สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

คางคกรักษาเอดส์ได้จริงหรือ?
                                                  คางคก
                                     “รักษาเอดส์ได้จริงหรือ ?”

                                              จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

                คางคก เป็นสัตว์ที่รู้กันโดยทั่วไปว่า มีพิษ ที่ผิวหนังเป็นปุ่มตะปุ่มตะป่ำตลอดทั้งตัว โดยมีต่อมพิษอยู่ที่เหนือตา เรียกว่า ต่อมพาโรติค เป็นที่เก็บและขับพิษออกมา เรียกว่า ยางคางคก มีลักษณะเป็นเมือกสีขาวคล้ายน้ำนม โดยส่วนประกอบของสารพิษ คือ สารบูโทท็อกซิน มีผลต่อการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจบีบตัว และในส่วนอื่น ๆ ของคางคกยังมีพิษอีกทั้งผิวหนัง, เลือด, เครื่องใน และไข่ หากนำไปกินแล้วกรรมวิธีการปรุงไม่ดี จะทำให้ ผู้กินได้รับพิษได้ ทั้งนี้ผู้รับประทานเนื้อคางคกที่มีพิษจะมีอาการแขนขาอ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย หายใจหอบ เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ และหากยางคางคกถูกตาจะทำให้เยื่อบุตาและแก้วตาอักเสบได้ ตาพร่ามัว จนถึงขั้นตาบอดได้
           คางคก แบ่งออกเป็น ๓๗ สกุล พบประมาณ  ๕๐๐ ชนิด พบกระจายพันธุ์ไปทั่วโลก ยกเว้นทวีปออสเตรเลียและทวีปแอนตาร์กติกในประเทศไทยพบได้หลายชนิด อาทิ จงโคร่ง (Phrynoidis aspera), คางคกบ้าน (Duttaphrynus melanostictus), คางคกห้วยไทย (Ansoia siamensis), คางคกไฟ (Ingerophrynus parvus) เป็นต้น
          ในชีวิตผมได้กินคางคกผัดเผ็ดครั้งแรกที่ร้านอาหารหน้าสนามกีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กทม. กว่าจะรู้ว่าเป็นคางคกผัดเผ็ดก็หูร้อนไปแล้ว จำได้วันนั้นไปกินอาหารปักษ์ใต้ขาประจำแต่เผอิญร้านปิด ก็เดินเรื่อยๆมาอีกร้านเห็นมีถาดข้าวแกงหลายชนิดเรียงเป็นแถว จึงใช้ระบบชี้นิ้ว
     “ขอถาดที่สอง ๑  ถ้วย”  สั่งเสร็จเดินไปนั่งรอที่โต๊ะ แม่ค้าจัดให้ตามคำขอ  แหม่..รสชาติ  อร่อยมาก เผ็ดร้อนดุเดือด  สักพักร้อนถึงใบหู และร้อนซ่าส์ทั้งตัว ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ลุงพ่อครัวสามีเจ้าของร้าน เอ่ยถามขึ้นมาว่า
     “เป็นไงครับ..นานๆผมจึงจะทำสักครั้ง หายาก ต้องใช้เครื่องเทศเยอะมาก”
    “ ผัดอะไรลุง”  ผมถามด้วยความข้องใจ เพราะอร่อยสุดๆ นี่ถ้ามีเบียร์เย็นๆคงสุดยอด
   “ อุทัยเทวีครับ ...ขาประจำถ้าผ่านมาเขาจะถามว่า มีอย่างว่าไหม เป็นอันรู้กัน” ลุงตอบพร้อมเข้าไปในครัวยกขวดโหลมาโชว์
   “ นี่ไง..เครื่องเทศ ๑๒  ชนิด”
  “ แล้วผัดอะไรลุง อุทัยเทวี ไม่เข้าใจ”  ผมถามต่อ
 “ ก็คางคกไง”  ผมหยุดกึก นิ่ง ตัวแข็งค้าง แล้วถามย้ำลุงอีกครั้ง ลุงก็ยังบอกว่าผัดเผ็ดคางคก ซึ่งหากินยาก
“ ลุงทำสะอาด เอาเส้นเมาออก ถลกหนังที่มีพิษออก ลุงทำมานานแล้ว สมัยก่อนอยู่อยุธยา คนอยุธยากินเป็นกันทุกคน รักษาโรคผิวหนังทุกชนิดกินแล้วกระชุ่มกระชวย เลือดลมเดินดี บางที่เขาเลือกคางคกแก่ ๆ มาผัดเผ็ดให้ผู้หญิงรับประทานเพื่อแก้ระดูขาว    ลุงยังสำทับอีกว่าถ้าใครเป็นโรคผิวหนังต้องกินบำรุงเลือดด้วย รหัสลับธรรมชาติบอกแล้วว่า คางคกผิวหนังขรุขระรักษาโรคผิวหนังวันนั้นผมกินแค่ครึ่งถ้วยเอง เผื่อมีปัญหา จะได้เยียวยาทัน  ฮ่าๆๆๆ
 ผมลุงชาญ พิมพ์สว่าง มือผัดคางคกจากอยุธยาครับอยู่หน้าประตู ๒ สังเกตหนวดผมสิครับ
มีคนเดียว หาง่ายจะตาย ผมจะยังไม่โกนหนวดจนกว่าคุณจะมากิน ฮ่าๆๆ

