สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ผักเสี้ยนผี (นิพพานไม่กลับ)
                           มหัศจรรย์ผักเสี้ยนผี
                            
 “บำบัดเก๊าต์-อัมพฤกษ์-อัมพาต”
                                                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                          พูดถึงผักเสี้ยนหลายคนคงรู้จักและเคยกินผักเสี้ยนดองมาแล้วแต่ถ้าบอกผักเสี้ยนผีบางคนอาจจะงง ว่าใช่ผักเสี้ยนที่เราใช้ดองกินหรือเปล่า ผักเสี้ยนดองใช้ผักเสี้ยนบ้านดอกสีขาวและม่วง ส่วนผักเสี้ยนผีหมอพื้นบ้านใช้เป็นตัวยาในการรักษาโรคเพราะมีสรรพคุณทางยาสูง บางแห่งเรียกผักเสี้ยนผีว่าผักเสี้ยนตัวเมีย หรือนิพพานไม่กลับ
                       ผักเสี้ยนผี เป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มี ขนาดเล็ก หรือจัดอยู่ในจำพวกหญ้า แตกกิ่งก้านสาขาตามลำต้นจะมีขนอ่อนสีเหลืองปกคลุมทั้งต้นและมีเมือกเหนียว ๆอยู่ภายในลำต้น ใบเป็นใบรวม ช่อหนึ่งจะมีใบอยู่  ๓-๕ ใบ ซึ่งจะออกสีเขียวอมเหลือง ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่ เนื้อในบางนุ่ม ตามผิวใบจะมีขนอ่อน ๆ ปกคลุมเช่นกัน มีกลิ่นฉุน กว้าง ๐.๕ – ๑  นิ้ว ยาว  ๐.๕ – ๒ นิ้ว  ดอกออกเป็นช่อ อยู่ตามง่ามใบ ช่อดอกยาวแหลม ดอกมีสีเหลืองบาง ที่ปลายดอกมีจงอยแหลม และมีขนปกคลุมอยู่เล็กน้อย  ผลเป็นฝักยาว คล้ายฝักถั่วเขียว แต่จะมีขนาดเล็กกว่ามาก ตรงปลายผลมีจงอยแหลม ผลกว้างประมาณ ๒ –  ๔.๕  มิลลิเมตร ยาว  ๑-๔ นิ้ว  เมล็ดเมล็ดในผลมี สีน้ำตาลแดง ผิวย่น ใน ๑ ผล มีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีรูปร่างกลม ขนาดประมาณ ๒ มิลลิเมตร

                    ผักเสี้ยนมีน้ำมันหอมระเหย (Volatic Oil) ประกอบด้วย Cyanide ซึ่งจะมีผลต่อระบบทางเดินโลหิต  และสารไฮโดรไซยาไนด์ (Hydrocyanide) ซึ่งมีพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง และยังมีกลิ่นเหม็นเขียวอย่างแรง
                   ต้นใช้ปรุงเป็นยาแก้ฝีในปอดแก้ขับหนองในร่างกาย หรือให้หนองแห้ง แก้ฝี (มะเร็ง)ในลำไส้ ในตับ ขับพยาธิในลำไส้ได้ โรคข้ออักเสบ ทาภายนอกแก้โรคผิวหนัง ใบนำมาพอกแก้ปวดหัวบดกับเกลือทาแก้ปวดหลัง และแก้ปัสสาวะพิการผักเสี้ยนผีมีฤทธิ์ แก้ปวดเป็นยาชาเฉพาะที่ เสริมฤทธิ์การนอนหลับ ยับยั้งเชื้อ HIV
                 คุณเสนาะ วรรณพงษ์ ชาวนาบ้านท่าตาจวง ตำบลบ้านสระ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เล่าให้ผมฟังเมื่อครั้งที่ผมลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านอำเภอสามชุก ว่าใครที่มีอาการปวดแข้งปวดขา โดยเฉพาะโรคเก๊าต์ ให้ใช้สมุนไพรผักเสี้ยนผีและมะกรูดรักษา อาการปวดได้ดีมากเพราะมีผู้หญิงบ้านใกล้กัน เป็นโรคเก๊าต์ไปตรวจโรงพยาบาล ต้องทำการผ่าตัด แต่ต้องเสียเงินเป็นแสน ไม่มีเงินจึงยอมกลับมาบ้าน ดิ้นรนทุกวิถีทาง จนกระทั่งมีหมอพื้นบ้านแนะนำให้เอาผักเสี้ยนผี ทั้งใบทั้งกิ่งประมาณ  ๑  คืบ และมะกรูดใช้ผ่าครึ่งนำมาครึ่งเดียวผสมน้ำ  ๔  แก้ว ต้มเคี่ยวให้เหลือ ๒ แก้ว ดื่มวันละแก้ว หมดแล้วให้ทำใหม่  กินเพียงไม่กี่วันอาการปวดๆเมื่อยๆและโรคเก๊าต์ก็หายไป
               ส่วนคุณเสนาะเองก่อนหน้านั้นเอามือไพล่หลังไม่ได้ทั้งเจ็บทั้งปวด แต่เมื่อลองนำสูตรดังกล่าวมาใช้กับตัวเองผลปรากฏว่าทุกวันนี้อาการดังกล่าวก็หายไป มือสามารถไพล่หลังได้อย่างสบายไม่ปวดเลย
             อีกรายคุณประนอม  มณีย้อย อยู่ที่สิงห์บุรี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตเดินไม่ได้มาสิบปี เวลาล้มต้องคลานหมาเลียหน้า นำผักเสี้ยนผี ๑ กำมือ ดีปลี ๓๐ดอก พริกไทยดำ ๒ ช้อนโต๊ะ มะตูมอ่อน ๒ ขีด น้ำท่วมยา นำไปต้มกินได้เพียง ๒ หม้อสามารถลุกเดินได้ ช่วงที่ผมไปเจอเธอปั่นจักรยานโชว์ รอดได้ราวปาฏิหาริย์



             นอกจากนั้นผักเสี้ยนผีก็มีอยู่ในตำรับยาพ่อปู่ศรีโคตรบูรณ์ที่โด่งดังในแถบภาคอิสานเป็นตำรับยาดั้งเดิมที่สืบทอดมานานจากประเทศลาว มีผู้ป่วยที่หมดหวังในชีวิต มีอาการชาตามแขนและขา ลุกเดินไม่ได้ นิ้วล็อค โดยเฉพาะผู้ที่สายตาฝ้าฟางใช้ตำรับนี้สุขภาพดีดังเดิมแข็งแรง ฟิตเปรี๊ยะ ขนาดผู้ชายนกเขาที่ไม่เคยขันก็ลุกขึ้นขันจน มอ-เมียตกใจ ฮ่าๆๆ ใครสนใจ ติดต่อที่  
086-7885635
                                                      -------------------------------------------------


ข้อมูลเหลือเชื่อ....ว่ากันว่าใครจะปลูกผักเสี้ยนผีโบราณท่านว่าจะปลูกผักเสี้ยน เลือกเอาคืนเดือนมืด ลงไปบริเวณที่จะปลูก จะเตรียมดินก่อนหรือไม่ไ ม่สำคัญ เอาภาชนะอะไรก็ได้มา ๑ ใบ จากนั้น ให้ก้าแผ้-แก้ผ้านุ่ง  ฮ่าๆๆ (ท่านว่าอย่างนี้จริงๆนะ) แล้วกระเดียดภาชนะออกไป ที่ ที่จะปลูก มือทำเป็นหยิบเมล็ดผักเสี้ยนออกจากภาชนะ แล้วหว่านออกไป ให้รอบๆ ปากก็ร้องว่าปลูกผักเสี้ยนจ้าๆ ไม่นานพอฝนตก จะมีผักเสี้ยนงอกขึ้นมาเอง เป็นเรื่องแปลก ท่านเลยว่า ผักเสี้ยนผี (สงสัยผีจะมาดู และช่วยปลูก)
                          ว่ากันว่าอีก..ถ้าหากเอากิ่งเพียงเล็กน้อยของผักเสี้ยนผีมาวางไว้ที่หลังของแมว จะทำให้แมวตัวหนักท้องติดพื้น เวลาเดินก็จะหลังแอ่นๆเหมือนมีอะไรหนักมาทับตัวมันไว้ เหลือเชื่อจริงๆ
                                                          ---------------------------------------------------------
 
 
 
 


blog comments powered by Disqus