สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็ง(หัวเชื้อสมุนไพรกลั่น)"เทพประทานสังหารโรค"

หัวเชื้อสมุนไพรกลั่น

       

 “เทพประทานสังหารโรค”

                                                         จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม / เรียบเรียง
                      ตำรับยาสมุนไพรสูตรนี้ มีมานานานแล้ว และใช้ได้ผลดีมาก แต่รู้จักกันในวงแคบเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะในหมู่พระธุดงค์ ขยายไปสู่พระบ้านและชาวบ้านเพียงไม่กี่คน เนื่องจากวัตถุดิบหายาก และยิ่งกว่านั้น ต้องอาศัยการกลั่นที่ค่อนข้างยุ่งยาก  กว่าจะได้แต่ละหยด ถ้าฝีมือไม่ถึงอุปกรณ์ที่กลั่นอาจแตก เพราะความร้อนและ  อุณหภูมิต้องสูงตามกำหนดจึงจะได้สรรพคุณทางยา ทำให้มีราคาค่อนข้างแพง หายาก ส่วนใหญ่ให้ร่วมทำบุญมากกว่าการจำหน่าย
                     ช่วงน้ำท่วม  ผมได้ลงพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งลพบุรี อ่างทอง อยุธยา สุโขทัย สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท ฉะเชิงเทรา รวมไปถึงกรุงเทพฯ ผมได้ลงพื้นที่แทบทุกวัน เพื่อเยี่ยมชาวบ้านและรายงานข่าว ท่ามกลางสายฝนและการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก  เพราะหลายเส้นทางถูกน้ำท่วมลึกและบางวันต้องเผชิญกับแสงแดดอันร้อนจ้า  ผมขับรถโฟว์วีลขับเคลื่อน ๔ ล้อ  ทั้งโบกรถบรรทุกของทหาร  กระโดดขึ้นรถเครนของชาวบ้าน นั่งเรือของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นั่งแพ  ต่อรถไฟ  หลากหลาย  ข้าวปลาอาหารกินไม่เป็นเวลา ล้อรถแบนไปหลายครั้งเพราะลุยในน้ำไปเหยียบย่ำถูกไม้-ตะปู

                   เพราะการลงพื้นที่ทำให้ผมได้รู้จักกับคุณสมศักดิ์ สุนทรพัฒนพงษ์ ประกอบธุระกิจส่วนตัว ชื่นชอบในการวิเคราะห์วิจัยเรื่องของสมุนไพร  วันนั้นบริเวณหน้าบ้านคุณสมศักดิ์น้ำท่วมลึก ๕๐-๖๐ เซ็นติเมตร แต่เนื่องจากบ้านถมสูง   น้ำจึงยังคืบคลานไปไม่ถึง คุณสมศักดิ์วัยหกสิบปีเศษ เป็นคนอัธยาศัยดี ได้แนะนำตำรับยาสมุนไพรกลั่น “เทพประทานสังหารโรค” ให้ผมฟังอย่างหมดเปลือก พร้อมทั้งทำการกลั่นให้ผมดูอย่างไม่ปิดบัง แต่ดูแล้วขั้นตอนยุ่งยากมาก และอันตราย  หัวเชื้อจริงๆเวลาหยดใส่พื้น จะเป็นฟอง  ทำปฎิกิริยาต่อวัตถุที่ถูกกระทบ (ไม่น่าเชื้อโรคถึงมอดม้วย) ผมไม่แนะนำให้ทุกท่านทำ   กลัวมือใหม่หัดทำ  จะทำให้สูตรแกว่ง  และอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ทำ และส่งผลถึงผู้กินด้วย
 


