สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สมุนไพรแก้พิษงูกัด

สมุนไพรแก้พิษงู-สัตว์มีพิษ “ โลดทะนงแดง”

      ชาวสุรินทร์ถิ่นเมืองช้างจะรู้กิตติศัพท์หมอเอี๊ยะ สายกระสุนเป็นอย่างดี เพราะท่านเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรรักษางูมีพิษกัด หมอเอี๊ยะ  สายกระสุน หมอพื้นบ้านแห่งอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์เล่าให้ฟังว่า ภูมิปัญญานี้สืบสานมาหลายชั่วอายุคน ต่อให้งูจะมีพิษมากน้อยขนาดไหนไม่มีกลัว รักษาหายมาเยอะแล้ว โดยใช้สมุนไพรโลดทะนงแดง-พระเจ้าปลูกหลง บ้างก็เรียกนางแซง หรือหนาดคำ  ซึ่งมีอยู่  2 ชนิด คือโลดทะนงแดงเพราะมีเปลือกหุ้มรากสีแดงและโลดทะนงขาวซึ่งมีเปลือกหุ้มรากสีดำ แต่ชนิดที่มีสรรพคุณทางยาแก้พิษต้องใช้โลดทะนงแดงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นพิษจากงูทุกชนิด แมงมุมทุกชนิดกัด  ตะขาบกัด แมงป่องกัด และแม้กระทั่งกินเห็ดพิษ
     แนวทางการรักษาใช้ 2 วิธีคือใช้ดื่มและใช้ทา สำหรับดื่มให้นำรากโลดทะนงแดง และเม็ดหมากแห้ง ฝนกับน้ำประมาณครึ่งแก้วดื่ม ดื่ม 1  แก้วสำหรับถูกงูทุกชนิดกัด ยกเว้นงูจงอางให้ดื่ม  2  ครั้ง ถ้าสัตว์อื่นกัดไม่ต้องดื่ม ส่วนกินเห็ดเป็นพิษดื่มครั้งเดียว  กรณีใช้ทาให้นำรากต้นโลดทะนงแดงและหมากแห้งฝนกับน้ำมะนาวจนกระทั่งข้นแล้ว จึงนำไปทาบริเวณบาดแผลที่ถูกงูกัด แมงมุมกัด หรือสัตว์มีพิษกัด ทาทุกเช้า-เย็นจนกระทั่งหายเป็นปกติ สำหรับผู้ที่ถูกงูกัดไม่ควรดื่มเหล้า เพราะจะทำให้แผลอักเสบหายช้าและอาจเสียชีวิตได้
     ในบางตำราใช้รากโลดทะนงแดงฝนกับเหล้าขาวดื่มทำให้อาเจียนอย่างแรง เพื่อถอนพิษสำหรับคนที่ถูกยาเบื่อ ยาเมา เมาเห็ดเมาหอยต่างๆ แต่ระวังอย่าใส่เหล้าขาวเยอะ เดี๋ยวจะเมาเหล้าขาวแทน ฮ่าๆๆ สำหรับสาวๆสามารถใช้ทาหัวฝีแก้ฟกช้ำใช้เป็นยาดูดหนองได้ดี ติดต่อหมอเอี๊ยะ  สายกระสุน ปราชญ์พื้นบ้าน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์   08-4638-2713

