สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน

สมุนไพรขม ๒๑ ชนิด บำบัดโรคเบาหวาน
 
      ผมมีโอกาสไปที่วัดบางนานอกถนนสรรพาวุธ เขตบางนา สมุทรปราการ วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาลาขนาดเล็ก สร้างติดแม่น้ำ มองเห็นชาวบ้านหลายๆคนกำลังให้อาหารปลาหน้าศาลา ผมเดินไปดูเห็นฝูงปลาหลากหลายสายพันธ์ลอยตัวกระโดดขึ้นมาแย่งอาหารจนน้ำแตกกระจาย  ส่วนด้านบนศาลามองเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังทำพิธีรับเครื่องสังฆทานที่ชาวบ้านนำมาถวาย  บนศาลานี้สายลมพัดมาแผ่วๆ เพราะรอบศาลาเปิดโล่งไม่มีฝา อากาศดีมาก ช่วงที่ผมเดินทางมาถึงก็เป็นช่วงบ่ายแก่ๆ นึกในใจว่าถ้ามีหมอนสักใบนอนแผ่บนศาลาคงหลับสบายเป็นแน่
      ผมเข้าไปนมัสการพระคุณเจ้ารูปนั้นทราบว่าท่านชื่อพระสุนทร  ฉายาสุนทโร ท่านเล่าให้ผมฟังว่าวัดบางนานอก แต่เดิมเรียกวัดปากคลองบางนา สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๐๐ เนื้อที่เดิม ๒๒ ไร่เศษ แต่ถูกแม่น้ำเจ้าพระยาซัดเซาะพังลงมา ปัจจุบันเหลือที่ดินเพียง ๑๕ ไร่เศษ วัดบางนานอกนี้สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย   ระหว่างพูดคุยกับพระสุนทร ก็มองเห็นเรือเดินทะเล เรือแพ เรือหางยาวผ่านเข้าออกที่แม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเวลา ก็นับเป็นภาพวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ ผมสอบถามพระสุนทรว่า ท่านเคยพบเห็นใครป่วยแล้วรักษาหายด้วยสมุนไพรบ้างหรือเปล่า “ อาตมานี่ไง”  พระสุนทร ก็บอก ผมสะดุ้งด้วยความคาดไม่ถึงว่าจะพบเจอจุดใต้ตำตอ “ ก่อนนั้นอาตมานั่งสวดพับเพียบนานๆจะเป็นเหน็บ ตามขา ต้องคอยเปลี่ยนซ้ายขวา พอระยะหลังได้ฉันยาสมุนไพรแล้ว อาการดีขึ้น ฉันสองอาทิตย์ก็เริ่มรู้สึกตัวดีขึ้น พอฉันครบเดือนรู้สึกว่า สามารถนั่งพับเพียบได้เป็นชั่วโมง ไม่มีอาการเหน็บชาเกิดขึ้น อาการเบาหวาน คลอเรสเตอรอล ก็ไม่เป็น เพราะว่าได้รับการตรวจเลือดเรียบร้อย ปกติ ยานี้ฉันไม่ยาก เช้ามืดขึ้นมาเรามียาผสมน้ำผึ้งในโหลพอหนืดๆก็แคะออกมาปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเม็ดพุทราไทย ฉันแล้วให้ฉันน้ำตามมากๆทุกวัน สังเกตว่าสมุนไพรนี้เป็นสูตรสมุนไพรที่ขมหมดเลย แตะลิ้นขมยิ่งกว่าบอระเพ็ด ที่โบราณบอกว่าหวานเป็นลมขมเป็นยาเป็นอย่างนี้แหละ ”
      พระสุนทร ยังบอกอีกว่าฉันสมุนไพรสูตรนี้ ไม่มีข้อห้ามอาหารแสลง ฉันแล้วไม่มีผลข้างเขียงผมจึงถามถึงประวัติยาสมุนไพรสูตรนี้มีความเป็นมาอย่างไร พระสุนทรบอกเดี๋ยวให้เจ้าตัวผู้นำยานี้มาเล่าให้ฟัง ท่านก็รีบกดโทรศัพท์ ทันที ไม่ถึงสิบนาทีผมมองเห็นชายกลางคนปั่นจักรยานเข้ามาบริเวณวัดมุ่งตรงมาที่ศาลาริมน้ำทราบชื่อภายหลังว่าซื่อคุณวิจัย  สำเภา อยู่บ้านเลขที่ ๕๔ ซอยโรงน้ำปลาเก่า ถนนสรรพาวุธ  เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐    สิ่งที่ผมประทับใจมากคือคุณวิจัย  สำเภา จะพูดคุยเป็นกันเองคุยไปยิ้มไปหัวเราะไปเหมือนผู้ใหญ่ใจดี คุณวิจัยบอกว่า “ จริงๆแล้วผมเป็นคนฝั่งธน บ้านเก่าอยู่ที่ซอยคล้ายจินดา วงเวียนใหญ่ ถนนประชาธิปก กทม.