 เครื่องเทศสิบกว่าอย่าง

                                            หาข้อมูลคางคกไม่หยุด
              ผมเริ่มสนใจเจ้าตัวคางคกพยายามเสาะแสวหาข้อมูลมาตลอด จนกระทั่งลุงอิทธิพล  ปิ่นเจริญ บ้านเสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทราได้เล่าให้ผมฟังว่า
       “การลอกหนังคางคก ต้องสวมถุงมือพลาสติก แล้วลอกในน้ำ อย่าให้เนื้อคางคกถูกผิวหนังคางคกหรือไส้คางคกเพราะจะติดเชื้อพิษเข้าไปส่วนใหญ่จะตัดคอคางคกออกแบบกบ คางคกมีตุ่มแดงและคางคกเหลืองห้ามกินเด็ดขาด คางคกขาวเอาได้” ลุงอิทธิพลพรั่งพรูข้อมูลให้ผมฟังทางโทรศัพท์ ผมมองดูนาฬิกาประมาณสี่ทุ่ม ถ้าไม่ได้บอกคุณจำรัส ลุงบอกนอนไม่หลับ จะได้แนะนำคนต่อ จะเห็นว่าชาวบ้านกินคางคกหรืออุทัยเทวีมานาน แต่ต้องทำ คนไม่มีความรู้ กินสุ่มสี่สุ่มแปด ตายได้ง่ายๆ
   “ นี่คุณจำรัส  ถ้าปิดตาคนแล้วเอาคางคกกับกบให้คนดมจะรู้ได้ทันทีเลย คือกบจะมีกลิ่นคาว คางคกจะไม่มีกลิ่นคาวเวลาถลกหนังแล้วตัวจะขาวมาก สมัยก่อนคนอิสลามเขาไม่กล้ากิน พอเรากินได้ประมาณ ๑ ชั่วโมง ไม่ตายเขาจึงกิน”   ลุงเล่าประสบการณ์ให้ฟัง อยากรู้เรื่องมากกว่านี้โทรถามลุงได้ ๐๘-๒๒๑๙-๖๖๘๐  แต่ถามเรื่องรักษาเอดส์ลุงไม่รู้ รู้แต่เพียงรักษาโรคผิวหนัง ฮ่าๆๆ
    คุณมรกต  เชษฐสิงห์ จากบ้านเนินงิ้ว ต.สากเหล็ก  อ.สากเหล็ก จ.พิษณุโลก ก็เล่าให้ฟังว่ามีพระรักษาโรคเอดส์ด้วยการนำคางคกที่ถูกรถทับตายมาย่างไฟให้หอม ตำให้ละเอียดผสมพริกไทยดำป่นบรรจุแค็ปซูลกิน  ถ้าผู้ป่วยเป็นเลือดกรุ๊ปโอรักษาได้ ถ้ากรุ๊ปอื่นจะเป็นแผลตามลำตัวอย่างไรก็ตามนี่เป็นเรื่องเล่าให้ฟัง อย่านำไปปฏิบัติอาจเกิดอันตรายได้
   อีกรายคุณประมวล  กล่ำทับ บ้านทุ่งเศรษฐี ต.ป่าเศร้า  อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เล่าให้ฟังว่า ที่บ้านมีคนเป็นโรคนี้ หมอไม่รับแล้วอาการหนักผิวดำพุพองทั้งตัวไปไหนไม่ไหวแล้ว ญาติพี่น้องบอกหมดหนทาง เลยเอาคางคกควักไส้ออกหมด เอากระเทียม พริกไทยัดไส้ตากแดดให้แห้งแล้วเอาไปบดผสมนำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนกิน ถ้าเป็นคางคกท้องแก่ห้ามกินเพราะอาจจะติดไข่ผสมมาด้วยอันตรายและมีพิษ   และล่าสุดอีกรายเป็นผู้หญิงติดเชื้อจากสามี หมดหนทางรักษา นำคางคกขว้างใส่น้ำเดือดๆ แล้วกินน้ำที่ต้มขณะร้อนๆทุกวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ผิวขาวสวย เจ้าตัวไม่กล้าเปิดเผยตัวกลัวสังคมรังเกียจ
