สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ขมิ้นชัน

                       ขมิ้นชัน
               จำรัส เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
             จริงๆแล้วผมจะไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนักในการที่จะมาตอบปัญหาที่แฟนคลับ JAMRAT.NET สอบถามมา ส่วนใหญ่นอกจากภารกิจประจำ อ่านข่าว จัดทำรายการวิทยุแล้ว เบื้องหลังก่อนออกอากาศ ต้องเตรียมข้อมูล ทั้งด้านข่าว - การประสานแหล่งข่าว และหาประเด็นเนื้อหาใหม่ๆมานำเสนอ ไม่ให้ซ้ำ การจัดรายการก็เหมือน พ่อครัวต้องปรุงอาหารหลากหลายไม่ให้คนกินเบื่อ
             ถ้ามีการสัมภาษณ์บันทึกเทปนอกสถานที่ก็ต้องนำมาตัดต่อใหม่อยู่ในห้องบันทึกเสียงเป็นชั่วโมงเปรียบเหมือนซื้อผักสดมาจากตลาด กลับมาต้องล้าง หั่นซอยเตรียมให้พร้อมก่อนปรุงแล้วก็มาทำบทเตรียมผังรายการ (  LAY-OUT) ก่อนออกอากาศ ๔ ชุด ให้คนควบคุมเสียง ๑ ชุด ผู้ประสานงาน ๑  ชุด ผู้ดำเนินรายการ ๒ คน คนละชุด ทำแบบนี้ทุวัน แล้วยังมีคิวจร อ่านสปอต อ่านสารคดี รับแขกแฟนรายการที่บุกมาเยี่ยมโดยไม่บอกล่วงหน้า
             เขียนเรื่องสมุนไพร ทำไมกลายมาเป็นเรื่องการจัดรายการไปแล้ว เป็นอย่างนี้แหละครับ เหมือนครูสอนประวัติศาสาตร์เวลาต่อว่า(ด่า) นักเรียนก็จะนำเรื่องใกล้ตัวมาประยุกต์
     “ เธอจะดื้อ...หาพระแสงดาบคาบค่ายอะไร..” ฮ่าๆๆ
            ทุกวันนี้เวลาไปไหน ผมมีความรู้สึกอยู่ในใจตลอดว่าวันนี้ ผมจะนำอะไรมาฝากแฟนรายการวิทยุและแฟนเน็ต จะคอยหาเวลาเช้าๆ หรือ ดึกๆพอเงียบๆ จะเอาองค์ความรู้ที่ไปพบเห็นมาเขียนๆๆ ผมว่าเขียน ๓ ปีไม่หมด ไม่นับจดหมายที่ส่งมานับหมื่นฉบับ ผมทยอยลงทะเบียนแล้วส่งเอกสารที่ผมพิมพ์ไว้แจกส่งกลับไปตอบแทนน้ำใจ ที่คิดถึงผมจดหมายมาเหมือนพี่เหมือนน้อง
           ในชีวิตนี้ ถ้าเดินทางผ่านจังหวัดไหนโอกาสอำนวย ผมจะโทรหาและแวะเยี่ยมทุกจังหวัด ซึ่งผมทำมาตลอดชีวิต มีความ   สุขจริงๆครับ บางคนประสบความสำเร็จ บางคนล้มเหลวทั้งอาชีพและครอบครัว ผมก็ช่วยได้เท่าที่สามารถทำได้ อย่างน้อยก็กำลังใจและแนวทางต่อสู้ชีวิตต่อไป เขาและผมเท่านั้นที่รู้ ชนะใจชนะทุกสิ่งครับ เอ้ามาคุยเรืองขมิ้นดีกว่าครับ    
 
             ขมิ้น คนทั่วไปเรียกขมิ้น บ้างก็เรียกขมิ้นชัน , ขมิ้นแกง, ขมิ้นหยวก, ที่เชียงใหม่เรียกขมิ้นหัว ภาคใต้ออกเสียงห้วนๆหน่อยเรียกหมิ้น เป็น พืชล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดินเนื้อในของเหง้า ขมิ้นชันมีสีเหลืองเข้ม จนสีแสดจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใบรูปเรียวยาวปลายแหลมคล้ายใบพุทธรักษา ดอกออกเป็นช่อ มีก้านช่อแทงจากเหง้าโดยตรง ออกตรงกลางระหว่างใบคู่ในสุดดอกสีขาว มีแถบสีเหลืองคาด มีกลีบประดับสีขาวหรือเขียว
 

 
        เหง้าของขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา ลดการ อักเสบ และ มีฤทธิ์ในการ ขับน้ำดี น้ำมันหอมระเหย ในขมิ้นชัน มีสรรพคุณบรรเทา อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุดเสียด
           แก้แพ้แก้อักเสบ แผล ฝีพุพอง แมลงสัตว์กัดต่อยภายนอก 
        ให้ใช้เหง้ายาวประมาณ ๒  นิ้ว ฝนกับน้ำต้มสุกทาบริเวณที่เป็น วันละ ๓  ครั้ง หรือใช้ผงขมิ้นโรยทาบริเวณที่มีอาการ ผื่นคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้
         ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียดและอาหารไม่ย่อย
     ใช้เหง้าขมิ้น ไม่ต้องปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแดดจัด ๆ สัก  ๑-๒  วัน บดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นเม็ดขนาดปลายนิ้วก้อย รับประทานครั้งละ ๒-๓  เม็ด วันละ ๓-๔  ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน ถ้ามีอาการท้องเสียให้หยุดยาทันที
                นอกจากโรคเกี่ยวกับท้องแล้ว ขมิ้นยังมีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายและช่วยบำรุงตับ รักษาระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ หืด ไอ เวียนศีรษะ รักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบอีกด้วยคะเพราะว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบ ลดปฏิกิริยาภูมิแพ้ เพิ่มภูมิคุ้นกันให้แก่ร่างกาย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง มีฤทธิ์ขับน้ำดีช่วยในการย่อยและป้องกันไม่ให้เป็นนิ่วในถุงน้ำดี มีฤทธิ์ขับลม 
                มีการวิจัยศึกษาพบว่าขมิ้นชันสามารถป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด การชลอความแก่ การเป็นสารต้านมะเร็งและเนื้องอกต่างๆ พบว่า การกินอาหารผสมขมิ้นสามารถทำลายเชื้อไวรัสที่ผ่านมาทางอาหารได้ รวมทั้งสามารถป้องกันมะเร็งจากสารก่อมะเร็งต่างๆ และยังมีสรรพคุณในการต้านไวรัส โดยเฉพาะเชื้อ HIV อันเป็นต้นเหตุของโรคเอดส์ ขมิ้นชันจึงเป็นอีกความหวังหนึ่งของผู้ป่วยเอดส์
                แต่การเลือกขมิ้นชันมากินนั้น หากต้องเลือกเอง ขุดเอง ควรเลือกขมิ้นชันที่ได้คุณภาพ คือ ขมิ้นชันต้องมีอายุอย่างน้อย ๙-๑๒  เดือน จึงสามารถขุดเหง้ามาทำยาได้ และต้องไม่เก็บไว้นานเกินไป จนน้ำมันหอมระเหยหายหมด และต้องไม่ลืมว่า แสงมีปฏิกิริยากับสารสำคัญคือ เคอร์คิวมินในขมิ้นชัน ต้องเก็บให้พ้นแสงด้วย มิฉะนั้นจะได้รับประทานแต่กากขมิ้นชันเท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ
             สำหรับขมิ้นชัน ผมรู้ความลับมาว่าสาวอินเดียส่วนใหญ่จะนำมาทาผิวหนังเพื่อป้องกันไม่ให้ขนงอก ส่วนสาวพม่าจะนำขมิ้นชันผสมสมุนไพร”ทานาคา” จะทำให้เนื้อผิวละเอียดสวยชนิดที่หนุ่มมองไม่วางสายตาเลยล่ะ..ไม่เชื่อลองดู
               ด้านภูมิปัญญาไทยบ้านเราสมัยก่อนจะใช้ขมิ้นในการอาบน้ำ ทำให้ผิวผ่องยิ่งขึ้น วิธีการอาบน้ำด้วยขมิ้นนั้น จะทาขมิ้นหมักไว้ที่ผิวหนังสักพัก แล้วจึงขัดออกด้วยส้มมะขามเปียก ทำให้ผิวหนังนุ่มนวลเนียน สาวสมัยก่อนถ้าทำเช่นนี้ตลอด จะไม่ขึ้นคาน ใครเห็นใครชอบชวนให้หลงใหล ชะนี้แล
ข้อแตกต่างของขมิ้น
 - ขมิ้นอ้อย เป็นพืชล้มลุก เหง้าจะลอยขึ้นมาเหนือพื้นดินในขณะที่ถึงหน้าแล้ง ใบแห้งลงหัว ทำให้บางครั้งเรียก ว่าขมิ้นหัวขึ้น เนื้อในเหง้าสีอ่อนกว่าขมิ้นชัน
  - ขมิ้น (ขมิ้นชัน) พืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในสีเหลืองอมส้ม
  - ขมิ้นขาว เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นและใบเหมือนกับขมิ้น แต่ลำต้นเตี้ยกว่าขมิ้น เหง้าใต้ดินมีสีขาว
                                               -----------------------------------------
                                                                                               ผลงาน..  ๑๐  มีค.๒๕๕๕
                                                                                                           ๐๔.๐๙ น.
 
 
               
 
 
 
 

blog comments powered by Disqus