แล้วไฟไหม้บ้าน พ่อทำงานที่โรงงานไม้อัดที่บางนา มีบ้านพักที่บางนาเลยมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เล็ก จบประถมศึกษาปีที่ ๖ จาก โรงเรียนบางจาก และมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จากโรงเรียนพระโขนงพิทยาคม หลังจากนั้นก็ออกเร่ร่อนทำงานเรื่อยๆ จนได้มาเป็นหัวหน้าช่างที่บริษัทเนสเล่ย์ประเทศไทยจำกัด ตอนอายุ ๒๓ ปี จากการที่เป็นคนช่างขวนขวายและช่างสังเกต ครูพักลักจำ จนสามารถซ่อมเครื่องจักรอุปกรณ์ซ่อมได้หมด วิศวะบางคนยังซ่อมไม่ได้เลย  เวลาทำงานผมถือคติ ไม่โลภ ซื่อสัตย์ ขยัน บริษัทคนอื่นก็เหมือนบริษัทเรา  ”
     คุณวิจัย  สำเภา เล่าถึงที่ไปที่มาของยาสมุนไพรให้ฟังว่าทราบข่าวจากน้องสาว น้องสาวฟังรายการวิทยุ เพลงเพราะเสนาะโสต ”ทางสถานีวิทยุ จส.๑๐๓ MHZ. ซึ่งคุณกิตติ  ธนาธร เป็นผู้จัด ก็เลยเขียนจดหมายไปขอเนื่องจาก   นายวิม  รอดสวัสดิ์ สามีน้องสาวป่วยเป็นโรคเบาหวานอย่างหนัก สำหรับความเป็นมานั้นเริ่มแรกมีพระธุดงค์ ท่านไปประเทศจีน แล้วซินแส ให้ยาสมุนไพรท่านมา แล้วท่านก็เอามาทำฉัน ตอนนั้นท่านอายุประมาณ ๑๐๐ ปีแล้ว ท่านก็ยังแข็งแรง คนที่เอามาบอกก็คือท่านนายพลคนหนึ่ง ซึ่งเข้าไปในป่าเห็นแสงไฟอยู่ในถ้ำบนยอดเขาก็ปีนป่ายเข้าไปก็พบกับพระธุดงค์ ปักกรดอยู่ จึงบอกพระธุดงค์ว่ารู้สึกปวดเมื่อย พระธุดงค์เลยให้ตัวยาสมุนไพรมา ท่านสั่งว่าอย่าเอาไปขาย ให้บอกเป็นวิทยาทานจะได้เป็นบุญเป็นกุศล สมุนไพรแผนโบราณนี้ ช่วยป้องกันโรคไต โรคตับ โรคมะเร็งลำไส้ ทำให้ลำไส้ปกติ ล้างไขมัน ( พุงยุบ ) ลดครอเลสเตอรอล ช่วยปรับไขมันไตรกลีเชอไรด์ให้อยู่ในระดับปกติ นอกจากนั้นยังช่วยรักษาและป้องกันฝ้า กระ จุดด่างดำไม่ให้เกิด ที่เกิดอยู่ แล้วจะจางหายไป ผิวหน้าผิวกายจะเนียนผ่องลื่นไปหมดภายในสามเดือน
     คนที่มีอาการภูมิแพ้ สัมผัสผ้าไหมพรมหรือสารเคมีบางชนิดก็คัน กินยาชุดนี้อย่างสม่ำเสมอเพียง ๕-๖ เดือนไปแล้ว อาการคันก็จะหาย รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รอยลึกไม่ใหญ่มากก็จะหายไป คนที่มีพุงไขมันเยอะก็จะยุบถึงแม้น้ำหนักตัวลด แต่ใบหน้าจะไม่ซูบกลับเต่งตึงมีน้ำมีนวล เนื้อแน่นขึ้น ริมฝีปากที่ออกคล้ำๆจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูออกแดงเรื่อๆ ติ่งเนื้อที่เป็นมะเร็งเริ่มเกิดใหม่ไม่ใหญ่จะฝ่อหายไปเอง กินยาสูตรนี้ ควรงดน้ำอัดลมน้ำหวานทุกชนิดหรือน้ำชากาแฟ

สมุนไพรสูตรนี้มีตัวยาดังนี้

* มหาหิงค์  หนัก  ๒  บาท            *   ว่านน้ำ     หนัก  ๒  สลึง     *   เจตมูลเพลิง   หนัก  ๑  บาท
* เกลือสินเธาว์    หนัก  ๑  บาท   *  พริกไทย   หนัก  ๓  บาท     *   การบูร   หนัก  ๑  บาท
