สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มหัศจรรย์สับปะรด
มหัศจรรย์สับปะรด            
                          “รักษาโรคนิ้วล็อค-ไต-เบาหวาน-ความดัน”

         ในอดีตคนไทยเรานอกจากจะรับประทานสับปะรดเป็นของหวานล้างปากแล้วยังนิยมทำแกงสับปะรดที่แสนอร่อยอีกด้วย  ในเรือกสวนไร่นาจึงนิยมปลูกสับปะรดไว้รับประทาน ระยะหลังมีการส่งเสริมปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งมีด้วยกันหลายสายพันธุ์ ปลูกในหลายจังหวัด


            เวลาผมขับรถลงทางใต้แถบจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะมองเห็นแปลงปลูกสับปะรดลานตาไปหมด ชาวบ้านก็จะนำมาจำหน่ายตามไหล่ทางเป็นของฝาก ส่วนทางจังหวัดอุตรดิตถ์ก็มีปลูกพันธุ์ “ห้วยมุ่น” สส.ที่นี่เขาคุยให้ผมฟังว่า สับปะรดห้วยมุ่น รสชาติอร่อยเพราะปลูกบนที่สูง น้ำแร่ที่ถูกชะล้างจากยอดเขาไหลลงมาผ่านแปลงสับปะรด ถูกดูดซับไปหล่อเลี้ยง ทำให้รสชาติสับปะรดของจังหวัดอุตรดิตถ์ไม่เหมือนใคร ฮ่าๆๆ
         จากการวิจัยในสับปะรดมีสารอาหาร  ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลาย  ชนิด โดยสารอาหารที่มีมาก ก็ได้แก่ แมงกานีสและวิตามินซี ซึ่ง แมงกานีสเป็นเกลือแร่ตัวหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้ เนื่องจากช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและควบคุมการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด รวมทั้งการเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันให้เป็นพลังงานของร่างกาย ส่วนวิตามินซีช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันโรคหัวใจ ความดันและโรคเหงือกได้ นอกจากนี้ยังมีสารตัวหนึ่งชื่อ “โบรมีเลน” (Bromelain)
ซึ่งพบเยอะมากในสับปะรดช่วยย่อยโปรตีนในเนื้อสัตว์การรับประทานสับปะรดเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ
       หมอพื้นบ้านของไทยจะใช้ตำรับยา สับปะรด ๑ ลูก ปอกเปลือกและตัดตาให้เรียบร้อยพร้อมกับใบโหระพา ๑ กำมือ ตำผสมรวมกันคั้นกรองเอาแต่น้ำ ให้คนเฒ่าคนแก่ดื่ม ๑ ถ้วยกาแฟหลังอาหารเย็นทันทีวันละครั้งเพื่อเสริมเม็ดเลือดและเสริมกระดูกให้แข็งแรง โดยเฉพาะไต ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระดูก ถ้าไตแข็งแรงก็จะเสริมกระดูกให้แข็งแรงไปด้วย เหมอพื้นบ้านเขาว่ากันอย่างนั้น
      สำหรับคนที่มีอาการไตวายก็ให้ใช้สับปะรดทั้งเปลือก  ๑  ลูก กับสารส้มบดแล้ว ประมาณครึ่งช้อนกาแฟ ต้มสารส้มกับสับปะรดโดยใส่น้ำเปล่าให้ท่วมสับปะรด ต้มจนสับปะรดเปื่อยแล้วกรองเอาแต่น้ำดื่ม ประมาณ ๑ ถ้วยกาแฟ วันละ ๒  ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น หากอยู่ระหว่างแพทย์คุมปริมาณน้ำ ให้ดื่มน้ำยาในปริมาณที่แพทย์กำหนด
    และโรคที่ยอดฮิตอีกโรคคือ “นิ้วล็อค” หรือโรคนิ้วเหนี่ยวไกปืนภาษาอังกฤษเรียกว่า "Trigger Finger"  หลายคนอยู่ดีๆ ก็ขยับนิ้วไม่ได้ จะงอก็ไม่ได้ จะยืดก็ไม่ได้ หรืออยู่ดีๆ นิ้วก็เกิดอาการกระตุกขึ้นมาเหมือนผีเข้า และนิ้วที่เป็นบ่อยคือนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ (แต่จริงๆ แล้วก็สามารถเกิดได้กับทุกนิ้ว) แถมพอจะกระดิกนิ้วก็กระดิกไม่ได้อีก เพราะมันทั้งตึงทั้งเจ็บปวดมากๆ               
          แนวทางการรักษามีหลายวิธี ทั้งการกินยา กายภาพบำบัด ฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ การผ่าตัด มีคนเป็นโรคนิ้วล็อคและหินปูนที่ข้อกระดูกมือ มือชามานานหลายปี ชาชนิดที่กระจกบาดยังไม่รู้ พอไปปรึกษาหมอหมอบอกเป็นพังผืด และพูดสั้นๆ โดยไม่ต้องแปลว่า..ต้องผ่า  พูดง่ายๆเข้าใจง่ายๆ แต่ผู้ป่วยทำใจลำบาก ฮ่าๆๆ
         ลองกลับมารักษาด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านดูสิครับ ท่านให้เอาขนมปังแผ่น มีขายทั่วไป เลือกเอาแผ่นบางที่สุดตัดขนาดพอใช้หุ้มนิ้วที่เป็นเตรียมไว้ จากเอาน้ำส้มสายชูจากสับปะรดชนิด  ๕ %   นำมาชุบกับชิ้นขนมปังที่ตัดเตรียมไว้ให้ชุ่ม พอกบริเวณข้อนิ้วที่ล็อก ใช้ผ้าพันไว้ประมาณ ๑ ชั่วโมงจึงแกะออก ทำวันละครั้งตอนไหนก็ได้ และทำเรื่อย ๆ จะช่วยละลายพังผืดที่หุ้มข้อนิ้วกับหินปูนที่เกาะตามข้อให้หมดไป ทำให้อาการนิ้วล็อกหายได้  ฮ่าๆๆ ง่ายนิดเดียว..
 

blog comments powered by Disqus