สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ปราชญ์ล้านนา "นวดเขี่ยเส้น" หมอคำมูล เข็มขาว

หมอคำมูล เข็มขาว
ปราชญ์พื้นบ้าน “ นวดเขี่ยเส้น” ล้านนาภูมิปะญญาคนเมือง
รักษาอาการเส้นเอ็นและกระดูก โรคกระษัย โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โทร๐๘-๖๙๑๓-๘๑๙๓
จำรัส  เซ็นนิล รวบรวมให้อ่าน
ลุงหมอคำมูล เข็มขาว
ปราชญ์ล้านนา นวดเขี่ยเส้น ซึ่งเป็นการนวดแผนไทยที่สืบทอดมาจากแถบเทือกขาอัลไต
นวดแก้อาการ หรือ รักษาอาการ กระดูกทับเส้น กระดูกทับเส้นประสาท และแก้อาการต่าง ๆ 

ภูมิปัญญาด้านการนวดของไทยมีมากมายหลายชนิด ได้แก่ นวดจับเส้น นวดกดจุด นวดประคบร้อน เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายลดความเจ็บปวด และรักษาสุขภาพให้หายจากอาการป่วย เช่น กล้ามเนื้อเมื่อยล้าจากการทำงานหนัก ประเทศไทยมีการนวดเพื่อรักษาสุขภาพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง คือ การนวดสำนักวัดโพธิ์ ส่วนทางภาคเหนือก็มีภูมิปัญญาการนวดเพื่อรักษาสุขภาพเช่นเดียวกัน นวดเขี่ยเส้นเป็นหนึ่งในศาสตร์การนวดแผนโบราณล้านนาที่ใกล้สูญหาย
การนวดเขี่ยเส้น เป็นการนวดแบบล้านนาโบราณที่ทรงคุณค่า เป็นวิชาจากเทือกเขาอันไต ตกทอดสู่ 12 ปันนา และไทยกลุ่มน้อย ซึ่งสามารถนวดบรรเทาและรักษาโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ต่างจากการรักษาแบบอื่น
ขั้นตอนการนวดเขี่ยเส้นล้านนา คือ เริ่มนวดบริเวณเส้นหน้าท้องก่อน ซึ่งตามหลักแพทย์แผนไทยเชื่อว่า จุดสะดือเป็นจุดศูนย์รวมประสาท มีเส้น สุมนา เป็นเส้นใหญ่ที่สำคัญที่สุดอยู่ที่หน้าท้อง และเส้นอิทา เส้นปิงคลา เส้นกาลทารี เส้นสหัสรังษี เส้นทุวารี เส้นจันทภูสัง เส้นรุทัง เส้นสิขินี และเส้นสุขุมัง จะรวมกับเส้นที่อยู่ที่ท้องและกระจายขึ้นไปด้านบนและด้านร่างของร่างกายเพื่อไปหล่อเลี้ยงร่างกาย
โรคที่สามารถบรรเทาหรือรักษาได้ด้วยการนวดเขี่ยเส้น มีมากมายหลายโรค อาทิ โรคปวดเส้น ปวดเมื่อย ปวดหลัง พาคินสัน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเบาหวาน โรคเลือดเส้นเลือกในสมองแตก กระดูกทับเส้นประสาท เส้นทับกระดูก โรคกระษัย
สำหรับผู้ที่มีอาการ ปวดหลัง มือหรือเท้าชา ชาตามร่างการ ปวดขา ปวดเข่า ปวดไหล่ ปวดแขน ปวดคอ ปวดตะโพก หรือ ปวดนิ้ว ปวดเข่า หรือปวดเรื้อรังมานาน สามารถบรรเทาหรือรักษาโดยการนวดเขี่ยเส้นล้านนา ซึ่งเป็นการนวดที่ลักษณะเฉพาะ