                  คุณสมศักดิ์ เล่าว่า เป็นตำรับยานี้  หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เกจิอาจารย์ สายวิปัสนากรรมฐานแห่งวัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ท่านนั่งวิปัสนากรรมฐาน แล้วเกิดนิมิต  เทพได้มาบอกตัวยาให้รักษาโรคมะเร็ง และยังสามารถรักษาโรคได้ครอบจักรวาล  ผมได้ฟังคุณสมศักดิ์เล่า  รู้สึกทึ่งถึงอภิญญาที่แก่กล้า สูงส่งของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และทำให้ผมรำลึกถึงความหลัง ครั้งหนึ่ง ที่วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร  ผมและเพื่อนรุ่นพี่ คุณวิทยา    พุมดวง หัวหน้าฝ่ายเทคนิค สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ได้ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร   จำได้ว่าเป็นคืนวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๒๑  อากาศหนาวมาก   ผมและเพื่อนอาศัยอาสนะสงฆ์คลุมกายนอนหลับ   ตื่นขึ้นมาอีกครั้งตกใจมาก  เห็นพระสงฆ์ร่วมหลายพันรูปนั่งเรียงรายรอบตัวเต็มไปหมด เพราะเช้าวันนั้น  ๒๑ มกราคม ๒๕๒๑ จะเป็นวันพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ (บริเวณที่ผมนอน ถูกจัดเตรียมปักเสาไม้ขนาดข้อมือสูงสามเมตร กว้างสามเมตร ยาวสามเมตร ด้านบนหลังคา  ถ้าจำไม่ผิดใช้ทางมะพร้าวพาดเป็นร่มเงา พื้นปูเสื่อ แล้ววางอาสนะสงฆ์เป็นผ้าพรมผืนสี่เหลี่ยมจัตุรัสลายไทยสีเหลือง ถูกจัดเตรียมวางเป็นแนวยาวสามแถวเรียงรายล้อมเนินกลางแจ้ง ที่เป็นที่ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่)  นายจำรัส ยึดบริเวณนั้นเป็นที่หลับนอน  ดึกๆหนาวคว้าอาสนะมาหลายผืนห่อหุ้มเป็นผ้าห่ม อุ่นอย่าบอกใคร ยังจำไม่ลืม
 

        ปัจจุบันบริเวณที่พระราชทานเพลิงศพของพระอาจารย์ฝั้นได้มีการสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร สูง ๒๗.๙  เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์ปลายแหลม ฐานกลม ขึ้นรูปด้วยกลีบบัวหุ้มฐานสามชั้น แต่ละกลีบบัวตกแต่งด้วยกระเบื้องเป็นรูปพระอาจารย์ต่างๆ   ภายในเจดีย์  มีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นถือไม้เท้าขนาดเท่าองค์จริง มีตู้กระจกบรรจุเครื่องอัฐบริขารของท่าน

       คำสอนของหลวงปู่ที่ฝากไว้ให้ทุกคนได้คิดก็คือ " ทุกคนจะต้องเข้ามหายุทธสงครามสักวันหนึ่ง   คือการ ต่อสู้กับมัจจุราช เมื่อถึงเวลานั้นแต่ละคนจะต้องสู้เพื่อตนเอง และต้องสู้โดยลำพัง  ผู้ที่สู้ได้ดีก็จะไปดี คือไปสู่สุคติ ผู้ที่เพลี่ยงพล้ำก็จะไปร้าย คือไปสู่ทุคติ อาวุธที่ใช้ ต่อสู้มีเพียงสิ่งเดียว คือ "สติ" ซึ่งจะสร้างสมได้ด้วยการ เจริญภาวนาเท่านั้น "

              สำหรับตัวยาสมุนไพรกลั่น เทพประทานสังหารโรค  ถือเป็นยาเพชรฆาตที่ฟ้าประทานมาให้ มีตัวยาสำคัญอยู่  ๔ ตัว ถือเป็นสมุนไพรวัตถุธาตุ ที่มีพิษในตัวของมันเองต้องใช้ในอัตราส่วนตามกำหนด จึงจะหักล้างกันและทำการสตุด้วยความร้อนมากกว่า ๓๐๐ องศา จนเกิดไฟสีส้ม(ทองแดง) จึงถึงจุดที่จะได้สรรพคุณทางยา  ขั้นตอนนี้ กว่าจะได้ตัวยาแต่ละหยดต้องใช้เวลานานมาก โดยเฉพาะตัวยาจุนสี หรือคอปเปอร์ซัลเฟต ซึ่งในวงการแพทย์รู้จักกันดี ว่าเป็นสารประกอบทองแดง มีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ดี เมื่อวางทิ้งไว้ในอากาศสักพัก จะดูดความชื้นในอากาศแล้วเปลี่ยนเป็นผงสีฟ้า เรียกว่า จุนสี

