สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

กำลังใจ..ให้เพื่อน
                         กำลังใจ....ให้เพื่อน
                                     จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
             มีคนบอกว่า “เพื่อนแท้จะได้ยินในสิ่งที่คุณไม่ได้พูด” เป็นการเปรียบเปรยว่าถ้าเป็นเพื่อนกันรู้ใจกัน บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องพูดคือรู้ใจกัน ช่วยเหลือเพื่อน ก่อนที่เพื่อนจะเอ่ยขอ ต้องขอบคุณเพื่อนรัก “สุเทพ  พวงมโหด” ที่เวลามีอะไรดีๆก็จะจัดส่งมาให้ เวลามีโปรแกรม ทำข่าวต่างประเทศโดยเฉพาะเขมรชอบโทรมาชวนไปให้เราเสียงาน เอ้ย..ไม่ใช่ ( ตั้งแต่คบกันมา ไม่เคยชวนไปประเทศอื่นเลยนอกจากเขมร) ไปมา ๓-๔ รอบแล้ว ฮ่าๆๆ
          ล่าสุดส่งเรื่องราวที่งดงาม...ที่เพื่อนรักของคุณสุเทพส่งมาให้ ผ่านส่งมาให้ผมอีกชุด อ่านแล้วซึ้งใจจริงๆ ตามประสาของผมที่พบเห็นสิ่งดีๆที่ไหน จะต้องขยายผลทันที อ่านเรื่องนี้แล้ว..ความคิดของคุณจะเปลี่ยนไปชั่วกาล
          ชาย ๒ คนป่วยหนักทั้งคู่ นอนอยู่ที่โรงพยาบาลในห้องเดียวกัน ชายคนแรกได้รับอนุญาตให้ลุกนั่งได้วันละ ๑ ชั่วโมงในช่วงบ่าย เพื่อช่วยระบายของเหลวในปอด เตียงของเขาอยู่ริมหน้าต่าง ซึ่งมีเพียงบานเดียวในห้องนั้น
         ชายอีกคนหนึ่งหมอให้นอนราบตลอดเวลาอยู่บนเตียง ชายทั้งสองคนที่ร่วมห้องเดียวกันก็ได้คุยกันถึงเรื่องราวชีวิตของตน พวกเขาเล่าให้กันฟังถึงเรื่องเหตุผลที่เออร์รี่ ..เอ้ย ไม่ใช่  เรื่อง ครอบครัว เรื่องการงานสมัยถูกเกณฑ์ทหาร เรื่อง..ไปเที่ยวที่ต่างๆในวันพักร้อน
        ทุกวันในช่วงบ่าย ชายคนที่นอนเตียงริมหน้าต่าง จะบรรยายให้เพื่อนฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นภายนอกบ้าง โม้ให้ฟังพอๆกับรายการทั่วทิศถิ่นไทย ฮ่าๆๆ
       ชายคนที่นอนราบอยู่กับก็รู้สึกดีขึ้น จากเวลาแค่ ๑  ชั่วโมงที่เพื่อนที่นอนริมหน้าต่างบรรยายให้ฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มันทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าเขาได้ดำเนินชีวิตตามปกติ โลกของเขาดูกว้างขึ้นและมีชีวิตชีวาขึ้นจากกิจกรรมหลากสีสันของชีวิตที่ดำเนินไปในโลกภายนอก
    ชายที่ได้รับโอกาสให้ลุกนั่งบรรยายให้ชายที่ต้องนอนราบตลอดเวลาเห็นภาพว่าหน้าต่างที่มองออกไปเห็นทะเลสาบที่สวยงาม ฝูงเป็ดและหงส์ลอยล่องอยู่บนน้ำ ในขณะที่เด็กๆเล่นเรือใบจำลอง คู่รักวัยเยาว์เดินจูงมือกัน มีดอกไม้สีสันสวยงามเบ่งบานอยู่รอบๆและเห็นตึกรามทันสมัยของตัวเมืองอยู่ไกลๆในขณะที่ชายที่นอนริมหน้าต่างบรรยายให้เพื่อนฟังถึงรายละเอียดต่างๆด้านนอก ชายที่นอนราบอยู่ก็หลับตาลงจินตนาการให้เห็นภาพตามไป
   ยามบ่ายของวันที่อบอุ่นวันหนึ่งชายที่นอนอยู่ริมหน้าต่างได้เล่าว่า มีขบวนพาเหรดขบวนหนึ่งกำลังเดินผ่านไป แม้ว่าชายอีกคนไม่ได้ยินเสียงของวงดนตรีนั้นเลย แต่เพื่อนเขาสามารถรับฟังและแลเห็นได้จากคำบรรยายที่พรรณาได้อย่างละเอียดละออของเพื่อนที่อยู่ริมหน้าต่าง
       วันเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์เป็นเดือน ผ่านไปเช่นนั้น เช้าวันหนึ่งเมื่อจะเข้าไปดูแลคนไข้พยาบาลเวรเช้าได้พบร่างที่สงบนิ่งไร้ชีวิตของชายที่นอนริมหน้าต่าง เขาได้จากไปอย่างสงบขณะนอนหลับ เธอเศร้าใจมาก และได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายฌาปนกิจมารับศพของเขาไป
      เมื่อจัดการศพผ่านไปเรียบร้อย ชายที่เป็นเพื่อนร่วมห้องได้เอ่ยปากขอย้ายเตียงไปนอนที่ริมหน้าต่างแทนเพื่อนผู้จากไปของเขา พยาบาลรู้สึกดีที่ได้มีการปรับเปลี่ยนครั้งนี้และเมื่อจัดการที่ทางให้คนไข้เรียบร้อย เธอก็ออกไปจากห้องทิ้งให้เขานอนที่เตียงใหม่คนเดียว
    ชายผู้ซึ่งต้องนอนราบกับตียงเป็นเวลานานได้พยายามยันร่างกายของเขาขึ้นด้วยศอกแม้มันจะเจ็บปวดและยากลำบากด้วยความกระหายที่จะมองเห็นโลกภายนอกด้วยตาของตนเอง และเมื่อเขายันกายขึ้นมองผ่านหน้าต่างไปได้ เขากลับเพียงเห็นแค่ ผนังตึกว่างๆ ด้วยความข้องใจ เขาได้ถามพยาบาลผู้ดูแลเกี่ยวกับเพื่อนร่วมห้องผู้เพิ่งจากไป ผู้ซึ่งได้พรรณนา ถึงความงามของโลกภายนอกที่อยู่นอกหน้าต่างนั้นให้เขาฟัง
     นางพยาบาลเล่าว่า ชายผู้เพิ่งจากไปนั้น ที่แท้เป็นคนตาบอด ไม่สามารถแม้แต่จะมองเห็นว่ามีผนังว่างเปล่านอกหน้าต่างบานนี้ เธอบอกว่า
   “ ที่เขาเล่าให้คุณฟังถึงโลกภายนอกที่สวยงามนอกหน้าต่าง อาจเพราะแค่อยากให้กำลังใจคุณ”
   เรื่องนี้บอกเราว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในโลกที่เราสามามารถทำให้คนอื่นมีความสุข ( บางครั้งจำรัส นั่งตบยุงไปพิมพ์งานไปก็มี) ฮ่าๆๆ ดึกๆ ยังพิมพ์ก็มี บางครั้งขับรถอยู่ริมหน้าผา ดั้นด้นหายาดี แง้ๆๆ  ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม การแบ่งปันเรื่องทุกข์ใจให้คนอื่นรับรู้ อย่างมากก็ลดความทุกข์ของเราไปครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าแบ่งปันความสุขที่เรามีให้คนอื่น เราก็สุข...เขาก็สุข ความสุขก็จะเป็น ๒ เท่า
                          ถ้าอยากรู้สึกว่ารวย จงอย่านับ แต่...เงิน และทรัพย์สินที่มี...
                   
 จงนับสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข.....ที่เงิน..ไม่สามารถซื้อหาได้.....เข้า...รวมไปด้วย
                                                                                                                 จำรัส  เซ็นนิล
                                                                                                     พฤหัสบดีที่ ๑๘  ตุลาคม ๒๕๕๕
 
  

blog comments powered by Disqus