      ข่าวคราวเรื่องคางคกรักษาเอดส์ที่ผ่านมามีทั้งรอดและตายฉะนั้นจะรักษาต้องมั่นใจและเชื่อถือได้ ผมขอนำข้อมูลมาเก่าๆมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกท่านอีกครั้ง
        ช่วงต้นปี ๒๕๔๓ ก็มีข่าวคุณยายสูงอายุคนหนึ่งนำคางคกมาผัดเผ็ดเป็นอาหารเย็นกินแล้วเสียชีวิต หนังสือพิมพ์ให้       ความเห็นว่าผู้ตายเอา “เส้นเมา” หรือเส้นพิษออกไม่หมด เมื่อนำไปทำอาหารจึงยังมีพิษอยู่ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่มีปัญหาการได้รับพิษจากการนำคางคกมา ทำอาหาร ในต่างประเทศก็มีการบันทึกไว้เช่นกัน เช่นฟิลิปปินส์  ฟิจิ และฮาวาย เป็นต้น
         สาวใหญ่ติดเอดส์จากสามี อ้างหายขาดแล้ว หลังกินน้ำต้มคางคกและยาสมุนไพรพื้นบ้านนาน  ๑๐ ปี ตรวจเลือดไม่พบเชื้อเอชไอวีแล้ว สสจ.อำนาจเจริญชี้อาจเป็นเพราะผู้ป่วยมีภูมิต้านทานดีจึงหายจากโรคร้าย กรณีที่เกิดขึ้นยังถือว่าพิสูจน์ไม่ได้ ผอ.รพ.ขอนแก่น เตือนอย่าแห่ตาม อันตรายถึงชีวิต
        รายงานข่าวจาก จ.อำนาจเจริญ แจ้งว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกันในวงกว้างว่า ที่ ต.หนองไฮ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ มีผู้ที่หายจากการเป็นโรคเอดส์เพราะการดื่มน้ำต้มคางคก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองไฮ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ พบนายเอก (นามสมมติ) อายุ  ๖๔ ปี ซึ่งเป็นบิดาของ นางสุ (นามสมติ) อายุ ๓๖ ปี จึงขอรายละเอียดเกี่ยวกับการดื่มน้ำซุปคางคก จนทำให้หายจากโรคเอดส์
     นางสุ เปิดเผยถึงความเป็นมาในเรื่องนี้ว่า ติดเชื้อเอดส์จากสามี ซึ่งเสียชีวิตไปเพราะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตนต้องทนทรมานกับโรคร้าย โดยมีนายเอก บิดา คอยหายาให้รับประทาน แต่เนื่องจากบิดาเป็นหมอพื้นบ้าน จึงมีความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพร และแนะนำให้ตนต้มคางคกดื่มเฉพาะน้ำ ควบคู่ไปกับยาสมุนไพรที่เก็บมาจากป่าภูโพนทอง ใกล้หมู่บ้าน ประกอบด้วยรากไม้  ๓-๔ ขนาน ซึ่งในการดื่มยาทั้งสองสูตรต้องดื่มขณะร้อน และได้ทำเช่นนี้เรื่อยมานานกว่า  ๑๐ ปี ทำให้อาการทุเลาและหายในที่สุด ทั้งนี้ คนโบราณเคยเล่าว่า คางคกสามารถแก้พิษโรคร้ายได้