             สารนี้จึงใช้บอกสภาพความชื้นในอากาศได้  คอปเปอร์ซัลเฟต มีใช้กว้างขวางมาก  นับย้อนไปถึงยุคอารยธรรมโบราณ   มีหลักฐานทางโบราณคดีว่า ชาวอียิปต์โบราณใช้ คอปเปอร์ซัลเฟตเป็นสีย้อม ปัจจุบันก็ยังใช้กันอยู่ สมัยกรีกโบราณใช้เป็นยาโรคปอด ราวคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ มีการนำสารตัวนี้ไปใช้ชุบเมล็ดข้าวสาลีเพื่อป้องกันเชื้อรา และยังนำไปใช้รักษาเนื้อไม้ด้วย การค้นพบที่สำคัญคือ พบว่าสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟตผสมปูนขาวกับน้ำ สามารถป้องกันโรคราน้ำค้างในไร่องุ่นได้ นับแต่นั้นมาก็มีการใช้น้ำยาสูตรนี้ ที่มีชื่อว่าบอร์โด (Bordeaux) กระจายทั่วไปในการเกษตรกรรม เพราะนอกจากป้องกันเชื้อราได้แล้ว ยังป้องกันแบคทีเรียได้อีกหลายชนิดด้วย นอกจากนี้ ยังมีการใช้ในอุตสาหกรรมชุบ ใช้ป้องกันตะไคร่และสาหร่ายในแหล่งน้ำ หรือสระว่ายน้ำ โดยทั่วไป พิษภัยของสารประกอบคอปเปอร์ไม่รุนแรงเท่าสารประกอบของตะกั่วและปรอท อย่างไรก็ดี การใช้ก็ยังต้องระมัดระวังอย่าให้ถูกผิวหนัง หรือหายใจเอาฝุ่นที่ฟุ้งกระจายเข้าไป การกลืนกินทำให้ปวดท้องรุนแรง มีเหงื่อมาก อาจช็อคได้    คอปเปอร์ซัลเฟต เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ตาม พรบ. วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร

สรรพคุณของตำรับยาสมุนไพรกลั่น “เทพประทานสังหารโรค”

            อันยาสมุนไพรกลั่นนี้เป็นยาครอบจักรวาล ใช้แก้ได้หลายอย่าง เช่นแผลสดมีดบาดหรือตะปูตำ ใช้สำลีชุบตัวยาป้ายที่แผล  แผลจะหาย(แต่ต้องทนแสบเอานิดหน่อย) แผลเปื่อยก็ใช้ได้ แต่ไม่ใช่หิดเปื่อยพุพอง   แผลเปื่อยพุพองเวลาใส่ยา  จะมีอาการแสบ เมื่อหายแสบแล้วแผลจะแห้งตกสะเก็ดหายไปเอง ถ้าจะแก้โรคต่างๆเกี่ยวกับเลือด  เป็นต้นว่าสตรีออกลูกแล้วอยู่ไฟไม่ได้ หรือ คลอดบุตรแล้วเลือดตกมาก หรือเป็นมุตกิดระดูขาว,  ผอมแห้งแรงน้อย,  มักเป็นลมหน้ามืดตาลายฯลฯ หญิงมีครรภ์ห้ามรับประทาน ถ้ารับประทานจะทำให้แท้งทันที

            คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างคือสลายไขมัน ลดคลอเรสเตอรอล  เหมาะสำหรับหนุ่มสาวที่หุ่นเกินพิกัด รับประทานแล้วเลือดลมไหลดี ทำให้ร่างกายปรับความสมดุลของธาตุในตัว ทำให้ร่างกายสมสัดส่วนไม่อ้วนไม่ผอมสรุปแล้ว สมุนไพรกลั่นเทพประทานสังหารโรคสามารถรักษาโรคมะเร็งทุกชนิด, เนื้องอก, เป็นซีสต์, โรคภูมิแพ้โรคเบาหวาน, โรคกระเพาะ, ลำไส้อักเสบ, แพ้ยาฉีดและยาทาน, อาหารเป็นพิษ, แพ้ยาฆ่าแมลง, โรคงูสวัด, กลากเกลื้อน,ตาปลา, หูด, ตาแดง ตาแฉะ, งูกัด, สุนัขบ้ากัด, สัตว์และแมลงมีพิษกัดต่อย, โรคร้อนใน, รำมะนาด, โรคเหงือก, ไต, เก๊าท์,นิ่วในถุงน้ำดี, บาดทะยัก, หินปูนเกาะกระดูก,อัมพฤกษ์-อัมพาต, โรคเกี่ยวกับสตรี เช่น ผอมแห้งแรงน้อย, มุตกิด, ระดูขาว, ขับน้ำคาวปลา,ผิดสำแดง, โรคลมต่างๆ, ดีซ่าน, ไวรัสตับ, แก้ปวดฟัน ไอเรื้อรังแบบไม่รู้สาเหตุ ฯลฯ

