สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ข่าวความคืบหน้า"หญ้าหยาดน้ำค้าง"

           ข่าวความคืบหน้า”หญ้าหยาดน้ำค้าง”

                                  จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
 
       นักเภสัชพฤกษศาสตร์ชี้ “หญ้าหยาดน้ำค้างกำแพงเพชร” ไม่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง-พบได้ทุกภาค 
                  จากกรณีชาวบ้านชาว จ.กำแพงเพชร ระดมเก็บ“หญ้าหยาดน้ำค้าง” เต็มทุ่งนา เพราะเชื่อว่าเป็น "ยาผีบอก" สามารถรักษาสารพัดโรค รวมถึงโรคมะเร็ง  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ทำการตรวจสอบ “หญ้าหยาดน้ำค้าง” เปรียบเทียบกับสมุนไพรต่างๆ ว่า มีลักษณะใกล้เคียงกับพืชสมุนไพรชนิดใดบ้างนั้น
               ศ.วงศ์สถิต ฉั่วกุล ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า  จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า หญ้าดังกล่าว  คือ หญ้ากาบหอยตัวเมีย มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Lindernia crustacea (L.) F.Muell.var.crustacea หรือที่เรียกว่า ลินเดอเนีย ครัสตาเซีย วาไรตี้ ครัสตาเซีย   ซึ่งในไทยมีประมาณ 32 ชนิด พบได้ในแถบทวีปแอฟฟริกา อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชียเขตร้อน และเขตอบอุ่น แถบประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา พม่า จีน ญี่ปุ่น อินโดจีน  มาเลเซีย และฟิลิปปินส์  มีวิจัยเชิงระบบนิเวศน์ พบเป็นพืชอายุสั้น 1 ปี  อยู่ในกลุ่มหญ้าคลุมดิน ทนเค็มทนแล้งได้ดี ขึ้นบริเวณพื้นที่ริมถนน นาข้าว ริมน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล จนถึง 1,100 เมตร  มีลำต้นสี่เหลี่ยม ใบคล้ายรูปไข่ สำหรับไทยพบได้ทุกภาค ทั้งในภาคเหนือ ที่แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก ตาก น่าน ภาคตะวันออก ที่กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส ตรัง สตูล
              ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากการตรวจสอบหญ้ากาบหอยตัวเมีย มีชื่อเรียกหลายชื่อขึ้นอยู่กับพื้นที่ เช่น คนกรุงเทพฯ เรียกตะขาบไต่ดิน  คนจีนในกรุงเทพฯ เรียกว่าโด๊ะดี่แก่กัง คนนราธิวาสเรียก หญ้ามันลิง คนกำแพงเพชร เรียก เหงือกปลาหมอนา เป็นต้น  อีกทั้ง ยังพบในหลายประเทศ ทั้งแอฟริกาตะวันตก เอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมไปถึงรัฐเท็กซัสในอเมริกา โดยรวมจากการศึกษาวิจัย พืชชนิดนี้มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ใช้มากในการรักษาโรคผิวหนัง ทั้งกลากเกลื้อน ผิวอักเสบ แผลไฟไหม้ แมลงสัตว์กัดต่อย โดยเฉพาะแผลที่โดนเห็บป่ากัด  บ้างก็นำไปใช้ดับกลิ่นตัวด้วย สำหรับไทย มีบางพื้นที่ที่นำไปกิน แต่กินยอดอ่อน ใบอ่อนสดๆ เป็นผักแกล้ม กินกับน้ำพริก มีการใช้เป็นยาต้มดื่มหลังคลอด ใช้ต้มดื่มแก้ไข้ แก้บิดแก้ปวดท้อง ใช้เป็นยาตำรับรักษากามโรคด้วย อย่างมาเลเซียก็นำไปใช้ในสตรีหลังคลอด  อินเดียนำมาตากแห้งบดผง และละลายในน้ำดื่มในตอนเช้าเพื่อล้างท้อง ใบเคี้ยวกับน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มการหลั่งของน้ำดี
                ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับสรรพคุณรักษามะเร็งนั้น จากการค้นข้อมูลล่าสุดในหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2545 มีการทดสอบฤทธิ์รักษามะเร็งในหลอดทดลอง ปรากฏผลไม่ดี ซึ่งเมื่อไม่มีงานวิจัยรองรับ แสดงว่าหญ้าดังกล่าวไม่สามารถรักษามะเร็งได้ ที่สำคัญความเข้าใจคำว่า มะเร็งของคนสมัยก่อน กับสมัยปัจจุบัน แตกต่างกันด้วย เพราะสมัยก่อนมักคิดว่า มะเร็งคือโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย แต่ปัจจุบันไม่ใช่ ตรงนี้ก็ต้องสร้างความเข้าใจเช่นกัน ดังนั้น ขอเตือนประชาชนหากทานเป็นผักอยู่แล้ว แสดงว่าทราบดีว่าส่วนไหนรับประทานได้ก็ไม่น่าเป็นอะไร แต่คนที่ไม่รู้ไม่เคยทาน ขอให้หลีกเลี่ยง เพราะอาจเสี่ยงทานผิด ไปทานพืชชนิดอื่นที่อาจมีสารพิษ ส่งผลต่อร่างกายและชีวิต
         นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  กล่าวว่า ในวันที่ 16 มีนาคมนี้จะนำส่งให้ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบ และสกัดสารออกมาว่า มีอะไรบ้าง ออกฤทธิ์แตกต่างจากสรรพคุณเดิมหรือไม่ รวมทั้งจะมีการตรวจสอบในเรื่องของความเป็นพิษด้วย
        นางเสาวนีย์ กุลสมบูรณ์ ผอ.สำนักการแพทย์พื้นบ้าน กล่าวว่า ตามตำราแพทย์แผนโบราณมะเร็ง หมายถึง ชื่อโรคกลุ่มหนึ่งที่ผู้ป่วยอาจจะมีอาการ เป็นแผล ตุ่ม ผื่น ฝี ตามผิวหนัง หรืออวัยวะต่างๆ และอาจมีไข้ร่วมด้วย เช่น   ฝีมะเร็ง ฝีมะเร็งฝักบัว เป็นต้น  ส่วนตามตำราแพทย์แผนปัจจุบัน มะเร็ง หมายถึง กลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติที่ดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์รวดเร็ว และมากกว่าปกติ จึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ และในที่สุดจะทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้นๆ ซึ่งจะเรียกชื่อตามอวัยวะ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง เป็นต้น
                   อัศจรรย์”หญ้าหยาดน้ำค้าง” สำแดงฤทธิ์
      ข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  รายงานว่า นายสวัสดิ์ มุตนุรัตน์ อายุ ๖๕ ปี อยู่บ้านเลขที่  ๗๐ หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ป่วยเป็นโรคไต โรคตับแข็ง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ยามากินหลายถุง แต่ตัวเองกินอาหารอะไรไม่ได้เลย และมีอาการทรุดลง นอนอย่างเดียว ไม่มีเรี่ยวแรง ลูกๆและญาติ ออกหายามารักษาแต่อาการก็ทรุดหนักหมอที่โรงพยาบาลบอกให้ญาติๆทำใจ จึงพากันมานอนเฝ้า
       นางเนาวรัตน์  กลัดเพชร บุตรสาว อายุ ๓๘ ปี เล่าว่าพอทราบข่าวยาผีบอก หญ้าหยาดน้ำค้างมีสรรพคุณรักษาโรค จึงให้สามีไปเก็บมาตากและต้มกรองเอาแต่น้ำกรอกปากให้พ่อดื่มกิน เนื่องจากนายสวัสดิ์ ไม่มีแงแม้แต่จะอ้าปาก เพียง ๔ วันเท่านั้น เมื่อกินยานี้แล้วอาการดีขึ้น พูดได้ ลุกนั่งได้ ยืนได้ ญาติๆต่างดีใจ ผู้สื่อข่าวบอกนายสวัสดิ์ ลุกเดินโชว์ พร้อมหัวเราะและนำกล้วยมากินโชว์ให้ดูอีก
            พล สุวรรณชาตรี ·  นักวิจารณ์เด่น · ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
           ก็ไม่ว่ากันทางวิชาการก็ต้องว่ากันไปตามวิชาการ แต่ชาวบ้านเขาใช้ภูมิปัญญา ใช้ประสบการณ์ แม้จะมีบ้างที่จะมีคนแสวงหาผลประโยชน์ซึ่งทางราชการต้องตรวจสอบและแก้ปัญหา แต่อย่าตีคลุมหรือเหมารวมว่ายาสมุนไพรไม่ดี กินแล้วจะอันตราย แล้วยาที่แพทย์แผนปัจจุบันละก็อันตรายเหมือนกันและหนักเสียด้วย บางทีรักษากันหลายๆปี รักษาโรคหนึ่งลามไปอีกโรคหนึ่งโดยเฉพาะพวกตับและไต สุดท้ายหนักจนเกินจะรักษา เพราะฉะนั้นจะไปโทษชาวบ้านเขาไม่ได้ เมื่อไปหาหมอรักษาไม่หายก็ต้องหาที่พึ่งอย่างอื่น ซึ่งมีทั้งของจริงและของไม่จริง เอาเป็นว่าครูบาอาจารย์มากที่รักษาชาวบ้านด้วยสมุนไพร แล้วหายด้วยแต่ทางแพทย์ทางวิชาการไม่ยอมรับ เช่นที่วัดท่าม่วง อ.ควนเนียง จ.สงขลา รักษาคนหายมามากมายโดยพระท่านใช้สมุนไพร ทางสาธารณะสุขนอกจากไม่ช่วยเหลือแล้วยังไปขู่พระด้วยข้อกฎหมายอีก ขอเถอะเมื่อท่านรักษาคนหายจากโรคร้ายช่วยกัน สนับสนุนท่านท่านเถอะตรงไหนที่มันผิดก็ช่วยท่านทำให้มันถูกจะเป็นบุญกุศลกับตัวเองมีแต่ความเจริญกับตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะภูมิปัญญาของบรรพบุรุษน่าจะช่วยกันส่งเสริมเพราะเราโดนฝรั่งหลอกมาตั้งนานแล้วกลับมาหาสมบัติของเราและช่วยทำให้ถูกเสียทีนะครับพี่น้อง...555
                                        ----------------------------------------------
 
 

blog comments powered by Disqus