      "ครั้งแรกไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ หมอบอกผลเลือดเป็นบวก ก็ตกใจ ยิ่งมารู้ว่าสามีเสียชีวิตด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องยิ่งกลัวตายมาก จึงหาวิธีแก้โรคร้าย โดยวิธีต้มคางคกเพื่อดื่มน้ำ ทั้งนี้ ต้องเลือกคางคกอายุไม่เกิน ๒ ปี ตัวพอเหมาะสองถึงสามตัว ต่อน้ำห้าถ้วย ต้มน้ำให้เดือดใส่คางคกเป็นๆ ลงไปในหม้อ ต้มนานประมาณ ๑ ชั่วโมง จนเปื่อยยกลงใช้ถ้วยตักกินเฉพาะน้ำ ต้องกินขณะร้อนจึงจะได้ผล ล่าสุดไปตรวจที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ หมอยืนยันว่าไม่มีเชื้อเอดส์แล้ว สร้างความรู้สึกดีใจมาก" นางสุ กล่าว
         นายเอก บิดา กล่าวว่า น้ำที่ได้จากคางคกเป็นยารักษาเอดส์ได้ เพราะบุตรสาวของตนดื่มและได้ผลมาแล้ว ที่ผ่านมาชาวบ้านแถวนี้จะมาขอซื้อยาสมุนไพรจากตนไปต้มกินเป็นประจำ บางคนใช้ควบคู่กับยาที่ตนปรุงขึ้น ส่วนยาสมุนไพรแก้เอดส์ เป็นความเชื่อตกทอดจากบรรพบุรุษ ซึ่งขึ้นไปหาจากป่าภูโพนทองในเขต อ.เสนางคนิคม แต่ปัจจุบันเริ่มลดน้อยลงแล้ว ทุกวันนี้มีคนจากต่างจังหวัดเดินทางมาซื้อยาจากตนกินจำนวนมาก เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ตนเองก็ทำขายเพื่อเลี้ยงชีพเท่านั้น รู้สึกดีใจที่บุตรสาวหาย อยากให้คนป่วยรายอื่นๆ หายด้วย
           ในตำรับยาจีนแผนโบราณมีการนำเมือกหรือหนังคางคกที่มีพิษมาทำเป็นยา เรียกว่า “venenum bufonis“ โดยใช้คางคกพันธุ์ Bufo bufo gargarizans Gantor หรือพันธุ์           Bufo melanostictus  ลักษณะเนื้อยาเป็นก้อนสีดำเหลือบม่วง venenum bufonis สามารถใช้เป็นตำรับยาเดี่ยวและเข้าสูตรตำรับร่วมกับเครื่องยาอื่นได้ มีข้อบ่งใช้รักษา โรคได้กว้างขวาง ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก  สรรพคุณใช้รับประทานเป็นยาขับพิษ รักษาแผลฝีหนองชนิดต่าง ๆ บรรเทาอาการปวดโดยเฉพาะปวดฟัน บำรุงหัวใจ ใช้ทดแทนยากลุ่ม ดิจิทาลิสเพื่อรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว(CHF)  นอกจากนี้ยังใช้รักษามะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) มะเร็งปอดและตับ เนื้องอกต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้  ภายนอกเป็นยาชา บรรเทาอาการปวดได้อีกด้วย
                                             