หมอคำมูล เข็มขาว เป็นหนึ่งในผู้ที่มีความรู้ด้านการนวดเขี่ยเส้นล้านนา ซึ่งเป็นศาสตร์ของชนกลุ่มน้อยจากประเทศจีนแถบเทือกเขาอัลไตที่หนีล่นมาอาศัยยังดินแดนสิบสองปันนา และตกทอดมายังชาวไทยล้านนาจนถึงปัจจุบัน เป็นปราชญ์พื้นบ้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรและการนวดไทย

ลุงหมอกับการนวดรักษา
เมื่อคนเราอายุ 40 ปี เส้นในร่างกายจะเริ่มเสื่อม เราต้องเช็คเส้นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง คือ การนวดเพื่อรักษาโรค เช็คดูว่าเส้นขา เส้นหลัง เส้นสลักเพชร(ตะโพก) เส้นหัวไหล่ เส้นหัวเข่า เส้นเท้า เส้นแขน เป็นอย่างไร โดยการนวดแต่ละครั้งจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับคนปกติกระดูกทับเส้นประสาท หากเส้นกดทับอวัยวะภายในบางส่วน อาจส่งผลต่อร่างกาย เช่น เส้นเอ็นติดขัด หายใจไม่เต็มปอด ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย บางราย ปัสสาวะบ่อยวันหนึ่งกว่า 10 ครั้ง ซึ่งไม่ปกติ ถือว่าผิดปกติ ไม่ดี เสียสุขภาพ ดังนั้นการนวดเขี่ยเส้นจึงมีประโยชน์มาก ทำให้เส้นที่ผ่านหัวใจ เส้นที่ผ่านปอด ระบบหายใจ ระบบสูบฉีดเลือดทำงานได้ปกติ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สถานที่ติดต่อ
ลุงคำมูล จะนวดอยู่ที่เชียงใหม่และที่กรุงเทพ
โดยวันที่ 1-15 ของทุกเดือนจะอยู่ที่เชียงใหม่ ทางไปบ้านลุงคำมูลที่เชียงใหม่ คลิกที่นี่
วันที่ 16-30 ของทุกเดือนจะอยู่ที่กรุงเทพ แนะนำทางไปหาลุงคำมูลที่กรุงเทพ คลิกที่นี่
เบอร์โทร ลุงคำมูน 086 9138193, 081-1792520 ปกติลุงจะไม่รับจองล่วงหน้า ใครมาก่อนนวดก่อน
( 7.00-20.00 น.ทุกวัน )
ผู้ที่เคยมานวดกับลุงคำมูล

ประวัติของหมอคำมูล เข็มขาว ปราชญ์พื้นบ้านด้านแพทย์แผนไทย (นวดเขี่ยเส้น) และสมุนไพรไทย


สัมภาษณ์หมอคำมูล เข็มขาว จากหนังสือโลกทิพย์ โดยดร.คะนอง เนินอุไร

สัมภาษณ์หมอคำมูล เข็มขาว จากหนังสือแผนที่ความสุข บันทึกจากหัวใจนักเดินทางของผู้หญิงธรรมดา 6 คน 


จดหมายขอบคุณจาก คุณเดวิด และผุสดี ซอลส์เบอรี่
นวดสมุนไพรแบบโบราณ "นวดเขี่ยเส้นล้านนา" ต้นตำรับวิธีการบำบัดสปาน้ำมันหอมระเหย
หมอเขี่ยเส้น สายสะดือ สืบทอดวิชาพันปีจากเทือกเขาอันไต จาก...นิตยสารบีเวลล์
ครอบครัวสุขสันต์ หลังผ่านพ้นช่วงเวลาที่เจ็บปวดจากโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนที่ -- ครอบครัวอยู่เทียน
นวดเขี่ยเส้นล้านนาภูมิปัญญาคนเมือง -- หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์
คุณลุงหมอคำมูลกับคุณแม่ออกรายการบ้านเลขที่ 5 เรื่องนวดเขี่ยเส้นค่ะ
เมื่อคนเขียนบล๊อกโดนขึ้นเขียงซะเอง - ปวดหัวเข่าด้านซ้าย เป็นอย่างนี้ต้องจับเขี่ยเส้น.