พญาลิ้นงู
      ลุงเกษม  อิทร์ชัยญะ วัย ๗๔ ปี ( พ.ศ. ๒๕๕๔) ส่งสมุนไพรมาให้ปลูกเพื่อการอนุรักษ์กลัวจะสูญพันธุ์ ในจดหมายลุงเขียนเล่ามาว่า เคยถูกแมงป่องต่อย เจ็บปวดมาก จึงได้ใช้หัวว่านยาพญาลิ้นงูที่ปลูกเอาไว้ในบ้าน จำนวน ๒-๓ หัว นำไปตำให้แหลก ผสมกับเหล้าขาว จำนวน  ๒  ช้อนแกง แล้วเอามาพอกแผล เพียงไม่กี่นาทีก็รู้สึกหายปวดและอีกประสบการณ์หนึ่งคือ งูเห่าดอกจันทร์ได้กัดสุนัขที่บ้าน สุนัขทำท่าจะไปไม่รอด จึงได้ใช้ว่านพญาลิ้นงูโขลกให้แหลกผสมกับเหล้าขาวเป็นกระสายยา ๒  ช้อนแกง คั้นเอายานี้ กรอกปากสุนัข เพียงไม่นานสุนัขก็อาการดีขึ้นและหายเป็นปกติ
      สมุนไพรพญาลิ้นงู รูปร่างคล้ายต้นกระเทียม ต้นหอมเล็ก ต้นกุยช่าย คนโบราณนิยมใช้รักษาผู้ที่ถูกงูกัด โดยการเอาใบว่านมาหลายๆใบแล้วตำรวมเข้ากับเม็ดมะขามสด แล้วขยี้ๆพอกลงไปที่แผล แล้วมันก็จะค่อยๆสำแดงเดช ดูดพิษงูนั้นออกมา ให้หมั่นพอกไปเรื่อยๆจนแน่ใจว่าพิษงูนั้นหมด ถ้าหากจะปลูกสมุนไพรพญาลิ้นงูลุงเกษมบอกว่า ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือนห้ามปลูก และปุ๋ยเคมีห้ามใช้  ให้ใช้ได้เฉพาะมูลวัวเก่าๆจะดีนักแล
      ส่วนใครที่ไม่ต้องการให้งูเข้ามาป้วนเปี้ยนในเขตบ้าน  ให้ใช้ผงกำมะถันโรยรอบบ้าน กลิ่นของกำมะถันจะฉุนมาก จึงทำให้งูไม่ชอบกลิ่นและหลีกห่างไป ขอบคุณลุงเกษม  อินทร์ชัยญะ หมู่ ๗ ต.นางแก้ว  อ.โพธาราม จ.ราชบบุรี ๐๓๒-๓๕๙-๔๙๑ ,  ๐๘-๓๓๑๐-๒๕๗๔

สมุนไพรตีนตะขาบ
      เกษตรกรหลายคนเวลาทำการเกษตรดายหญ้าในพื้นที่รกๆอาจจะถูกตะขาบหรือแมงป่องต่อย ทำให้เกิดอาการปวดบวมเจ็บปวด วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือใช้เชือกหรือยางรัดบริเวณเหนือรอยแผลที่ถูกงูกัดแล้วหักต้นตีนตะขาบเพื่อเอายางของต้นตีนตะขาบผสมเหล้าขาวประมาณ ๑๐๐ ซีซี. มาทาบริเวณบาดแผล เมื่อรู้สึกว่ายางตีนตะขาบเริ่มแห้ง ให้ทาซ้ำเรื่อยๆ ประมาณ  ๓๐  นาที ก็สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดและอาการบวมได้ ให้ทำการพอกยาจนกว่าจะหาย อาจจะใช้ต้นและใบตีนตะขาบตำให้ละเอียดพอกทาก็ได้

แหล่งสมุนไพร
       คงมีหลายคนสนใจเกี่ยวกับว่านสมุนไพรต่างๆ แต่ไม่ทราบว่าจะหาได้ที่ไหน ผมขอแนะนำให้ติดต่อไปที่สวนดงว่านที่มีว่านสมุนไพรมากกว่า ๕๐๐ ชนิดบนเนื้อที่  ๑๗  ไร่ แถวคลองสี่ ,สีคิ้วและดอนเมือง  ของคุณณรงค์ศักดิ์  ค้านอธรรม  อยู่ที่ ๒๔๔/๓๒๙  หมู่บ้านยิ่งโอฬาร  ซอยวิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน  เขตดอนเมือง  กทม.๑๐๒๑๐  โทร. ๐๘-๑๗๓๕-๔๒๔๓
       คุณณรงค์ศักดิ์  ข้นอธรรม เป็นนักอนุรักษ์ว่านไทย รางวัลโล่เกียรติคุณ ๒๕๕๐ งานพฤกษาสยาม ครั้งที่ ๔ จากพระองค์โสมฯเสนอโดยกรมส่งเสริมการเกษตร มีประสบการณ์กว่า ๓๐  ปี และเป็นผู้เขียนหนังสือ ว่านสมุนไพร ไม้มงคลไทย เพื่อทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐  ปีและในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕  ธันวาคม ๒๕๕๐
       บ้านเรายังดีนะครับที่ยังมีคนดีๆสนใจอนุรักษ์สมุนไพรว่านที่มีคุณค่าไว้ให้คนรุ่นหลังๆได้ศึกษาเรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์ ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงเห็นแต่ในรูปและเล่าขานแบบลมๆแล้งๆ

  -----------------------------------------------------------
             
                                                      

blog comments powered by Disqus