สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง
                 ปัจจุบันปัญหาโรคภัยไข้เจ็บจะคืบคลานเข้ามาเยี่ยมเยียนเราแทบจะทุกเวลานาทีถึงแม้เราจะไม่ต้อนรับมัน  อาจเป็นเพราะอาหารการกินที่เรากินเข้าไปทุกวัน และสภาพแวดล้อมที่เราอยู่อาศัย ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆตามมา โรคความดันโลหิตสูงก็เป็นอีกโรคที่เป็นกันมาก ใครเป็นแล้วถ้าไม่ได้รับการดูแลสุขภาพให้ตรงจุด ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตฉับพลัน
                  คุณกมล วิชัย จากจังหวัดเชียงใหม่ ได้รวบรวมตำราของอาจารย์สันติ  แซ่ฉั่ว ซินแซซื่อดังที่สืบทอดภูมิปัญญาสมุนไพรทั้งของไทยและจีนเอาไว้ อาจารย์สันติได้เขียนถึงโรคความดันโลหิตสูงไว้น่าสนใจว่า
        ความดันโลหิตสูง คือแรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือด ซึ่งเกิดจากการสูบฉีดของหัวใจที่สามารถวัดได้โดยใช้เครื่องวัดความดัน (  )  ทำการวัดที่แขน จะมีค่าที่ได้ ๒ ค่า คือ
  • ความดันช่วงบน หรือความดันซิสโตลิก หมายถึงเลือดขณะที่หัวใจบีบตัว อาจจะสูงขึ้นตามอายุ                   ในคนเดียวกัน อาจจะมีค่าแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยตามท่าทางของร่างกาย ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และการออกกำลังกาย
  • ความดันช่วงล่าง หรือความดันไดแอสโตลิก คือแรงดันของเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว
 
      องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดค่าของความดันโลหิตสำหรับผู้ใหญ่ไว้ดังนี้
       ความดันช่วงบน                 วัดได้ตั้งแต่   ๑๔๐  มิลลิเมตรปรอทลงมา  ถือว่าปกติ
                                                       วัดได้ระหว่าง  ๑๔๑-๑๕๙   มิลลิเมตรปรอท ถือว่า เป็นระดับก้ำกึ่ง
                                                       วัดได้ตั้งแต่      ๑๖๐  มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปถือว่าสูง
       ความดันช่วงล่าง                 วัดได้ตั้งแต่    ๙๐  มิลลิเมตรปรอทลงมา  ถือว่าปกติ
                                                        วัดได้ระหว่าง  ๙๑-๙๔  มิลลิเมตรปรอท  ถือว่า เป็นระดับก้ำกึ่ง
                                                        วัดได้ตั้งแต่      ๙๕  มิลลิเมตรปรอท  ถือว่าสูง
   เพราะฉะนั้นความดันโลหิตสูงจึงหมายถึง ความดันช่วงบนมีค่าเท่ากับหรือมากกว่า ๑๖๐ มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปเวลาเขียนถ้าความดันช่วงบน ๑๘๐ ช่วงล่าง ๑๑๐ จะเขียนว่า  ๑๘๐/๑๑๐ 
        อาการที่มักพบสำหรับผู้ป่วยโรคความดัน
       ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการผิดปกติประการใดที่แสดงให้เห็น มีบ้างส่วนน้อยอาจมีอาการมึนท้ายทอย ตึงที่ต้นคอ วิงเวียนมักเป็นเวลาตื่นนอนใหม่ๆบางคนอาจมีอาการปวดศีรษะตุบๆแบบไมเกรนได้ ในรายที่เป็นนานๆอาจมีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ มือเท้าชา  ตามัวหรือมีเลือดกำเดาไหล เมื่อปล่อยไว้นานๆอาจมีอาการของโรคต่างๆแทรกซ้อนได้แก่
        โรคหัวใจ ทำให้หัวใจห้องล่างซ้ายโต จนกระทั่งเกิดอาการภาวะหัวใจวาย มีอาการบวม หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ และจะทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบตันกลายเป็นโรคหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอก ถ้ารุนแรงอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย
       โรคที่เกี่ยวกับสมอง  อาจเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองตีบตันหรือแตกกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย ในรายที่เส้นเลือดฝอยสมองส่วนสำคัญแตกก็อาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วหากเป็นเรื้อรังอาจกลายเป็นโรคสมองเสื่อมได้ สำหรับผู้ที่มีความดันสูงรุนแรงอย่างเฉียบพลัน อาจทำให้เกิดอาการชักและเป็นลมหมดสติได้
      โรคเกี่ยวกับไต  อาจเกิดภาวะโรคไตวายเรื้อรังได้ เนื่องจากหลอดเลือดแดงเสื่อม เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ ไตที่วายยิ่งทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
     โรคเกี่ยวกับตา  จะเกิดภาวะเสื่อมของหลอดเลือดแดงภายในลูกตาอย่างช้าๆ ในระยะเริ่มแรกหลอดเลือดจะตีบตัน ต่อมาอาจจะแตกมีเลือดออกที่จอตาทำให้ประสาทตาเสื่อม ตามัวลงเรื่อยๆจนตาบอดได้
     ในตำรายาสมุนไพรโบราณแนะนำสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงให้ใช้สมุนไพรดังนี้
     หญ้าหนวดแมว ๑  กำมือ  เมล็ดชุมเห็ดเทศจีน  ๓๐  กรัม  หนวดข้าวโพด   ๓  กำมือ  กาฝากต้นหม่อน  ๔๐  กรัม
รากหญ้าคาสด  ๑  กำมือ นำส่วนผสมทั้งหมดใส่น้ำพอประมาณ ๑ เท่าตัว แล้วต้มประมาณ  ๑  ชั่วโมงด้วยไฟอ่อนๆใช้ดื่มแทนน้ำ    หรือจะใช้อีกสูตรก็ได้ โดยใช้เมล็ดชุมเห็ดไทย   ๑  ช้อนโต๊ะ   กาฝากต้นหม่อน   ๔๐ กรัม ดอกคำฝอย   ๑  ช้อนโต๊ะรากหญ้าคา   ๗๐  กรัม  ดอกเก๊กฮวย  ๒   ช้อนโต๊ะ  นำส่วนผสมทั้งหมดใส่น้ำประมาณ  ๑ เท่าตัว  ต้มประมาณ  ๑   ชั่วโมงด้วยไฟอ่อนๆ ใช้ดื่มแทนน้ำ อาการของโรคความดันโลหิตสูงก็จะค่อยๆดีขึ้น
------------------------------------------------------------------------------
ปล.ติดตาม ข้อมูลเต็มรูปแบบ ในหนังสือ “เล่มเดียวคุ้มโรคภัย-๒”  ที่ชมรมพิทักษ์ภูมิปัญญาไทย ๐๘-๔๖๘๒-๙๔๘๙
หรือ ที่ ซีเอ็ดบุ๊ค ทั่วประเทศ

blog comments powered by Disqus