ข้อมูลจาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=cm-thaimassage&month=09-2008&date=25&group=2&gblog=19

-----------------------------------------

สัมภาษณ์หมอคำมูล เข็มขาว จากหนังสือโลกทิพย์ โดยดร.คะนอง เนินอุไร

การนวดเขี่ยเส้นและยาสมุนไพรรักษาโรคจากหมอคำมูล โดย ดร.คะนอง เนินอุไร
หมอคำมูล ได้มีโอกาสเดินทางจากเชียงใหม่มายัง ชมรมปฏิบัติธรรมโลกทิพย์ จึงเป็นโอกาสดีที่โลกทิพย์จะได้พูดคุยกับท่านเพื่อนำวิชาดีดีเกี่ยวกับการนวดและการเขี่ยเส้นที่ท่านมีความรู้ความสามารถมาเรียบเรียงให้ท่านสมาชิกได้อ่านกัน
  • ลุงคำมูลมีอะไรที่เด่นๆ ลองพูดให้ฟังหน่อย ผมมียาสองอย่าง คือ ยารักษาโรคสาร ซึ่งสารพิษต่างๆ เช่น สารดอกบุก สารฝีเครือคำ และสารโรคร้ายต่างๆ อีกอย่างหนึ่งเป็นยาขนานที่สองที่สำคัญที่สุดที่ผมใช้อยู่ทุกวันนี้คือยาขับถ่ายกระษัย และสารพิษต่างๆ ในร่างกายมีชื่อว่า ธรณีสันตฆาต สามารถถ่ายกระษัยทุกอย่าง รวมทั้ง 18 กระษัยก็ใช้ยานี้ออกเพื่อให้เส้นเลือดเส้นเอ็นของคนปราศจากกระษัยการปวดเมื่อย เช่น มีอาการแข็งและขอดเป็นจุดๆ
  • นอกจากเรื่องยาก็มีเรื่องการนวดอีกใช่ไหมครับ
    ครับ ผมเคยนวด และมีการเขี่ยเส้น ดึงเส้นออกจากกระดูก เส้นกระดูกสันหลัง กระดูกบั้นเอวหรือหัวไหล่ บ่า แขน และเท้า
  • ลองเล่าให้ฟังถึงวิชานวดเขี่ยเส้นว่าได้มายังไง และช่วยเล่าประวัติของตัวเองให้ฟังด้วยครับ
    เมื่อสมัยผมอายุได้ 15 ปี ได้มาอยู่ วัดพระนอนขอนม่วง อาศัยพระอาจารย์ 3 รูปคือ พระครูบาบุญปั๋น พิมสาโร หรือ ครูบาพิมสาร ครูบาดวงแก้วคันธาโร และ ครูบาคำมูลเตโชพระคำมูลนี้เป็นหมอยาที่ผมได้สืบทอดมากจากท่าน พระพิมสารครูบาใหญ่นี้ ท่านเป็นเกจิอาจารย์ทางไสยศาสตร์ ส่วนครูบาดวงแก้วก็เป็นเกจิอาจารย์เหมือนกัน ท่านสามารถแหล่ธรรมกุมารบรรพ์ และทำยาแก้หมาบ้ากัดได้ด้วย ฉะนั้นผมก็ได้เรียนอยู่สำนักวัดพระนอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปีนั้นผมได้บวชเป็นสามเณร แล้วก็อยู่ในวัด มีอุบาสก อุบาสิกามาจำศีลภาวนา นั่งวิปัสสนาในวัด กลางคืนท่านก็บอกสามเณรให้มาที่นี่เดี๋ยวปู่จะสอนการนวดให้ เช่น ดึงเส้นท้อง ดึงเส้นที่สะโพกในและยกท้อง ท่านก็หวังว่าจะได้บุญที่สามเณรสืบทอดต่อไปวันข้างหน้าแล้วก็มีอีกคนหนึ่งที่ชื่อ มูลทา หลักดี และมีผู้หญิงที่เป็นอุบาสิกาอีก อุ๊ยปวน อุ๊ยติ๊บ ท่านก็บอกแนะแนวการนวดกระดูก เส้น เอาเอ็นออกจากข้อแขน ข้อเท้าซึ่งขดแทงต่างๆ ท่านให้เขี่ย ไม่ให้กด พอเขี่ยแล้วท่านก็ดึงออกจากร่องกระดูก ลำน่อง แข้ง ขา และจุดต่างๆ ในร่างกาย ผมก็ได้วิชานี้มาซึ่งก็จะมีหลักการนวดท้องเพื่อไม่ให้เส้นติด ทำให้หายใจสะดวกขึ้น นอกจากนี้ก็มีการเขี่ยเส้นไต แก้ไขปัสสาวะบ่อย ปวดเอว ปวดหลัง เส้นหัวใจ แก้ไขหายใจไม่ลึก เหนื่อยง่าย เส้นปอด แก้ไขหายใจแล้วเจ็บหน้าอก หายใจไม่เต็มปอด อย่างนี้เป็นต้นพอผมได้บวชเป็นพระภิกษุก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ นวดให้แต่พระอาจารย์ ท่านก็ให้ธรรมะบ้าง ให้คาถาอาคมบ้าง และยินดีที่ลูกศิษย์นวดให้ ท่านก็หายป่วยเป็นปกติ ตอนนั้นก็ทั้งนวดทั้งยืด เส้นยืดเอ็น ดึงเส้นเอ็น ต่อมาก็ได้สึกออกมาจากวัดเมื่อปี พ.ศ. 2503 ก็ไม่ได้ใช้วิชานี้รักษาใครต่อ ก็เก็บไว้ต่อมาแต่งงานกับวันเพ็ญ มีลูก 7คน เป็นผู้ชาย 6 คน ผู้หญิง 1 คน พอลูกคนที่ 4 กับคนที่ 5 ตาย ผมก็เลยหันมาเรียนหมอให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อที่จะได้รักษาคนต่อไป
    ตอนนั้นผมไป เรียนเวชกรรมที่โรงพยาบาลบรรเทาทุกข์ภาคเหนือ โดย พระอาจารย์สินธร ชัยฉกรรจ์ เป็นผู้อำนวยการ ผมสอบเภสัชกรรมได้ในปี พ.ศ. 2543 แล้วก็เริ่มนวดให้คน ปรุงยายาให้มันถูกต้อง แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ เพราะยังไม่มีโรงงานที่จะจดทะเบียนยาให้มันถูกต้องตามกฎหมายท่านบอกว่าปรุงได้ ไปคุมโรงงานได้ ไปคุมร้านขายยาได้ ปรุงยารักษาคนป่วยส่วนตัวได้ แต่จะขายไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยมาทำยา ปีนี้ (เมื่อปีพ.ศ. 2546) ก็จะต้องไปสอบเวชกรรมให้มันถูกต้องพอผมมานวดก็มีโอกาสไปพบ พระอาจารย์ ศ.มณี พนมยงค์ และได้พบกับท่าน พระอาจารย์สิงห์ทร นราสโภ ที่นั่นพระอาจารย์มณีก็ได้ฝากผมกับพระอาจารย์สิงห์ทน ท่านก็นำผมมาที่โลกทิพย์ และได้นวดให้สมาชิกโลกทิพย์ ก็เป็นที่ประทับใจกันทุกๆ คน
ลองอธิบายวิธีการนวดเส้นตรงหน้าท้องหน่อยครับ ว่ามันมีกี่เส้น และนวดยังไงบ้าง
เส้นหน้าท้อง ตามหลักแพทย์แผนไทย เขาบอกว่า จุดสะดือเป็นจุดที่รวมศูนย์ประสาทที่สำคัญอยู่ที่หน้าท้อง และมี เส้นปิงคลา เส้นกาลทารี เส้นสหัสรังษี เส้นอิทา เส้นสิขินี ทั้งหลายเหล่านี้รวมกันอยู่ที่ท้องและลงไปสู้ข้างล่างก็มี ขึ้นข้างบนก็มี เพื่อไปเลี้ยงร่างกาย
ฉะนั้นที่ผมเรียนจากคนเฒ่าโบราณ ท่านบอกว่าเส้นท้องเวลามันตึง รับประทานอาหารจะมีอาการคลื่นเหียนอาเจียน กินไม่ได้มาก ส่วนเส้นข้างล่างจะลงไปถึง หัวหน่าว เส้นนี้ถ้าลงไปจะไปทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะกะปริดกะปรอย วันหนึ่งประมาณ 10 กว่าครั้ง
ฉะนั้นเวลาเรายกท้องขึ้นมา กระเพาะปัสสาวะก็จะถ่ายเป็นปกติ หมายถึงจะถ่ายเวลากลางวันไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้าเกินจากนี้หมายความว่าผิดปกติ เช่น กลางคืนปัสสาวะ 4-5 ครั้ง นี่ไม่ดี เสียสุขภาพ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ท่านจะเพลีย จะโรย การนวดท้องนี่มีประโยชน์มาก ทำให้เส้นที่ผ่านหัวใจ เส้นที่ผ่านไปปอด ระบบหายใจ ระบบสูบฉีดเลือด ดีขึ้นเป็นอย่างมาก
พวกที่เริ่มเป็นไตวายใหม่ๆ จะแก้ไขยังไง
พวกไตวายก็คือเส้นมันไปทับไตอยู่ที่ข้างๆ กระเพาะปัสสาวะกับกระเพาะอาหาร ทำให้ไตทำงานไม่ค่อยได้ ท้องมันจะเต้นตึบๆ เสียงดัง ถ้าเราเอาเส้นออกเสียงไตจะเงียบลง อันนั้นหมายความว่าเส้นมันทับไต ถ้าคนธรรมดาที่เส้นปกติเส้นมันจะไม่เต้น คำที่เขาว่ากันว่า ท้องเต้น ท้องเอ็น ท้องตึง อันนี้ก็คือ เอ็นท้องทับไตอยู่