 
 
                                                  ตะลุยถึงแม่สอด หาสูตรเด็ด
                 อำเภอแม่สอด เป็นอำเภอหนึ่งทางตอนกลางของจังหวัดตาก  ตัวอำเภออยู่ในที่ราบอยู่ระหว่างเทือกเขาถนนธงชัยซึ่งเป็นทิวเขาในฝั่งประเทศไทย และอีกส่วนหนึ่งเป็นทิวเขาอยู่ในฝั่งประเทศพม่า อำเภอแม่สอดมีพื้นที่ประมาณ  ๑,๙๘๖ ตารางกิโลเมตร คนที่อาศัยอยู่มีทั้งชาวเขาและคนที่อพยพจากอำเภอเมืองตากเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่ รวมทั้งชาวพม่าที่มีภรรยาและบุตรเป็นคนไทย อำเภอแม่สอดอยู่ห่างจากอำเภอเมืองตาก ๘๖ กิโลเมตร
                ถ้าพูดถึง ประวัติศาสตร์อำเภอแม่สอดเป็นอำเภอที่มีพระมหากษัตริย์ในอดีตได้เสด็จมาชุมนุมกองทัพที่เมืองนี้แล้วถึง  ๓ พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงชนช้างกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกอบอิสรภาพ ณ เมืองแครงและยกทับกลับราชอาณาจักรไทยโดยผ่านดินแดนเมืองตากเป็นแห่งแรก และสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เคยได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองตากและเป็นผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทยจากพม่าครั้งที่  ๒
              การเดินทางมาอำเภอแม่สอดของผมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ ๕ จุดมุ่งหมายแต่ละครั้งแตกต่างกัน ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มาเพื่อทำข่าวการท่องเที่ยว “น้ำตกฑีลอซู” ซึ่งต้องผ่านแม่สอด และก็มาผลิตรายการวิทยุเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ละครั้งมากันหลายคนแต่ครั้งนี้ฉายเดี่ยวบุกตะลุยเพื่อค้นหาความจริงว่าคางคกรักษาโรคเอดส์ได้จริงหรือ
             รถลัดเลาะตามไหล่เขาขึ้น-ลงตามสภาพขุนเขา พบเห็นรถสิบล้อพ่วงวิ่งคลานแบบช้าๆด้วยบรรทุกสินค้าเต็มรถและการขึ้น-ลงเขาที่ค่อนข้างชัน บางคันก็จอดหนุนล้อ บางคันหนักหน่อยไม่รู้เบรกแตกหรือขับหลบหรือหลับใน สภาพหัวรถบรรทุกวิ่งเข้าชนหน้าผาพังยับเยินบางช่วงยังมีร่องรอยดินบนเขาถล่มลงมามีทั้งดินทั้งก้อนหินระเกะระกะ มีป้ายเขียนบอกให้ผู้สัญจรไปมาระมัดระวัง วันที่ผมเดินทางมีฝนโปรยปรายลงมาเป็นบางช่วง ขับช้าๆมองวิวทิวทัศน์บางจุดริมหน้าผามองเห็นสายหมอกเสียดแทงยอดเขา อยากจอดรถบันทึกภาพก็ทำไม่ได้ อยากขับมือเดียวและมืออีกข้างใช้กล้องมือถือถ่ายเหมือนเคยทำก็ทำไม่ได้ เพราะเดี่ยวก็เข้าโค้ง ต้องสาวพวงมาลัยสาวซ้าย-สาวขวา สนุกดีเหมือนกัน   ได้จอดรถลงยืดเส้นยืดสายระหว่างทางก็ที่ตลาดมูเซอ มีของชนเผ่าหลากหลายชนิดทั้งเสื้อผ้าและสินค้าเกษตร รวมไปถึงอาหารการกินของฝากของที่ระลึก ก่อนถึงตัวเมืองแม่สอดแวะเติมน้ำมัน ผมบอกเด็กปั๊มว่าเติมน้ำมันเต็มถัง
     “ น้ำมันเต็งถัง”  เสียงเด็กปั๊มพูดทวนเพื่อความมั่นใจ ทำให้ผมรู้เลยว่า เจอพม่าแล้ว ฮ่าๆๆ 
        จุดหมายปลายทางผมคือที่บ้านคุณสมใจ  บุญอยู่คร ซอยร่วมใจ หลังธนาคารกรุงศรีอยุธยา อ.แม่สอด ซึ่งเป็นแฟนรายการวิทยุผมมา ๘-๙ ปี
    “ ถึงใหนแล้วค่ะคุณจำรัส” เสียงคุณสมใจถามมาทางโทรศัพท์
      “ใกล้ถึงแล้วครับ”  ผมตอบ
     “ ฉันยืนรอหน้าบ้านนะ ให้คุณจำรัสเลี้ยวขวามาจอดที่ลานหน้าบ้านเลย” คุณสมใจแนะนำ
        พอผมไปถึงคุณสมใจและสามีคุณปัญญา วิ่งมารอรับผม เดินมานั่งที่โต๊ะบริเวณลานดินภายในบ้านที่มุงด้วยสังกะสีถัดเข้าไปข้างในสุดก็เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงประมาณครึ่งเมตรเป็นบ้านพัก   ลานหน้าบ้านจึงจัดเป็นลานเอนกประสงค์ ที่โต๊ะมีคุณมนัส  ทวี นักข่าวหนังสือพิมพ์แผ่นดินแม่เพื่อนบ้านใกล้กันมานั่งอยู่ด้วย คุณมนัสปล่อยหนวดดูเหี้ยมๆแต่พูดคุยแล้วท่าทางใจดี มอบหนังสือพิมพ์ให้ผมฉบับหนึ่ง

 คุณมนัส  ทวี

         หลังพูดคุยกันสักพักคุณปัญญา บุญอยู่คร สามีคุณสมใจก็เล่าให้ผมฟังว่า พื้นเพเดิมอยู่จังหวัดนครปฐมเป็นทหารเก่าเคยรบอยู่เขาค้อภูหินร่องกล้า เมื่อปี ๒๕๑๖ หลังจากอำลาชีวิตทหารแล้วก็ค้าขายพืชไร่ที่จังหวัดพิจิตรจนพบเนื้อคู่
       “ หลังแต่งงานแล้วหลวงปู่โง่นวัดพระพุทธบาทเขารวกจังหวัดพิจิตรท่านแนะนำให้ทำมาค้าขายเกี่ยวกับน้ำแล้วให้เดินทางไปทิศเหนือด้านตะวันตก ผมก็เดินทางมาอำเภอแม่สอด มาอยู่ที่นี่ก็มาพึงใบบุญหลวงพ่อพระมหาวิบูลย์ พุทธญาโน วัดโพธิคุณ” คุณปัญญาเล่าภูมิหลังให้ฟัง
      “ โอ้ วัดโพธิคุณผมรู้จักเคยไป ที่คุณศมประสงค์ ที่ท่านจบปริญญาโทศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยศิลปากรสร้างอุโบสถให้โดยไม่เอาค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ออกแบบอุโบสถเองสร้างเอง ที่ผ่านมามีแต่คนกำหนดรูปแบบให้สร้าง แต่เห็นว่าวัดนี้สร้างตามใจตัวเองโดยไม่คิดค่าแรง” ยังไม่ทันพูดต่อคุณปัญญาก็เล่าให้ฟังว่า เรื่องเงินทุนนั้นเป็นของหลวงพ่อส่วนการออกแบบก่อสร้างคุณศมประสงค์ดำเนินการ

 คุณประพัฒน์

        ระหว่างพูดคุยอยู่นั้นคุณประพัฒน์ วงศ์คำหาญ  จากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยแม่สอด รู้ข่าวว่าผมมาที่นี่ ก็หิ้วกล้องตามมาถ่ายรูป เพราะปกติคุณสมใจ คุณปัญญา เจ้าของบ้านนี้ก็รู้จักคุ้นเคยกันดี ผมเลยได้ช่างภาพมาช่วยถ่ายรูป  คุณสมใจและคุณปัญญา เริ่มขนอุปกรณ์การปรุงยามาสาธิตให้ผมดูเพื่อเป็นการยืนยันว่าสามารถทำได้ พร้อมกับเล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์ผู้ป่วย
   “ มีหลายรายมากที่มาให้ผมปรุงยาให้ ผมก็จัดการให้ ผมไม่เคยถามชื่อเสียงเรียงนามที่อยู่เขาเลยกลัวเขาอาย พอหายแล้วก็เงียบไป บางรายก็ให้ญาติพี่น้องมาเอายาไป”  ด้านคุณสมใจ ภรรยาก็พูดเสริมเพิ่มเติมให้ฟังว่า
  “ มีเจ้าของรถทัวร์ติดเชื้อ ก็ปรุงยาให้กิน ก็ปกติจนเดี่ยวนี้ ร่างกายแข็งแรง”
       ผมได้ฟังอย่างนี้ก็ชื่นใจหายเหนื่อยคุ้มค่ากับการเดินทางไกลมาถึงที่นี่ ผมถามคุณปัญญาว่าเคยมีอาการหนักๆบ้างไหม คุณปัญญาและคุณสมใจตอบพร้อมๆกันว่ามี
      “ ขนาดหมดเรี่ยวหมดแรงต้องหอบหิ้วหามกันมา ให้กินยาเข้าไป เริ่มกินใหม่ๆจะระบายท้อง ขับสารพิษ แปลกนะคุณจำรัส คนที่เป็นเอดส์ใกล้ตายขี้จะขาวเหมือนขี้นกกระยาง กินยานี้แล้วหาย”
     “ กินยังไงครับ” ผมถาม
   “ กิน ๑  เม็ด เท่าเม็ดพุทราก่อนอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็นหรือก่อนนอนก็ได้”



  “ แล้วคุณปัญญาได้สูตรตำรับยานี้มาจากไหนครับ”  ผมถามต่อด้วยความอยากรู้พร้อมเตรียมปากกาจดบันทึก
  “ คืออย่างนี้คุณจำรัส ช่วงนั้นผมขับรถให้หลวงพ่อไปเจิมรถให้กับเจ้าของฟาร์มเห็ดบัวแก้วที่บางบัวทอง ซื่อคุณสมจิตหรือยังไงผมจำไม่ได้แล้ว ท่านมอบตำรานี้ให้กับหลวงพ่อเผื่อช่วยชีวิตคน หลวงพ่อท่านไม่ทำ เพราะต้องฆ่าคางคกเป็นบาป  ท่านบอกจะมอบให้ลูกศิษย์ทำ ท่านก็มอบให้ผม คุณจำรัส ดูซิ นี่ตำรับยาลายมือหลวงพ่อเอง” คุณปัญญายื่นตำรายาให้ผมดูอย่างไม่ปิดบัง

 ลายมือหลวงพ่อ

   “ โอ้โห้..ตัวยามีทั้งหมด ๑๑ อย่าง”
  “ คุณจำรัส ครับ วิธีการเก็บตัวยานี้ก็สำคัญนะครับ สมุนไพรบางตัวต้องเก็บรากตามทิศที่ตำรากำกับนะครับ และก็อัตราส่วนนี้ก็สำคัญ บางตัวออกฤทธิ์มาก ก็ต้องเอาอีกตัวมาแก้”
  “ ใช่ อย่างรากมะยมนี้ เท่าที่ผมทราบเป็นยาแรงมาก คนที่กินมากจะคลุ้มครั่ง แล้วเวลาเก็บยาก็ต้องเก็บทางทิศตะวันตกด้วย พร้อมขนาดจำนวนตามตำรากำหนด”  ผมพยักหน้าพร้อมสนับสนุนในสรรพคุณและอัตราส่วนในการใช้ยา
   “  ตอนปรุงยาครั้งแรกๆหลวงพ่อท่านจะฉันให้ดูก่อน ว่าฉันแล้วไม่ตาย ท่านจึงให้ผมทำได้ คนป่วยคนแรกคือคนจีนป่วยเป็นเอดส์แล้วก็มาบวชเป็นพระ หลวงพ่อเลยให้ผมทำให้กิน ก็อาการดีขึ้นหายเป็นปกติ ช่วงหลังมากินเหล้าก็เลยตายไป”   
  “ ส่วนใหญ่กินกี่ชุดครับ” ผมถาม
“ ไม่เกิน ๔ ชุดครับ ส่วนใหญ่ดี มีเศรษฐีทั้งผัวทั้งเมียดีขึ้นแล้วก็หายไปเลย ผมก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรมากนักหรอกครับ จะรู้ความคืบหน้าก็ตอนมาสั่งชุด ๒ ชุด ๓ นี่แหละครับว่าอาการดีขึ้นตามลำดับ นอกจากคนใกล้ๆละแวกนี้ที่เห็นหน้าค่าตากันจึงจะรู้ละเอียดแต่ก็เปิดเผยไม่ได้” คุณปัญญาก็เล่าประสบการณ์ผู้ป่วยให้ฟัง
           สำหรับวิธีทำคุณปัญญาบอกว่าให้เอาคางคกทั้งตัว ยิ่งตัวผู้ยิ่งดี คางคกต้องใช้ถึง ๓ ตัว ย่างไฟบนแผ่นสังกะสี ๓ ไฟ กลางคืนตกน้ำค้าง ๓ คืน ตากแดด ๓  แดด แล้วเอามาย่างจนกรอบ หลังจากนั้นนำคางคกมาบด ให้ละเอียดเนื้อจะฟูหอมมาก นำมาบดผสมกับตัวยาทั้ง ๑๑ ตัว ( ต้องขออภัยท่านผู้อ่านนะครับ ตัวยาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ที่อยากสงวนไว้ ให้คุณปัญญา ตามความประสงค์ของหลวงพ่อ ไม่ให้คนที่ไม่มีความชำนิชำนาญนำไปปรุงแล้วเกิดโทษต่อผู้ป่วยแทนที่จะช่วยให้หายจากโรคแต่อาจจะช่วยให้หายไปจากโลกนะครับ)


