สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

เอดส์

               เอดส์

“สร้างภูมิคุ้มกันด้วยฮอร์โมนไข่”
                     จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                         เอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome : AIDS) เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส HIV (Human Immunodeficiency Virus) เข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ผู้ติดเชื้อมีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาส และการเกิดเนื้องอกบางชนิด เอดส์ติดต่อผ่านทางการสัมผัสของเยื่อเมือก หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งซึ่งมีเชื้อ เช่น เลือด น้ำอสุจิ นมมารดา ฯลฯ 
                จากรายงานสถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อที่มีอาการในประเทศไทยล่าสุด (๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔) สำนักระบาดวิทยา รายงานว่ามีจำนวนผู้ป่วยเอดส์ ทั้งสิ้น จำนวน  ๓๗๖,๖๙๐ราย (จำแนกเป็นเพศชายจำนวน ๒๕๖,๕๗๑ ราย และเพศหญิงจำนวน ๑๒๐,๑๑๙ราย)  เสียชีวิตแล้ว จำนวน ๙๘,๗๒๑ราย แนวโน้มของผู้ป่วยเอดส์ และผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ลดลงกว่าในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากการรักษาผู้ป่วยเอดส์ด้วยยาต้านไวรัสทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงทำให้มีผู้ป่วยเอดส์และผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ลดลงกว่าอดีต           
         แต่ก็ยังมีผู้ติดเชื้อเอดส์อีกจำนวนมาก ที่ต้องทนทุกข์กับสภาพร่างกายและจิตใจที่แสนจะปวดร้าว ร่างกายที่เชื้อร้ายคอยบั่นทอนแทบทุกเสี้ยววินาที และสภาพจิตใจที่กลัวสังคมจะรังเกียจ เหมือนตกนรกทั้งเป็น จะด้วยสาเหตุติดเชื้อร้ายจากสามี จากภรรยา หรือจากสังคมเลวร้ายที่มอบให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


        จากปัญหานี้ผมและอาจารย์พัฒน์ สันทัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรได้พูดคุยกันขณะขับรถไปเยี่ยมลูกศิษย์ลูกหาในพื้นที่ต่างจังหวัด ผมขับรถส่วนอาจารย์พัฒน์นั่งข้างๆ การเดินทางแต่ละครั้งจะใช้เวลานั่งในรถนานไม่ต่ำกว่า๓-๔ ชั่วโมง ทำให้ผมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับอาจารย์พัฒน์  สันทัด ในหลายเรื่องนอกเหนือจากเรื่องการเกษตร

       อาจารย์พัฒน์  สันทัด เป็นข้าราชการบำนาญ การศึกษานอกโรงเรียนกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์ได้ศึกษาอบรมด้านการเกษตรจากหลายหน่วยงานจนชำนาญเช่นองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ( FAO)  นอกจากนั้นท่านยังศึกษาธรรมะเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน           ( พระมหาวีระ ถาวโร) หรือที่เรารู้จักกันในนามหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
       ด้วยสายเลือดของความเป็นครูเวลาเดินทางไปสอนการเกษตรที่ไหนอาจารย์จะสอดแทรกด้านธรรมะสอนใจควบคู่เข้าไปด้วยทำให้ลูกศิษย์อาจารย์ นอกจากเก่งด้านการเกษตรแล้วยังมีคุณธรรมติดตัวไปด้วย
       อ.พัฒน์เล่าให้ผมฟังว่า หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเคยแนะนำเอาไว้เกี่ยวกับการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ ด้วยการอบความร้อนด้วยใบยาสูบถึงแม้กาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ก็จำฝังใจไม่เคยลืม
    “ ให้หากระโจมหรือ ตู้อบ ถ้าไม่มีก็เอาสุ่มไก่แทนก็ได้ใช้ขนาดใหญ่หน่อยนั่งสบาย เอาผ้าคลุมเอาไว้ ให้โผล่หัวออกมาตรงกลางสุ่มไก่ ภายในก็ใช้เตาตั้งไว้จุดเชื้อไฟจากเศษไม้เล็กๆหรือกาบมะพร้าวแล้วโปรยยาสูบลงไป พระคุณเจ้าท่านว่ายาสูบเป็นยาเย็น  ใส่ยาสูบพอประมาณสักกำมือหนึ่ง จะมีควันคลุ้งเต็มไปหมด ควันยาสูบจะช่วยฆ่าเชื้อ HIV  ( เอดส์ ) ที่ผิวหนังได้ดี ควรทำทุกวัน วันละประมาณ  ๑๐  นาที เหงื่อจะไหลออกมาทางผิวหนังเป็นการล้างพิษไปในตัว”
       นอกเหนือจากเรื่องที่หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังแล้ว อ.พัฒน์บอกว่าเมื่อปี ๒๕๔๘ มีเรื่องโชคดีเกิดขึ้น เมื่อ อ.พัฒน์ นำฮอร์โมนไข่เพื่อพืช ซึ่งเป็นสูตรของอ.สุวัฒน์  ทรัพยะประภา นำมาสอนให้ลูกศิษย์โรงเรียนชาวนาศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย สอนและสาธิตวิธีทำหลังจากนั้นก็แจกให้ลูกศิษย์นำไปทดลองใช้
       อ.พัฒน์บอกว่าไม่นึกเลยว่าจะมีนักวิจัยชาวนาอย่างคุณสมเดช  กองเป็ง ชาวนาตำบลห้วยไคร้  อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่มาเรียนแล้วแทนที่จะเอาฮอร์โมนไข่ไปใช้กับพืช กลับนำไปใช้ทดลองกับเป็ด โดยใช้ฮอร์โมนไข่
๒-๓  ช้อนแกง คลุกอาหารเป็ด ๑๐  ลิตร เป็ดกินแล้วเป็ดแข็งแรง ผสมน้ำให้วัวกินอัตราเดียวกัน วัวแข็งแรงตั้งแต่ให้วัวกินผลปรากฏว่าวัวจะกลับบ้านเองไม่ต้องต้อน เพราะวัวติดใจรีบกลับมาบ้านกินฮอร์โมนไข่นั่นเอง
      เป็ดกินได้ วัวกินดี คนก็น่าจะกินได้ คุณสมเดช คิดเอาเอง แบบนักวิจัย จึงได้ตักฮอร์โมนไข่ที่ทำจากไข่ไก่ ๕ กก. กากน้ำตาล  ๕ กก. ยาคูลท์  ๑  ขวด และแป้งข้าวหมาก  ๑  ก้อน ผสมน้ำใบเตย  ๑  ลิตร ใส่ขวดแช่ตู้เย็น ดื่มเช้า ก่อนแปรงฟัน ๑ แก้ว ไม่นานเพียง ๒-๓ อาทิตย์ คุณสมเดช รู้สึกสดชื่นแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่เช่น โรคสะเก็ดเงินและโรคอื่นๆหายไป ระยะหลังไม่ได้ไปหาหมอที่สถานีอนามัยแล้ว
      หลังจากนั้นจึงนำมารายงานในห้องเรียนให้อาจารย์พัฒน์และเพื่อนๆได้ทราบและทดลองขยายผลในการกินกันมากขึ้น บางคนเป็นแผลไหม้เหมือนไฟลามทุ่ง กินฮอร์โมนไข่ก็อาการดีขึ้น เป็นเหตุให้คุณสุกัญญา  เจริญพร ผู้ก่อตั้งโรงเรียนชาวนาอาณาจักรโยนก ล้านนา บ้านป่าสักน้อย ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้ทดลองให้คุณบุญมา บ้านอยู่ใกล้กันซึ่งได้รับเชื้อเอดส์จากสามี และสามีเพิ่งเสียชีวิตไป ลองกินดู โดยกินวันละ ๑  ช้อนแกงแล้วดื่มน้ำตามมากๆ และอบสมุนไพรยาสูบวันละครั้ง ประมาณ  ๑๐ นาที เพียงเดือนเดียว เธอรู้สึกว่ามาถูกทางแล้ว จึงปฎิบัติต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่กี่เดือน CD 4 ( ซีดีโฟ ) เม็ดเลือดขาวมีระดับเพิ่มขึ้น จากไม่ถึงร้อย ขึ้นมาเป็นพัน เธอจึงหยุดกินยาต้านเชื้อที่เคยกินไปเลย หันมากินฮอร์โมนไข่อย่างเดียว
      ต่อมาปี ๒๕๕๒ โรงพยาบาลเชียงแสน ได้จำหน่ายเธอออกจากผู้ป่วยเอดส์ ไม่ได้รับเงิน ๕๐๐ บาท/เดือน แต่เนื่องจากสามีเธอเสียชีวิตจากเชื้อเอดส์ เธอจึงยังคงมีสิทธิ์รับเงินเดือน ๕๐๐ บาทต่อไป
      อีกรายช่วงเดือน กรกฏาคม-พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ คุณสายใจ ฮวดกระโทก ได้ประสานให้อ.พัฒน์  สันทัด ไปเปิดสอนโรงเรียนชาวนาที่สำนักภู่ศิริ  วิมุติสุข  หมู่ ๘ บ้านคลองแสลงใหม่ ตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก สนับสนุนโดยพระอาจารย์วุฒินันท์ จักกวโร ในการสอนครั้งนั้นมีสามีภรรยาคู่หนึ่งชื่อคุณสมใจและคุณสำอางค์ อยู่ที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เดินทางมาเรียนด้วยจากจำนวนนักเรียนทั้งหมด ๘๕ คน ทั้งคู่ติดเชื้อ HIV ( เอดส์ ) สนใจวิธีทำฮอร์โมนไข่เพื่อสุขภาพไว้รับประทาน ครั้งแรกๆก็ซื้อของเพื่อนๆมากินก่อน พอกินได้ ๗ วัน และอบสมุนไพรยาสูบได้  ๓ วันแล้ว ถึงเวลาแพทย์นัด ผลตรวจออกมา ไม่พบเชื้อ HIV ( เอดส์ ) ทั้ง ๒ คน สร้างความประหลาดใจแก่แพทย์ผู้ตรวจเป็นอย่างมาก


    สองสามีภรรยาดีใจมากได้โทรศัพท์รายงานให้ อ.พัฒน์ สันทัดได้ทราบเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๓ และหลังจากนั้นเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ คุณสมใจ คุณสำอางค์และครอบครัวได้เดินทางมาเยี่ยมอาจารย์พัฒน์ ด้วยสำนึกในพระคุณที่นำเรื่องฮอร์โมนไข่มาเผยแพร่ ทำให้เขาและสามีรอดพ้นจากโรคร้าย
นี่แหละครับคนเราไม่ถึงที่ตายไม่วายชีวาวาตโบราณว่าไว้
    เคล็ดลับอีกอย่างที่ อ.พัฒน์แนะนำผมคือ ให้เอาฮอร์โมนไข่ทาหน้าทุกวัน จะทำให้ผิวหน้าเนียนเรียบไม่มีสิวฝ้าวิธีการทำก็คือล้างหน้าให้สะอาดแล้วทาฮอร์โมนไข่บางๆขณะที่หน้ายังเปียกอยู่ จะทำให้ฮอร์โมนไข่ซึมลงผิวหน้าได้ดีขึ้นและแห้งไปเอง โดยไม่เหนียวเหนอะหนะวิธีนี้อาจารย์ทำทุกวัน
    สำหรับการทำฮอร์โมนไข่เพื่อสุขภาพนั้นคิดว่าหลายคนคงอยากทราบว่าทำอย่างไร ผมถือโอกาสแนะนำเป็นวิทยาทานวัสดุที่ต้องเตรียมมี ไข่ไก่สดๆทั้งเปลือกปั่นละเอียด ๑ กิโลกรัม น้ำผึ้งแท้หรือน้ำผึ้งเลี้ยง ๑ ขวดโขง ( ๑ กิโลกรัม)   นมเปรี้ยวยาคูลท์  ๑  ขวด  แป้งข้าวหมาก (ห้ามใช้แป้งเหล้า)  ๑ ก้อนแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ใช้เพียง
๑ ส่วน ถ้าต้องการมากก็เพิ่มตามอัตราส่วน
    วิธีทำ นำไข่ไก่สดมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาดที่สุด จากนั้นนำมาปั่นละเอียดแล้วเทลงกระติก หรือโหล เทน้ำผึ้งลงไป ๑ ขวด หนักประมาณ ๑ กิโลกรัม เทนมเปรี้ยวยาคูลท์ลงไป และท้ายสุดใส่แป้งข้าวหมาก ( ๑ ใน ๔ ส่วน) จาก  ๑ ก้อนตามลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วปิดฝาให้พอแน่น หมั่นคนทุกวันเช้า-เย็น หมักไว้
๑ เดือนเก็บไว้ในร่มอุณหภูมิห้อง หลังจากนั้นพอครบ ๑ เดือนแล้วให้กรองเอาแต่น้ำข้นๆ เทใส่ขวดปิดฝาให้แน่นเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้นานถึง ๑๐ เดือน 