เบาหวานล่ะ จับเส้นไหน แก้ยังไง
เบาหวาน คือ สารพิษมันไปติดอยู่ที่ตับอ่อนหรือม้าม เส้นนี้ถ้าไปติดที่ตับหรือม้าม มันจะไปขัดขวางการทำงานของตับ และตับอ่อน ฉะนั้นเส้นที่ตึงท้องมันจะไปถึงตับ ถ้าตับทำงานไม่ไหวน้ำตาลมันก็จะทะลักเข้าตับ ตับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เปรียบเหมือนตำรวจที่คอยจับผู้ร้าย จะคอยจับสารพิษ เมื่อรับประทานสารพิษเข้าไป เช่น สุรา ตับจะเป็นผู้จับผิด ถ้าตับจับไม่ไหวระบบกรองน้ำตาล กากน้ำตาล มันก็จะฉีกขาด น้ำตาลเข้าเส้นเลือดไปก็เรียกกันว่า “เบาหวาน” ที่คนเป็นตับแข็งก็เหมือนกันเพราะตับมันไม่ไหว
โรคหัวใจล่ะครับ
โรคหัวใจโดยมากถ้าเป็นเบาหวานแล้ว เลือดมันจะข้นทำให้คอเลสเตอรอลเข้าไปข้างในหัวใจ และมีความดันหัวใจต้องสูบฉีดเลือดหนักขึ้น มันก็จะอ่อนลงๆ ทำให้เลือดที่ข้นมันไปเลี้ยงร่างกายไม่ถึง เช่น ปลายเท้าชา มือชา อันนี้เพราะเลือดมันข้น มันไปไม่ถึงเส้นเลือดเล็กๆ ที่อยู่ปลายมือ ปลายเท้าทำให้ชา
แก้ไขได้ไหมครับ
แก้ได้ด้วยการนวดและต้องประคบยาให้เส้นมันขยาย ทุกวันนี้ผมนวดและประคบ พร้อมกับให้กินยา ยามันต้องถ่ายกระษัยที่ตับมีสารพิษออก ฉะนั้นหัวใจถ้ามันถูกความดัน เลือดมันหนืด มันก็ทำให้หัวใจอ่อน หัวใจวาย อีกประการหนึ่ง เส้นที่ผ่านหัวใจในตึง ทำงานไม่สะดวกมันก็ทำให้หัวใจเครียด เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ เขาเรียกว่า เส้นเลือดตีบ
คนที่เส้นโลหิตในสมองแตก อันนั้นเป็นอย่างไร
อันนั้นเส้นเลือดตีบ มันอุดตัน พอไปตีบในสมองมันก็แตกในสมอง อันนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ท่านต้องกินยา ต้องนวด ต้องขับถ่ายยาให้มันถูกต้องตามวิธีการ
พวกโรคปัจจุบัน เช่น กระดูกทับเส้นประสาท แล้วทำให้ขาชา โรคนี้เป็นยังไงครับ
มันมีอยู่สองอย่างครับ กระดูกทับเส้น และ เส้นทับกระดูก เช่น กระดูกสันหลัง หมอนกระดูกมันจะเป็นข้อๆ เวลาเส้นเอ็นไปอยู่ติดกับหมอนรองกระดูกสันหลัง พอท่านก้มลงหมอนกระดูกก็อ้า พอท่านเหงยขึ้นมากระดูกมันก็ทับเส้น เขาเรียกว่า กระดูกทับเส้น พอเส้นไปอยู่ติดที่กระดูกหลังนี่ต้องดึงมันออกมา
*** ไม่ต้องผ่านะครับ ถ้าผ่าเส้นมันมีหลายเส้น ถ้าหมอโรงพยาบาลเขาผ่า เขาก็จะตัดเส้นไปอีกเส้นหนึ่ง เมื่อท่านผ่าตัดเส้นที่มันหายมันก็หาย เส้นที่ไม่หายก็ไม่หาย เรามาดึงมาเขี่ย ชักดึงออกมาจากกระดูกหลังประคบยาให้มันอยู่นิ่งๆ ที่เดิม อันนี้เรียกว่า “กระดูกทับเส้น”
เส้นทับกระดูก อย่างที่บ่าของท่าน เส้นจะทับกระดูกไหปลาร้า ข้างในก็มีข้างนอกก็มี ทำให้ยกแขนไม่ขึ้นอันนี้เราเรียกว่า “เส้นทับกระดูก” รักษาได้เพราะเป็นกันเยอะที่กระดูกคอล่ะ บางทีคนก้มมากๆ ก็ทับให้กระดูกผุอะไรต่างๆ แล้วลงมาที่แขน
