สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ปีกแมลงสาบ
ตามหาสมุนไพรปีกแมลงสาบ
 
แก้ตกขาว หนองใน ไอเป็นเลือดและถอนพิษ ที่สุพรรณบุรี




                                       สมุนไพรปีกแมลงสาบ
                         
   “ถอนพิษ แก้ตกขาว หนองใน ไอเป็นเลือด”
                                                                                            จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
           “ พี่เมียผมเท้าเหยียบตะปู ผมก็ใช้ใบสมุนไพรปีกแมลงสาบตำผสมเหล้าขาวคั้นน้ำกิน ส่วนกากใช้พอกแผลไม่กี่วันก็หาย
พวกผึ้ง ต่อ แตน แมลงภู่ก็หาย สัตว์มีพิษต่อยได้ผลหมดเลย ถ้าเป็นงูเห่าให้ใช้สมุนไพรเสลดพังพอนตัวเมียผสมเข้าไปอีกได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้แต่หมาที่บ้านถูกยาเบื่อผมเอาสมุนไพรปีกแมลงสาบผสมกับใบรางจืดและใบตำลึงอัตราส่วนเท่ากันตำผสมกับน้ำแล้วเติมเกลือน้ำตาลนิดหน่อยให้หมากินแผล็บเดียวจะอ๊วกออกมาหมด รอดจนเดี๋ยวนี้”
              คำพูดของคุณประเสริฐ สายสุริยะ จากบ้านสวนแตง สุพรรณบุรีที่ดังมาทางโทรศัพท์ บอกเล่าถึงสรรพคุณของสมุนไพรปีกแมลงสาบทำให้ผมต้องดั้นด้นมาหาลุงประเสริฐถึงบ้าน
            ลุงประเสริฐวัยหกสิบกว่าปี รอรับผมหน้าบ้านด้วยรอยยิ้ม พาผมเดินไปรอบๆบ้านพักชั้นเดียวรายล้อมด้วยพืชผักสวนครัว มะละกอกล้วยมะม่วง มะพร้าว พริก แมงลัก โหระพา ผสมผสานกับพืชสมุนไพร ขมิ้นชัน กระชายบ้าน กระชายดำ กระเจี๊ยบ หลังบ้านก็ขุดเป็นท้องร่องปลูกไฝ่หวานไว้บนเนินดินทั้งกินทั้งขายตามรอยบาทพระเจ้าอยู่หัวเศรษฐกิจพอเพียง
          “ทุกวันนี้ลุงอยู่กับใคร” ผมสอบถามด้วยความเป็นห่วง
         “ อ๋อ..อยู่กับลูกสาวและหลานคนหนึ่ง” ไม่ทันขาดคำหลานสาววัย ๑๓-๑๔ ปีเดินออกมาพร้อมน้ำดื่มยื่นให้ผมดื่ม
         ลุงประเสริฐได้เล่าพื้นเพความหลังให้ฟังว่า บรรพบุรุษเป็นชาวจีนโพ้นทะเลเดินทางรอนแรมมาทางเรืออาศัยอยู่ชลบุรี เตี่ยเป็นหมอทำให้ลุงได้ซึมซับรับความรู้ด้านสมุนสมุนไพรมาโดยตลอด ทุกวันนี้จึงปลูกสมุนไพรไว้รอบบ้านเวลาจำเป็นจะได้หยิบฉวยมาใช้ และช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้
        “นี่ไงครับต้นปีกแมลงสาบ” ลุงประเสริฐชี้ให้ผมดู  ไม่รอช้าผมรีบบันทึกภาพทันที ลักษณะของปีกแมลงสาบ ลำต้นทอดราบไปตามพื้นและชูส่วนปลายกิ่งสูง ๑๐-๓๐ ซม. ลำต้นอวบสีเขียวหรือเขียวประม่วงจนถึงม่วงลายเขียว มีข้อและปล้องชัด ใบเดี่ยว เรียงสลับ ปลายแยกเป็นกลีบรูปไข่ ๓ กลีบ
        ปีกแมลงสาบหรือบางคนอาจจะเรียกก้ามปูหลุด ทั้งต้นรสชุ่ม เย็นจัด มีพิษใช้แก้อาเจียนเป็นเลือด หนองใน ตกขาว บิด ฝีอักเสบ ก้านและใบมีสาร Calcium oxalate, Gum วิธีใช้เก็บทั้งต้นสด หรือตากแห้ง ถ้าสดหนัก ๖๐-๙๐ กรัม ถ้าแห้งหนัก ๑๕-๓๐ กรัม ต้มกับน้ำดื่มหรือคั้นน้ำดื่มหรือตำผสมกับเหล้าขาวก็ได้ออกฤทธิ์เร็ว โดยเฉพาะถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย กรณีไอเป็นเลือดให้ต้มร่วมกับปอดหมูหนัก ๑๒๐ กรัมให้เหลือน้ำ ๑ ส่วนดื่มวันละ ๒ เวลาหลังอาหาร โรคหนองในใช้ต้นสด ๖๐-๑๒๐ กรัมต้มน้ำดื่ม วันละ ๒ ครั้งหลังอาหารเช่นกัน
      ส่วนสาวๆสุภาพสตรีมีตกขาวก็ใช้ปีกแมลงสาบหนัก ๖๐-๑๒๐ กรัม ต้มร่วมกับน้ำตาลกรวด ๓๐  กรัม ต่าฉ่าย(Mytilum crassitesta Lischke) ๓๐ กรัม  ต้มให้เหลือครี่งชาม ดื่มหลังอาหาร ๒ เวลา  (สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน)
      สำหรับโรคบิดเรื้อรัง ใช้กาบหุ้มดอกสดหนัก ๑๕๐ กรัม  ข้าวสารคั่วจนเกรียม (เริ่มไหม้)  ๓๐ กรัม ต้มน้ำแบ่งดื่มเป็น ๓ ครั้งหลังอาหารหายดีนักแล  สมุนไพรปีกแมลงสาบคงเรียกเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายเพราะใบคล้ายๆกับเจ้าตัวแมลงสาบที่เราพบเห็นทั่วไป ขณะที่ผมกำลังเพลินเพลินอยู่รอบบ้านลุงประเสริฐ ไอ้เจ้าตัวตรวจเลือดยุงเจ้ากรรมมันกัดผมที่หน้าผากหมดผมต้องตบเปรี้ยะเข้าให้ (ตบตัวเอง) พร้อมเกา
“ ไม่เป็นไรไม่เป็นไร เด็ดใบปีกแมลงสาบ ขยี้ทา เดี๋ยวก็หาย” ลุงประเสริฐพูดปลอบใจพร้อมกับเด็ดใบแมลงสาบขยี้แล้วโป๊ะที่หน้าผากของผม  รู้สึกเย็น แพล็บเดียวอาการแสบคันหายไปเลยจริงๆ  ฮ่าๆๆ



