สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

บำรุงผิวพรรณ

            บำรุงผิวพรรณ

         “สูตรกระชาย”
               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
   “ ยายแก่แล้ว ใช้ได้หรือเปล่า” คำถามจากแฟนคลับ
   “ใช้ได้ครับ จะทำให้ผิวเหี่ยว ย่นๆ กลับมาเต่งตึง เนียน ยังกะสาวแรกรุ่น” ผมอธิบาย
   “ ถ้ายังงั้น อย่ารอช้า บอกมาเร็วๆๆ” 
          นี่คือบทสนทนาที่ผมได้พูดคุยกับคุณยายโฉม แฟนรายการ เรื่องสุขภาพผิวพรรณ ไม่ว่าสาวมากหรือสาวน้อยต่างก็ถวิลหา
นำมาดูแลร่างกาย สูตรที่นำมาแนะนำนี้ มีการบอกต่อกันมาหลายรุ่นแล้ว จากคุณยายสู่คุณแม่จนมาถึงคุณลูกใช้แล้วใช้ดี
บอกต่อ ถ้าใครสนใจก็ลองนำไปปฎิบัติดูนะครับ 
             กระชายที่ผมว่านี้คือกระชายบ้านที่บรรดาแม่บ้านใช้เป็นเครื่องแกงในครัวนี่แหละครับหาง่าย ถ้าดูดีๆจะมีลักษณะคล้ายโสม
จึงมีสมญานามว่า “โสมไทย” สรรพคุณทางยาสูง มีทั้งวิตามิน เอ วิตามิน บี-๒ แคลเซียม ช่วยการทำงานของกระเพาะอาหารและ
ลำไส้ แก้บิด ขับระดูขาว แก้ใจสั่น บำรุงหัวใจ
            สำหรับสรรพคุณต่อผิวพรรณ โบราณใช้เหง้ากระชายนำมาตำคั้นเอาน้ำ ทารักษากลากเกลื้อนและงูสวัด บางตำราแก้โรค
ปากเปื่อย ปากเป็นแผล  ปากแตก และบางตำราใช้เป็นยากินช่วยทำให้ผิวพรรณผุดผ่องและลดรอยย่นบนใบหน้าได้อีกด้วย
         ปัจจุบันมีคนนำไปสกัดไปเป็นส่วนผสมของโลชั่นบำรุงความชุ่มชื้นกับผิวจำหน่ายในราคาแพงและก็ขายดีอีกด้วย
เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ผมขอถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาฝากทุกท่านเป็นสูตรง่ายๆ จดจำไว้ฝากลูกฝากหลาน ภูมิปัญญาปู่ย่า
จะได้ไม่สูญหาย
         สูตรนี้เพิ่มความชุ่มชื้น  สำหรับผิวธรรมดา และผิวแห้ง ช่วยลดความหยาบกร้านของสาวผิวแห้ง ส่วนผสมมีกระชายปอก
เปลือกหั่นเป็นแว่น ประมาณ  ๑  ถ้วย กะพอประมาณ น้ำผึ้ง ๒  ช้อนโต๊ะ  น้ำต้มสุกประมาณ ๑ ใน ๓ ของถ้วย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
  ๓  ช้อนโต๊ะ
          ขั้นตอนการทำคือ เริ่มจากล้างกระชายให้สะอาด ปั่นกระชายกับน้ำต้ม กรองเอาแต่น้ำ แล้วนำมาปั่นกับน้ำผึ้งและโยเกิร์ต
จนเป็นเนื้อเดียวกัน  เสร็จแล้วล้างหน้าให้สะอาด ทาส่วนผสมที่ได้ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ  ๒๐  นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น
ควรทำสัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง รับรองขี้ ( มูล) คร้าน สามีจะมาพะเน้าพะนอ เอาอกเอาใจ หอมแก้มไม่หน่ายหนี เพราะผิวหน้าเนียนใส
นุ่ม ชุ่มชื้น ไร้สิวผ้า ไม่เชื่อลองดู ฮ่าๆๆ
            สูตรสมานผิว สำหรับผิวธรรมดาและผิวมัน ตำราให้ใช้ใบสะระแหน่เข้าช่วยทำให้ผิวสดชื่นและกระตุ้นการไหลเวียนของ