กระดูกที่คอก็เหมือนกัน กระดูกคอเป็นกระดูกที่เป็นข้อๆ หมอนวดบางคนก็บีบเข้าไปติดกับคอ แล้วพังผืดก็ยึด พอเข้าไปในกระดูกท่อนคอ กระดูกท่อนคอก็ทับ ไปๆ มาๆ กระดูกคอก็ทับเส้น ทำให้เวียนศีรษะ ถ้าหลังทับที่บ่าก็จะทำให้ชาปลายเท้าปลายมือ เพราะเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
บางคนยืดมือไม่ได้ ต้องไปผ่าที่ฝ่ามือ อันนี้เป็นยังไง
กระดูกมันเข้าไปอยู่ที่ข้อแขนและข้อศอก เพราะมันมีร่องอยู่ตามข้อศอกและข้อแขน ที่พับแขนไม่ได้ เพราะมีมีเป็นข้อๆ เวลาเอ็นมันไปทับอยู่ที่แขน เมื่อกำมือมันเสามารถเข้าไปอยู่ในข้อแขนได้ก็ทำให้ยืดมือไม่ออก วิธีแก้ต้องเขี่ยแล้วนวด และประคบยาด้วย
ต้องนวดทุกส่วนใช่ไหม
ครับ แล้วก็เขี่ยเส้นออก สะโพกก็เหมือนกัน เวลาเส้นมันไปติดอยู่กับสลักเพชร สลักเพชรคือ เบ้ากระดูกระหว่างข้อขากับสะโพก พอเอ็นไปติดอยู่ในเบ้ากระดูก เวลาเดินก็ดีหรือนั่งก็ดี เบ้าสลักเพชรนั้นมันจะบดก็จะปวด พอปวดสะโพกก็ลงถึงน่องถึงขาถึงปลายเท้า มันก็ชาก็ปวด บางคนเดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็น
ปกติบางคนอายุเยอะแล้วแต่ไม่เคยนวดเลย ครั้งถ้ามาล้างสักที จากนั้นควรจะนานเท่าไหร่ถึงจะมาทำอีกเพื่อป้องกันเอาไว้
คนเราถ้าอายุ 40 ปี เส้นมันจะเริ่มเสียเริ่มเสื่อม เราก็ต้องเช็คเส้นอย่างน้อยปีละครั้ง หมายถึง นวดเพื่อรักษาโรค มันต้องเช็คดูว่าเว้นขา เส้นหลัง เส้นสลักเพชร เส้นหัวไหล่ เส้นหัวเข่า เส้นเท้า เส้นแขน เป็นยังไง ต้องเช็คทุกส่วนโดยใช้เวลาอย่างน้อยชั่วโมงหนึ่งงบประมาณ 300 บาท ถ้าเป็นเยอะบางทีก็แถมประคบให้
ถ้าคนที่ไม่สบาย แต่ไม่มีสตางค์ นวดฟรีได้ไหม
ถ้าบอกกันก็พออนุโลมได้
อีกโรคหนึ่งที่คนเป็นเยอะที่ส้นเท้าที่เรียกว่ารองช้ำ อันนั้นรักษายังไง
รองช้ำโดยมากคนที่อ้วนจะเป็น เพราะรับน้ำหนักไม่ไหว เวลาเดินมันจะกระแทกเส้นไปติดกระดูกเท้า ก็ต้องดึงเส้นที่ส้นเท้าและต้องเขี่ยตามข้างๆ ที่เจ็บปวด ต้องดึงออก ไม่ใช่ว่าเอาไม้ไปจิ้มเอามือไปกดฝ่าเท้า ยิ่งกดก็ยิ่งเข้าไปติดมากขึ้น ผมนวดก็หายไปหลายคน
กระษัย มันคืออะไร
กระษัย คือ โรคชนิดหนึ่งที่อยู่กับเส้น กินเส้น กินเอ็น และกินเส้นในท้อง เส้นกระษัยมันมีอยู่ 18 ชนิด จะต้องกินยาขับถ่ายให้ส้นมันออก ทุกวันนี้คนโดยมากจะเป็นกระษัยเส้นกัน เพราะกินสารพิษเข้าไปเยอะ กินอาหารพวกมันๆ เป็ด ไก่ ที่เลี้ยงด้วยยาปฏิชีวนะ ให้อ้วน มันก็เกี่ยวกับเส้น ทำให้เส้นอุดตัน พออุดตันแล้วมันก็อ่อนแอ
โรคกระษัยที่สำคัญๆ มีอะไรบ้าง
มีหลายอย่างครับ กระษัยปู กระษัยปลาไหล กระษัยปลาหมอ ฯลฯ โรคกระษัยแก้ด้วยยากับการนวดสองอย่างครับ
ใครที่สนใจตรงนี้ก็ต้องมาลองดู
ครับ ต้องใช้เวลาหน่อย สักครั้งสองครั้ง บางคนก็ 4-5 ครั้ง ถ้าเป็นมากมันจะแข็งเป็นดาน ตามเส้นเอ็นมันจะพองเป็นแห่งๆ
นอกจากหมอคำมูลที่มีคนที่เป็นวิชานี้อีกไหม
ผมยังไม่ได้ถ่ายทอดให้ใครเพราะวิชานี้ถ้าเรียนเวชกรรมจบ ผมจะสามารถเขียนตำราได้ ถ้าสอนต้องมีคนสอนคู่กัน ไม่สามารถไปเขี่ยคนอื่นได้ เพราะเขี่ยนี่เป็นอันตรายมากครับ เวลาเขี่ยเกิดเส้นเขาขาด เส้นขาแพลงมันลำบาก ผมต้องเขียนตำราก่อนประมาณ 500-600 หน้า ไม่ใช่น้อยๆ ครับ
