สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

รายงานข่าวอุทกภัย
              สวัสดีครับแฟนๆ jamrat.net ผมขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นกำลังใจให้ผม ถึงแม้จะไม่เปิดเผยตัวและพิกัด ก็ตาม ดูจากยอดสถิติผู้ชม แล้วก็ชื่นใจ ว่ายังมีเพื่อนร่วม อุดมการณ์ ชอบเหมือนกันอยู่ เราคงได้มีโอกาสพบหน้าค่าตากันสักครั้งนะครับ ก่อนตายจากกัน ฮ่าๆๆ
              ผมได้รับมอบหมายให้เขียน การรายงานข่าวอุทกภัย ลงในหนังสือ รายงานประจำปี ลงในหนังสือ เพื่อแจกในงานวันวิทยุกระจายเสียงไทย วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕  ผมส่งต้นฉบับไปแล้ว ถือโอกาสฝากแฟนเน็ต ทุกท่านได้อ่านก่อนหนังสือที่กำลังเตรียมพิมพ์
   
                           การรายงานข่าวอุทกภัย….
             ที่นี่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

                                                                                        โดย.. จำรัส  เซ็นนิล
 
                อุทกภัย 2554  วิกฤตหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ  ในความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑลด้วย   สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในฐานะสื่อของรัฐไม่อาจละทิ้งความเดือดร้อนของประชาชนไปได้  ถือเป็นภารกิจสำคัญที่เราต้องช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน    เป็นการช่วยเหลือตามภารกิจของสื่อสารมวลชนภาครัฐ นั่นคือการรายงานข่าวสถานการณ์ สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนไปสู่สาธารณะ  ซึ่งจะนำไปสู่ความช่วยเหลือได้ในที่สุด
                เมื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยรวมพลังผลิตรายการร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย  ผมจึงได้อาสาลงพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อรายงานสถานการณ์สดจากพื้นที่จริง  สะท้อนความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยสดจากพื้นที่จริงให้ผู้ฟังรายการของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยได้ทราบ
                สถานการณ์อุทกภัยทำให้พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเต็มไปด้วยน้ำ  มองไปทางไหน ไม่เห็นถนนหนทาง มีแต่แม่น้ำลำคลอง  การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก  ซึ่งรวมไปถึงการเดินทางไปยังพื้นที่อุทกภัยเพื่อการรายงานข่าวของบรรดาผู้สื่อข่าวทั้งหลายด้วย   ภาพปรากฎอย่างที่ทุกท่านได้เห็นจากสื่อโทรทัศน์ทุกช่อง ที่ผู้สื่อข่าวทุกคนต้องมีภาพยืนแช่น้ำรายงานข่าว  สื่อวิทยุกระจายเสียงอย่างสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  เราก็ลุยน้ำ  แช่น้ำรายงานข่าวเช่นเดียวกัน  การรายงานข่าวของผมจึงต้องให้ผู้ฟังได้เห็นภาพ (ที่เกิดจินตนาการจากการฟังรายงานข่าว) การลุยน้ำรายงานข่าวเหมือนกัน  ผมจึงใช้รถโฟว์วีลคู่ชีพ ลุยทุกพื้นที่เพื่อให้รู้จริง ถ้าจุดไหนน้ำท่วมเกิน ๕๐ เซ็นติเมตร ก็จอดรถแล้วโบกรถทหารบ้าง รถเครน(รถยก) รถยกสูง บางครั้งก็ลงเรือทั้งท้องแบน หางยาว หางสั้นและพารามอเตอร์ นั่งมาหมด ยกเว้น เฮลิคอปเตอร์ กลัวตก ฮ่าๆๆ
         ผมได้เกาะเกี่ยวสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง นับวัน/ชั่วโมงและนาที เรียกว่าลุ้นกันระทึก กับการรายงานข่าวให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลในการเตรียมตัว ป้องกันภัย และวิธีการแก้ไข
        ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบ ในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลายคน ขณะลงพื้นที่ลุยน้ำพบชาวบ้าน   สถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ทั้งมุมบวกและมุมลบ ของคนหลายแง่มุม โบราณเขาถึงว่าไว้ว่า ยามเจ็บป่วยจะเผยกัลยาณมิตรให้ปรากฏตัว
       มีรถสิบล้อ รถเครน รถยกสูง  รถบรรทุกสินค้า ออกมาวิ่งรับส่งผู้คนฟรี ยอมจ่ายค่าน้ำมันเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่เดินลุยอยู่ในน้ำ หอบลูกขนสัมภาระอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา
ไหนจะแม่ ไหนจะลูก
      รถยีเอ็มซี.ของทหาร ถึงแม้จะมากแต่ก็ไม่พอเพียง  เพราะเดือดร้อนทุกพื้นที่ คนนับหมื่น นับแสน
สภาพบนรถที่ยืน   ยืนครับ  ไม่มีนั่ง   เพราะไม่มีที่สำหรับนั่ง   ผู้คนเยอะมาก ขนาดยืนยังอัดกันแน่น แต่ละคนยืนกอดกระเป๋าเสื้อผ้า  สิ่งของยังชีพเฉพาะหน้า  บางคนหนักเข้าไปอีกทั้งคนแก่และลูกเล็กตาดำๆ   ตัวเล็กๆเท่าลูกหมานอนลืมตาปริบๆ
       ผมเปรียบเสมือนผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับเขา   เพราะต้องยืนบนรถที่ไม่มีหลังคา ท่ามกลางอากาศอันร้อนอบอ้าว นับเป็นชั่วโมง กว่าจะถึงที่หมาย แม้มองเบื้องล่างจะมีน้ำขังเต็มก็ตาม มันทำให้ผมรู้ซึ้งถึงความรู้สึก เจ็บปวด ของผู้อพยพ  ถึงแม้จะถูกเรียกสวยหรูว่า ไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงก็ตาม
       เสบียงที่ผมเตรียมไว้ในกระเป๋าสะพาย ทั้งขนมน้ำ ไม่เคยได้กินสักวัน เพราะเห็นคนที่ลำบากกว่าเรา   ต้องใจอ่อนยกให้แทบทุกวัน เรายังแข็งแรง  พอลุยน้ำได้  คงมีสักจุดที่น้ำไม่ท่วมเปิดค้าขายพออาศัยได้บ้าง  กินมากก็ไม่ดี   เกิดเคราะห์หามยามซวย “แขกตี้” (ขี้แตก) ขึ้นมา หาที่ปลดทุกข์ยากมากๆ
     อาชีพผู้สื่อข่าว ยามนี้ เป็นทั้งคนขนของ อุ้มคนแก่ เด็ก แนะนำการเดินทาง เรียกว่าทำทุกหน้าที่
กระโดดขึ้นลงท้ายรถ ยกของขึ้น ขนของลง ทุกคนก็แสดงความขอบคุณทั้งรอยยิ้ม และคำพูด แต่มีอยู่ราย เป็นเด็กนักศึกษาผู้หญิง ทำให้ผมแทบหมดแรง
     “ลุงๆช่วยถือหน่อย”  เธอยกของส่งให้เพื่อเตรียมลงจากรถ แค่นี้ยังไม่พอ ลงจากรถเสร็จ
    “ ขอบคุณมากค่ะลุง”  ผมกลับบ้านมองดูกระจกนึกถึงคำพูดของเด็กสาวคนนั้น ก็จริงอย่างหลานว่า ตัวดำเกรียมแดด หนวดยาวหร๋อมแหรม เฮ้อสังขาร หลังน้ำลด ผมสั่งครีมบำรุงผิวมาหลายขวดทาทุกวัน ตอนนี้อยากให้น้องคนนั้นมาดูอีกสักครั้ง ไม่เรียกพี่ให้รู้ไป ฮ่าๆๆ
      เมื่อน้ำท่วมนานวัน ความเครียดก็มาเยือน อย่างเช่นเหตุการณ์ที่ ถนนพหลโยธินหลังกองทัพอากาศ ชาวบ้านยกทีมมารื้อคันแนวบิ๊กแบ็ค เผชิญกับทีมเจ้าหน้าที่ที่มาดูแลความปลอดภัย ระหว่างการเจรจา มีการสาดน้ำใส่เจ้าหน้าที่ยังกับเทศกาลสงกรานต์ก็ไม่ปาน นักข่าวแทบทุกช่องรวมทั้งผมด้วยก็ได้รับอานิสงส์ เย็นฉ่ำตลอดทั้งตัว ขณะรายงานข่าวสดๆ หลังจากนั้นก็ตกลงกันได้
    ผมเข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายและเข้าใจสภาพตัวเอง ภาพเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย
มันยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของผม ที่ได้บันทึกไว้ทั้งภาพ-เสียง-กลิ่นอายความร้อน-เย็น-ความรู้สึก มันตราตรึงไปชั่วชีวิต แม้ทุกวันนี้เวลาขับรถผ่าน จุดที่น้ำท่วม ภาพเดิมๆนั้นยังปรากฏอยู่ในมโนภาพให้เห็น ถึงแม้ผมจะเหนื่อย แต่ผมก็มีความสุขครับ สุขที่ได้รายงานข่าวให้ญาติพี่น้องของผู้ประสบภัยได้ทราบสถานการณ์ สุขใจที่ได้ช่วยเหลือประชาชน ยามเขาลำบาก ถึงแม้บางครั้งผมอาจเป็นด่านแรกที่เขาจะได้ระบายความในใจที่ใครไม่อาจทนฟังได้ แต่ผมเข้าใจเขาครับ มันเครียดจริงๆ
        หลังเหตุการณ์ร้ายผ่านไปผมได้รับจดหมายจากผู้ฟัง  บรรยายเป็นบทกลอนถึงความรู้สึก ที่ได้
รับฟังการรายงานข่าวของผม เรียกว่าติดตามทุกระยะและทุกวัน ขอน้อมจิตคารวะด้วยความขอบคุณครับ  ...ที่นี่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
                    ชีวิตสื่อ  มวลชน  ฉงนนัก            ทุกสิ่งจัก ต้องทำได้ ไม่อายเขา 
              รายงานข่าว  ทุกพื้นที่ ใช่ว่าเบา           รุดเร็วเข้า  แสนยากเย็น  น่าเห็นใจ
              ยิ่งน้ำท่วม ห้าสี่นี้ ใหญ่หลวงนัก      เดือดร้อนหนัก  ทั้งรวยจน ทั่วถิ่นใช่
             ผู้สื่อข่าว  เร่งรายงาน  ทั้งใกล้ไกล       ช่วยกายใจ  ทุกหน้าที่  เร็วรี่พลัน
              ลุยน้ำดำ   เหม็นคร่ำ สะท้านจิต       ผ่าวิกฤต ช่วยเหลือไทย  ไม่เหหัน
             ฝ่าน้ำไหล  เชี่ยวกราก  ไม่ทิ้งกัน          ล้วนมหันต์  อุปสรรค นานัปการ 
            ทิ้งรถรา  ลงเรือต่อ ยีเอ็มซี                   รถไฟจี้  ขึ้นรายงาน  อย่างอาจหาญ
           มอเตอร์ไซด์ รถเมล์มา ท้าทันการณ์      ผสานงาน  ให้ประชาฯ  ผาสุกเอย.

                                   --------------------------------------------


       คุณเสกสม  แจ้งจิต ทีมงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ครับ อยากเห็นหน้าคุณเสกสม เข้าไปที่เรื่องเล่าสุขภาพ แล้วคลิกไปที่เรื่อง น้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รูปนั่งเรือ คนกลาง(นับจากบนลงมารูปแถวที่ ๔ ขณะลงเรือไปเยี่ยมและสัมภาษณ์ชาวบ้านรายงานสดออกอากาศ (คุณเสกสม รายงานทั้ง วิทยุ-โทรทัศน์)
        วันนั้นน้ำมันเรือหมดกลางทาง เดือดร้อนชาวบ้านต้องนั่งเรือหางยาวหาซื้อมาให้ ผมจะจ่ายค่าน้ำมันคุณเสกสมไม่ยอมจะจ่ายเอง เบิกได้หรือเปล่าไม่ทราบ (ไม่มีสนามรบใดขุนพลไม่มีบาดแผล) แต่เรามีความสุขครับ วันนั้นเรากินน้ำผลไม้ปั่นที่ผมเตรียมมากินต่างข้าวเที่ยง ส่วนขนมให้กับลูกหลานชาวบ้านที่ยืนตาละห้อยอยู่บนระเบียงบ้านชั้น ๒
     ที่นั่นเราได้ดูนกที่บินมาจากต่างประเทศมาเล่นน้ำแถบนั้นพอดี ทำให้ผมคิดว่า นกทำไม มันไม่ทำพาสปอร์ตยังมาเที่ยวเมืองไทยได้ ? มันอิสระจริงๆ และยังคิดต่อไปอีก ที่ดินเป็นของเปลือกโลก ไม่ใช่ของกูของมึง ไม่มีใครจับจองได้ตลอด จึงเป็นที่มาของ สมัยทวาราวดี อยุธยา และปัจจุบัน ต่างก็ต้องตายจากกัน
เราอยู่แค่ช่วงชีวิตหนึ่งเท่านั้น...แล้วทำไมไม่ช่วยกัน เฮ้อ

            ที่แน่ๆๆๆช่วงน้ำท่วม... เราสองคนรู้ดี ว่าเรารบ..(รายงานข่าว) เคียงบ่าเคียงไหลกัน
                                           ....เพื่อกรมประชาสัมพันธ์    

blog comments powered by Disqus