สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ขลู่สมุนไพรดีริมทาง
                                                          ขลู่สมุนไพรดีริมทาง
                                         
ขับปัสสาวะแก้เบาหวานแก้คันและริดสีดวงทวาร
               ขลู่ มีชื่อพื้นบ้านว่า หนาดวัว หนาดงิ้วหรือหนวดวัว หนวดงิ้ว ภาคใต้เรียกคลู มีชื่อภาษาอังกฤษว่า อินเดียนมารช์ (Indian Marsh) ฟลีบานี (Fleabane) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า พลูเชีย อินดิคา จัดอยู่ในวงศ์ คอมโพซิตี้ (Pluchea indica (L.) Less. Compositae) ในใบขลู่จะมีสารประเภทเกลือโซเดียมคลอไรด์ และโปรตีน ๒.๙ %  ต้นขลู่มีกรดคลอโรจีนิก (chlorogenic acid) และเชสควิเทอฟีน (sesquiterpene)
            หมอพื้นบ้านจะนำขลู่ทั้งต้นไม่รวมรากไปต้มให้ผู้ป่วยที่มีอาการคันตามร่างกายอาบ และชงดื่มต่างน้ำชาเป็นยาขับปัสสาวะรักษาโรคนิ่วได้ดี เเปลือกบางๆชั้นในของต้นขลู่ทำเป็นเส้นคล้ายยาสูบ ตากแดดให้แห้ง มวนใบตองแห้งแล้วสูบก็สามารถแก้ริดสีดวงจมูกได้ ส่วนใบสดนำไปคั้นน้ำใช้ทารักษาโรคริดสีดวงทวารถ้าใช้ทั้งรากทั้งต้นเอาไปต้มแล้วเอาไอรมทวารแก้ริดสีดวงทวารเด็ดขาดนัก ชาวบ้านเรียกสปาตูด ฮ่าๆๆ

           ปัจจุบัน แพทย์แผนไทยได้มีการทดลองเอาเฉพาะใบของต้นขลู่ กะจำนวนตามต้องการหรือพอประมาณ ต้มน้ำให้ผู้ป่วยเป็นโรค “ เอดส์ ” ระยะเริ่มแรก หรือเพิ่งตรวจพบดื่ม ก็สามารถดูแลสุขภาพได้ระดับหนึ่ง
           สมัยผมรับราชการอยู่ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี คนจีนทีนั่นเขาจะเอาต้นขลู่สับเป็นท่อนเล็กๆประมาณ ๒ ข้อมือนำไปตากแดดพอแห้งแล้วนำไปคั่วให้เหลืองจะมีกลิ่นหอม ใส่ถุงประมาณถุงละ ๒  กำมือ จำหน่ายถุงละ ๓๐ บาท สรรพคุณแก้นิ่วขับปัสสาวะดีนักแล ขายดิบขายดี คนขายไม่ต้องปลูกเพราะขลู่ขึ้นเองในที่ชื้นแฉะตามท้องทุ่งคันนาและป่าละเมาะริมทาง หัวไร่ปลายนาโดยเฉพาะที่น้ำเค็มขึ้นถึง
          พูดถึงต้นขลู่ช่วงที่ผมขับรถไปบรรยายที่หาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-คลองโคลน-บ้านแหลมเพชรบุรี เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางลัดริมทะเลลัดเลาะผ่านนาเกลือทัศนียภาพสวยงามจะมองเห็นต้นขลู่ขึ้นหนาแน่นรายทางริมถนนเต็มไปหมด อดไม่ได้ต้องลงไปบันทึกภาพ เป็นไม้พุ่มสูง ๑-๒  เมตร ใบออกเรียงสลับรูปไข่กลับ กลมโตคล้ายใบหนาด ขอบหยักเป็นฟันเลื่อยห่างๆ มีขนละเอียดแน่น ดอกมีกลิ่นหอม ออกที่ซอกใบและปลายยอด กลีบดอกเป็นสีม่วง ช่อดอกใหญ่เท่าช่อดอกหนาด “ ผล ” เมื่อแห้งไม่แตกมีเมล็ด มีปีกติดที่ปลายเมล็ด ถูกลมพัดไปตกที่ใดสามารถแตกเป็นต้นใหม่ได้
         ขลู่นอกจากรักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้กษัยปวดเมื่อยเส้นตึง ขับนิ่วขับปัสสาวะ ขับเหงื่อล้างพิษแล้วขลู่ยังสามารถบำบัดโรคเบาหวานและลดน้ำหนักได้อีกด้วย ถือเป็นยาอายุวัฒนะเหมือนกัน ผมเคยไปที่ชุมชนชาวเลจังหวัดตราดชาวบ้านที่นี่นอกจากหาปูหาปลาในท้องทะเลแล้วยังทำโฮมสเตย์ ให้นักท่องเที่ยวมาพัก และได้นำขลู่พืชสมุนไพรที่ขึ้นมากมายในชุมชนมาทำเป็นชาผลิตภัณฑ์โอท็อปจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นการเพิ่มรายได้อีกส่วนหนึ่ง ผมลองชิมแล้วรสชาติดีเพราะเติมใบเตยเข้าไปด้วย
        วิธีทำชาสมุนไพรขลู่ นำต้นขลู่สับเป็นท่อนกะพอประมาณสัก ๒ ข้อมือนำไปลวกน้ำร้อนประมาณ ๓-๕ นาทีจะทำให้รักษาสีเขียวไว้ได้ หลังจากนั้นนำไปผึ่งแดดควรใช้ผ้าขาวบางคลุมไว้ยิ่งดี พอแห้งแล้วนำไปคั่วให้เหลืองโดยใช้ไฟจากไฟเบาไปไฟปานกลางประมาณ ๓๐  นาที ก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าทำจำนวนเยอะเพื่อจำหน่ายเก็บไว้นานก็ควรนำไปอบที่เครื่องอบเพิ่มเติมก่อนบรรจุถุงชีลปิดปากถุง
        การชงดื่มใช้ขลู่  ๑  กำมือ ใส่น้ำท่วมยา ต้มให้เดือดประมาณ  ๑๐-๑๕ นาที ดื่มก่อนอาหาร ๓ เวลา ครั้งละ ๑ ถ้วยชา อาการสรรพโรคที่คุณเป็นก็จะค่อยๆหายไปมีการวิจัยพบว่า ขลู่มีสารโพแทสเซียมต่ำมาก จึงนำมาใช้ในการขับปัสสาวะในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจได้ดี  การเก็บรักษาชาขลู่ควรเก็บในที่แห้ง อย่าให้มีความชื้น เพราะถ้าเก็บรักษาไม่ดีจะขึ้นราได้ซึ่งจะทำให้ใบชาสมุนไพรเสียหาย หรือเสื่อมคุณภาพ .




    
 
 

blog comments powered by Disqus