สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง "ตำรับพรานป่า"

    มะเร็ง..

   “ตำรับพรานป่า ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพร”
                                จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
           ช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ ผมรอนแรมไปเยี่ยมแฟนรายการหลายจังหวัดในภาคอิสานโดยเฉพาะที่อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ได้ไปพักที่ชายนาของ คุณเอมอร  นารี คุณยุทธนา สัจจสันต์ สองสามีภรรยา ที่บ้านพิพวย ต.สระโพนทอง องเกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ


         วันนั้นมี อ.พัฒน์  สันทัด วิทยากรของรายการทั่วทิศถิ่นไทย เดินทางไปด้วย ชาวบ้านรู้ข่าว มาให้การต้อนรับประมาณ ๔๐ คน พร้อมเตรียมอาหารเย็นไว้ให้รับประทาน และคืนนั้นเราได้นั่งวงเสวนาเรื่องการเกษตรจนดึก

        ตื่นเช้าคุณเอมอร ย่างข้าวเหนียวชุบไข่ปิ้งให้กินอร่อยมากครับ สายๆคุณรัฐพงศ์ ( โตด) นราพล พาไปเยี่ยมหมอพื้นบ้านอดีตพรานป่าที่สวนสมุนไพรหมอสมาน นราพล ที่บ้านเก่าน้อย หมู่ ๓ ต.บ้านบัว อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ในพื้นที่ ๒ ไร่ปลูกสมุนไพรเต็มไปหมด มีห้องอบสมุนไพรล้างพิษด้วย


     หมอสมานเล่าให้ผมฟังว่าสนใจสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก ติดสอยห้อยตามคุณพ่อและพรานป่าเป็นลูกหาบจนชำนาญรู้จักสมุนไพรแทบทุกชนิดรู้จักสรรพคุณในการปรุงยา และเห็นประสบการณ์ผู้ป่วยหลากหลาย
โรคที่หมอสมานรักษาผู้ป่วยจนโด่งดังคือ โรคมะเร็ง และโรคตับ แนวทางการรักษาคือรักษาด้วยยาต้ม กับยาทาและการเป่า นอกนั้นก็ควบคุมด้วยการกินอาหารพืชผักสีเขียวปลอดสารพิษ  ห้ามกินอาหารที่มีน้ำมัน ของเผ็ดของเค็มและปลาไม่มีเกล็ดห้ามกินเช่น ปลาไหล ปลาดุก

   “ คนป่วยส่วนใหญ่จะกินปลาดิบ ก้อยดิบ กินอาหารปนเปื้อนสารเคมี และก็กินเหล้าขาว ร้อยทั้งร้อยเป็นอย่างนี้” หมอสมานเล่าให้ฟัง
  หมอสมานฝากบอกผู้ป่วยว่า ยามทุกข์ยามยากต้องพบหมอสมุนไพรเผื่อหาย ใครที่มาจากต่างจังหวัดมีที่พักให้ พกอยู่กับบ้านหมอดูแลกันจนหายเอื้ออาทรกัน
  “ คุณหมอครับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาอาการเป็นยังไงครับ” ผมถาม
“ โอ้..คุณจำรัส ส่วนใหญ่หมดทางแล้วจึงมา ไม่หนักก็ไม่เจอกัน เรียกว่าถ้าเป็นนักมวย ก็มาเจอกันยกสุดท้าย มันมีทั้งได้ทั้งเสีย ทั้งรอดและไม่รอด”   หมอสมานเปรยให้ฟัง
“แล้วหมอทำยังไง” ผมสงสัย
“ ก็จะยังไงล่ะ ก็ต้องรักษาจนสุดความสามารถ  นี่พวกนี้หนักๆทั้งนั้น กลับบ้านไปหมดแล้ว ” ชี้ที่รูปภาพผู้ป่วยที่รักษาหายติดอยู่ข้างฝา
“ หายก็หายภายใน  ๑  เดือน ไม่หายก็ตายภายใน ๑  เดือน” หมอสมานเน้นให้ฟังถึงการรักษา


