สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง"ยารักษามะเร็ง"

ยารักษามะเร็ง
ตำรับหลวงปู่ศุข
จำรัส เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
       หากจะกล่าวถึงโรคภัยไข้เจ็บที่คร่าชีวิตคนจำนวนมากทั่วโลกแล้ว โรคมะเร็งถือเป็นโรคที่ติดอันดับต้นๆ สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเป็นมะเร็งมากสืบเนื่องจากการบริโภคอาหารการกินของคนเรา
    ใน แต่ละปีมีจำนวนผู้ป่วยมากกว่า  ๙๐,๐๐๐ และเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ราย และที่น่าตกใจ คือ จากการสำรวจ พบว่าผู้ป่วยมะเร็งมีอายุเฉลี่ยน้อยลง จากเดิมผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุประมาณ ๕๐ ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันมีอายุเฉลี่ย ๓๐-๔๐  ปีเท่านั้น
       สาเหตุที่คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น และวงจรชีวิตสั้นลง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าจากการวิจัยสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งนั้น  เ กิดจากสารพิษในอาหารมากถึง ๕๐ % ของผู้ป่วยทั้งหมด
    มะเร็ง เป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากการมีเนื้องอกชนิดร้ายแรงแทรกอยู่ตามเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย โดยเป็นเซลล์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และสามารถลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่ออื่นๆได้อย่างอิสระ
แล้วไปทำลายเนื้อเยื่อเหล่านั้นทำให้เกิดการตายของเซลล์ในเนื้อเยื่อนั้น เนื่องจากขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง เมื่อเกิดขึ้นบริเวณใดก็เรียกชื่อตามอวัยวะนั้น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งลำไส้
            เมื่อต้นปี ๒๕๕๓ ผมได้เดินทางไปที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เขตอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นวัดที่จำพรรษาของพระครูวิมลคุณากร ( หลวงปู่ศุข ) พระภิกษุที่ทรงอภิญญาเป็นที่ร่ำลือของประชาชนทั่วทุกสารทิศ  ศิษย์คนสำคัญของ หลวงปู่ศุข คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในสมัยที่พระองค์ทรงลาออกจากกิจการกองทัพเรือและทรงทำหน้าที่เป็นหมอยาพื้นบ้าน ในนามหมอพร ก็ได้ตำรับยามาจากหลวงปู่ศุขนี่เอง
           หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท นับเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรพื้นบ้านที่สำคัญ   ตำรับตำรายาสมุนไพรพื้นบ้านของหลวงปู่ศุขมีบันทึกสืบต่อกันมาอย่างน่าสนใจ
          ลุงสี ศรีแม้น หมอยาพื้นบ้าน อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เล่าให้ผมฟังว่า ได้รับตกทอดจดจำตำรับยาบำบัดโรคมะเร็ง จากตำราของหลวงปู่ศุขไว้รักษาผู้ป่วย ช่วงหลังท่านพระครูนนทประภากร เจ้าอาวาสวัดพิกุลเงิน จังหวัดนนทบุรี ได้คัดลอกพิมพ์เผยแพร่
         ในตำรารักษาโรคมะเร็งหลวงปู่ศุข ท่านให้เอา หัวยาข้าวเย็นเหนือ หัวยาข้าวเย็นใต้ กำมะถันเหลือง ตัวยาทั้ง ๓ หนักอย่างละ ๔  บาทยา ( ๑ บาทยา เท่ากับ ๑๕ กรัม ) กะลามะพร้าวแก่ผ่าเป็น  ๔  ส่วน เอามา ๓  ส่วน นำมาใส่ในหม้อดิน เติมน้ำท่วมยา ต้มให้พอเดือด  ทิ้งให้อุ่น  ดื่มแทนน้ำชาก่อนอาหารจนน้ำยาจืด ใช้รักษาโรคมะเร็งได้ผลดี มีคนเคยใช้รักษามามากแล้ว
        เอาอีกตำรับนะครับ ตำรับนี้ใช้รักษามะเร็งปากมดลูก ท่านให้ เอา หัวยาข้าวเย็นเหนือ หัวยาข้าวเย็นใต้  ต้นหนอนตายอยาก รากนมแมว หัวพุทธรักษาสีขาว ตัวยาทั้ง ๕ หนักอย่างละ ๔ บาทยา  และเกลือแกง  ๑ กำมือ นำมาใส่ในหม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ต้มให้เดือด ปล่อยให้อุ่น ใช้น้ำยาดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชา ก่อนอาหาร สรรพคุณรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกได้ผลดีมาก
       ขณะปั่นต้นฉบับคุณสมศรี อมรกุล จากนครราชสีมา โทรศัพท์มาขอบคุณ ที่แนะนำสมุนไพร กรีนภาระตะที่ขอแบ่งปัน จาก คุณรัชวรรณ ( ๐๘-๑๗๒๑-๒๓๓๖ )  ได้มา ๑ ต้น นำมาปลูกขึ้นดีมาก แค่ตัดกิ่งมาเพาะก็ขึ้นแล้ว ได้เด็ดเอาใบกรีนภาระตะมาเคี้ยวกินสดๆไม่ถึงสัปดาห์ อาการที่เคยปวดบริเวณเต้านม หายไปเลย ทุกวันนี้จะเคี้ยวกินก่อนอาหารมื้อละ ๓-๔ ใบ ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น จากที่เมื่อก่อนกลัวมาก กลัวจะเป็นมะเร็งเต้านม กลัวการผ่าตัด กลัวเข็มฉีดยา กลัวฉีดคีโม
      ฟังคุณสมศรีเล่า ก็น่าเห็นใจนะครับ กลัวไปหมด เป็นใคร ใครจะไม่กลัว แม้แต่ผมเองถึงแม้จะชอบ ( สาว )พยาบาล แต่ต้องทำใจไม่ยุ่งเกี่ยว เพราะกลัวเข็มฉีดยา ฮ่าๆๆๆ

  ดอกกรีนภารตะ

    ผมขอแนะนำเพิ่มเติมนะครับ คุณๆสุภาพสตรีทั้งหลาย หมั่นดูแลสุขภาพดีๆ ผมเห็นผู้ป่วยมามากต่อมาก ต้องนอนโดดเดี่ยว เดียวดาย หลังจากเจ็บป่วย ถ้าเป็นไปได้ กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แก้ไม่ทัน
ให้หาสมุนไพรหญ้าปักกิ่ง สมุนไพรทองพันชั่ง สมุนไพรกรีนภาระตะและสมุนไพรจิงจูฉ่าย  มาปลูกไว้ที่บ้านไว้เป็นหมอประจำบ้าน โดยนำใบหญ้าปกกิ่ง  สมุนไพรทองพันชั่ง สมุนไพรกรีนภาระตะ และสมุนไพรจิงจูฉ่าย (ที่นิยมใส่ในเกาเหลาเลือดหมู ใบเป็นหยักสีเขียว มีปลูกมาที่จังหวัดเชียงราย) อย่างละ ๑ ส่วน กะพอประมาณ พอดื่ม วันละมื้อ เอาเฉพาะใบ เข้าเครื่องปั่น เติมน้ำสุกกะพอดื่ม ใส่น้ำผึ้งครึ่งช้อนชา รับรองครับมะเร็งร้ายจะไม่มาเยือนเลย ถ้าเปรียบทหารสมุนไพร ๔  ชนิดที่ผมแนะนำเป็นทหารเอกสามารถพิชิตมะเร็งได้สุดยอดครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีมีความสุขครับ
 
                                    ------------------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus