สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

เครื่องดื่มป้องกันมะเร็ง
                                                           เครื่องดื่ม
                                          “ป้องกันมะเร็ง”
                ต้องขอขอบคุณ คุณดิถีชญา เรืองศิริกร เพื่อนนักข่าวรุ่นพี่ ที่ได้เชื้อเชิญให้ไปร่วมสัมมนาที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯทำให้ผมได้พบกับ คุณหมอ นพ.สุรพันธ์  ศรีวัฒนกุล ท่านอยู่ที่ดาลัส มลรัฐเท็กซัส ร่วม ๔๕ ปี  นานๆจึงมีโอกาสมาเมืองไทยจากการพูดคุยกันหลายเรื่อง ท่านรู้ว่าผมชอบเรื่องแพทย์ทางเลือกจึงได้แนะนำสูตรเด็ดในการรักษาและป้องกันมะเร็งที่มีการวิเคราะห์วิจัยแล้วให้ผม ๑  ตำรับ



              “ การรักษามะเร็งแพทย์ทางเลือก ทุกวันนี้ได้รับการยอมรับเยอะ คนเป็นมะเร็งที่ฉายแสง ทำคีโม โอกาสรอดมีไม่ถึง ๑๕ % แต่แพทย์ทางเลือกมีโอกาสรอด ๘๕ %  ไม่ว่ามะเร็งชนิดไหน ให้ดื่มน้ำทับทิมวันละ  ๔  แก้ว และก็ผลไม้อะไรก็ได้ที่มีรสเปรี้ยว มีวิตามินซีสูงๆ  เช่นมะเขือเทศ หรือมะนาว ซึ่งสามารถหยุดยั้งมะเร็งได้
              สุดท้ายคือใบมะละกอ ที่ต่างประเทศเขาจะสกัดแห้ง บรรจุแค็บซูล ดื่ม ๓  อย่างนี้ร่างกายจะแข็งแรงและห่างไกลมะเร็ง”  คุณหมอ นพ.สุรพันธ์แนะนำผม
                         น้ำทับทิม" ยับยั้งเซลล์มะเร็ง  
     ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากเปอร์เซีย ( อิหร่านในปัจจุบัน)และมีแถบอินเดียตอนเหนือบริเวณเทือกเขาหิมาลัย  ทับทิมดูจะเป็นผลไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่นิยมนำไปถวายแก่พระแม่กวนอิม ในประวัติศาสตร์พบว่าได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้ว
          ในประเทศเปอร์เซียโบราณมีความเชื่อว่า  คุณค่าทางอาหารทุกชนิดที่มีอยู่ในผลไม้ต่างๆ นั้น รวมกันอยู่ในทับทิม ทับทิมจึงเป็นสัญลักษณ์ของผลไม้ ถือว่าเป็นผลไม้จากสวรรค์หรือเป็นของขวัญจากพระเจ้า


          ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและแคลเซียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ระบุว่าทับทิมมีประโยชน์ดังต่อไปนี้   ช่วยใน การฟื้นฟูสู่สภาพเดิมของหัวใจและตับ เสริมการฟอกไตและท่อปัสสาวะ และมี สมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย ขจัดไขมันส่วนเกิด
  เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง  ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน

             น้ำทับทิมยังช่วยปรับปรุงระบบการฟอกและหมุนเวียนโลหิต  การฟื้นฟูจากโรคเบาหวานสมรรถนะในการกลั้นเสมหะ  ต่อต้านการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มพลัง ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ การวิจัยทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา พบว่าในน้ำทับทิมมีสารต้านนอนุมูลอิสระหลายชนิด และมีประสิทธิภาพสูงมาก งานวิจัยแรกพบว่าสารจากน้ำทับทิม สามารถลดภาวะการแข็งตัวของเส้นเลือด จากไขมันในเลือดสูงได้ อีกรายงานยังสรุปว่าทำให้เส้นเลือดที่หนาตัวและมีไขมันสะสม ซึ่งเป็นเส้นเลือดที่ไม่ดี มีความหนาตัวลดลง และลดไขมันที่สะสมลงอีกด้วย
                                           ประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพร
          น้ำทับทิมช่วยในการฟื้นฟูสู่สภาพเดิมของหัวใจและตับ ช่วยการฟอกไตและท่อปัสสาวะ มีสมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย ขจัดไขมันส่วนเกิน เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน ปรับปรุงระบบการฟอกและหมุนเวียนโลหิต การฟื้นฟูจากโรคเบาหวาน สมรรถนะในการกลั้นเสมหะ ต่อต้านการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มพลัง ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ และทำให้ผิวหน้าสวย
                                                     มะเขือเทศ
         หลายคนรู้จักมะเขือเทศเพราะแม่ค้าชอบใส่ในส้มตำ แต่ส่วนใหญ่แม่บ้านพ่อครัว จะรู้จักมะเขือเทศเป็นอย่างดี เพราะเวลาใส่เป็นเครื่องปรุงในการปรุงอาหารแล้วจะอร่อยเพราะในมะเขือเทศมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิคสูง กรดอะมิโนนี้เองเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร ทั้งยังเป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย และยังมีวิตามินในการป้องกันมะเร็ง อีกทั้งยังชะลอการเหี่ยวย่นก่อนวัย                            จากการศึกษาของ ดร.ไมเคล กาเซียโน นักวิจัยของโรงเรียนสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า การกินมะเขือเทศจะช่วยป้องกันมะเร็ง ต่อมลูกหมากในผู้ชาย และในมะเขือเทศยังมีสารไลโคพิน(Lycopene) อยู่เป็นจำนวนมาก อันเป็นตัวล้างพิษที่สำคัญในร่างกาย และการที่จะให้มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยามากที่สุดนั้นต้องปรุงมะเขือเทศให้สุกเสียก่อน
    มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยามาก มะเขือเทศมีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อราได้  มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน ที่มีคุณสมบัติสามารถลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ หากทานมะเขือเทศ ๑๐ ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง   ๔๕% รักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม
     มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูง เพราะมะเขือเทศมี
วิตามินพี (citrin) ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดันโลหิตสูง มะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด ช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย
                นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเผยสรรพคุณสุดมหัศจรรย์ของน้ำมะเขือเทศ ว่าเป็นผลไม้ที่สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
          โดยในมะเขือเทศนั้น มีไลโคพีน และสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย และป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา ได้ทำการวิจัยและพบว่า ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนกว่า ๓ ล้านคนทั่วประเทศอังกฤษ จึงได้ทำการทดสอบกับผู้หญิงวัยทอง (๕๐-๖๐ ปี) จำนวน ๖๐ คนทั่วประเทศ โดยให้พวกเธองดกินมะเขือเทศเป็นเวลา ๑ เดือน และจากการวิจัยดังกล่าว ให้ผลออกมาว่า ผู้หญิงที่ไม่ได้กินมะเขือเทศเลย จะมีระดับ N-telopeptide ในเลือดสูงขึ้น โดย N-telopeptide นี้จะทำให้กระดูกเปราะได้ง่าย
         จากนั้น ทีมวิจัยได้ให้ผู้หญิงกลุ่มเดิมรับประทานมะเขือเทศที่มีปริมาณไลโคพีน ๑๕ มิลลิกรัม ทั้งในรูปแบบแคปซูล และรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งผลก็พบว่ามะเขือเทศสามารถลดระดับ N-telopeptide ในเลือดให้ลดลงได้จากการวิจัยดังกล่าว นักวิจัยจึงสรุปได้ว่า มะเขือเทศนั้นมีคุณประโยชน์ต่อกระดูกมากมาย ดังนั้น การรับประทานมะเขือเทศสกัดในรูปแคปซูล หรือจะเป็นน้ำมะเขือเทศคั้นสดวันละ ๒ แก้ว ก็สามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงขึ้น และยังลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย
                                                         ใบมะละกอ
              ส่วนใหญ่เราจะรู้จักคุ้นเคยกับลูกมะละกอ มากกว่าใบมะระกอ มาวันหนึ่งนักวิจัยก็ค้นพบพบสารสกัดจากใบมะละกอมีคุณสมบัติต้านมะเร็งและใช้กำจัดเซลล์เนื้องอกได้หลายประเภท  เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน
       รายงานวิจัยของ นัม ดัง แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา และทีมงานในญี่ปุ่นดังกล่าว ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร เจอร์นัล ออฟ เอทโนฟาร์มาโคโลจี โดยระบุว่าสารต้านมะเร็งที่สกัดจากใบมะละกอสามารถทำลายเนื้องอกที่ปากมดลูก เต้านม ตับ ปอด และตับอ่อนได้  
  
        ทั้งนี้ เมื่อนำสารดังกล่าวไปทำเป็นชาใบมะละกอเข้มข้นสูงก็จะออกฤทธิ์กับเซลล์เนิ้องอกได้ดี เพราะสารดังกล่าวจะไปสร้างโมเลกุลที่ชื่อ "Th1-type cytokines" ซึ่งควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันก็จะไปกำจัดเซลล์เนื้อร้ายต่อไป     
     ที่ไมอามี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาในสหรัฐและคณะนักวิจัยในญี่ปุ่นเปิดเผยว่า สารสกัดจากใบมะละกอและใบชามะละกอ มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งหลากหลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน ทั้งนี้ เมื่อนำสารดังกล่าวไปทำเป็นชาใบมะละกอเข้มข้นสูง ก็จะออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็งได้ดี เพราะสารดังกล่าวจะกระตุ้นให้สร้างโมเลกุลที่ชื่อ "Th1-type cytokines" ซึ่งควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันก็จะไปกำจัดเซลล์เนื้อร้าย
     ปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตสมุนไพรอัดเม็ด ของต่างประเทศ นำเทคโนโลยีชั้นสูงสุด มาผลิตสมุนไพรอัดเม็ดในไทย รวมทั้งเร่งระดม หาใบมะระกอ เพื่อนำมาสกัดเป็นแคปซูลใบมะละกอ แล้ว
       สำหรับใครที่เคล็ดขัดยอกให้ใช้รากมะละกอสดตำให้แหลกผสมเหล้าโรงพอก ถ้าโดนตะปูตำเป็นแผล ให้เอาผิวลูกมะละกอดิบตำพอกแผล เปลี่ยนยาวันละ ๒ ครั้ง แผลน้ำร้อนลวก ใช้เนื้อมะละกอดิบต้มให้สุกจนเปื่อย ตำพอกที่แผล แผลพุพอง ใช้ใบมะละกอแห้งกรอบบดเป็นผง ผสมกับน้ำกะทิพอเหนียวข้น ใช้พอกหรือทาที่แผลวันละ ๒-๓ ครั้ง แก้ผดผืนคัน ใช้ใบมะละกอ ๑ ใบ น้ำมะนาว ๒ ผล เกลือ ๑ ช้อนชา ตำรวมกันให้ละเอียดเอาทั้งน้ำและเนื้อทาแผลบ่อยๆ กลาก เกลื้อน ฮ่องกงฟุตหรือเท้าเปื่อย ใช้ยางของลูกมะละกอดิบทาวันละ 3 ครั้งฆ่าเชื้อราได้      
       ผู้ที่สนใจเรื่อง เลิกบุหรี่ ใช้ใบมะละกอแก่ๆ หั่นเป็นฝอยมากน้อยตามต้องการ นำไปตากแห้ง แล้วใช้ผสมยาเส้นมวนเป็นบุหรี่สูบ จะช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ ปวดประสาท ใช้ใบมะละกอสดย่างไฟหรือจุ่มน้ำร้อนใช้ประคบบริเวณที่ปวด ขับประจำเดือน ใช้เมล็ดแก่ๆ คั่วให้กรอบแล้วบดเป็นผง ๒ ช้อนชาผสมกับเหล้าขาว ๓ ช้อนโต๊ะ รับประทานเช้า-เที่ยง-เย็น ช่วยขับเลือดประจำเดือนเสียและอาการปวดท้องจะหายไป  
           วันนี้ถ้าเราเห็นมะละกอหรือต้นมะละกอ เราคงไม่ได้นึกถึงส้มตำมะละกอเพียงอย่างเดียวแล้วใช่ไหมครับ แต่ยังมองเห็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รักษาโรคที่ใกล้ตัวและราคาเยาอีกด้วย และใครมีที่ว่างบริเวณรอบๆบ้านอย่าปล่อยทิ้ง ให้ว่างเปล่า ปลูกมะละกอไว้ใช้สอยเพียงหนึ่งต้น รับรองให้ผลเกินคุ้มค่า
          สรุปแล้ว วิธีคั้นน้ำทับทิม ก็ให้แกะเมล็ดทับทิมใส่เครื่องปั่นดูจะหายกว่าการคั้นเอาน้ำวิธีอื่น ปั่นเสร็จแล้วก็เอามากรองดื่มได้เลย ไม่ต้องไปผสมน้ำตาลครับ ดื่มให้ได้วันละ ๔ แก้ว เปลืองแน่ๆ ต้องปลูกเองดีที่สุด ฮ่าๆๆ
       ส่วนน้ำมะเขือเทศก็ใช้ปั่นเอานะครับ สุดท้ายใบมะละกอ ก็ให้เอามาหั่นเหมือนใบยาสูบแล้วเอาไปตากแดดให้แห้ง แนะนำให้หาผ้าขาวบางคลุมไว้หน่อย จะได้กรอบ หลังจากนั้นเอามาคั่วให้หอม เก็บไว้ในขวดแก้ว ปิดฝาให้แน่น เวลาจะชงค่อยเปิดออกมาชงดื่ม ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงครับ
                                            ---------------------------------------------------
 
 
 
 

blog comments powered by Disqus