      หลังจากนั้นหมอสมาน ก็นำผมไปชมแปลงปลูกสมุนไพร มีทั้งว่านเอ็นเหลือง พุทธรักษา ๔ สี มีสีแดง ขาว เหลืองและชมพู แต่ละสีจะมีสรรพคุณยาต่างกันสีแดงจะเด่นเรื่องตับ สีเหลืองรักษากระเพาะ สีขาวเรื่องปอดและมะเร็งเต้านม สีชมพูเกี่ยวกับเรื่องผิวพรรณ
    ผมเดินชมสมุนไพรเพลินทั้งถ่ายภาพไปด้วยฟังหมอสมานเล่าไปด้วย อย่างมะเขือบ้า สรรพคุณสูง แก้โรคหอบหืดเรื้องรัง ใช้ทุกส่วนบดเป็นผงหรือต้มให้กินน้ำทีละช้อน กินมากจะเมาอันตราย ลูกจะกลมๆเหมือนไข่นกกระทามีหนาม มีดอกเหมือนดอกลำโพง ส่วนมะเขืออึกเอารากมาฝนกินแก้สะอึก  
ว่านพัดแม่ชี

   ว่านพัดแม่ชี นำใบมาต้มแก้โรคหัวใจ ถ้าเป็นโรคหัวใจให้เอาใบพัดแม่ชีผสมกับหัวใจหมูต้มน้ำดื่ม ถ้าเป็นโรคไต ให้เอาว่านพัดแม่ชีผสมไตหมูต้มดื่ม สมุนไพรที่นี่มากจริงๆครับ ว่านงาช้าง ก็มีสรรพคุณทางยารักษาสิวฝ้า ตกกระ เพียงหั่นเป็นชิ้นๆเป็นแว่นๆแล้วนำไปต้มทาหน้า
สมุนไพรชากังราวสลักไดตำแยแมว

   อีกต้นที่สวยดอกสีขาวสลับใบสีเขียวสูงเป็นชั้นๆเหมือนฉัตร คือต้นชากังราว นำต้นชากังราวต้มดื่มแก้เบาหวานและความดัน  ต้นสลักไดแก้แผลเรื้อรังเพียงนำยางสลักไดมาทาแผลเรือรังก็จะหาย สมุนไพรตำแยแมวก็นำไปต้มทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นเต่งตึง  ว่านชักมดลูก ต้มดื่มผู้หญิงตกขาว  ว่านงู(รูปทรงเหมือนงู) แก้พิษสัตว์มีพิษกัดต่อย เพียงเคี้ยวกินแค่ ๑ องคุลี  แม้งูเลื้อยผ่านต้นว่านชนิดนี้จะหมดเรี่ยวหมดแรง ใครมีพพา สัตว์มีพิษโดยเฉพาะงูจะไม่กล้าเข้าใกล้
ว่านตอด

    สมุนไพรสุดท้ายที่ผมต้องตะลึงและในชีวิตไม่เคยเห็น คือว่านตอด ว่านตอดหมอสมานปลูกไว้กำกับรักษาว่านพัดแม่ชี ป้องกันคนมาขโมย ใบต้นตอดส่วนล่างใบมีพิษอันตราย ว่านตอด เป็นว่านชนิดหนึ่งที่คนรู้จักกันน้อย เพราะคนที่รู้จักก็มักจะปิดบังข้อมูล เพราะต้องการจะให้เป็นความลับ เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์บางอย่าง นั่นคือ เพื่อใช้ในการป้องกันอาณาบริเวณหรือทรัพย์สิน (ส่วนบุคคล) กล่าวว่า เป็นต้นไม้ที่ขนหรือหนามเล็กๆ ของมัน ไม่ว่าจะไปถูกต้องผิวหนังส่วนใด ก็จะปวดแสบปวดร้อน เกิดการอักเสบเป็นแผลลุกลามกินไปถึงกระดูก วิธีแก้ก็คือเอารากว่านตอดมาฝนทาจะหาย 
          ว่านตอดมีด้วยกันถึง ๓ ชนิด ได้แก่ ๑ . ลักษณะเหมือนใบหนาด ๒ . เหมือนใบขมิ้น และ ๓. เหมือนใบยอ คนมักปลูกไว้เพื่อป้องกันทรัพย์สิน (ตั้งใจจะ "แกล้งขโมย" โดยเฉพาะ ว่างั้นเถอะ) แต่ตนเองหรือคนในครอบครัวก็อาจจะพลั้งเผลอไปโดนเข้าได้โดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น ท่านจึงแนะนำว่า ก่อนจะปลูกว่านตอด จะต้องหาว่านแก้พิษคือ พญาว่าน หรือ จ่าว่าน (คนละชนิดกัน) ให้ได้เสียก่อน เผื่อฉุกเฉินจะได้นำเอาหัวว่านดังกล่าวมาฝนกับน้ำซาวข้าวทาแก้พิษว่านตอด หรือโขลกหัวว่าน (พญาว่าน หรือจ่าว่าน) คั้นเอาน้ำผสมเหล้าโรงดื่ม จะสามารถทำลายพิษของว่านตอดได้ มิฉะนั้น จะต้องเสียชีวิตภายใน ๑๕ วัน 
        หมอสมาบอกว่าวิธีแก้พิษว่านตอดอีกวิธีคือ น้ำมะนาว ปูนขาว ยาสูบ ตำผสมกัน ใส่น้ำนิดหน่อย ใช้สำลีชุบทาตรงที่ถูกว่านตอดตำจะหายในทันที อีกขนาน ให้เอากะปิปั้นเป็นก้อน แล้วเอามาคลึงแผลที่ถูกตอด จะถอนขนพิษว่านตอดออกได้ ขนานนี้พอบรรเทา
   ภายในสวนสมุนไพรยังมีศาลาที่เก็บยาและห้องอบสมุนไพรด้วย สร้างไว้ให้ผู้ป่วยได้อบสมุนไพรล้างพิษออกจากร่างกาย อันเป็นอีกวิธีหนึ่งในการรักษา โดยผู้ป่วยต้องทำตัวให้ชุ่ม และกินสมุนไพรร้อนๆก่อน ๑ แก้วแล้วจึงเข้าไปอบ ช่วงแรกเข้าไปอบประมาณ ๕  นาที แล้วออกมาพัก ๓ นาที หลังจากนั้นจึงเข้าไปอบนาน ๔๐-๔๕ นาที

     สำหรับโรคมะเร็งหมอสมานบอกว่า ถ้าอาการหนักๆก็ต้องใช้งูเห่าย่างไฟเข้าตัวยาด้วย ส่วนสมุนไพรหัวร้อยรูสรรพคุณจะไปบำรุงตับ วันนั้นหมอสมานนำผมไปที่บ้านพัก เปิดตู้ค้นเอาตำรายาสมุนไพรออกมาให้ผมดู บางตำรายังเป็นภาษาขอมอยู่เลย
     หมอสมาน  นราพล ปราชญ์พื้นบ้านศูนย์เรียนรู้สมุนไพร บ้านเก่าน้อย ต.บ้านบัว  อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ    ใครสนใจเดินทางไปรักษาติดต่อคุณเอมอร  นารี ๐๘-๑๒๘๒-๑๓๔๔   หรือคุณโตด  (รัฐพงศ์ ) ๐๘-๖๒๕๕-๕๙๖๒
              ว่านตอด(หรือว่านช้างร้อง)
     มีคนประพันธ์บทกลอนเรื่องว่านตอดหรือว่านช้างร้องไว้น่าสนใจผมขออนุญาตคัดลอกมาฝากทุกท่าน ผู้ประพันธ์ไม่ได้บอกชื่อไว้ อ่านดูแล้วให้เนื้อหาดีมาก ว่านนี้มีฤทธิ์เดชแค่ไหนขนาดช้างยังร้องครับ



ชื่อว่าว่านตอด         เป็นยอดแห่งพิษ     ใครถูกเพียงนิด       จะคันทั่วกาย
ยิ่งเกายิ่งแย่              พิษแพร่ผิวหนัง      คันยิ่งจริงจัง            กระทั่งถึงตาย
พิษร้ายนักหนา        รักษาไม่ถูก        แผลกินกระดูก        ลุกลามเหวอะไว
ประโยชน์สำคัญ     ปลูกกันขโมย        มาถูกต้องโกย         พิษคันทันใจ
ปลูกไว้เป็นยาม       แถวตามริมรั้ว        บอกให้รู้ตัว             ลูกหลานคนใน
เคล็ดลับรักษา         ใช้พญาว่าน            แก้พิษจัดการ           ไม่นานก็หาย
หรือน้ำยาสูบ          ใช้ลูบใช้ทา           เป็นภูมิปัญญา         รักษาพิษร้าย
โบราณกล่าวอ้าง    ถูกช้างยังร้อง         บอกพรรคพวกพ้อง ให้ลี้หนีไกล



                               ------------------------------------------------------
 
 

blog comments powered by Disqus