สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

หมอผ่าตัดมือหนึ่งของเมืองไทย
       หมอผ่าตัดมือหนึ่งของเมืองไทย
                 จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
               อาทิตย์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๕ ผมมาเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลศิริราช ได้พบคุณหมอวิรุณ บุญนุช โดยบังเอิญ ขณะท่านมาตรวจคนไข้ที่ท่านผ่าตัด ก็ได้มีโอกาสพูดคุยด้วย รู้สุกท่านจะให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุมาก โดยเฉพาะพ่อแม่ คำแรกที่คุณหมอถามผู้ป่วยคือ
     “ มีลูกกี่คน ลูกมาเยี่ยมครบหรือยัง” ผมฟังแล้วสะท้อนความรู้สึก ถึงความผูกพัน ในความรักระหว่างพ่อ-แม่-ลูก ที่มีต่อกันในยามเจ็บป่วย ระหว่างที่ผมกำลังคิด ท่านหันมาที่ผมแล้วพูดว่า
     “  พ่อแม่คือพรหมของบุตร พ่อแม่ให้เราเกิดมา เรามีวันนี้ได้ อย่างผมนี่ เป็นหมอที่ดีมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะพ่อแม่ดี พ่อแม่คือพรหมของบุตร เราต้องกราบไว้บูชา กตัญญูกตเวทิตาเหนือสิ่งอื่นใดและลูกคือบุคคลที่ทำให้พ่อแม่ชื่นใจ ” ความคิดผมเริ่มเตลิด หมอคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา เป็นหมอผ่าตัด ธรรมะสงสัยจะบรรลุธรรมแล้ว เพราะหมอน้อยคน ที่พบญาติหรือผู้ป่วยแล้วนอกจากคุยเรื่องสุขภาพแล้วยังคุยเรื่องธรรมะได้ด้วย           
        พูดถึงพระคุณของพ่อแม่ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสอุปมาว่า  ถ้าบุตรจะพึงวางบิดามารดาไว้บนบ่าทั้งสองของตน ประคับประคองท่านอยู่บนบ่านนั้น ป้อนข้าวป้อนน้ำและให้ท่านถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่านั้นเสร็จ แม้บุตรจะมีอายุถึง ๑๐๐ ปี และปรนนิบัติท่านไปจนตลอดชีวิต ก็ยังนับว่าตอบแทนพระคุณท่านไม่หมด     ยังมีผู้อุปมาไว้ว่า หากเราใช้ท้องฟ้าแทนกระดาษ  ยอดเขาพระสุเมรุแแทนปากกาน้ำในมหาสมุทรแทนหมึก เขียนบรรยายคุณของพ่อแม่  จนท้องฟ้าเต็มไปด้วยอักษร ภูเขาสึกกร่อนจนหมด น้ำในมหาสมุทรเหือดแห้งก็ยังบรรยายคุณของพ่อแม่ไม่หมด     


        สำหรับหมอวิรุณ  บุญนุช หรือ รศ.นพ.วิรุณ  บุญนุช ถือเป็นหมอผ่าตัดมือหนึ่งของเมืองไทยในปัจจุบัน ที่ทุกคนยอมรับ ในวงการแพทย์เรียกท่านว่า ดร.ฝน เพราะท่านชื่อเล่นว่า “ฝน” เป็นชาว จังหวัดสมุทรสงคราม
       ประวัติของท่านศึกษามาทางด้านนี้โดยเฉพาะ วท.บ. (วิทยาศาสตร์การแพทย์ ) พ.บ.ป.ชั้นสูง
( ศัลยศาสตร์ ) ว.ว.ศัลยศาสตร์ , อ.ว. (ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทรวงหนัก) CERTICATE  IN TRAUMATIC SURGERY (  MELBOUME ) , DIPLOMA  IN  CLINICAL ONCOILOGY ( LONDON)อ.ว.เวชศาสตร์ครอบครัว  เป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป                   (  COLORECTAL) ภาควิชาศัลยศาสตร์ทั่วไป คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ โทร ๐-๒๔๑๙-๘๐๐๕
     ด้วยความอยากรู้การทำงานของคุณหมอวิรุณ  บุญนุช ผมได้อ่านพบข้อความที่ผู้ป่วยที่มารับการรักษากับคุณหมอวิรุณแล้วเกิดความประทับใจ ได้เขียนลงในเว็ปไซต์ของพันธ์ทิพย์ ผมขอนำมาลงไว้โดยไม่มีการตัดทอน และเราทุกคนจะได้ภูมิใจ ที่ยังมีหมอดีๆในเมืองไทยของเรา

      สวัสดีครับ พี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทุกท่านครับ 

 ...  วันนี้  จะเป็นอีกวัน  ที่ผมคงจะไม่มีวันลืมในชีวิตของผม  เพราะวันนี้ มีเหตุการณ์ดี ๆ ที่ชื่นใจ ดีใจสุด ๆ เกิดขึ้นสำหรับผม และทุกสิ่ง ทุกอย่างนั้น  เกิดขึ้นได้ ก็จากแรงใจจากพี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ในห้องก้นครัวนี้เองครับ

 ...  วันนี้  ผมไปพบอาจารย์คุณหมอวิรุณ บุญนุช  ตามที่ท่านได้นัดไว้ เพื่อที่จะได้ไปรับทราบว่า  ผมเอง จะต้องเข้ารับการทำเคมีบำบัดอีกเมื่อใด  และด้วยวิธีไหน  ซึ่งผมได้เตรียมตัวและเตรียมใจในการรักษาด้วยคีโมไว้แล้ว   และก็ได้รับการช่วยเหลือจากคุณหน่อยคนเดิมอีกด้วย ที่คอยเช๊คตารางเวลาลงตรวจของคุณหมอวิรุณให้ด้วย  จนผมได้ไปพบกับคุณหมอในวันนี้

 ...  08.15 น.  ผมถึงโรงพยาบาลศิริราช ทำการยื่นบัตรตามปกติในคลีนิคพิเศษ  ในช่องของอาจารย์คุณหมอวิรุณ บุญนุช  ในลำดับที่ 19 
13.30 น.  ผมได้รับการเรียกให้เข้าไปในห้องตรวจ  เมื่อพบหน้ากับอาจารย์หมอแล้ว  ท่านก็ทักผมทันทีว่า  เป็นยังไง คุณศรีเพ็ญ  ท่านจำนามสกุลของผมได้  ก็เพราะว่า ท่านเคยเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ศัลย์ ศรีเพ็ญด้วยนั่นเองครับ

ท่านนั่งอ่านบันทึกการผ่าตัด ที่ท่านเป็นผู้ทำการผ่าตัดเอง และท่านก็พูดให้ฟังว่า

“ เนื้อร้ายที่เป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่ของผมนั้น ท่านได้ตัดออกไปจนหมด ซึ่งยาวรวมกันประมาณ 1 เมตรเศษ ๆ ตัวเนื้องอกยาว 24 เซนติเมตร  แต่มันโตจนไปติดกับผนังช่องท้อง  และเชื้อมะเร็ง  มันลุกลามตรงนั้น  ซึ่งท่านเอง ได้ทำการขูด และตัดแต่งทั้งในลำไส้ใหญ่ส่วนที่เหลืออีกเมตรเศษ ๆ นั้น  และได้ทำการเลาะ และแต่งผนังช่องท้องให้  ตัดทางเดินที่จะเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและระบบเลือด แล้วจึงเย็บปิดแผล โดยใช้เวลาทั้งสิ้น ประมาณ 4 ชั่วโมง “

ผมถามท่านต่อว่า  แล้วผมจะต้องทำการรักษาต่อด้วยคีโมหรือฉายแสงครับ

อาจารย์คุณหมอวิรุณ  ท่านตอบมาว่า

“ ไม่ต้องทำเคมีบำบัดใด ๆ อีกแล้ว เพราะท่านได้ทำการตัดส่วนที่จะเป็นมะเร็งออกไปจนหมดแล้ว  คีโมหรือการฉายแสงก็ไม่ต้องทำอะไรอีก  ตอนนี้ เพียงแต่รอให้แผลแห้งทุกส่วน  ก็เป็นปกติแล้ว  ยาทานก็ไม่ต้อง  เพียงแต่จะสั่งให้ทานวิตามิน  แล้วอีก 3 เดือน มาตรวจอัลตร้าซาวน์ตับและตรวจเลือดอีกครั้ง “

       พี่น้องครับ ... พี่น้องเคยอึ้งมาก ๆ ราวกับช๊อคไม๊ครับ 

       วันนี้ ผมมีความรู้สึกนั้นครับ

       คนแรกที่ผมคิดถึงคือคุณแม่ของผม  ผมยกมือไหว้อาจารย์คุณหมอวิรุณ แบบเลื่อนลอย  แต่ปากของผมก็ถามท่านว่า ท่านไม่ได้อำผมนะ  เพราะท่านจะเป็นคุณหมออารมณ์ดี  คุยสนุกกับผมเสมอ ๆ 

     ท่านตอบกลับมาให้มั่นใจอีกครั้งว่า  ผมยืนยัน คุณหายจากมะเร็งแน่นอน   และคุณหมอยังบอกอีกด้วยว่า  กรณีแบบผมนี้ ไม่ค่อยเกิดขึ้น  เป็นเพียง 1 ในหมื่นรายที่จะพบได้  ที่มะเร็งระยะที่ 3 จะหายได้เพียงแค่ผ่าตัดทิ้งไป  เชื้อไม่เข้าในระบบน้ำเหลืองและเลือด  คุณเป็นหนึ่งในปาฏิหารย์ในชีวิตการทำงานของผมเลย  

นี่คือคำยืนยันจากอาจารย์คุณหมอวิรุณ บุญนุชครับ

และคำพูดอีกประโยคของท่าน  ที่ผมฟังปุ๊บ น้ำตาผมไหลออกมาทันที  และแม้กระทั่งตอนนี้ ถ้าผมคิดถึงคำพูดนี้ ผมจะปลื้มใจที่สุด

“ คุณวิวัฒน์เอง ก็จะได้อยู่เพื่อช่วยคนต่อ ๆ ไปยังไงล่ะ “

ผมถามท่านทันทีว่า ท่านทราบเรื่องของผมด้วยเหรอครับ  ท่านตอบว่า

“ รู้ซิ  พยาบาลก็มาเล่าเรื่องคุณวิวัฒน์  ที่ชอบสอนคน ชอบช่วยคนในเรื่องการทำอาหารไปประกอบอาชีพ คุณก็ทำของคุณต่อไปนะ “



ผมรับปากกับท่านทันทีว่า  แน่นอนครับ  ผมจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ทำในสิ่งที่ผมทำได้ต่อไปครับผม

14.20 น.  ผมโทรศัพท์ไปหาคุณหน่อยทันทีเป็นคนแรก  เพราะคุณหน่อยนี่แหละครับ  ที่เป็นผู้ที่ช่วยเหลือผมมาตลอด นับตั้งแต่ทราบเรื่องของผม  คอยช่วยอย่างเต็มที่ในทุกเรื่อง  จนผมมายืนดีใจที่สุดเหมือนเกิดใหม่อีกครั้งในวันนี้  เสียงที่ปลายสายนั้นคือ ... เงียบครับ

คุณหน่อยบอกว่า  ที่คุณหน่อยเงียบไปนั้น  เพราะคุณหน่อยช๊อค  ตกใจระคนกับดีใจมาก ๆ ที่ผลของวันนี้ ออกมาเช่นนี้  ผมคือกรณีปาฏิหารย์ของจริง  เป็นข่าวดีประจำปีนี้เลยก็ว่าได้  คุณหน่อยดีใจด้วยมากมาย ผมเองก็ดีใจมาก ๆ เช่นกันครับ

คนที่สองคือน้องหลิน  ที่คอยเป็นกำลังใจให้ผมมาตลอด  มาเฝ้าผมทุกวัน ที่วันนี้ เธอไม่ได้มาด้วยนั้น ก็เพราะว่า  ผมบอกว่ามาฟังผลการนัดการให้คีโม คงไม่ต้องมาเป็นเพื่อนพี่หรอก แต่ปลาสายที่ได้ฟังก็บอกว่าจะมารับผมที่ศิริราชทันที  แต่ผมบอกว่าให้ไปรอที่บ้านแล้วกัน เดี๋ยวจะกลับไปจุดธูปบอกคุณแม่แล้วจะไปไหว้พระกันทันที ...

 ...  14.50 น.  ผมเดินอยู่ในศิริราช  ในใจคิดถึงพระบารมีแห่งองค์พระบิดา  คิดถึงพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและองค์สมเด็จพระเทพ ฯ  รวมทั้งสิ่งศักสิทธิ์ ที่อยู่ในบริเวณโรงพยาบาลศิริราชนี้ทั้งหมด  รู้สึกอบอุ่นและรู้สึกว่า  สิ่งที่ผมอธิษฐานไว้และสิ่งที่ผมคิดจะทำให้กับศิริราชมูลนิธิ กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้แน่นอน