                                          ข้อห้ามสำหรับผู้ป่วย
   โรคมะเร็ง : ห้ามกินอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ทุกชนิด นม-แบรนด์-นมถั่วเหลือง-มะพร้าว-สับปะรด-แครอท-แตงกวา-ของดองทุกชนิด-เหล้า-เบียร์
   โรคเบาหวาน : ห้ามกินมันหมู-ของดองทุกชนิด-ของทอดทุกชนิด-เหล้า-เบียร์
   โรคไทรอยท์ : ห้ามกินอาหารทะเล-เนื้อ-ไข่-ปลาร้า-ของดองทุกชนิด-เหล้า-เบียร์
   โรคริดสีดวง : ห้ามกินอาหารทะเล-เนื้อ-ไข่-ปลาร้า-ของดองทุกชนิด-เหล้า-เบียร์


 
           สำหรับการรับประทาน ให้ใช้ยาสมุนไพรกลั่นผสมน้ำสะอาด หรือน้ำที่ต้มแล้วปล่อยให้เย็น อัตราส่วน ตัวยา ๕ ซีซี ต่อน้ำ ๕๐๐ มิลลิลิตร จะมีรสเปรี้ยวเท่ากับน้ำมะนาวหรืออ่อนกว่านิดหน่อย  รับประทานวันละสามช้อนโต๊ะ  ถ้าเพิ่งกินครั้งแรกให้กินหนึ่งช้อนโต๊ะ  ค่อยไต่ระดับไป ๒-๓ช้อนโต๊ะ วันละสามเวลา รับประทานไปเรื่อยๆจะหายเป็นปกติ โรคเกี่ยวกับสตรีนั้นใช้ได้ผลมาก อนึ่ง โรคปวดท้องเกี่ยวกับมดลูกและอื่นๆใช้   เห็นสรรพคุณมามากแล้ว ถ้าเป็นตาแดง,เจ็บตา,ตาแฉะ ให้เอายาส้มผสมน้ำให้มีรสพอรู้สึกเปรี้ยว หยอดตาจะหายเจ็บ,หายแฉะ,หายจากเป็นตาแดง ตามลำดับ
 


หลังจากไปเยี่ยมคุณสมศักดิ์ไม่นาน ผมก็ได้รับการติดต่อจากคุณดาววุธ พูลทรัพย์  ผู้นำชุมชนวัดราษฎร์บำรุง กรุงเทพฯ ไปเยี่ยมสวนผลไม้ของคุณอจิตา พรประยุรชัย และคุณปราโมทย์  เตี้ยบัวแก้วที่ถูกน้ำท่วม อยู่ที่เขตคลองสามวา ซึ่งปลูกมะม่วง มะยงชิด น้อยหน่า ส้ม ขนุน และฟักแฟง ในเนื้อที่ ๒๕ ไร่ ระดับน้ำลึกถึงหน้าอก  คุณอจิตาเจ้าของสวน เล่าให้ผมฟังว่าเคยกินยาสมุนไพรตำรับนี้ ปัจจุบันก็ได้ร่วมทำบุญกับพระที่ผลิตยานี้นำมาให้สามีกินแก้โรคไขมันในเส้นเลือดได้ผลดีมาก 

 

ขวาคุณปราโมทย์

มะเร็ง

             โรคมะเร็ง ถือเป็นอีกโรคหนึ่งที่รับประทานสมุนไพรตำรับเทพประทานสังหารโรคแล้วได้ผลดีมาก มีผู้ป่วยจากกำแพงเพชร  เป็นมะเร็งในสมองขั้นสุดท้าย มีอาการชัก แพทย์แผนปัจจุบันหมดหนทางให้กลับบ้านเพราะมะเร็งลุกลามจนเป็นอัมพาตด้วย พระธุดงค์ท่านหนึ่งแนะนำให้กินตำรับเทพประทานสังหารโรค (ส่วนใหญ่พระธุดงค์จะรู้จักตำรายานี้ดีและมีติดตัวเสมอ)  ผู้ป่วยรับประทานเพียง ๒-๓ วันสามารถลุกนั่งได้ รับประทานมา ๑ปี ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งไม่พบเชื้อมะเร็งเลย และมะเร็งมดลูก มะเร็งกระดูก มะเร็งตับ ก็รักษาได้ผลดีมาก

