สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง"พิชิตมะเร็งต่อมน้ำเหลือง"

อ.ชาญชัย บุญเฮ้า พิชิตมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
 
         ผมมีโอกาสเชิญอาจารย์ชาญชัย บุญเฮ้า ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ 12 วิธีพูดมหัศจรรย์ 1 วันพูดภาษาอังกฤษได้ มาพูดคุยในรายการทั่วทิศถิ่นไทย ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ที่ผมดำเนินรายการอยู่ เพราะทราบว่าท่านป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย และสามารถพิชิตเจ้ามะเร็งร้าย รอดมาได้อย่างปลอดภัย

         อาจารย์ชาญชัย บุญเฮ้า เล่าให้ฟังว่าท่านเกิดในตระกูลชาวนา ที่บ้านแก้ง อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร หลังจากจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดตลิ่งเกษมบ้านเกิดแล้ว ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณร เรียนจบนักธรรมชั้นเอก 2 รอบ ที่สำนักเรียนวัดอนงคาราม กรุงเทพฯ จบพระปริยัติสามัญ ที่โรงเรียนวชิรมกุฎ กรุงเทพฯ จบปริญญาอภิธรรมบัณฑิต ที่วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ และได้บวชเป็นพระที่วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย 
         เป็นวิทยากรอบรมสามเณรภาคฤดูร้อน จนถึงปี พ.ศ. 2524 สึกจากพระมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ จนกระทั่งได้เป็นผู้บริหารกิจการสถาบันภาษา-สำนักพิมพ์ B.E.C.  สมรสกับคุณเพ็ญศรี ศรีประสม มีบุตรี 1 คนชื่อคุณ ขวัญใจ  บุญเฮ้า ( กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทย์ศาสตร์ สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์) ตามความฝันของพ่อ   นอกจากเป็นผู้บริหารสถาบันภาษาแล้ว อ.ชาญชัย บุญเฮ้า ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรสอนภาษาอังกฤษให้กับภาครัฐและเอกชนอีกด้วย
        “ ปกติผมเป็นคนที่เอาใจใส่กับสุขภาพ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ วันดีคืนดีเกิดเป็นมะเร็งผมแทบช็อก โดยอาชีพผมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เป็นผู้ประพฤติศีลเพราะบวชเรียนมาถึง 12 ปี
       ผมมีโปรแกรมเดินทางไปเป็นวิทยากรอบรมที่ จ.นครพนม ก่อนเดินทางผมมีอาการเหมือนจะเป็นหวัด ก็เลยตัดสินใจไปคลินิก ไปหลายรอบไม่ดีขึ้นเลย  ช่วงนั้นคอผมบวมก็นึกว่าเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ แต่แปลกไม่เจ็บตามหลักต่อมทอนซิลอักเสบคอต้องเจ็บ กลืนน้ำลายไม่ได้ ผมเลยไปที่โรงพยาบาล ไปหาหมอ ตาหูคอ จมูกโดยตรงเลย
 เขาน่าจะรักษาได้ตรงจุด
           ด้วยความใจร้อนกลัวหายไม่ทันที่จะไปบรรยายจึงถามหมอว่าระหว่างยากินกับยาฉีด ยาอะไรได้ผลเร็ว หมอบอกยาฉีด ผมเลยบอกหมอว่าขอยาฉีดเลย เพราะจะต้องรีบไปบรรยายอีก 2 จังหวัด พอฉีดแล้วมันก็ดีขึ้น 1 อาทิตย์ ช่วงนี้สงสัยฤทธิ์ยาหมด ผมอยู่ จ.นครพนมพอดี รู้สึกมันพะอืดพะอม ขับถ่ายไม่ออก เหมือนเป็นไข้ นอนไม่หลับ ผมต้องฝืนทำหน้าที่วิทยากร สอนให้สนุกสนานยิ้มแย้ม คนก็ชมกันเป็นการใหญ่ หารู้ไม่ในตัวผมสภาพร่างกายผมมันเอาไม่ไหวแล้ว ใจจะขาดรอนๆ เพียงแต่ใจยังสู้เท่านั้นเอง
       ผมภาวนาในใจตลอดและยกมือพนมใหว้องค์พระธาตุพนม ที่เป็นที่สักการะของชาวภาคอีสานว่าขอให้ลูกช้างมีชีวิตกลับหาหมอให้ทันหน่อยเถอะ กลัวจะขาดใจตายเสียก่อน เมื่อเสร็จสิ้นการอบรมผมก็รีบขึ้นเครื่องกลับ กรุงเทพฯก็กลับมาหาหมอคนเดิม หมอบอกว่ายาที่ฉีดให้เป็นยาที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะ ถ้ายานี้เอาไม่อยู่ ก็คงไม่ใช่แล้ว หมอเลยแนะนำให้ไปที่ รพ.ศิริราช พอไปที่ศิริราช มีหมอมาประมาณ 20 คน ทุกคนมายืนรุมล้อมดูประวัติผม
          ผลสรุปผมต้องเข้าห้องฉายแสงต้องสะแกนอะไรหลายอย่าง แล้วก็ผ่าตัดที่บริเวณคอที่บวม เอาชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ คราวนี้ผมเลยรู้เลยว่า ผมต้องเป็นโรคร้ายแรงอย่างแน่นอนเลย

         เมื่อคนเป็นโรคร้ายไปโรงพยาบาล แทนที่หมอโดยทั่วไปจะฉีดยาอย่างใดอย่างหนึ่งให้ หมอกลับผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ แล้วบอกว่า อีก 3 อาทิตย์มาฟังผล ผมยิ่งกระวนกระวาย  ยากินหมอก็ไม่จัดให้
          ผมกลับมาบ้านหงุดหงิดมาก คนไม่สบายให้อยู่นิ่งๆได้อย่างไร ผมดิ้นรนไปหายาสมุนไพรไทย  ยาจีน ใครให้กินอะไร ก็กินไปก่อน พอสามอาทิตย์มาฟังผลที่โรงพยาบาล หมอไม่อยู่ติดประชุม ต้องเลื่อนอีก ผมก็หายาอื่นกินรอไปเรื่อยๆ
         เมื่อถึงวันนัด หมอบอกว่าผมเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หูผมอื้อทันที ผมถามย้ำว่าเป็นอะไรนะ เขาบอกว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
          หลายๆคนรู้ว่าผมเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหัวเราะเยาะผมว่า เห็นไหมมันไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่เป็นมะเร็ง ผมก็ขำตัวเองเหมือนกัน พอรู้ว่าเป็นมะเร็งผมก็ฉีดคีโม ( เคมีบำบัดตาม) ระเบียบ คีโมเขาฉีดเข้าหลังมือเพื่อให้น้ำยาไหลซึมเข้าสู่ร่างกายต้องใช้เวลาถึง 3-5 ชั่วโมง
          หลังฉีดคีโม 1-2 วัน จะเกิดอาการอ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง คนฉีดคีโมจำไว้เลยว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่
สภาพตอนนั้น ผมมือชาเท้าชา พอเข้าสู่วันที่ 16 ผมบนหัวจะเริ่มร่วงออกเป็นกระจุก ผมเลยตัดสินใจโกนผม
ช่วงนั้นผมทรมานมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยทั้งร่างกายรู้สึกเบื่ออาหารสุดๆ ภาพนี้ผมจดจำไปตลอดชีวิต ตอนนั้นคิดอย่างเดียว ถ้ารอดก็ต้องปาฎิหาริย์
         ผมฉีดคีโมเข็มแรกวันที่ 6 ตุลาคม 2547 เข็มที่สองปลายเดือนตุลาคม 2547  ผมฉีดคีโมถึง 2 เข็มในเดือนแรก
