สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ไวน์มะพร้าวน้ำหอม
การทำไวน์มะพร้าวน้ำหอม
            จำรัส เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
           มะพร้าวเป็นพืชที่เราๆท่านรู้จักกันดีพร้าวจัดอยู่ในตระกูลปาล์ม เราใช้ประโยชน์จากมะพร้าวได้หลายอย่าง เช้นน้ำมะพร้าวอ่อนใช้รับประทาน น้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยโพแทสเซี่ยมใช้เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ได้
          นอกจากนี้น้ำมะพร้าวยังมีคุณสมบัติปลอดเชื้อโรคและเป็นสารละลายไอโซโทนิก เป็นสารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับภายในเซลล์ ซึ่งไม่ทำให้เซลล์เสียรูปทรง ด้วยเหตุนี้จึงสามารถนำน้ำมะพร้าวไปใช้ฉีดเข้าหลอดเลือดเวนหรือหลอดเลือดดำ ในผู้ป่วยที่มีอาการขาดน้ำหรือปริมาณเลือดลดผิดปกติได้
         เนื้อในผลแก่ของมะพร้าวนำไปขูดและคั้นน้ำกะทิ กะลานำไปประดิษฐ์สิ่งต่างๆเช่น กระบวย โคมไฟ นอกจากนี้มะพร้าวยังจัดเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง ได้กำหนดให้ปลูกมะพร้าวไว้ทางทิศตะวันออกของบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล คุณวินัย สร้อยสน จากตำบลแสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี เขียนจดหมายมาแนะนำวิธีการทำไวน์มะพร้าวน้ำหอมผลติดอยู่บนต้นว่า ให้เตรียมวัสดุอุปกรณ์ได้แก่ แป้วเหล้า ๑ ลูก เหล้าขาว (ขวดกั๊ก ๑๕๐ ซีซี ) ๑ ขวด ไซริงจ์พร้อมเข็มฉีดยา ๑ อัน ค้อน ๑ อัน ตะปูยาว ๕ นิ้ว ๑ ตัว เทปกาว ๑ ม้วน บันไดใช้สำหรับปีนต้นมะพร้าว ๑ อัน
          และสุดท้ายต้นมะพร้าวน้ำหอมและผลอ่อน ปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมต้นไม่สูงปีนง่าย วิธีทำ เริ่มจากการใช้แป้งเหล้า ๑ ลูกบดให้ละเอียดแล้วเอามาผสมกับเหล้าขาวขวดกั๊กประมาณ ๑๕๐ ซีซี คนให้เข้ากัน จากนั้นใช้ค้อนตอกตะปูเข้าที่บริเวณด้านบนของผลมะพร้าวอ่อนจำนวน ๒ รู ห่างกันประมาณ ๒ เซ็นต์และใช้ไซริงจ์เข็มฉีดยาดูดเหล้าขาวที่ผสมกับแป้งเหล้าที่เตรียมไว้ ฉีดเข้าไปที่ผลมะพร้าวอ่อนที่ติดอยู่บนต้น ผ่านทางรอยตอกตะปูโดยฉีดเข้าไปประมาณ ๑.๕ ซีซี ต่อผล
           จากนั้นใช้เทปกาวปิดรูทั้งสองรู ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ ๑๐-๑๕ วัน จากนั้นตัดผลมะพร้าวอ่อนลงมา ใช้มีดเฉือนที่ส่วนหัวของผลมะพร้าวแล้วใส่หลอดดูดกินได้ ของเหลวที่อยู่ภายในผลมะพร้าวก็คือไวน์มะพร้าวน้ำหอมที่รสชาติอร่อย...ซีด...ฮ้า....เยี่ยมจริงๆ ซึ่งเหล้าขาวขวดกั๊กขนาด ๑๕๐ ซีซีที่ผสมแป้งเหล้า ๑ ลูก สามารถผลิตไวน์มะพร้าวน้ำหอมได้ประมาณ ๑๐๐ ผล ข้อสำคัญอย่าทำกินบ่อยนัก เดี๋ยวจะติดเหล้าไวน์ ฮ่าๆๆๆ
                                                              ---------------------------------------------

blog comments powered by Disqus