สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

แมงลัก "ลดความอ้วน-บำรุงสายตา-เสริมกระดูก"
แมงลัก
             “ลดความอ้วน-บำรุงสายตา-เสริมกระดูก”
                                                                            จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม / เรียบเรียง
               "แมงลัก" เป็นผักสวนครัว ที่มีหน้าตาคล้ายกับกะเพราและโหระพา เป็นผักที่รู้จักกันดี เนื่องจากนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารได้หลากหลาย เช่น เอาใบมาใส่ในแกงเลียง หรือกินสด ๆ คู่กับขนมจีนน้ำยา และเป็นเครื่องปรุงในแกงหน่อไม้ที่ชาวภาคอิสานรู้จักกันดีในชื่อ “ผักอีตู่” ภาคเหนือเรียก “ก้อมก้อขาว”



              พ่อเลี้ยงวรรณ  พิมพนิช นักธรรมชาติบำบัด ท่านแนะนำผมว่าใบแมงลักถ้าเรานำมาต้มกินต่างน้ำชาจะบำรุงสายตาช่วยขับเหงื่อ ขับลมในลำไส้ แก้วิงเวียน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือจะนำใบแมงลักมาต้มกับน้ำ ดื่มเป็นประจำก็จะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้หรือ โรคทางเดินอาหารได้ด้วย และใบแมงลักยังให้สารเบต้าแคโรทีนและแคลเซียม ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยประเภทการบูร, เบอร์นีอัล, ซีนีออล และยูจีนอล จึงมีสรรพคุณขับลม ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกลากและเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้
         มีอยู่วันหนึ่งท่านนำเม็ดแมงลักมาให้ผมพร้อมกับกำชับว่าให้นำเมล็ดแมงลักประมาณ ๒ช้อนชา ผสมน้ำร้อน  ๑  แก้ว หรือจะชงกับน้ำผึ้งหรือน้ำสมุนไพรต่าง ๆก็ได้  เมื่อเม็ดแมงลักถูกน้ำจะพองตัว เป็นเมือกขาวๆ ก่อนกินต้องรอให้แมงลักพองตัวเต็มที่เสียก่อน กินแล้วจะไปล้างกระเพาะ ผมนำไปลองทำดูกว่าจะกินหมดแทบแย่เวลาเคี้ยวเม็ดแมงลักจะลื่นฟันจะเคี้ยวไม่ถูกลื่นไหลไปมา เลยต้องใช้วิธีกลืน ฮ่าๆๆ
        สาวๆแถบราชบุรี (เมืองโอ่ง) และนครปฐม (เมืองหมู) มักจะได้รับคำแนะนำให้กินเม็ดแมงลักเพื่อลดความอ้วน เนื่องจากเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า เม็ดแมงลักประกอบด้วยสารคาร์โบไฮเดรตหลายชนิด ซึ่งเป็นโมเลกุลใหญ่ และสารประกอบอื่นๆ บริเวณเปลือกนอกของเม็ดเป็นสารเมือก ซึ่งสามารถพองตัวได้ ๔๕ เท่า มีการวิจัยพบว่าเม็ดแมงลักมีสรรพคุณเป็น ยาระบาย เพิ่มกากอาหารได้ และเมือกยังสามารถช่วยหล่อลื่นให้อุจจาระอ่อนตัว สามารถขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้นแถมยังช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย
       สำหรับวิธีเตรียมยา ถ้ามีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ให้นำใบสดมาล้างให้สะอาดแล้วรับประทานได้เลย ส่วนโรคกลาก ให้นำใบสด ประมาณ  ๑๐ ใบมาล้างให้สะอาด ตำผสมน้ำเล็กน้อย นำไปทาบริเวณที่เป็นวันละ ๑ ครั้ง ประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ก็จะดีขึ้น ให้ทาจนกว่าจะหาย

        วิธีรับประทานเม็ดแมงลักลดความอ้วน ใช้เม็ดแมงลัก  ๑-๒ ช้อนชาแช่น้ำ ๑ แก้วใหญ่ ทิ้งไว้จนกว่าจะพองเต็มที่ ถ้าใช้เป็นยาระบายให้ทานก่อนนอน ถ้าเป็นยาลดความอ้วนให้ทานก่อนอาหารหรือ ทดแทนอาหารเป็นบางมื้อ เพราะอาจเป็นโรคขาดสารอาหารได้  แต่ข้อเสียการรับประทานเม็ดแมงลักในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง หรือถ้ารับประทานในขณะที่เม็ดแมงลักยังไม่พองเต็มที่ ก็จะมีการดูดน้ำจาก กระเพาะอาหารได้ ทำให้เม็ดแมงลักจับตัวเป็นก้อนแข็งและอุดตันลำไส้ ทำให้ท้องผูกได้มากขึ้น
       แมงลักพืชข้างครัวที่ถูกมองข้ามหากศึกษาถึงคุณค่าทางโภชนาการแล้วเราต้องตะลึงเพราะแมงลัก ๑๐๐ กรัม จะมีสารอาหารดังนี้แคลเซียม ๓๕๐ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๘๖ มิลลิกรัม เหล็ก ๔.๙  มิลลิกรัม วิตามินเอ ๑๐,๖๖๖ มิลลิกรัมร ไทอามีน ๐.๓๐ มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน ๐.๑๔  มิลลิกรัม ไนอาซิน  ๑.๐ มิลลิกรัม วิตามินซี ๗๘  มิลลิกรัม เส้นใยอาหาร  ๒.๖ กรัม คาร์โบไฮเดรต  ๑๑.๑  กรัม ไขมัน  ๐.๘ กรัม โปรตีน ๒.๙  กรัม พลังงาน ๓๒ แคลอรี 
     ในตำราแพทย์แผนไทยบันทึกไว้ว่า การกินใบแมงลักเป็นประจำช่วยบำรุงสายตา  บำรุงเลือด แก้โลหิตจาง  เสริมสร้างกระดูก  เป็นยาระบาย
ที่สำคัญลดความอ้วน มีสุภาพสตรีหลายรายหลังบ้านปลูกต้นแมงลักไว้มาก แต่กลับไม่รู้คุณค่า เมื่อรู้สรรพคุณของแมงลักเช่นนี้แล้ว เรามาร่วมรณรงค์กินพืชผักสวนครัวในบ้านนอกจากปลอดภัยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีผลดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสาวๆหุ่นจะได้ไม่บานเบอะ  สามีไม่ต้องพาไปซื้อเสื้อผ้าที่ร้านจัมโบ้อีกต่อไป ฮ่าๆๆ 




 

blog comments powered by Disqus