สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ที่สุดของชีวิตในกระแสน้ำ
                                     ที่สุดของชีวิต
                      ศุกร์ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ผมขับรถออกจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดีรังสิต
เขตดินแดง แต่เช้า  เพื่อเดินทางไปสะพานพระราม ๘ ลงตลิ่งชัน จุดหมายปลายทาง อ.บางใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรีขับรถถึงหน้าหมวดการทางอำเภอบางใหญ่ ถนนปิดรถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ จึงตัดสินใจจอดรถข้างถนน เพื่ออาศัยโบกรถใหญ่เข้าไปในพื้นที่ มีป้ายข้างถนนเขียนบอกไว้ว่า จะไปภาคเหนือ เลี่ยงทางน้ำท่วม ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๑ นครปฐม-กำแพงแสน-อู่ทอง สุพรรณบุรี

                     ผมโบกรถบรรทุกขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ทราบชื่อคุณวันชัย ภูเรียนศรี เป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ขับรถไปรับพนักงานและเส้นด้ายที่โรงงานในอำเภอบางบัวทอง ผมนั่งถ่ายภาพและเก็บข้อมูลตลอดเส้นทางที่รถบรรทุกผ่าน ที่เห็นมีห้างบิ๊กซี โฮมโปร เดอะสแควร์ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และบ้านชาวบ้านอยู่ในกระแสน้ำแทบ ทั้งสิ้น ระดับน้ำตอนนั้นสังเกตจากการเดินลุยน้ำของชาวบ้านที่อพยพขนสิ่งของเครื่องใช้ออกมา น้ำระดับ หน้าแข้ง-หัวเข่า-ระดับเอว ลดหลั่นกันไป

                   ผมลงรถที่หน้าชุมชนบ้านบัวทองซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ภาพชาวบ้านเดินลุยน้ำออกมาจากหมู่บ้านเป็นทิวแถวยาวเหยียด น้ำระดับเอว บ้างก็มีแกลลอนต่อเป็นแพนำสิ่งของขนย้ายลุยออกมา บ้างก็ใช้กาละมัง เรือเหล็กเรือพลาสติค ขนย้ายของกันจ้าละหวั่น ทั้งคนแก่-เด็ก และสัตว์เลี้ยง มีทั้งเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปอเต็กตึ้งร่วมกตัญญู บางพลี สมุทรปราการ- สมาคมวิทยุสื่อสาร ศูนย์ชาลี สี่แยกวงศ์สว่าง บางซ่อน นำเรือมาลำเลียงชาวบ้านอพยพออกมาจากบ้านพักขณะที่บนถนนก็เจิ่งนองไปด้วยน้ำสูงประมาณ ๓๐-๕๐ เซ็นติเมตร มองเห็นรถจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน พัน ๑ รอ. กองทัพบกวิ่งบริการลำเลียงคนออกจากพื้นที่

                  สภาพบนถนนมีทั้งรถที่เครื่องยนต์ดับ รถที่ชาวบ้านมาขนของ และรถที่มาช่วยจอดระเกะระกะ เสียงจ๊อกแจ็กจอแจ ทั้งร้องเรียกกันและโทรศัพท์ อื้ออึงไปหมด มีคนมาบอกผมว่าในตัวตลาดบางใหญ่แม่ค้าขายผักอยู่ในน้ำ น้ำลึกระดับหัวเข่าแล้ว ( ๐๘.๐๕ น. )  ผมสัมภาษณ์ชาวบ้านที่นี่ ออกอากาศสดทางวิทยุแห่งประเทศไทย ชาวบ้านบอกน้ำใหลมาท่วมหลายระรอกแล้ว คราวนี้มาเมื่อคืนเวลา ๐๒.๐๐น.หนักสุด น้ำมาเร็วมากเก็บของแทบไม่ทันบางคนให้สัมภาษณ์ไปร้องให้ไป  

                   จากชุมชนบางใหญ่ ผมโบกรถแครน(รถยก)สิบล้ออาศัยไปด้วย ไปไหนไปกันเพราะน้ำลึกต้องอาศัยเรือกับรถสิบล้อเท่านั้น รถบรรทุกสิบล้อบางคันก็เครื่องดับจมอยู่ในน้ำก็ยังมีให้เห็น ปีนขึ้นบนรถจึงทราบว่ารถแครนจะไปยกรถที่หมู่บ้านสุชา อ.บางบัวทอง คุณกาญจะนันท์  ยอดคำ ( โอเล่ )เจ้าของบ้านว่าจ้างหมา ในราคา ๕,๐๐๐ บาท/คันผมยืนอยู่บนรถแครนประมาณ ๒ ชั่วโมง แดดก็ร้อน รถแครนก็ไม่มีคลังคา ลงจากรถก็ไม่ได้น้ำลึก เหงื่อโชกเข้าตา ตาก็แสบต้องใช้น้ำจากขวดน้ำดื่มล้างหน้า ก็พอทุเลาไปได้   การยกรถก็ค่อนข้างทุลักทุเล เพราะถนนเข้าหมู่บ้านแคบแล้วเจ้าหน้าที่ ที่มายกรถก็แทบไม่ได้หลับได้นอน ก่อนมายกคันนี้ก็ยกต่อเนื่องมา ๖-๗ คัน แล้ว ขณะยกรถเหล็กโยงสำหรับต่อสายพานยกรถเกิดหัก ต้องวางแผนการยกใหม่ทำกันจนกระทั่งสำเร็จ
         “เจ้าที่แข็งมากครับพี่ ผมยกมาบางแห่งมีงูจงอางตัวเท่าแขนพุ่งออกมาจากใหนไม่รู้ หลบแทบไม่ทันคราวนี้เหล็กคานโยงเชือกหัก” คนขับรถยกมองหน้าผม เล่าให้ฟัง