     วิธีรับประทาน คือ  ผู้รับประทานครั้งแรก ควรทานครึ่งช้อนชา และต่อไปครั้งละ ๑ ช้อนชา วันละครั้ง หลังอาหาร หรือผสมน้ำสมุนไพรอุ่นๆ เช่นน้ำขิง น้ำชา กาแฟ (ไม่ร้อนจัด)   ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก  ให้รับประทานตอนเช้า  
๑  ช้อนโต๊ะ (ก่อนล้างหน้าแปรงฟัน) ตามด้วยน้ำอุ่น๑-๕ แก้ว
      ประโยชน์ เป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยา ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันสร้างเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง รับประทานอย่างต่อเนื่อง บำรุงเซลล์ในร่างกาย ทำให้ร่างแข็งแรงไม่อ่อนแอต่อโรค ไม่เป็นโรคภูมิแพ้ ปรับความดันโลหิตให้เป็นปรกติ รักษาโรคกระเพาะอาหาร โรคริดสีดวง ชาตามมือและเท้า ปัสสาวะบ่อย
อาการปวดเมื่อยต่างๆ โรคเบาหวาน โรคเก๊าท์ อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคมะเร็ง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศปรับระดับการทำงานของตับและโรคอ้วน


    หากใครใจร้อน อ่านแล้วอยากทำกินเอง ไม่มีแป้งข้าวหมาก สงสัยเพิ่มเติม ติดต่อ อ.พัฒน์  สันทัด เพิ่มเติมได้ที่ ๐๘-๖๐๙๔-๙๖๒๗  E-mail:phat.santad@gmail.com  หรือดูทางเน็ต เข้า Google
พิมพ์โรงเรียนชาวนาทางอากาศ
   ขอบคุณ อ.สุวัฒน์  ทรัพยะประภา ๐๘-๑๘๖๐-๖๙๙๑    คุณสุกัญญา  เจริญพร ๐๘-๑๕๙๕-๖๙๗๓
                 หากต้องการทราบข้อมูล/ประสบการณ์ผู้ป่วยกับการใช้สมุนไพรบำบัดโรคทุกเรื่อง...
                 ดูทางเน็ต..เข้า Google พิมพ์ จำรัส เซ็นนิล
-------------------------------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus