สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

เอดส์( AIDS ) ภูมิคุ้มกันเสื่อม
                   เอดส์( AIDS ) ภูมิคุ้มกันเสื่อม
                       จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
       แรงบันดาลใจที่ผมต้องลงมือเขียนและค้นคว้าเรื่องเอดส์มาเล่าสู่กันฟัง เพราะผมได้ยินเสียงเด็กเรียกมาตามสายโทรศัพท์ ขณะที่ผมกำลังคุยโทรศัพท์กับผู้ชายคนหนึ่ง
      “ พ่อๆๆ” เป็นเสียงเรียกหาผู้ชายที่ผมกำลังคุยด้วย และผู้ชายที่ผมกำลังคุยด้วยก็บอกผมว่า
     “คุณจำรัส ผมติดเชื้อ เอดส์”  แสดงว่าชายคนนั้นกำลังนำมหันตภัยมาสู่ครอบครัว ผมมั่นใจว่าคนเราเมื่อติดเชื้อ คงลำบากใจที่จะไปไหนมาไหน คงต้องซ่อนเร้นกลัวคนประณามหยามเหยียด
    “ใจเย็นๆครับพี่ ถ้าหากเราสร้างภูมิต้านทานมาสู้กับเชื้อได้ เราก็อยู่สบาย แต่ต้องหมั่นดูแลสุขภาพ ที่ผ่านมาผมได้สัมภาษณ์หลายคนที่ติดเชื้อ ทุกคนสุขภาพดีอยู่ได้มาตลอด ผมขอเป็นกำลังใจครับ”



    โรคเอดส์ (AIDS) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งย่อมาจากคำว่า Human immunodeficiency virus จัดเป็นไวรัสในกลุ่มรีโทรไวรัส (Retrovirus) โดยถือว่าเมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่สามของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีจะเรียกว่าเป็นโรคเอดส์โดยสมบูรณ์แล้ว
คำว่าเอดส์ (AIDS) เป็นชื่อโรคย่อมาจากคำว่า Acquired immunodeficiency syndrome มีความหมายกว้างๆว่า โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ผมได้คุยกับหมอหลายคน และคนที่ผมศรัทธาคือ หมอเจน ( เจนธัช ขจรศิลป์ ) ท่านเคยรักษาชาวต่างประเทศซึ่งเดินทางมาจากใต้หวัน อาการแทบแย่ รักษาได้เพียง ๓  เดือนอาการดีขึ้นมากพอย่างเข้าเดือนที่ ๖ ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลผลปรากฏว่าเลือดเขาปกติ ทุกวันนี้เอยู่ในสังคมได้อย่างสบายไม่บอกไม่รู้ว่าติดเชื้อร่างกายแข็งแรง และด้วยความสำนึก ชาวต่างประเทศผู้นั้นถึงกับซื้อบ้านมอบให้หมอเจน เป็นการขอบคุณที่ช่วยเขาให้มีชีวิตรอดอยู่ดูโลกต่อไปได้
         มีเด็กหนุ่มขอสงวนนาม เดินทางมาหาผมเล่าชีวิตอันรันทดให้ฟัง เคยมีสาวคนรักคนเดียวกันกับเพื่อน ทำงานโรงแรมดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สาวเจ้าเป็นคนสวยเชื้อสายแขก เรียกว่ารักสามเส้า กับชายไทย ๒ คน ผลปรากฏว่าเพื่อนรักเขาเสียชีวิต ส่วนคนรักพ่อแม่ให้กลับไปเยียวยายังบ้านเกิดป่านฉะนี้ไม่ทราบยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ส่วนตัวเขาเอง หลังจากรักษากับโรงพยาบาลไม่มีหลักประกันเงินทองก็ร่อยหรอ ตัวซีดเริ่มมีตุ่มพุพอง
        ชะรอยบุญกรรมที่ทำมาคงหมดเคราะห์ได้พบกับหมอเจน ได้มอบชีวิตให้หมอเจนรักษา จนร่างกายแข็งแรง ต้องบอกว่าหน้าตาเด็กหนุ่มคนนี้หล่อเหลาเอาการ ผมได้บันทึกภาพไว้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยินดีที่จะสะท้อนสังคมได้ตระหนัก  แต่ท่านผู้อ่านครับ ผมแพ้ใจตัวเอง ผมสงสารเขา ไม่สามารถที่จะเปิดเผยภาพนั้นให้ใครดูได้
     ผมไม่ได้พบเขาหลายปี แต่จู่ๆก็ได้พบเขาอีกครั้งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาอยู่กับเพื่อนทั้งชายหญิงหลายคน ผมจำเขาไม่ได้ พยายามคิดว่า หนุ่มคนนี้ผมเคยเห็นที่ไหน คิดแล้วคิคอีกพยายามทบทวนความจำ ทันที่ ที่ผมจำเขาได้ ผมรีบสาวเท้าออกจากร้านนั้นไปก่อนอย่างไม่รั้งรอ กลัวเขาจำผมได้ หรือเขาก็คิดไม่ออก  อยากให้เขามีความสุขกับเพื่อนๆได้เต็มที่
    ผมขับรถกลับบ้านคิดตลอดทาง ดีใจที่เขายังแข็งแรงสุขภาพดี และพลอยอิ่มเอมใจไปกับคุณความดีที่หมอเจนหยิบยื่นให้เขา หมอเจนบอกว่าโรคเอดส์ในการรักษาของหมอเจนจะเรียกว่าโลหิตเป็นพิษ ท่านรักษามามีทั้งระดับเศรษฐีไปจนถึงยาจก บางคนก็เป็นคนมีชื่อเสียงทางสังคมและเจ้าของกิจการใหญ่โต
   ผมต้องขอขอบคุณ คุณบุญลือ  สุขเกษม คุณลี่ฮวง  แซ่จึง และอาจารย์ศิวกร  อภิรักษ์นุกรชัย ที่แนะนำให้ผมได้รู้จักกับหมอเจน วันที่ผมเดินทางไปหาหมอเจนท่านนุ่งชุดขาว ต้อนรับผมด้วยอัธยาศัยไมตรี ยังจำไม่ลืม เพราะวันนั้นท่านไม่ยอมให้กลับถ้าไม่ได้กินข้าวที่บ้านท่าน ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นั่นจะมีคนไข้ทยอยมาปรึกษาเรื่องสุขภาพไม่ขาดสาย
    การเดินทางไปหาหมอเจนยึดเส้นทางถนนฟิวเจอรพารค์รังสิต-นครนายก ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง ๔ แยก จปร.แล้วเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านผลทวี ถนนสุวรรณศร ตำบลพรหมมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ไปไม่ถูกโทรถามได้ครับ ๐๓๗-๓๒๖-๓๗๖ , ๐๓๗-๓๒๖-๔๗๓
    อีกคนที่ผมศรัทธาคือหมอเณร ผู้สืบสานตำราปราบห่าลงเมือง บำบัดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง( เอดส์) คนนี้ใจถึงมากครับ อยู่ที่สวนสมุนไพรหมอเณร ๓๖ หมู่ ๑๐ ตำบลสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ๐๘-๙๕๕๑-๖๒๑๒ หมอเณรคนนี้ ผมเห็นมาแล้วไม่ใช่เก่งแต่เรื่องเอดส์อย่างเดียว เบาหวานที่แผลเหวอะหวะจะตัดขาแล้ว มาที่นี่ไม่ต้องตัด ผมเคยไปที่โรงพยาบาลจังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ป่วยเบาหวานหมอลงความเห็นจะตัดขา เผลอเพล็บเดียว คนไข้หนีกลับบ้านไปโดยไม่บอกกล่าวกลัวถูกตัดขา เสียดายขาเพื่อนรัก ฮ่าๆๆ