        ก่อนออกจากหมู่บ้านสุชา ก็เกือบเที่ยง ขอบคุณนมกล่อง-น้ำส้ม ของคุณโอเล่ ที่ทำให้ผมหายจากอาการตาลายได้สักระยะ เพราะเมื่อเช้ารีบ ไม่ได้ลองท้องเหมือนทุกวันที่ผ่านมา คาดหวังผิดไปหน่อย คิดว่าจะแวะปั๊มน้ำมันใกล้ๆ ที่ไหนได้ปั๊มน้ำมันที่นี่ หลายแห่งน้ำท่วม ผมยืนอยู่บนรถยกตั้งแต่ขาไปจนเดินทางกลับ พอรถมาถึงบ้านถนนรถ ต.ละหาร อ.บางบัวทอง ผมบอกเจ้าของรถว่าผมขอลงตรงนี้ เพราะสังเกตบริเวณนี้น้ำท่วมสูงขอลงไปลุยอีกสักนิด เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แล้วค่อยหาทางกลับ

      แดดยังร้อนเปรี้ยงๆ ผมเดินลัดเลาะไปสอบถามชาวบ้าน และถ่ายรูปไปด้วย  พอมาถึงที่สะพานข้ามคลองมองดูเบื้องล่างเห็นตลาดสมบัติบุรี ศูนย์รวมปลาสวยงาม ปลาเลี้ยง ต้นไม้และไม้ดอก ซึ่งในอดีตครั้งหนึ่งผมเคยขับรถเข้าไปชม แต่บัดนี้น้ำเจิ่งนองเต็มไปหมด ระดับน้ำระดับเอว-หน้าอก เดินมาอีกสักพักริมถนนมีแผงขายน้ำดื่มและลูกชิ้นปิ้ง
      ผมรี่เข้าไปซื้อน้ำดื่มคุณลุงนั่งขายอยู่และที่ยืนอยู่ข้างๆคงเป็นภรรยา ผมถามขวดเท่าไหร่ คุณลุงบอก ๗ บาท เสียงภรรยาตวาด ขายได้ยังไง ๗ บาท ขาย ๘ บาท กว่าจะซื้อมาได้ ขนมาลำบาก เดี๋ยวให้ไปซื้อมาเองเสียให้เข็ด เสียงเมียบ่นไม่หยุด ขณะนั้นผู้ชายอีกคนมาซื้อน้ำพอดี ผมบอกว่าเอาสองขวดครับซื้อให้พี่ผู้ชายคนนี้ด้วยผมเลี้ยง ขอเป็น ๒ ขวด ๒๐ บาทนะครับ ไม่ต้องทอนผมไม่อยากภรรยาของคุณลุงเครียด แต่คล้อยหลังไปแล้วก็ยังได้ยินภรรยาคุณลุงบ่นไม่หยุด ซวยแล้วลุง..(.ลุงเลือกเองนี่..ฮ่าๆๆ )
        ริมถนนมีเรือเล็กๆ ๒-๓ ลำจอดอยู่เห็นเด็ก ๒-๓ คนเล่นน้ำ ผมเรียกขึ้นมากินลูกชิ้นปิ้ง เด็กคงหิว ผมส่งลูกชิ้นปิ้งที่เสียบในไม้ไผ่แหลมๆ ให้คนละไม้ และผมก็ถือโอกาสกินไปด้วย กินเสร็จอาการหูยังอื้อไม่หาย ผมเลยเอาน้ำกรอกหูสองข้าง เผื่อช่วยได้บ้าง( อาการหูอื้อ เวลาเราพูด จะได้ยินเราก้องที่หู)  ขณะนั้นคงมีคนสังเกตอาการผมอยู่ เพราะผมสวมรองเท้าบูท ใส่เสื้อชูชีพ สะพายกล้อง มือถือไมค์โครไฟนแต่งตัวไม่เหมือนชาวบ้านแถบนี้
 “ พี่ ผมซื้อมาให้พี่”  ฮื้อ..ผม งง..พี่ผมมาช่วยพี่ ผมไม่รบกวนพี่ พี่กินเถอะ
“ ผมซื้อมาหลายขวด พี่กินเถอะ”   พี่คนนนั้นส่งขวดเครื่องดื่มลิโพ มาให้  แหม่..น้ำใจ..ครับ ไม่อยากเชื่อ..ผมคิดในใจ.
“ ขอบคุณมากพี่ พี่อยู่ที่ไหน”  ผมถาม
“ ผมอยู่ที่นี่ แหละครับ ค้าขายที่ตลาดปลาสวยงาม สมบัติบุรี แต่เป็นคนราชบุรี” พี่เขาตอบ
“ โอ้..ขอบคุณพี่มากครับ” ผมยกขวดลิโพ ดื่มจนหมดขวดเพื่อหวังจะเรียกพลังกลับคืนมาให้ทันกับการรายงานข่าวออกอากาศสด ช่วงเวลา ๑๓.๐๐น.   

    หลังจากนั้นผมได้พบกับผู้ใหญ่เกษม  การงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑ บ้านถนนรถ ตำบลละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ท่านได้นำเรือเหล็ก ลำเล็กขนาดยาว ๓ เมตร กว้าง ๑ เมตร มารับผมโดยท่านผู้ใหญ่เป็นคนพาย ผมนั่งหน้าสัมภาษณ์และถ่ายรูป ไปด้วย ผู้ใหญ่พายพาผมไปตระเวณสำรวจชุมชน ชุมชนที่นี่เป็นชุมชนชาวมุสลิมทั้งหมด น้ำท่วมสูงประมาณ ท่วมหัว ชาวบ้านลำบากอยากได้เรือ เพื่อเข้า-ออกในชุมชนได้สะดวก ไม่อยากทิ้งบ้าน เพราะชั้น สองที่ต่อเติมขึ้นมาก็ยังพออาศัยอยู่ได้ ผู้ใหญ่พายเรือไปด้วยเล่าไปด้วย ( ผญ.เกษม ๐๘-๕๘๓๐-๑๓๖๐)

     จากจุดนี้ ผมโปกรถของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เป็นรถบรรทุกสีส้ม ปีนขึ้นหลังรถ โอ้โฮ้ ผู้พักพิงยืนอัดแน่นเต็มคันรถ ผมเพิ่มมาอีกคน แน่นแทบกระดิกไม่ได้ ถนนที่รถวิ่งผ่านบางจุดก็น้ำลึก บางจุดก็น้ำตื้น การจราจรติดขัดวิ่งได้ช้า วิ่งจนกระทั่งมาถึงชุมชนบ้านบัวทองบริเวณที่ผมมารายงานข่าวช่วงเช้า ติดนานมาก ผมตัดสินใจกระโดดลงจากรถ เดินลุยน้ำสูงประมาณหน้าแข้ง หลบซ้ายหลบขวากับรถที่จอดติดอยู่นับเป็นกิโล เพราะใช้ได้เลนเดียว แถมรถทั้ง ๒ ด้านจ่อหัวเข้าหากัน ต่างฝ่ายต่างก็วิ่งเข้าหากัน อย่างนี้นี้เองโชคดีที่เราตัดสินใจเดิน คงติดอีกนาน ถ้าไม่มีใครมาจัดการด้านการจราจร

    เดินมาจนถึงจุดน้ำลึกรถเริ่มเบาบาง แต่เดินต่อไม่ได้ต้องรอรถโบก สักพักมีสิบล้อผ่านมาผมโบกอีก อาศัยมาลงตรงบริเวณใกล้ๆที่รถผมจอด ลงจากรถท้องไส้เริ่มปั่นป่วนเอาละสิตู ซวยแน่ๆเข้าสุขาไหนดี มองซ้านขวาเห็นปั๊มแก็ส โล่งอกเดินเข้ารี่เข้าไป
    “สวัสดีครับพี่ ห้องน้ำอยู่ไหน” ผมทักและสอบถามผู้ชายคนหนึ่งที่เดินอยู่ในบริเวณปั๊ม
   “ ไม่รู้เหมือนกัน ผมกำลังหาอยู่”  เสียงตอบกลับมาทำให้ผมผิดหวังอย่างแรง ไม่นึกว่าจะมีเพื่อนในยามยากเหมือนเรา
  ผมเดินไปถามเด็กปั๊ม เด็กชี้ไปที่ด้านหลัง ผมเดินแกมวิ่ง ชำเลืองดู ชายคนแรกที่ถาม ดูเหมือนแกจะเบี่ยงทิศทางเดินตามมาทางผมแล้ว ด้วยอาการแขกตี้ ( ขี้แตก ) เฮ้อ..นี่แหละหนา...เขาถึงเรียกส้วมว่า ...สุขาวดี...สบายใจ ฮ่าๆๆ
                                      -------------------------------------------------------------------------
 
  

blog comments powered by Disqus