สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ลมบ้าหมู
                ลมบ้าหมู
                                   จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
             กลุ่มอาการชักเป็นที่รู้จักกันมานาน สำรวจได้จากเอกสารหรืออักขระประวัติศาสตร์โบราณย้อนหลังไปถึงยุคสมัยอียิปต์โบราณและโรมันโบราณ กลุ่มอาการนี้ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน ในประเทศไทยก็รู้จักกันมานานเช่นกัน ในประวัติศาสตร์ไทยเคยบันทึกไว้ว่า พระบรมวงศานุวงศ์ไทยในสมัยโบราณมีกลุ่มอาการที่สรุปได้ว่า น่าจะเป็นกลุ่มอาการ “ลมชัก”ซึ่งชาวไทยเรียกกันต่อมาว่า “ลมบ้าหมู” 
        ลมบ้าหมู หรือ ชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว (generalized tonic-clonic seizure หรือ GTC) เป็นอาการชักที่รุนแรงที่สุด ผู้ป่วยจะหมดสติอย่างรวดเร็ว เกร็งทั้งตัว ตาเหลือก กัดฟัน น้ำลายไหลเป็นฟอง ขณะชักผู้ป่วยจะหยุดหายใจชั่วคราว หรืออาจกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ตามด้วยการกระตุกทั้งตัวเป็นจังหวะ นานประมาณ 5 นาที จากนั้นจะ  ค่อย ๆ หยุด ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียและหลับไป เมื่อฟื้นแล้วอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อ หรือสับสน ซึ่งผู้ป่วยจะจำเหตุการณ์ขณะชักไม่ได้ 
      คุณกวี  สานุ หนุ่มชาวปะกากะญอ ส่งตำรับยาแก้โรคลมชักมาให้ผม บอกว่าเป็นตำรับที่คุณพ่อจี้ซาง ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคนจากประเทศจีน ในตำราบันทึกไว้ว่า ใครที่เป็นลมบ้าหมู ให้นำเอาพริกไทยดำมานับใหเท่าอายุผู้ป่วยใส่ปากเคี้ยวกลั้วด้วยน้ำหน่อไม้ดองอึกใหญ่ แล้วกลืนเลย แต่ต้องทำเฉพาะวันแรม ๘ ค่ำหรือ ๑๕ ค่ำ ทำ ๓-๔ ครั้งเท่านั้น รับรองหายขาดเลย ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นตำรับที่สืบสานกันมานานจากชาวเขาเผ่า ปะกากะญอ
                                      ----------------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus