สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สมุนไพรบำบัดโรคไต

น้ำเอ็นไซม์กระชายล้างไตบำบัดโรค
จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
     ผมเดินทางมาทั่วประเทศได้พบเห็นได้สัมภาษณ์พูดคุยกับหลายๆคนที่ทำน้ำเอ็นไซม์ทั้งที่ทำเพื่อสุขภาพให้คนกินและทำเพื่อเลี้ยงสัตว์หรือใช้ในครัวเรือน หลายคนหลายตำราแต่หลักๆไม่แตกต่างกัน ที่แตกต่างก็คือวัสดุที่นำมาเป็นส่วนผสม เช่นบางคนก็นำผลไม้ในท้องถิ่นมาทำ บางคนก็ทำผลไม้รวม พิเศษกว่านั้นบางคนนำเอาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำบัดโรคมาทำ
     ผมเคยสัมภาษณ์ป้าเซ้ง คุณสรวรรณ  ศิริสุนทรินทร เจ้าแม่เคเบิ้ลทีวี ในช่องสัญญานซุปเปอร์เช้งเคเบิ้ลทีวี ๘๐ ช่องสัญญานใยแก้ว ระบบเคยูแบนด์และซีแบนด์ ที่ปทุมธานี มีบ้านหลังใหญ่ มีรถราคาหลายล้านรอบบ้านท่านใช้ถัง ๒๐๐ ลิตรทำน้ำหมักชีวภาพหรือเอ็นไซม์จากผลไม้  ๒๓ ชนิด เพื่อลดภาวะโลกร้อน และใช้ดูแลสุขภาพ
     อีกคนที่ผมสัมภาษณ์คือคุณวรวิทย์  วังตาล บ้านสวนกล้วย อ.บ้านโป่ง (หน้าสถานีรถไฟบ้านโป่ง) จังหวัดราชบุรี คนนี้เก่งครับมีความสามารถฝังเข็มได้ด้วย คุณวรวิทย์ หมักน้ำเอ็นไซม์ไว้รอบบ้าน บอกว่ายิ่งหมักไว้นานๆเป็นสิบปียิ่งดี การทำน้ำเอ็นไซม์ของคุณวรวิทย์คือ เอาผลไม้ไม่ว่าจะเป็นมังคุด หรือส้มก็ได้ เอามา ๓ ส่วน น้ำผึ้ง ๑  ส่วน
น้ำสะอาด ๑๐ ส่วน หมักใส่ถัง ปิดฝาและทำประวัติข้างถัง พร้อมวันเดือนปีที่ทำ เก็บไว้ ๓  เดือน หมักยิ่งนานยิ่งดี
      ดร.รสสุคนธ์  พุ่มพันธุ์วงศ์ จากมูลนิธิภูมิปัญญาสากล ท่านศึกษาแพทย์ทางเลือกมาจากอินเดียและมีประสบการณ์ด้านนี้บอกผมว่า
      “ น้ำหมักชีวภาพหรือเอ็นไซม์เพื่อการบริโภค มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว มีการหมักน้ำสมอดอง ซึ่งถือเป็นน้ำอมตะและยาอายุวัฒนะ
      น้ำหมักชีวภาพหรือน้ำเอ็นไซม์ ก็คือ น้ำขูดมูตรเน่า ที่มีจารึกไว้ในพระไตรปิฎก สารอินทรีย์ที่ได้จากการหมักนั้นได้ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์แก่คนเรามาเนิ่นนานนับพันปี จากทฤษฎีการแตกตัวของอนุมูลสารอาหาร เพื่อให้เกิดการซึมของน้ำหนัก จะได้สารอาหารที่อยู่ในรูปของสารละลาย ครบ ๕ หมู่ ตามความต้องการของร่างกายในสภาวะฟื้นฟู สารอาหารที่ออกมานั้นอยู่ในรูปของ กรดอมิโนจากโปรตีนพลังงานจากแป้งไวตามินและแร่ธาตุจากผักผลไม้ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในระดับต่างๆกัน สามารถลดการเผาผลาญเกินในร่างกายที่ก่อให้เกอดเซลล์ผิดปกติ เช่น เซลล์เนื้องอก เซลล์มะเร็ง หรือลดอาการภูมิแพ้และปรับฮอร์โมนให้ปรกติ
      ล่าสุดผมเดินทางไปร่วมงานคนหน้าไมค์หลังไมค์ใกล้ชิดประชาชนที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน คุณบัณฑิต  สิทธิกัน แฟนรายการจากอุทยานแห่งชาติท่าปลาผาเสื่อ ตำบลห้วยผา อ.เมือง แม่ฮ่องสอน เดินทางเยี่ยมผมถึงสถานี มาคราวนี้คุณบัณฑิต มีสูตรเด็ดเคล็ดลับภูมิปัญญาไทยมาฝากผมด้วย
      สูตรที่ว่านี้มีสรรพคุณบำรุงไตล้างไต กินแล้วเวลาขับปัสสาวะน้ำปัสสาวะจะใสสะอาด ทำให้ระบบการทำงานที่เชื่อมโยงกับไตทำงานดีขึ้น ที่ปวดหลังปวดเอวก็จะหาย เพิ่มความกำหนัดจะรู้สึกกระฉับกระเฉงกระชุ่มกระชวยร่างกายมีเรี่ยวแรงเปล่งปลั่ง ถ้าเป็นผู้หญิงเลือดลมไหลดีเลือดฝาดแก้มจะมีสีชมพูมีน้ำมีนวลเหมือนาสาวแรกรุ่น
      คุณบัณฑิตบอกว่าตัวยามี กระชายเหลืองที่ใช้ในครัวเรือนโดยใช้เง้า  ๓  กิโลกรัม น้ำผึ้ง ๑ ขวดลิตร  น้ำเปล่า ๕  ลิตร
นำทั้งหมดมาหมักใส่ขวดโหลปากกว้าง ปิดฝาให้สนิท หมักไว้ ๓  เดือน จะกลายเป็นน้ำเอ็นไซม์ นำมาดื่มได้ โดยกิก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๒ ช้อนแกง ตามด้วยน้ำเปล่า ๑ แก้ว และน้ำเอ็นไซม์ที่ได้เมื่อเอามาหลักผสมกับใบโหระพาสัก ๑ กำมือ สามารถนำมาทาแก้แผลที่เกิดจากน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ ได้ผลดี จะไม่แสบร้อนและไม่เป็นแผลเป็นอีกด้วย ที่เล่ามาเป็นประสบการณ์ตรงของคุณบัณฑิต ถ้าใครสนใจต้องการคำยืนยันติดต่อได้ที่ ๐๘-๙๕๕๘-๔๕๑๖
      พูดถึงกระชาย บางแห่งก็เรียกกะแอน , ระแอน หรือว่านพระอาทิตย์ กระเหรี่ยงเรียก โป้ตาวอ กระชายมีทั้งหมด ๓ ประเภท คือกระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง สำหรับกระชายที่ใช้ในการปรุงอาหารคือกระชายเหลือง  กระชายจะ มีรสร้อนเผ็ดขม เป็นยาร้อน ใช้เป็นยาขับลม เพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดมวนท้อง ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น เวลากินจะให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนบริเวณลิ้นและลำคอ มีสรรพคุณช่วยล้างของเสียและสิ่งสกปรกที่คั่งค้างตามระบบทางเดินอาหารและลำไส้เป็นยาขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ทำให้เจริญอาหาร รักษาโรคบิดและโรคในช่องปาก เช่นปากเปื่อย ปากเป็นแผล ปากแห้ง

blog comments powered by Disqus