* กานพลู  หนัก  ๒  สลึง              *  แห้วหมู    หนัก  ๑  บาท      *   โกฐพุงปลา  หนัก๒  เฟื้อง
* โกฐสอ    หนัก  ๒  เฟื้อง           *  ยาดำ  หนัก  ๒  บาท            *  รากตองแตก  หนัก  ๒  บาท
* ดีปลี  หนัก  ๓  บาท                   *  รากชะพลู  หนัก ๒ สลึง       *  ผลกระดอม  หนัก ๓  บาท
* บอระเพ็ด หนัก ๑  บาท            * ลูกกระวาน หนัก ๑  บาท       *  กระเทียม  หนัก ๑  บาท
*  ขมิ้นอ้อย  หนัก  ๑  บาท          *  หัสคูณเทศ  หนัก  ๒ บาท    * ใบสะเดา  หนัก  ๘  บาท
   ผมฟังคุณวิจัย  สำเภา เล่าไปก็จดไป แกเล่าไปยิ้มไป ไม่หวงวิชา กลับดูแกมีความสุขมาก ที่ได้เล่าให้ฟัง
       “ โอ้โฮ้  ตัวยาตั้ง ๒๑ ชนิด   ผมอุทานออกมา
       “ ใช่ ๒๑ ชนิด ขมทั้งนั้น หวานเป็นลมขมเป็นยาไง ”
       “ แล้วจะหาตัวยาได้ที่ไหนตั้ง ๒๑  ชนิด ผมถาม
       “ จะไปยากอะไร ก็ไปที่ร้านยาสมุนไพรไทยให้เขาจัดให้ บอกเขาบดให้เรียบร้อยไม่เกินสามร้อยยี่สิบบาท ยานี้ถูกมากคนจนก็กินได้ พอได้มาแล้วก็เอามาผสมกับน้ำผึ้งแท้ แล้วปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทราไทยกินได้เป็นปี กินสบายๆกินตอนเช้าตื่นนอนใหม่ๆหลังจากล้างหน้าแปรงฟันแล้ว กินเพียงครั้งเดียว ๖ เม็ด ตามด้วยน้ำหนึ่งลิตร ( อย่าให้น้อยกว่าหนึ่งลิตร ) คนที่ธาตุแข็งให้กินเพิ่มอีก ๑-๒ เม็ด  เป็น ๗-๘ เม็ด วันละครั้ง  หลังจากกินยาผ่านไปแล้ว ๑ ชั่วโมง ค่อยกินอาหารเช้า กินยาใหม่ๆ ๓-๔ วันแรกอาจจะถ่ายอุจจาระน้อยอยู่ไม่มากครั้ง เซลล์กำลังปรับเข้ากับสูตรยา วันที่ห้าไปแล้วถ่ายอุจจาระจะมากขึ้น สังเกตอุจจาระจะค่อนข้างเหม็นกว่าปกติ


       น้องเขยผม ( นายวิม  รอดสวัสดิ์ ) ตามองไม่เห็น เบาหวานขึ้นตา ตาพร่ามัวไปหมด ต้องไปตัดแว่นมาใหม่ พอหลังจากกินยาสมุนไพรนี้ไปแล้วแว่นใส่ไม่ได้ ตากลับมามองเห็นชัดเจนเหมือนเดิม  คุณแม่ผมเหมือนกัน เบาหวานก็ขึ้นตา เดินไม่ไหวต้องพยุง เดี๋ยวนี้เดินสบาย กินไปประมาณ ๓-๔ เดือน อาการปวดเมื่อยก็ไม่มี  เมื่อก่อนเจอหน้าผมต้องเรียกมาบีบนวด ”
       ฟังคุณวิจัย  สำเภา เล่าให้ฟัง น่าทึ่งจริงๆ  ทำให้ผมอยากจะเห็นหน้าตาของตัวยาสมุนไพรนี้ เพื่อบันทึกภาพมาฝากท่านผู้อ่าน คูณวิจัยก็หยุดเล่า คว้าจักรยานคู่ชีพปั่นกลับบ้าน สักพักไม่  ๑๐ นาที เห็นแกปั่นจักรยานสะบัดไปสะบัดมามือขวาจับแฮนด์จักรยานมือซ้ายถือชามใบใหญ่เท้าก็ปั่นเข้ามา แกแต่งตัวสบายๆเสื้อยืดนุ่งกางเกงขาสั้น  พอมาถึงก็ ยื่นชามใบใหญ่นั้นให้ผมดู เห็นเป็นผงสมุนไพรที่ผสมน้ำผึ้งแล้วสีเขียว ด้วยความอยากลอง  ผมจึงใช้ช้อนตักมามานิดหนึ่ง ลองชิมดู พอปลายลิ้นสัมผัสยาสมุนไพร ระบบอัตโนมัติในร่างกายแสดงออกมาทางใบหน้าทันทีเจ้าพระคุณเอ่ยมันขมจริงๆแต่ก็ยังดีมีความหวานของน้ำผึ้งนิดๆ
     “ พี่ครับ พี่มีแรงบันดาลใจยังไงถึงมาแนะนำสูตรยานี้อย่างไม่ปิดปัง