พอเข้าเดือนที่สอง มีครูคนหนึ่งเป็นด็อกเตอร์โทรไปปรึกษาเรื่องภาษาอังกฤษ พนักงานก็บอกว่าตอนนี้อาจารย์ไม่อยู่ในภาวะที่ให้คำปรึกษาใครได้ เพราะว่าเป็นมะเร็งอาการหนัก เธอรีบส่งหนังสือเอดส์มะเร็ง ผมว่าหายก็ต้องหายเป็นหนังสือของหมอเจน ( เจนธัช ขจรศิลป์) พอผมอ่านจบ ผมก็เริ่มเช็คข้อมูล คนป่วยมะเร็งที่เคยรักษากับ หมอเจน  
          คนที่เป็นหนักกว่าเราเขารอดมาได้ 4-5 ปี ก็คิดว่าถ้าโทรศัพท์ไปหาคนเหล่านั้น  ถ้าเขายังอยู่แสดงว่าหมอเก่งยาดี เชื่อถือได้ ผมเช็คไป 3 ราย ผลปรากฏว่ายังอยู่ทั้งหมด ผมเลยเรียกภรรยาเข้ามาบอกว่า ตอนนี้ขอเลือกตัดสินใจเองขอเลือกตายแบบไม่ทรมาน ขับรถพาไปให้หน่อย
          เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็ไป จ.นครนายก คิดว่าถ้าตายหรือมีอะไรเกิดขึ้นจะไม่โทษใครจะโทษตัวเอง ขณะที่ไปก็ภาวนาขอให้ถึงมือหมอเถอะ จะได้รอดตาย มันเหนื่อยมันเพลียเหลือเกิน พอไปถึงปุ๊บก็โล่งใจถึงมือหมอแล้วจะได้กินยาเสียที ที่ไหนได้นั่งฟังหมอเจนอธิบายอีก 2 ชั่วโมง เรามานั่งคิดว่าทำไมอธิบายนานจังเราอยากกินยา
          หมอเจนก็อยากให้เราเข้าใจ เราก็อดทนฟัง ยาที่ได้ต้องกลับมาต้มกินที่บ้าน โอย..ตายแน่ๆ ทั้งไปทั้งกลับยังไม่ได้กินยา เฮ้อ ”
          ผมนั่งฟัง อ.ชาญชัย  บุญเฮ้า เล่าแล้วอดขำไม่ได้ ชีวิตคนเรากว่าจะรอดมาได้ ต้องพบพานอุปสรรคต่างๆมากมาย ผมคิดตามไปว่าเมื่อได้ยามาที่บ้านแล้วต้องเอาไปต้มอีกต้องนั่งรอ ต้มเดือดแล้วต้องรอให้อุ่นจึงจะกินได้ ทุกอย่างต้องรอ ต้องอดทน ใจต้องสู้ครับ อ.ชาญชัยเล่าให้ฟังต่อว่า
          “ พอกินยาหมอเจนกินเดือนแรกก็รู้ทันทีเลย เดือนแรกรู้ว่าดี มีแนวโน้มในร่างกายในท้องปั่นป่วน รู้สึกมีเรี่ยวมีแรงขึ้นพอเดือนที่สองตามเวลาหมอนัดฉีดคีโมผมเบี้ยวเลย ผมไม่ไปเลย และไม่เคยไปหาหมอตั้งแต่ปลายเดือน ตุลาคม 2547 จนถึงบัดนี้ ไม่เคยไปเช็คอะไรเลย
           พอเดือนที่สาม วันที่ 16 มกราคม 2548 ผมเดินทางไปบรรยายที่ จ.มุกดาหารได้อย่างสบาย จากเดิมที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะตายอยู่แล้ว เลยเดินทางไปบรรยายและกินยาไปด้วยจนแข็งแรง
           ผมเห็นสัจธรรมเลยว่ามนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีกรามไว้กินพืชผักสมุนไพร ไม่ใช่กินเนื้อเหมือนเสือเสือมันมีเขี้ยวเป็นสัตว์กินเนื้อ   
           อยากจะแนะนำอาหารสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง มีข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวสวย ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด เช่น ปลาช่อน ปลากะพง ปลาเก๋า ไก่บ้าน    เนื้อหมู ควรรับประทานเพียง 1 ใน 5 ส่วนของอาหารแต่ละมื้อ
           สำหรับผัก มีผักกาด คะน้า ตำลึง บัวบก หัวหอม กระเทียม ฟักทอง ผักบุ้ง เป็นต้น ไม่ควรรับประทานผักสด ควรทำให้สุกโดยผ่านความร้อนก่อน ถ้าเป็นผักสดต้องไร้สารพิษ ถ้าจะให้ดีต้องปลูกเองมั่นใจกว่า  