                            บทสนทนาก่อนกลับ
“ ผมกลับแล้วนะลุง” ผมกล่าวลาคุณลุง
“ เดี๋ยว คุณจำรัส กินข้าวกันก่อน” ลุงเชื้อเชิญ
“ไม่เป็นไรครับลุง ผมต้องรีบไปมีนัดกับเพื่อนไว้” ผมรีบตอบด้วยความเกรงใจทั้งๆที่ท้องมันกำลังร้องโครกครากอยู่
เพราะในครัวมีกลิ่นอาหารโชยออกมาเป็นระยะๆสงสัยลูกสาวกำลังทำอาหารอยู่   คุณลุงเดินตามมาที่รถ แล้วจับมือผม พร้อมพูดขึ้นว่า
“คุณจำรัส ลุงจะไปอยู่ด้วย”
“ ไปอยู่ไหนลุง”
“ไปภูเรือ เห็นคุณจำรัส บอกจะไปปลูกสมุนไพร ลุงชอบอยากไปอยู่ด้วย ลุง ปลูกต้นไม้ได้ทุกประเภท เรื่องการตอนกิ่ง การชำ การเพาะ ลุงทำได้หมด  เดี๋ยวลุงจะไปช่วย”
“ โอ้..ลุงต้นไม้ที่นี่ของลุงมากมาย ลุงไปอยู่กับผม มันก็ตายหมดนะสิลุง”
“พวกนี้เป็นไม้ล้มลุก ไม่มีคุณค่าอะไรมากมายหรอก เดี๋ยว ลูกสาวดูแลได้”
“ แล้วลูกเขาจะให้ไปหรือลุง”
“ลุงคุยได้ เดี๋ยวลุงจะเตรียมเมล็ดพันธ์ไว้ให้พร้อม ลุงมีเยอะจะเตรียมไว้ให้”   ผมไม่ได้พูดอะไร แต่มีความรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจและความเป็นห่วงที่คุณลุงมีต่อผม
“เอาละลุง ค่อยว่ากัน เดี๋ยวผมค่อยกลับมาเยี่ยมลุงใหม่”  ผมลาคุณลุงกลับด้วยความตื้นตัน ขับรถไปคิดไป...ชะรอยฟ้าคงดลบันดาลให้พบพาน กับลุง หรือชาติปางก่อน เราเคยร่วมบุญกันมา...เอ๊ะหรือ กรรมกันมา  แง้ๆๆ  เอ้ยไม่ใช่ ฮ่าๆๆๆ
               
                                       
                                                           --------------------------------------------------------------------
   
   
     


blog comments powered by Disqus