         เมื่อนำคางคกบดผสมกับตัวยาทั้งหมดแล้วก็ใช้น้ำมะกรูดเป็นตัวประสานทั้งน้ำทั้งเนื้อพอเหนียว เมื่อผสมกันได้ที่แล้ว เอาตัวยาที่ผสมแล้วไปตากน้ำค้างเพื่อล่อเชื้อราอีก ๑  คืน ( คงจะทำให้เกิดเชื้อรา เพื่อเข้าไปต่อสู้กับเชื้อร้ายในตัวเรา) แล้วกินครั้งละเท่าผลพุทรา ๓ เวลา ก่อนอาหารนับตั้งแต่กินยานี้ต้องถือศีล ๕ นั่งภาวนาแผ่เมตตาให้คางคก หายแล้วให้ถือศีล ๕ ตลอดไป
      ตำรับนี้คุณปัญญายังบอกอีกว่า สามารถรักษาสตรีผมแห้งแรงน้อยคลอดบุตรแล้วน้ำคาวปลาเป็นพิษหรือที่เรียกกันว่าโรคเกี่ยวกับสตรีและโรคผิวหนังพุพองไม่หาย ส่วนใครที่เป็นโรคร้าย “เอดส์” หากท่านหมดหน..ทางหมดทางเลือก-ทางเลือกสุดท้าย ให้ญาติติดต่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมที่คุณปัญญา บุญอยู่คร หรือคุณสมใจ  บุญอยู่คร ( โทรศัพท์เบอร์เมียถือ ๐๘-๔๕๙๘-๐๐๒๙ ที่บ้าน ๐๕๕-๕๓๓-๗๐๙ ) ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ
                                  สำหรับการเดินทางของผมถ้าพบเห็นสิ่งดีๆข้อมูลดีๆ ข้อมูลใหม่จะรายงานเพิ่มเติมครับ
 
                                                            โรคเอดส์
                          โรคเอดส์ในตำราแพทย์แผนไทยบอกว่า คือโรคจากเม็ดเลือดขาวไม่มีกำลังต่อต้านโรค ทำให้ต่อมน้ำเหลืองทั่วตัวอักเสบ ส่งผลให้ร่างกายพุ แตก เป็นหัวดาว หัวเดือนเป็นฝีในลักษณะต่างๆโดยเฉพาะมักเป็นที่ รักแร้ ขาหนีบ ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองใหญ่ถ้าต่อมนี้แตกน้ำเหลืองจะไหลเฟอะหยดย้อยมีกลิ่นเหม็น
                                                            ------------------------------------------------------------
                         ข้อมูลเพิ่มเติม จากคุณหมอคำปัน กิ้งเงิน หมอพื้นบ้านลำปาง ถ้าขังคางคกไว้ในบ่อตื้นๆ ถ้าคางคกกระโดดขึ้นได้ก็จะกระโดด แต่ถ้ากระโดดไม่ได้ เขาก็จะรวมทีมกันแบบกายกรรมกวางเจา ตัวร่างทำเป็นฐานแล้วตัวอื่นก็จะกระโดดต่อหลังให้สูงขึ้น ตัวบนจะรอดออกมาได้ ส่วนตัวที่อยู่ด้านล่างยอมเสียสละ
   
  
 
 
  
     

 
               
 
  
   
   
 
 
  

  

blog comments powered by Disqus