           ส่วน ผลไม้ มีชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิ้ล สาลี่ ลูกพลับ กล้วยปิ้ง กล้วยต้ม เผือกต้ม มันต้ม ถั่วต้ม ลูกเดือย ส่วนน้ำต้องสะอาด น้ำสุก น้ำผลไม้ น้ำเต้าหู้ งดน้ำเย็น น้ำแข็ง
           อาหารที่ควรงด ก็มีเนื้อวัว เนื้อควายอาหารทะเลทุกชนิด  ปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ดทุกชนิด ไข่ไก่ เป็ด ห่าน
หน่อไม้ ผักกระเฉด เห็ดฟางเห็ดนางฟ้า เห็ดหูหนู สะตอ ชะอม กระถิน ทุเรียน ขนุน ละมุด ลำไย ลิ้นจี่ แตงโม กล้วยหอม ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด หวานจัด ปลาร้า กะปิ ของหมักดองทุกชนิด ซอสปรุงรส ขนมหวานทุกชนิดที่มีกะทิ  และที่ทำจากยีสต์ น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารเสริมที่วางขายทั่วไป ซุปไก่สกัด น้ำเย็นจัด น้ำหวาน                                                                                                                    
          แล้วอากาศก็สำคัญพยายามสูดหายใจลึกๆออกซิเจนจะได้เข้าปอดเยอะๆจะได้ฟอกเลือดของเสียให้ออกมากับคาร์บอนไดออกไซด์ ทุกวันนี้เราหายใจสูดออกซิเจนเข้าไปน้อยไม่เพียงพอต่อการฟอกเลือดเพื่อขับสารพิษออกจากร่างกาย
            อารมณ์ก็เหมือนกันพยายามมองโลกในแง่ดี อารมณ์แจ่มใส จะทำให้ร่างกายหลั่งครอโรฟินด์สารแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายชุ่มชื่นสดใส นอกจากนั้นต้องออกกำลังกายด้วยให้เหงื่อออก เมื่อเหงื่อออกก็เป็นการขับสารพิษออกจากร่างกายด้วยระบบธรรมชาติ
            เวลาอาบน้ำให้ราดจากปลายเท้าก่อน เพราะมนุษย์เป็นสัตว์บก น้ำต้องถูกเท้าก่อนเพื่อปรับอุณหภูมิแล้วค่อยลาดเข่า ราดคอ ราดศรีษะราดจากล่างขึ้นบน แล้วอาบแดดทุกเช้าเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
        ผมขอฝากถึงผู้ป่วยทุกท่านว่า กรณีที่แพทย์แผนปัจจุบันทำได้ ขออย่าได้ละเว้นหรือมองข้ามเป็นอันขาด แต่ถ้าเป็นกรณีที่ท่านรู้แล้วว่าแพทย์แผนปัจจุบันทำไม่ได้ ก็เป็นสิทธิ์ของท่านที่จะเลือกว่าจะยอมให้หมอรักษาต่อไปหรือว่า จะปลีกตัวไปหา แพทย์ทางเลือกหรือธรรมชาติบำบัด”
           ต้องขอขอบคุณ อ.ชาญชัย บุญเฮ้า ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตที่เฉียดความตาย มาเล่ามาบอกกล่าวเป็นวิทยาทานให้กับอีกหลายชีวิตที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ได้รับทราบได้เรียนรู้ และหาทางป้องกันมะเร็งร้าย ไม่ให้มากล้ากรายคนที่เรารัก
           หากท่านผู้อ่านอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ อ.ชาญชัย บุญเฮ้า เพิ่มเติมได้ที่ สถาบันภาษา-สำนักพิมพ์ B.E.C. 188/92 ซอยสายใต้เก่า ถนนจรัญสนิทวงศ์     เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700   ติดต่อหมอเจนธัช ผู้รักษา อ.ชาญชัย ที่ ๐๘-๑๖๔๘-๒๙๖๑
--------------------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus