สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง...รู้ทันมะเร็ง
มะเร็ง..รู้ทันมะเร็ง
                                         จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
            มะเร็ง แค่ฟังชื่อก็น่ากลัวแล้ว มีหลายคนป่วยเป็นโรคนี้ บ้างก็เลือกฉีดคีโม ซึ่งถือเป็นทางเลือกเดียวของวงการแพทย์ปัจจุบันที่จะเอาชนะเชื้อร้ายได้ ฉีดในระยะแรกๆร่างกายก็พอทนสู้ได้แต่ถ้าฉีดหลายเข็มร่างกายที่แข็งแรงก็ทรุด สุดที่จะรับไหว และบางรายก็เลือกที่จะรักษาทางแพทย์แผนไทย คือบอบช้ำน้อยหน่อย แต่อัตราการรอดก็น้อย ถ้ารักษาไม่ถูกทางถูกหมอ
           การรักษาโรคมะเร็ง นอกจากยาดีแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยอาหารการกินและการออกกำลังกาย ก็ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง โรงพยาบาลจอห์นฮอพกินส์ สหรัฐอเมริกา ถือเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในการรักษามะเร็ง มีคนไทยหลายๆคนศึกษาตามแนวทางโรงพยาบาลแห่งนี้มาเยียวยารักษาผู้ป่วยในเมืองไทย



         ผมถือโอกาสรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ล่าสุด จากโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ มาฝากทั้งผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยมะเร็งได้ศึกษา นอกจากดูแลสุขภาพตัวเองแล้ว จะได้นำความรู้เหล่านี้ไปเผยแพร่บอกต่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นต่อไป

         ๑  ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น 
        ๒  เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง ๖ ถึงมากกว่า ๑๐ ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง 
        ๓  เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก 
        ๔  เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต 
        ๕  เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น 
        ๖  การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ 
       ๗  การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ 
        ๘  การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก 
        ๙  เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น 
       ๑๐  การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย 
      ๑๑ วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว 
               
    อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง 
           น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น ' นิวตร้าสวีต ' ' อีควล ' ' สปูนฟูล ' ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ ' แบรก อมิโน ' หรือเกลือทะเลแทน 
          นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร 
         เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง 
        อาหารที่ประกอบด้วยผักสด ๘๐ % และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก ๒๐ % อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน ๑๕  นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ ๒-๓  ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ ๑๔๐  องศา F ( ประมาณ ๔๐ องศา C) 
       ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง 
       โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น 
       ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น 
        สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป 
        มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต 
        เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง 
        และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีประกาศจากโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกิ้นส์ ประกาศออกมาว่า
 
          ๑ . ห้ามใส่ภาชนะพลาสติคในไมโครเวฟ 
         ๒ . ห้ามใส่ขวดน้ำในช่องแช่แข็ง 
          ๓ . ห้ามใส่อาหารที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติคในไมครเวฟ 

           ข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกตีพิมพ์จากศูนย์กลางทางการแพทย์กองทัพบกแห่งวอลเตอร์รีด เช่นกัน สารไดออกซินเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งทรวงอก สารไดออกซินเป็นอันตรายต่อเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายคนเรา ห้ามนำขวดน้ำแช่ในช่องแช่แข็งอย่างเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นการนำสารไดออกซินออกมาจากพลาสติค เมื่อเร็วๆนี้ ดร. เอ็ดเวิร์ด ฟูจิโมโต้ ผู้จัดการโปรแกรมสุขภาพดีของโรงพยาบาลแคสเซิล 
ได้ออกทีวีอธิบายความเสี่ยงต่อสุขภาพในเรื่องนี้ด้วย 
      เขาได้กล่าวถึงสารไดออกซิน และอันตรายของสารนี้ต่อร่างกายคนเรา เขาได้กล่าวว่าเราไม่ควรอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ โดยการใช้ภาชนะพลาสติค โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมัน การรวมตัวกันของไขมัน ความร้อนสูง และพลาสติคจะปล่อยสารไดออกซินลงในอาหาร 
และในที่สุดจะเข้าสู่เซลล์ของร่างกายคนเรา เขาได้แนะนำว่า ให้ใช้แก้วแทน เช่น ภาชนะอบข้าวโพด แก้วไพเร็กซ์ (แก้วทนไฟ) หรือภาชนะเซรามิคสำหรับอุ่นอาหารเพราะจะได้ผลลัพธ์เหมือนกัน เพียงแต่วิธีนี้จะไม่มีสารไดออกซินมาเท่านั้น ดังนั้น อาหารต่างๆที่โฆษณาทางทีวีตอนเย็น เช่น ราเมนและซุปสำเร็จรูป เป็นต้น 
             ควรจะนำออกมาจากภาชนะบรรจุและนำไปอุ่นในภาชนะอื่น การใช้กระดาษก็ไม่เลว แต่คุณไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในกระดาษ มันจะปลอดภัยกว่า ถ้าเราใช้แก้วทนความร้อน ภาชนะอบข้าวโพด เป็นต้น 
             ขอแนะนำให้อ่านเรื่องมะเร็งทุกหัวข้อที่ผมเขียน ท่านจะมองเห็นวงจรชีวิตของมะเร็งอย่างหมดเปลือก ไปหน้าแรก กดที่ป้ายคำ”มะเร็ง”
                                   --------------------------------------------------

  
 
 

blog comments powered by Disqus