเกายิ่งมันส์...ยิ่งคัน..ยิ่งเกา แนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูทาวันละ ๓ ครั้ง เรือมากกว่านั้นตามความขยันของท่านได้ผลดีนักแล ฮ่าๆ
       ยังมีภูมิปัญญาอีกมากครับ เช่นถูกพิษหมามุ่ยคัน เอ๊ะ..ภูมิปัญญาพื้นบ้านให้กินลูกมะขามป้อมจะหายคันทันที ว่าแต่ว่า..ช่วงที่คันจะหามะขามป้อมที่ไหนมากินทัน..แง้ๆๆ  ฉะนั้นสวน..สม-รม หรือสวนผสม ปลูกทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้ มีทุกอย่างผสมผสานกันทั้งไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก พืชผักสวนครัว ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งพาตัวเอง อ่านเล่มเดียวคุ้มโรคภัย เพราะความรู้ถ้าไม่ได้จดไว้จะลืม คิดไม่ออกเปิดเล่มเดียวคุ้มโรคภัย ผมรวบรวมไว้ให้แล้ว อ่านแล้วอย่าวางสุ่มสี่สุ่มแปด...อาจหายไม่รู้ตัว มีตัวอย่างมาแล้ว ฮ่าๆๆ


       หนุ่มใหญ่-หนุ่มแก่ถ้าเกิดอาการฟกที่ไข่ดัน...ตรงไหนหว่า..หนุ่มๆรู้เอง ให้เอาเปลือกลูกมะพร้าวผูกคอหัวแม่เท้า ใครเป็นลองดูนะครับ พูดถึงมะพร้าวบางตำราบอกว่า..ใครที่หายใจไม่ออก ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวทาสันจมูก จะหายใจโล่งทันที แต่ถ้าคุณแม่บ้านตำพริกในครัวถ้าพริกขี้หนูเข้าตา ให้รีบเอาน้ำมันมะพร้าวทาหน้าแข้ง ช่วยได้ครับ มีคนเอาน้ำมันมะพร้าวทาปีกตัวต่อ ปีกมันจะร่วงหมดเลย ตัวต่อกิตติศัพท์มันร้ายกาจมากต่อยคนถึงตาย มันจะรวมกลุ่มกันไล่กัดคน ยิ่งวิ่งหนีมันยิ่งไล่กัดจนตายเป็นข่าวมาเยอะแล้ว ต่อไปถ้าจะสู้กับมันต้องเตรียมเสปรย์น้ำมันมะพร้าวฉีดขณะที่มันกำลังบิน พอน้ำมันมะพร้าวโดนปีกมัน ปีกจะร่วง ตัวต่อจะดิ่งพสุธาหมดฤทธิ์เดชทันที ฮ่าๆๆ
    สำหรับใครที่ชอบเดินป่าแล้วมักจะถูกตัวทากกัด ขนาดเราเดินอย่างระมัดระวังป้องกันเต็มที่ ก็ไม่วายถูกตัวทากกัด มันจะเกาะตามกิ่งไม้ใบไม้หรือแฝงตัวตามพื้นดิน พอเราเดินผ่านมันจะกระโดดเข้าหาเรา นิ่มมาก เราจะไม่รู้ตัว พอสำรวจอีกครั้งมันดูดเลือดเราไปเรียบร้อยโรงเรียนลาวไปแล้ว ภูมิปัญญาพื้นบ้านท่านให้เอาตัวตั๊กแตนเป็นๆใส่กระเป๋าเสื้อ ทากจะไม่กัด สงสัยทากมันมีเรดาร์ มันกลัวตั๊กแตนกินมัน ทากจะไม่กล้ากระโดดใส่ทานเลย
         บางท่านอาจจะสงสัยว่า..แล้วท่าจะป้องกันตัวเห็บล่ะจะทำอย่างไร ภูมิปัญญาพื้นบ้านท่านได้บันทึกไว้ว่า ให้เอาพริกขึ้หนูใส่กระเป๋าเสื้อ ตัวเห็บไม่กล้ามาตอแย..พริกขี้หนูนี่นอกจากเผ็ดแล้วยังร้ายกาจครับใช้งานได้หลายเรื่อง.ปลูกพริกขี้หนูต้องปลูกตอนเที่ยงดวงอาทิตย์ตรงหัวพริกขี้หนูจะเผ้ดจัด.แต่ถ้านำต้นพริกขี้หนูไปปลูกใต้ต้นรางจืด มันจะหมดฤทธิ์ทันที กินแล้วไม่เผ็ดเลย ฮ่าๆๆ 
      เวลาเดินป่า ใครที่กลัวสัตว์มีพิษกัดต่อย เช่นพวกงู ตะขาบ แมงมุม ให้เอาดอกดาวเรืองใส่กระเป๋าเสื้อไปด้วยรับรองสัตว์มีพิษ จะไม่ขบกัด  ท่านเลย แถมท้ายด้วย
ตำราดูอายุขัยคนป่วยหนัก รู้ไว้ใช่ว่า...ตามตำราท่านให้เอาอายุปัจจุบันของผู้ป่วยตั้งเป็นฐาน เอาเลข ๑๘ มาคูณ แล้วหารด้วย ๗ ถ้าออกเศษ  ๓-๗-๐  โอกาสรอดไม่มี เศษอื่นๆ ตำราบอกรักษาได้ ตำรานี้น้อยคนจะบอกกัน กลัวเสียขวัญ หมอจะรู้คนเดียว ท่านรู้แล้วอย่าบอกต่อเหมือนผม ไม่ดี ฮ่าๆๆ
                                                            ------------------------------------------------------- 

blog comments powered by Disqus