สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

รางจืด "ยอดสมุนไพรล้างพิษ"
                                                     รางจืด
                                             “ยอดสมุนไพรล้างพิษ”
                                                                       จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
                     ปัจจุบันนี้เรื่องของสารพิษมีอยู่รอบตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอากาศ น้ำและอาหารการกินที่เรากินเข้าไปยากที่จะรู้แหล่งที่มาของสารพิษเหล่านั้นเราจึงตกอยู่ในสภาพจำยอม หิวก็สั่งอาหารจานด่วน ไม่รู้ว่าสารพิษที่ตกค้างในพืชผักที่เรากินเข้าไปจำนวนเท่าไหร่ น้ำที่ดื่มเข้าไปถึงแม้จะระวังความปลอดภัยในยี่ห้อดังๆ แต่น้ำแข็งที่ผสมเข้าไปนำมาจากไหนน้อยคนที่จะฉุกคิด แล้วอากาศล่ะยิ่งอยู่ในเมืองหลวง วันๆเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ที่ปล่อยสารพิษให้เราสูบดมไม่รู้เท่าไหร่



                     ทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่ เห็นทุ่งนาเขียวขจี เห็นขุนเขาท้องฟ้า สัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์ และกินพืชผักที่ชาวบ้านปลูกเองบำรุงปุ๋ยด้วยขึ่วัวขี้ควายตามประสาเกษตรอินทรีย์ ทำให้อดอิจฉาคนในชนบทไม่ได้ เพราะอยู่อย่างนี้สุขภาพดีทั้งกายทั้งจิต ไม่ต้องไปวุ่นวายดิ้นรนในสังคมเมืองหลวง ถ้าเราขยันคงไม่อดตาย
                   ล่าสุดผมเดินทางไปเพชรบูรณ์เมืองแห่งขุนเขาแวะกินข้าวน้ำพริกปลาช่อนกับผักสด ฝีมือชาวบ้านโอ้โห้ อร่อยอย่าบอกใครเชียว..โดยเฉพาะผัก ..รสชาติหวานกรอบ  ชาวบ้านไปเด็ดสดๆจากต้นมาเพิ่มให้คิดดู ฮ่าๆ
                   เรื่องของสารพิษที่ร่างกายรับสะสมเข้ามาแทบทุกวันและก็สามารถชำระสารพิษออกไปได้ในระดับหนึ่งแต่เมื่อมีการสะสมมากขึ้นก็จะไปอยู่ตามเนื้อเยื่อมีผลทำให้ร่างกายเสื่อมและแก่เร็ว อีกทั้งยังกีดกันไม่ให้รับสารอาหารเข้าไปเลี้ยงร่างกายได้เต็มที่ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากความเหี่ยวแห้งของผิวหนังและเส้นผม
                   เราคงเห็นบ่อยบางคน กินปูกินกุ้งกินอาหารทะเล แล้วหายใจไม่ออก ตัวบวมหน้าบวม บางคนกินผักที่ฉีดสารเคมีที่ล้างออกไม่หมด  กินเห็ดที่มีพิษ กินปลาปักเป้า กิน แมงดาทะเล กินแล้วหมดเรี่ยวหมดแรงหายใจไม่ออก หรือแม้กระทั่งอาบน้ำในคูคลองที่มีพิษสารเคมี เป็นผื่นคันขึ้นตามตัว เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ ตามตำราแพทย์แผนไทยท่านแนะนำให้ใช้สมุนไพรรางจืดดอกสีม่วงใช้ได้ทุกส่วนมาต้มกิน จะสามารถบำบัดอาการที่ได้รับพิษได้ผลดี



                 “ หมาที่บ้านผมถูกยาเบื่อ ผมใช้ใบและเถารางจืดฝนกับน้ำซาวข้าวกรอกปาก ไม่นานหรอกครับ ไม่ถึง ๓๐ นาทีลุกวิ่งได้เลย ขนาดน้ำลายฟูมปาก ขากรรไกรแข็งแล้ว คนก็เหมือนกันผมเห็นมาแล้ว” นี่เป็นคำยืนยันของชาวบ้านที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกัน   รางจืดมีเรียกชื่อกันหลายชื่อ บางแห่งเรียก กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, รางเอ็น, หนามแน่, ดุเหว่า, น้ำนอง, แอดแอ, ย่ำแย้ เป็นต้น
                  การนำรางจืดมาปรุงเป็นยา จะเลือกใช้ส่วนที่เป็นใบ ราก เถา (สรรพคุณที่ดีที่สุดของรางจืดจะอยู่ที่ราก) ถ้าใช้ใบหรือเถาให้
เลือกใบรางจืดที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป โขลกให้แหลกผสมน้ำซาวข้าว (น้ำซาวข้าว เป็นน้ำกระสายยาเพื่อให้ฤทธิ์ยาแล่นเข้าสู่กระแส
เลือดได้เร็ว)  คั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือนำมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้ง  แล้วชงกับน้ำร้อนดื่ม  หากเป็นส่วนราก  (อายุ ๒ ปีขึ้นไป) ให้นำมา
โขลก/ฝน ผสมน้ำซาวข้าวดื่ม หรือนำมาหั่นฝอยผึ่งลมให้แห้ง บดเป็นผง ทำเป็นเม็ดหรือบรรจุแคปซูล รับประทานครั้งละประมาณ
๕ กรัม การกินรางจืดทุกวันสามารถล้างพิษในเลือดและสารพิษที่ตกค้างในร่างกายออกได้เป็นการป้องกันการเกิดมะเร็ง สุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะผู้เป็นโรคเบาหวานน้ำตาลในเลือดจะไม่ขึ้น
             คุณเลี่ยม  แสงยิ่ง ปราชญ์พื้นบ้าน จังหวัดสระแก้ว ( ๐๘-๕๔๔๕๖๑๐๒)  เล่าให้ผมฟังว่าที่บ้านปลูกรางจืดเยอะ จะชงดื่มเลี้ยงพวกขี้เมาติดยาเสพติด พวกนี้ไม่รู้ว่าเป็นชาอะไรหรอก รู้แต่ว่าเป็นชาฟรี กินฟรี แวะเวียนมาบ่อย ผลพลอยได้คือหลังจากกินแล้วพวกนี้จะค่อยๆเลิกเหล้าและยาเสพติด เพราะถ้าได้กินรางจืดแล้วไม่รู้เป็นอย่างไรมันจะไม่อยากกินเหล้าและเสพยาเสพติดอีกเลย แถมมาบ่อยเป็นเวรยามในหมู่บ้านอีกด้วย ฮ่าๆๆ
  

blog comments powered by Disqus