    อย่างน้อยที่ผมนำมาเล่าก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง เป็นทางเลือก ที่จะให้กำลังใจผู้ที่อยู่ในภาวะไร้ที่พึ่ง จากการศึกษาวิจัยทางพันธุศาสตร์ชี้ว่าเชื้อไวรัสเอชไอวี มีถิ่นกำเนิดมาจากแอฟริกากลางตะวันตก ใช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ โรคเอดส์เป็นที่รู้จักครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค CDC  ใน คศ. ๑๙๘๑
โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดต่อเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งระยะที่ ๑ ของการติดเชื้อ จะมีอาการเพียงเล็กน้อย ต่อมาระยะที่ ๒ ซึ่งเรียกว่าระยะเรื้อรัง ซึ่งระยะที่ ๒ นี้จะใช้เวลาประมาณ ๗-๑๐ ปีก่อนที่จะเข้าสู่ระยะที่ ๓
โดยทั่วไป ถือว่าเมื่อการติดเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ระยะที่ ๓ ซึ่งร่างกายจะมีอาการที่เกิดจากเชื้อเอชไอวีเอง จากโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic infection) และ/หรือจากโรคมะเร็ง จะเรียกว่าเป็นโรคเอดส์
เหตุผลที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และโรคมะเร็งมากขึ้นในโรคเอดส์นั้นเป็นเพราะไวรัสเอชไอวีซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์นั้น ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายต่ำลง เนื่องจากเชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด ที-ลิมโฟซัยท์ที่มีซีดี ๔ เป็นบวก (CD 4 positive T cell) และจะทำลายเซลล์ชนิดนี้ไปเรื่อยๆ เซลล์ชนิดนี้มีบทบาทสำคัญมากในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ต้านทานโรคของร่างกาย ดังนั้น ร่างกายจะเสียความสามารถในการป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆอย่างรุนแรง ผลที่ตามมาคือ เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสชนิดต่างๆ ซึ่งไม่ค่อยเป็นในคนปกติ เช่น เชื้อราในปอด และ/หรือในสมอง เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดโรคมะเร็งในผู้ป่วยมากขึ้น เพราะระบบภูมิคุ้มกันต้านทานได้สูญเสียความสามารถในการเฝ้าระวัง และการกำจัดเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นในร่างกาย เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) และโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อซึ่งรวมทั้งเนื้อเยื่อหลอดเลือดที่เรียกว่า โรคมะเร็งคาโปสิซาร์โคมา (Kaposi’s sarcoma)
อีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดตามมา คือ อาการผิดปกติของสมอง เกิดจากการที่เชื้อไวรัสนี้เข้าไปอยู่ในเซลล์สมองชนิดที่เรียกว่าไมโครเกลีย (Microglia) ซึ่งเซลล์ชนิดนี้จะถูกไวรัสซึ่งเข้าไปอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ บังคับให้สร้างสารพิษชนิดต่างๆออกมาทำลายเซลล์สมองชนิดอื่นๆได้ การทำงานของสมองที่ผิดปกติไป จะสะท้อนออกมาเป็นอาการผิดปกติต่างๆ เช่น ซึม ชัก เอะอะโวยวาย ความจำเสื่อม เป็นต้น
นอกจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD๔ positive T cell แล้ว ไวรัสตัวนี้ยังสามารถเข้าไปอยู่ในเซลล์ชนิดอื่นๆของร่างกายได้อีก เช่น เซลล์ มาโครฟาจ (Macrophage) เดนไดรติคเซลล์ (Dendritic cell) ไมโครเกลียของสมอง (Microglia) และเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนซัยท์ (Monocyte)
       ผมได้ค้นคว้าจากตำราเพชรน้ำเอก กรุยอดตำรายาสมุนไพร ของปรมาจารย์ที่ผมศรัทธาอีกท่านคือ อาจารย์พฤฒาจารย์วิพุธโยคะรัตนรังสี ท่านได้เขียนไว้ว่า
   โรคเอดส์ คือโรคจากเม็ดเลือดขาว ไม่มีกำลังต่อต้านโรค ทำให้ต่อมน้ำเหลืองทั่วตัวอักเสบ ส่งผลให้ร่างกาย พุ แตก เป็นหัวดาว หัวเดือน เป็นฝีในลักษณะต่างๆ โดยเฉพาะมักเป็นที่รักแร้ ขาหนีบ ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองใหญ่ ถ้าแตกน้ำเหลืองจะเฟอะไหลมีกลิ่นเหม็น
    ตัวยาสมุนไพรที่ใช้รักษามี ข่า ขิง  ไพล กระชาย แกแล แก่นฝาง แก่นขนุน พริกไทยร่อน หัวแห้วหมู  แก่นขี้เหล็ก  พญามือเหล็ก มะค่าไก่ โคกกระสุน แสมสาร รากแจง เถาวัลย์เปรียง
  ตัวยาทั้งหมดหนัก สิ่งละ ๗๕  กรัม  ๑๘ กรัม   กระตั้วร่า ผ่า ๔ เอา ๑  เติมน้ำท่วมยา ต้มกิน กินแต่ละครั้งให้เต็มแก้ว วันละ ๓-๔ ครั้ง กินเรื่อยๆไปจนกว่าจะหายจากโรค หายช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับบาป-บุญในตัวผู้ป่วยเอง
      และหัวเชื้อสมุนไพรกลั่นเทพประทานสังหารโรค (๐๘-๕๒๔๕-๘๐๘๑ ) ที่อยากจะแนะนำให้กินป้องกัน วันละ ๑ ครั้ง ก่อนอาหาร ถ้าเป็นหนักกินสาม เวลา ป้องกันสารพัดโรคไม่ว่าเอดส์หรือมะเร็ง มีผู้ป่วยหลายรายโทรมาบอกผม ว่า..งง มาก จากที่ไม่เคยมีเรี่ยวแรง นึกว่าจะหมดบุญแล้ว กิน ๓-๔ วันรู้สึกมีเรี่ยวมีแรง ลุกเดินได้สบาย เอ้า..ดีใจด้วยครับ บางครั้ง เราเจ็บป่วย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดจากอะไร ก็วิเคราะห์กันไป ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง
      แต่ถ้าส่งเจ้าหัวเชื้อเข้าไป ตรงไหนมีปัญหาเขาไปจัดการเอง อาจจะปวดหนักเข้าไปอีก ก็ให้เว้นการกินไปหน่อย หรือลุยกินต่อไป ถ้าฝ่าด่านไปได้ อาการจะดีขึ้นเป็นลำดับ คุณสมศักดิ์  สุนทรพัฒนพงษ์ เล่าให้ผมฟังว่า มีตัวยาส่งมาจากต่างประเทศ เพื่อนๆซื้อมา ตัวยาเพียง แค่ ๕ ซีซี ราคาตั้ง ๒,๕๐๐ บาท ถือเป็นอาหารเสริม เป็นตัวยาเดียวกับหัวเชื้อสมุนไพรกลั่นเทพประทานสังหารโรค ครับก็ขอบคุณฟังเป็นข้อมูลไว้ก็ดีครับ
              ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านจงมีความสุข   มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง  และหาโอกาสช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาสกว่าเรา สะสมบุญครับ โบราณว่าไว้ว่า      ยามเจ็บไข้ได้ป่วย จะเผยกัลยาณมิตร ให้ปรากฏตัว   ช่วยกันตอนเป็น ดีกว่าเห็นใจกันตอนตาย แล้วจะหามาเล่าเรื่อยๆครับ

         ผมขอแนะนำเว็ป สำหรับเป็นเพื่อน รับข้อมูลข่าวสารความรู้สำหรับผู้ติดเชื้อ บวกหรือลบอยู่ด้วยกันได้ครับ  
   “แก้วไดอารี่” ...ชีวิตพิชิต HIV
                  ฉันมีแฟนคนแรกและคนเดียวในชีวิต แต่ฉันกลับต้องมาติดเชื้อ HIV” เมื่อ9ปีที่ผ่านมา นี่เป็นหนึ่งในความคิดของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีการศึกษาที่ดี มีคนรักที่รักกันมาและกำลังเตรียมตัวเพื่อสร้างครอบครัว หากแต่วันหนึ่งเธอไปรับผลตรวจเลือดเพื่อนำไปใช้สมัครงาน ผลตรวจปรากฎออกมาว่าเธอมีเชื้อ HIV
             แก้ว” หญิงสาวที่มองภายนอกก็เหมือนกับผู้หญิงที่ดูสดใสร่าเริง สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์คนหนึ่ง แต่สิ่งที่อยู่ในใจของเธอไปจนวันตายคือสิ่งที่เธอไม่ได้ก่อขึ้นแก้วเล่าว่าวันแรกที่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ HIV ร้องไห้เพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น นี่อาจจะเป็นโชคดีที่เธอเป็นคนยอมรับในเรื่องราวต่างๆที่เข้ามาได้ง่ายดาย อาจจะมีตกใจบ้างแต่ต้องใช้ความพยายามและเข้มแข็งให้มากขึ้น
          “วันแรกร้องไห้เสียใจ มีเครียดบ้างแต่เราเป็นคนแปลกที่จะเครียดน้อย ต้องยอมรับความจริงช่วงแรกมันก็ตกใจเพราะเราเองก็พอรู้มีปัญหาอีกหลายอย่างตามเข้ามา งานที่กำลังจะได้ก็ต้องสละสิทธิ์เพื่อไม่ให้เค้ารู้ แต่ก็ไปโกหกที่บ้านอีกว่าเราสละสิทธิ์ จริงๆแล้วเราไม่สามารถส่งผลตรวจเลือดได้เพราะเลือดเราเป็นตัวแดงโพสิทีฟ แล้วก็มันต้องเข้มแข็งเพราะแฟนรู้ก็เสียใจไม่เข้มแข็งเลยเค้าไม่สู้เค้าก็เลยอยู่ไม่รอดไง ”
           พอรู้ว่าเป็นเราก็ไปตรวจเพื่อหาจำนวนภูมิคุ้มกันในร่างกายว่าปกติหรือไม่ ซึ่งคนธรรมดาจะต้องมีคนละ 500 ขึ้นไป ที่ไปตรวจเพราะพอรู้ว่าเราเป็นก็ต้องรู้ว่าสุขภาพร่างกายเราเป็นอย่างไร ถ้าภูมิคุ้มกันต่ำกว่า 200 ก็ต้องหายากินแล้ว ก็ไปตรวจด้วยความมั่นใจว่าเราต้องไม่เป็นอะไรแน่นอนเพราะร่างกายเราแข็งแรง ซึ่งผลตรวจเราออกมาแค่ 69 นั่นหมายถึงเราเป็นระยะสุดท้ายแล้ว
          ถามหมอว่าค่ายารักษาเท่าไหร่ หมอบอก 40,000 บาทต่อเดือน เราเองก็สู้ไม่ไหว ยอมตายดีกว่า หมอก็ให้ยาโรคปอดมาเพื่อป้องกันปอดติดเชื้อเพราะว่าเป็นโรคที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกันมาก จึงตัดสินใจบอกที่บ้านบอกที่บ้านก็รู้สึกดีขึ้นนิดนึงเพราะไม่ต้องโกหกเค้าแล้ว”
 
ติดตามเรื่องราวของแก้วได้ที่ : http://www.kaewdiary.com/home/ 

            --------------------------------------------------------------------------           
 
    
  

blog comments powered by Disqus