โลหิต สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขนทำให้ผิวเนียนละเอียดยิ่งขึ้น ส่วนผสมมีกระชายปอกเปลือกหั่นเป็นแว่น  ๑  ถ้วย น้ำต้มสุก 
ครึ่งถ้วย ในสะระแหน่ ครึ่งถ้วย
   วิธีทำล้างกระชายบ้าน(กระชายแกง) และใบสะระแหน่ให้สะอาด ปั่นส่วนผสมทั้งหมดจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน กรองเอาแต่น้ำ
หลังจากนั้นล่งหน้าให้สะอาด ใช้สำลีชุบส่วนผสมที่ได้ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ  ๑๕  นาที ทาทับอีกครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ
  ๑๐-๑๕  นาทีล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ ๒  ครั้ง ผิวหน้าจะสวยเนียนอีกเช่นกัน เลือกเอานะครับจะใช้สูตรไหน
     สูตรเพิ่มความยืดหยุ่นผิว สำหรับผิวธรรมดา และผิวที่แพ้ง่าย คนที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวมักขาดความยืดหยุ่น สูตรนี้จะทำให้ใบหน้า
เนียนนุ่มชุ่มชื้น รูขุมขนกระชับ เพิ่มความแข็งแรงและความหยืดหยุ่นของผิวได้ดี
ส่วนผสมใช้กระชายปอกเปลือกหั่นเป็นแว่น  ๑  ถ้วย วุ้นว่านหางจระเข้  ๓  ช้อนโต๊ะ น้ำต้มสุก  ๑  ใน ๓ ของถ้วย การทำก็ให้ล้าง
กระชายให้สะอาด ปอกเปลือกว่านหางจระเข้และล้างยางสี้เหลืองออกให้สะอาด นำมาใช้เฉพาะวุ้นสีขาวใส จากนั้นปั่นกระชาย
กับน้ำต้ม กรองเอาแต่น้ำ แล้วปั่นน้ำที่ได้กับวุ้นว่านหางจระเข้จนเข้ากัน เสร็จแล้วให้ล้างหน้าให้สะอาด ใช้สำลีชุบส่วนผสมที่ได้
ทาให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ  ๑๕ นาที
จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำสัปดาห์ละ  ๒-๓  ครั้ง
  สูตรครีมขัดตัว สำหรับทุกสภาพผิว สูตรนี้ถ้าใครนำไปใช้จะทำให้ใบหน้าดูมีเลือดฝาด เหมือนสาวแรกรุ่นเพราะเสริมข้าวโอ๊ต
ที่อุดมไปด้วยสารแอนติออกซิแดนต์ และกรดผลไม้จากมะนาวช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ดูเปล่งปลั่งด้วย ส่วนผสมใช้กระชายปอกเปลือก
หั่นเป็นเส้นยาวและละเอียด  ๑ ถ้วย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  ๑  ถ้วย  ข้าวโอ๊ต  ๓  ช้อนโต๊ะ  น้ำผึ้ง  ๒  ช้อนชา น้ำมะนาว  ๑  ช้อนโต๊ะ
    วิธีทำล้างกระชายให้สะอาด นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ภาชนะคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นอาบน้ำให้สะอาดนำส่วนผสมที่ได้มาขัดผิว
เบาๆขณะตัวหมาดๆให้ทั่วเรือนร่าง  ถ้าอยากให้โรแมนติกหรือ วูแมนติก ก็ให้ร้องเพลงเบาๆไปด้วย หรือจะเปิดเพลงให้เข้าบรรยากาศ
ก็น่าจะดีไม่น้อย  บางรายก็ให้สามีขัดให้ ใช้ให้คุ้ม ไม่รู้ใครขัดให้ใคร ...ใครใช้ใคร  ฮ่าๆๆ
      หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับผิวให้แห้ง ทำสัปดาห์ละครั้ง  รับรองว่าแฟนครับของผมจะต้องผิวสวยกันทุกคน
                                    ----------------------------------------------------------
 
 
     

blog comments powered by Disqus