ตำราการแพทย์แผนไทยได้อธิบายเรื่อง “โรคกระษัย” ไว้โดยละเอียดว่า
เป็นโรคที่บังเกิดแก่มนุษย์ ทำให้มีอาการแห่งความเสื่อมโทรม ซูบผอม สุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้เนื่องจากเป็น โรค หรือ ไข้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งทำลายสุขภาพของร่างกายให้เสื่อมโทรมไปทีละน้อย เป็นเวลาต่อเนื่องกันโดยมิได้รับการบำบัดรักษา หรือรักษาแต่ไม่ถูกกับโรคหรือไข้นั้นๆ โดยตรง เนื่องจากไม่มีอาการรุนแรงอะไรให้เห็นได้ชัด มีอาการผอมแห้งแรงน้อย โลหิตจาง ผิวหนังซีดเหลือง ปวดเมื่อยตามร่างกายและกล้ามเนื้อ บางครั้งไอ บางทีไอเป็นโลหิต ทำให้รู้สึกแน่นและหนักตัว กินไม่ได้นอนไม่หลับ ปัสสาวะเป็นสีเหลืองและปัสสาวะกะปริดกะปรอย ไม่มีกำลัง ทำให้ชาปลายมือปลายเท้า มีเหงื่อออกตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และเหงื่อออกตอนกลางคืน ยอกเสียวตามหัวอกและชายโครง บางคนผิวหนังตกกระตามร่างกาย กล้ามเนื้อชักหดและลีบ มีอาการสะท้านหนาวเป็นคราวๆ และท้องผูกเป็นประจำ
กระษัยแบ่งออกเป็น 8 จำพวกนั้น
คือ กระษัยกร่อน 5 กระษัยน้ำ 1 กระษัยลม 1 กระษัยไฟ 1
กระษัย อันบังเกิดเป็นอุปาติกะโรค มี 18 จำพวกคือ
กระษัยล้น กระษัยราก กระษัยเหล็ก กระษัยปู กระษัยจุก กระษัยปลาไหล กระษัยปลาหมอ กระษัยปลาดุก กระษัยปลวก กระษัยลิ้นกระบือ กระษัยเต่า กระษัยดาน กระษัยท้น กระษัยเสียด กระษัยไฟ กระษัยน้ำ กระษัยเชือก และกระษัยลม
ปราชญ์เดินดิน เสาร์นี้ เปิดศาสตร์นวดเขี่ยเส้นล้านนา...กับ หมอคำมูล เข็มขาว



คำมูล เข็มขาว ผู้เฒ่าวัย 76 ปี เขาเป็นชาวเชียงใหม่แต่กำเนิด ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาการนวดเขี่ยเส้นแบบล้านนา ตั้งแต่วัยเด็กขณะบวชเป็นสามเณรจนกระทั่งเติบโต อาจเป็นเพราะชะตาชีวิตได้ลิขิตไว้ เขาจึงรู้สึกรักและผูกพันกับศาสตร์การนวดนี้ เขาพยายามค้นคว้าหาความรู้จากการนวดเขี่ยเส้นเรื่อยมา ซึ่งการนวดเขี่ยเส้นแบบล้านนา มีหลักการสำคัญอยู่ที่จุดศูนย์กลางของร่างกาย คือ สะดือ
การนวดจะใช้วิธีการเขี่ยเอาเส้นต่างๆ ที่ทับรวมกันจากสะดือ และส่วนต่างที่สำคัญของร่างกาย ให้เส้นสายต่างๆ นั้นคลายออก เพื่อเป็นการรักษา รวมถึงบรรเทาอาการป่วยในโรคหลากหลายชนิด ทั้งอัมพฤกษ์, อัมพาต, พาร์กินสัน, โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคปวดเมื่อยต่างๆ
ด้วยความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย หมอคำมูลได้ศึกษาเพิ่มเติมตามหลักวิชาการในคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และได้นำเอาสมุนไพรผักพื้นบ้านทางเหนือหลากหลายชนิด มาปรุงเป็นยารักษาโรค ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา ยาสมุนไพรที่หมอคำมูลปรุงขึ้น ใช้รักษาโรคทั่วไปตั้งแต่วิงเวียนศีรษะ รักษาแผลสดแผลเปื่อย ความดันโลหิตสูง, บำรุงโลหิต ฯลฯ ได้ทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา โดยเฉพาะผักคาวตองแดง ที่ได้นำมาสกัดเป็นยาที่มีสรรพคุณในการระงับยับยั้งเซลล์มะเร็ง และป้องกันโรคไข้หวัด 2009 ได้