              นอกจากนั้นโรคเบาหวาน ถ้ารับประทานตำรับยานี้ไม่ต้องควบคุมเรื่องอาหาร  เก๊าต์  ไมเกรน ไอไม่รู้สาเหตุ โรคสะเก็ดเงินใช้ทั้งรับประทานและทา  ก็สามารถรักษาได้ แม้กระทั่งโรคเอดส์ ก็เคยรักษาเห็นผลมาแล้ว  โรคเบาหวาน ให้รับประทานก่อนอาหารมื้อเดียว/วัน ส่วนโรคมะเร็งขั้นสุดท้าย ให้รับประทานก่อนอาหาร ๓ มื้อ และก่อนนอน รวมทั้งขณะปวด หัวเชื้อตัวยา ๕ มิลลิลิตร ผสมน้ำเปล่า ๕๐๐ มิลลิลิตร  ขนาด ๑๕ มิลลิลิตร ผสมน้ำเปล่า ๑,๕๐๐ มิลิลิตร (ขนาดขวดน้ำเปล่าขวดใหญ่)รับประทาน ๑ ช้อนชา ขนาด ๕๐๐ มิลลิลิตร รับประทานได้ประมาณ ๑ เดือน   กรณีรักษาโรคหูดให้นำหัวเชื้อที่กลั่นทา หูดจะหลุดออกมา

              การเก็บรักษา   ตัวยาสมุนไพรเทพประทานสังหารโรคเป็นกรดชนิดหนึ่งจะบรรจุในภาชนะที่เป็นโลหะต่างๆไม่ได้ เช่น สังกะสี หรือ ดีบุก ถ้านำตัวยาสมุนไพรกลั่นเทพประทานสังหารโรคใส่จะทะลุภายใน  ๕-๑๐นาที ต้องใช้ภาชนะที่เป็นแก้ว  อย่าใช้ฝาจุกอย่างอื่นยาจะกัดผุหมด ( ขวดพลาสติคน้ำดื่มสามารถใช้ได้)

              หมายเหตุ – ถ้ายาหยดถูกเสื้อผ้าให้รีบเอาไปซักน้ำโดยเร็ว มิฉะนั้นผ้าจะขาด การใช้ยาตำรับนี้รักษาโรคต่างๆนั้นห้ามใช้ตัวยาล้วนๆ นอกจากใช้รักษาแผลและแก้พิษร้ายต่างๆ ตามธรรมดาต้องเจือน้ำหลายเท่า โดยเฉพาะการใช้ในโรคตาต้องเจือน้ำให้อ่อนที่สุด เพียงมีรสเปรี้ยวนิดหน่อยเท่านั้น

              ถ้าใครสนใจสมุนไพรกลั่น”เทพประทานสังหารโรค”ไว้ใช้ในครัวเรือนหรือซื้อไปเป็นของฝากอันมีค่าสำหรับญาติมิตร  ติดต่อได้ที่...คุณอัญชิษฐา ( อัญ)โทร ๐๘-๕๒๔๕-๘๐๘๑ รายได้สมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ ผมสนับสนุนไปแล้วหลายขวด สรรพคุณเหลือเชื่อ นำไปฝากเพื่อนที่เคยมีอาการมึนหัว ปวดท้ายทอย เหมือนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ กินประมาณ ๓-๔ วัน อาการดังกล่าวหายไปเหมือนปลิดทิ้ง ผู้ป่วยมะเร็งที่กินข้าวไม่ได้ กินเพียงครั้งเดียว ทำให้กินข้าวได้ นอกจากกินรักษาแล้วยังกินป้องกันโรคภัยต่างๆได้ด้วย

              อย่าลืม สำหรับการรับประทานสมุนไพรกลั่นตำรับ"เทพประทานสังหารโรค" ต้องเขย่าขวดทุกครั้ง ถึงแม้จะมองดูใส เพราะตัวยากลั่นแล้วใส  กลมกลืนกับน้ำเปล่า ถ้าไม่เขย่าขวดตัวยาจะมีรสเปรี้ยว สมุนไพรนี้ไม่มีสารสเตียรอยด์ครับ

                  ชีวิตคนเรา..บุญและกรรมมีส่วน ร่วมทำบุญด้วยกันครับ

-------------------------------------------------

 

                    

blog comments powered by Disqus