สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

โรคอันดับหนึ่งของผู้หญิง

โรคอันดับหนึ่งของผู้หญิง
        เตชินท์ มัชฌันติกะ หนุ่มหล่อ หน้าขรึม อัธยาศัยดี ผู้ประกาศเสียงดีสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมกับผมหลายครั้ง ทั้งการบรรยายและเสวนาถ่ายทอดเสียงในพื้นที่ต่างจังหวัด  ทำให้ได้มีโอกาสนั่งพูดคุย ดื่มยอดข้าวทั้งเบียร์และไวน์ ทั้งๆที่ สถานที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน  แต่คนละแผนก  จึงไม่ค่อยได้นั่งคุยกันนานๆ
         บ่อยครั้งที่เตชินท์จะมีเรื่อง ตลกๆ สนุกๆ ขำๆ ส่ง mail มาให้ผมอ่านพร้อมภาพประกอบ  มีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปร่วมสัมมนาด้วยกันที่หลุบพญารีสอร์ท อยู่ติดกับแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ยามเย็นก็นั่งจิบเบียร์คุยกันอย่างสนุกสนาน
คุณเตชินท์เล่าให้ฟังว่า
         “ คุณจำรัส  โรคงอน  ถือเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดในหมู่ผู้หญิง และก็ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ”  โอ้โห้ ลีลาการเล่าไม่เบาเพิ่งรู้มีแนวราบด้วย
         “ ปัจจุบันยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษาโรคนี้  ผู้ป่วยจะมีอาการหน้างอ”  สงสัยเคยเจอมาแล้ว
         “  บางรายที่มีอาการหนักจะมีสีหน้าดำ แทรกซ้อนด้วย หูจะแข็ง ฟังอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง ขัดหู ขัดใจไปหมด ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อย” แหมบรรยายละเอียดเห็นภาพเลย น่ากลัว
         “  โรคนี้ ยังไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่า ผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย โรคนี้จะส่งผลให้อุณภูมิในร่างกายสูง มือไม้สั่น ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ”  ว้า...โรคนี้น่าเป็นห่วงจริงๆผมถามต่อว่ามีแนวทางรักษาหรือเปล่า
        “ ใจเย็นๆคุณจำรัส การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรสังเกตอาการของผู้ป่วย ว่า..งอน..อยู่ในระดับไหน ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ... ผู้พบเห็นหรืออยู่ในเหตุการณ์ ควรเอาใจใส่ต่อผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มแรกด้วยถึงจะดี  จะทำให้อาการไม่ลุกลามและสามารถรักษาหายได้”
                รู้สึกคุณหมอเตชินท์ จะถนัดเรื่องโรคนี้มาก เก่งกาจจริงๆ วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ น่าเลื่อมใส ระหว่างนั้นก็เล่าไปคุยไป ยกแก้วจิบไป  มีความสุขจริงๆ คุณหมอเตชินท์ บอกว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย ต้องการความเอาใจใส่
                 หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว โรคนี้ยังสามารถกำเริบได้ทุกเวลา ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ หากความรักความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ ผมฟังไปจดไปกลัวลืมเพราะตำรับยาสูตรนี้ถ้าใครปฎิบัติได้ ชีวิตครอบครัวคงมีความสุขหวานฉ่ำแน่นอน  
               “ คุณจำรัส โรคนี้พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารักเท่านั้นนะ” โอ้ ท่าจะจริงผมพึมพำ
              “สำหรับผู้ไม่สวย และไม่น่ารักจะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ จะปล่อยไปตามยถากรรม ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆทั้งสิ้น จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง”   ตายแล้วอาการสุดท้ายไม่มียารักษาเลยหรือนี่ผมคิด
               ก็ขอฝากสูตรเด็ดเคล็ดลับให้คุณผู้หญิงทั้งหลายได้รู้ไว้ ถึงแม้ไม่สวย แต่น่ารัก ผมว่าผู้รักษาก็คงนำตำรับยานี้ไปเยียวยาไม่ให้มีอาการรุนแรงทรุดนักได้บ้าง แต่ถ้าหนักกว่านี้ ก็ตัวใคร..ตัวมันนะครับ ฮ่าๆๆ
-------------------------------------------------------
ใครไม่รู้บอกว่า.......
  • ชายอายุ ๒๐ ปีเหมือนมะพร้าว เปลือกเยอะ เนื้อน้อย เรียกร้องมากมาย แต่ไม่ค่อยให้อะไรตอบแทน
  • ชายอายุ ๓๐ ปีเหมือนทุเรียน หนามแหลมคม ดูอันตรายแต่อร่อยที่สุด
  • ชายอายุ ๔๐ ปี เหมือนแตงโม ลูกโต กลมกลิ้ง รอบจัด จับไม่ค่อยได้ ไล่ไม่ค่อยทัน แต่ให้น้ำแตงโมฉ่ำหวานชื่นใจ
  • ชายอายุ ๕๐ ปี เหมือนส้มแมนดาริน ปีหนึ่งจะมีมาให้ลิ้มรสเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น
  • ชาย ๖๐ ปี เหมือนลูกเกด อดีตผลองุ่นที่ไม่มีน้ำองุ่นอีกแล้วตลอดอายุขัย หมดน้ำยา ยู่ยี่ และเหี่ยวแห้งลงทุกวัน
ภูมิศาสตร์กับผู้หญิง
  • ผู้หญิงอายุ ๑๕-๒๐ ปี เหมือนแอฟริกา ดินแดนที่ยังเป็นธรรมชาติ สด บริสุทธิ์ น่าตื่นตาตื่นใจ ท้าทายให้นักเดินทางท่องสำรวจไปไม่สิ้นสุด
  • ผู้หญิงอายุ ๒๐-๓๐ ปี เหมือนอเมริกา ถูกสำรวจปรุโปร่งแล้ว สะดวก รู้งาน คล่องตัว สมบูรณ์แบบที่สุด
  • ผู้หญิงอายุ ๓๐-๓๕ ปี เหมือนอินเดียกับญี่ปุ่น ร้อน ลุ่มลึก และงดงาม
  • ผู้หญิงอายุ ๓๕-๔๐ ปีเหมือนฝรั่งเศส ถูกสงครามทำลายย่อยยับไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ยังพอเป็นที่ปรารถนา
  • ผู้หญิงอายุ ๔๐-๔๕ ปี เหมือนเยอรมัน ไร้สงคราม แต่ก็ยังคงซึ่งความหวังดีอยู่
  • ผู้หญิงอายุ ๕๐-๖๐ ปี เหมือนรัสเซีย กว้างใหญ่ สงบแล้ว แต่ยังเป็นดินแดน ที่ไม่มีใครอยากไปเที่ยว
  • ผู้หญิงอายุ ๖๐-๗๐ ปี เหมือนอังกฤษ มีอดีตที่รุ่งเรือง รุ่งโรจน์มากก็จริง แต่ไร้ซึ่งอนาคต
  • ผู้หญิง อายุ ๘๐ ปี ไซบีเรีย ทุกคนรู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของโลก แต่ไม่ค่อยมีใคร อยากไปเหยียบ ฮ่าๆๆ
 ----------------------------------------------

blog comments powered by Disqus