ภูมิปัญญาพื้นบ้านเหล่านี้ หมอคำมูล เข็มขาว ตั้งใจที่จะถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไปที่สนใจ โดยมีความฝันที่จะก่อตั้งโรงพยาบาลขนาดเล็กที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ. เชียงใหม่ เพื่อเป็นแหล่งสืบทอดภูมิปัญญาต่างๆ ทั้งการนวดเขี่ยเส้นแบบล้านนา รวมถึงการปรุงยาสมุนไพรต่างๆ ให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อมิให้ภูมิปัญญาเหล่านี้หายสาบสูญไป ตามชมความรู้ ความสามารถของหมอพื้นบ้านใจซื่อคนนี้ได้ ในรายการปราชญ์เดินดิน ตอน หมอเมือง ตอนที่ 1 วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคมนี้ เวลา 12.00 น. ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี
ขอบคุณที่มาของข่าว: http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/138492.html
ของการปวดหลัง
1.จากอิริยาบถท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรืออ้วนเกินไป
2.หลังเคล็ดหรือแพลง เกิดขึ้นเนื่องจากกล้ามเนื้อหลังหรือเอ็นข้อต่อถูกยืด
หรือฉีกขาดจากการก้มตัวยกของหนัก เล่นกีฬา หรือจากอุบัติเหตุ
3.หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนเนื่องจากเกิดแรงกดบนหมอนกระดูก
ทำให้หมอดรองกระดูกโป่งหรือเคลื่อนยื่นไปกดเส้นประสาทไขสันหลัง
ทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามด้านหลังขา เกิดอาการชากล้ามเนื้อ
ข้อเท้าหรือนิ้วเท้าอ่อนแรง
4.การเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลังเนื่องจากวัยที่สูงขึ้น
จากการใช้งานมานานเกิดกระดูกงอกไปเสียดสีกับเส้นประสาท
5.การเกิดพังผืดยึดกระดูกสันหลัง จะมีอาการปวดเสียว
บริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว ก้มตัวไม่ได้เต็มที่
6.อารมณ์ตึงเครียด จะส่งผลถึงกล้ามเนื้อหลังทำให้มีอาการเกร็งและปวดได้
7.สาเหตุอื่นๆ เช่น โรคไต มดลูกอักเสบ ต่อมลูกหมากโต
กระดูกสันหลังคด กระดูกสันหลังพิการมาแต่กำเนิด
8.กลุ่มอาการเจ็บปวดเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อมีจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหลังส่วนเอว
หรือบริเวณกล้ามเนื้อสะโพก กล้ามเนื้อน่อง หน้าแข้ง

คำแนะนำ
1.รักษาหลังของท่านให้ตรงเสมอ
2.หลีกเลี่ยงการยืนหลังค่อมหรือแอ่นมากเกินไป
3.อย่าให้อ้วนหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้หน้าท้องแข็งแรงอยู่เสมอ
4.เมื่อยกสิ่งของจากพื้น ต้องย่อเข่าและยกถือ หรือหิ้วของใกล้ตัว
5.อย่าก้มตัวหรือบิดตัวยกของที่ยกไม่ควรหนักมากเกินไป
6.เวลายืนนานๆ ควรเปลี่ยนขาโดยวางพักบนที่รองรับชั่วครู่สลับกัน 

blog comments powered by Disqus