 ...  พอขึ้นมาบนรถ ผมก็คิดถึงกำลังใจ  พลังใจจากมิตรรักพี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้องชาวก้นครัวและชาวพันทิปทั้งหลาย ที่ได้ช่วยกัน  ส่งแรงใจมาให้กับผมมากมายในทุก ๆ ทาง  ผมได้พลังจากสิ่งศักสิทธิ์หลาย ๆ ทาง  ที่ทุก ๆ คนได้ส่งกันเข้ามา  คิดถึงกระทู้ให้กำลังใจที่ผ่านมาทุก ๆ กระทู้  ที่ทำให้ผมมั่นใจได้ว่า  เพื่อนแท้ทางโลกไซเบอร์นั้นมีจริง  และพลังงานที่ส่งกันเข้ามานั้นก็มีจริง  เพราะผมสัมผัสได้จากชีวิตของผมนี้เองครับ

 ...  และทุกอย่างจะต้องไม่ประมาทอีกแล้ว รวมทั้งการใช้ชีวิตด้วย  ผมคงต้องปรับการกิน  เพื่อที่จะไม่ให้เชื้อมะเร็งกลับมาอีก  คุณหน่อยบอกไว้ว่า มะเร็งไม่ชอบพืชผัก  เราก็จะกินผักให้มากขึ้น  และจะงดเนื้อวัว ที่ย่อยยาก ตกค้างในลำไส้ยาวนาน  ให้ทานพวกปลา เนื้อไก่ยังดีกว่า  เพราะผมยังมีเรื่องที่อยากจะทำอีกหลายอย่างในชีวิตนื้   ถ้าได้ทำแล้วค่อยมาว่ากันอีกที ... สวัสดี กับชีวิตใหม่ครับผม
        ท่านผู้อ่านครับผมเขียนเรื่องนี้ ที่โรงพยาบาลศิริราชหลังจากได้คุยกับท่านเพียง ๓๐  นาที หลังท่านคล้อยหลังเดินออกจากห้อง ผมก็เริ่มกางโน้ตบุ๊คเขียนทันที ด้วยความประทับใจคุณหมอวิรุณ ท่านคุยกับผู้ป่วยอย่างเป็นกันเอง สุภาพเรียบร้อย ให้คำแนะนำทั้งผู้ป่วยและญาติให้หายข้อสงสัยและสบายใจ
       ผมยังไม่ละความพยายามค้นคว้าเพิ่มเติมจนได้ข้อมูลที่คุณหมอวิรุณได้เขียนบทความลงในสื่อสิ่งพิมพ์มาฝากทุกท่านเป็นความรู้ด้วย

                                                        โรคริดสีดวงทวาร
                                                               By ผศ.นพ.วิรุณ บุญนุช OSK88 


            หลายท่านคงเคยได้ยินมาว่าถ้าหากระบบขับถ่ายดีย่อมหมายถึงการมีสุขภาพดี ผิวพรรณสดใสตามไปด้วย แต่อุปสรรคสำคัญในการขับถ่ายที่เรารู้จักกันดี นั่นคือ โรคริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งเป็นอาการผิดปกติของกลุ่มหลอดเลือดรอบรูทวารหนักที่เกิดจากการถูกรัดด้วยพังผืดที่ยึดติดกับกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณลำไส้ตรง ส่งผลให้เกิดก้อนที่รูทวารหนักโป่งพองยืดออกมาและโตขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อเบ่งถ่ายความดันในช่องท้องจะเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ ทำให้อุจจาระเสียดสีกับกลุ่มหลอดเลือดที่โป่งพองขึ้นจนฉีกขาด ทำให้มีเลือดซึมฉาบอุจจาระที่ขับออกมา โดยทั่วไปผู้ป่วยจะไม่สามารถคลำพบก้อนดังกล่าวได้ในระยะแรก แต่ในระยะต่อมาจะคลำพบติ่งหรือก้อนที่โผล่ออกมาจากรูก้น โดยทั่วไปจะพบผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักในช่วงอายุระหว่าง 45 – 65 ปี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี จะไม่เป็นโรคนี้เพราะพังผืดที่ยึดคลุมกลุ่มหลอดเลือดยังแข็งแรงอยู่ 
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร
พันธุกรรม
 
       อาชีพ ซึ่งผู้มีอาชีพที่ต้องยืนนาน ๆ จะมีผลให้ความดันเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณปากทวารไหลกลับสู่หลอดเลือดดำในช่องท้องช้าลง โดยทั่วไปหลอดเลือดดำมีลิ้นเพื่อให้เลือดดำไหลกลับได้ทางเดียว แต่เมื่อการไหลของเลือดดำช้าลงประกอบกับมีความดันในช่องท้องสูง จึงเกิดการคั่งของหลอดเลือดดำบริเวณกลุ่มหลอดเลือดปากรูทวารหนัก ส่งผลให้กลุ่มหลอดเลือดดำโป่งพองจนเกิดอาการของโรคริดสีดวงทวาร 
เกิดจากโรคแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ เช่น โรคตับแข็ง หรือโรคตับอักเสบ ไวรัสบี ซึ่งจะมีอาการท้องมานในระยะสุดท้าย และเมื่อมีน้ำในช่องท้องมาก ๆ จะส่งผลไปกดการไหลเวียนเลือดในช่องท้อง เป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดดำไหลกลับเข้าช่องท้องได้ไม่ดีนัก 
อาการน่าสงสัยเมื่อเป็นริดสีดวงทวาร
              เมื่ออุจจาระพบว่ามีเลือดสด ๆ ไหลออกมาด้วย คลำพบก้อนที่รูทวารหนัก ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ 

ระยะที่ 1 พบก้อนข้างในรูทวารหนัก สามารถรักษาได้โดยการดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานผักสด ผลไม้สดเป็นประจำ หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ และบางครั้งอาจใช้ยาเหน็บหรือยาถ่ายอุจจาระเป็นครั้งคราว
ระยะที่ 2 คลำพบก้อนที่รูทวารหนักเป็นบางครั้งและจะกลับเข้าไปด้านในได้เอง
ระยะที่ 3 พบก้อนโผล่พ้นรูทวารหนักออกมา และสามารถใช้นิ้วดันกลับเข้าไปได้เพราะก้อนยังไม่แข็ง
ระยะที่ 4 พบก้อนยื่นออกมา และใช้นิ้วดันกลับเข้าไปไม่ได้ เพราะนอกจากกลุ่มหลอดเลือดดำที่โผล่ออกมาดันพังผืดจนโป่งพองและบางแล้ว ยังถูกกล้ามเนื้อหูรูดปากทวารหนักรัดเอาไว้จนเลือดไหลเวียนไม่ได้ ทำให้เกิดการแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดขังอยู่ข้างใน ส่งผลให้เจ็บปวดอย่างรุนแรง ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยให้ทำการผ่าตัด
ปวดบริเวณทวารหนักอย่างรุนแรง                                     
ปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะห่างไกลริดสีดวงทวาร
       
รับประทานอาหารที่มีกาก ( Fiber Food) เช่น ผักสด ผลไม้สด เพราะผักและผลไม้จะไม่สามารถย่อยสลายได้หมด และสามารถดูดน้ำกลับจากลำไส้ ส่งผลให้กากอุจจาระมีลักษณะนุ่มและอุ้มน้ำอยู่ภายใน และเมื่อถ่ายอุจจาระจะทำให้ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก 
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อร่างกายเคลื่อนไหว ลำไส้ก็จะมีการเคลื่อนไหว และไปบีบให้อุจจาระมีการเคลื่อนตัวทำให้ขับถ่ายสบาย 
       ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อให้อุจจาระมีน้ำอุ้มอยู่ ส่งผลให้กากอุจจาระนุ่ม โดยทั่วไปการที่ร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่น้อยกว่าความต้องการจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เพราะโดยปกติร่างกายจะมีปริมาณน้ำในลำตัวคงที่ เมื่อเราดื่มน้ำน้อย ลำไส้ต้องทำหน้าที่ดูดน้ำกลับจากกากอาหารที่เคลื่อนที่ผ่านไป เพื่อเข้าสู่ระบบการไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายตลอดเวลา และย่อมส่งผลต่อการแข็งตัวของอุจจาระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
       เมื่อเราทำความรู้จักกับโรคริดสีดวงทวารหนัก รวมถึงทราบว่าที่มาของโรคเป็นอย่างไรแล้ว  
       จึงไม่ยากที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเพียงท่านมีนิสัยในการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ดูแลรักษาตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยการออกกำลังกาย ท่านย่อมห่างไกลริดสีดวงทวารอย่างแน่นอน
                                                                   
                                                                                   เขียนและค้นคว้าบนโต๊ะเฝ้าไข้โรงพยาบาลศิริราช
                                                                                                 อาทิตย์ที่ ๔  มีค. ๒๕๕๕

               


 
 
 
 
               
      




blog comments powered by Disqus