     “ คือผมเห็นคนที่เป็นเบาหวาน แล้วถูกตัดขา เห็นยายแก่นิ้วกุด เห็นคุณแม่เดินไม่ค่อยไหวปวดขา เห็นน้องเคยต้องทุกข์ทรมานกับโรคเบาหวาน อย่างคุณแม่เดินเตะธรณีประตูเล็บเปิด กินยานี้ ๑๐  วัน แผลแห้งสนิทเลย ขาก็ไม่ปวดตอนนี้แม่ก็อยู่กับพี่สาวที่วงเวียนใหญ่  อย่างผมนี้ ผมเป็นริดสีดวงทวาร ถ่ายเป็นเลือด ผมก็กินสมุนไพรนี้ กินแล้วถ่ายดี แรกๆจะเหม็นมาก คือมันจะล้างของเสียในร่างกาย เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ถ้าไม่เกิดกับผม ผมกินไป ๓ วัน เลือดไม่ออกแล้ว ของผมนี่ริดสีดวงเป็นแบบเม็ดสาคู แต่ถ้าใหญ่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ผมหายแล้วเลือดหยุดไปเลย ”
     ใครมีญาติพี่น้อง คนรู้จักหรือตัวเองป่วยในลักษณะอาการดังที่กล่าวมาอย่าปล่อยช้ารีบรักษา ถ้ารักษาแพทย์แผนปัจจุบันอยู่ ก็กินสมุนไพรควบคู่ไปด้วยเพราะสมุนไพรไม่มีผลข้างเคียง สามารถติดต่อขอคำแนะนำจากคุณวิจัย  สำเภาได้ ที่บ้านเลขที่ ๕๔  ซอยโรงน้ำปลา ถนนสรรพาวุธ  เขตบางนา   กทม.๑๐๒๖๐ โทรศัพท์ที่บ้าน  ๐–๒๗๔๕–๔๗๐๖  
     วันนั้นคุณวิจัย  สำเภา ยังแถมสูตรเลิกเหล้าให้อีกสูตร เพราะพ่อของคุณวิจัยเคยทดลองได้ผลมาแล้ว
     “ พ่อผมกินน้ำผึ้งแก้วหนึ่ง วันละแก้วเต็มๆ พอจะนอนกินแก้วหนึ่ง แต่ต้องเป็นน้ำผึ้งแท้ กินติดต่อกัน ๓ วัน ทุกเย็นก่อนนอน กินทีเดียวหมดแก้ว แล้วจะไม่อยากเหล้าอีกเลย ไม่มีอาการลงแดง พ่อผมเลิกเหล้าได้เลย”
     พูดถึงเรื่องโรค เบาหวานคนเราพอมีอายุมากขึ้นการทำงานของเซลล์ต่างๆก็เริ่มเสื่อมถอย  เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ก็ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน โรคนี้มีความรุนแรงสืบเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม โดยปกติน้ำตาลจะเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทให้ในระยะยาวจะมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ประสบการณ์ตรงของหลายคนที่นำมาบอกกล่าวคงเป็นเงาสะท้อนในการดูแลสุขภาพของท่านได้เป็นอย่างดี

มะแว้งแก้โรคเบาหวาน
     เอ่ยถึงมะแว้งคิดว่าหลายท่านคงรู้จักเพราะเป็นพืชในพื้นถิ่นทั่วไป คุณศุภกิจ  นิมมานนรเทพ อดีตรองอธิบดีกรมทะเบียนการค้า และอดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพานิชย์ ยืนยันว่า อาจารย์สถิต  เสมานิล นักหนังสือพิมพ์อาวุโสและกรรมการชำระพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ กินมะแว้ง สามารถรักษาโรคเบาหวานได้
     ใครที่เป็นเบาหวานอัตราน้ำตาลในเม็ดเลือดสูงให้หันมากินมะแว้งกินให้ได้วันละหนึ่งกำมือ ต้องกินติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา ๑ เดือน ห้ามเว้น ถ้าเว้นต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
     วิธีกิน จะกินอย่างไรก็ได้ เช่น กินสดๆนึ่งหรือลวกจิ้มน้ำพริกหรือผัดกับหมู ไก่ กุ้ง ปลาแล้วแต่ถนัด เมื่อกินไปได้ ๗-๘ วันให้ลองไปเจาะเลือดตรวจดูอัตราน้ำตาลในเลือด ถ้าอัตราน้ำตาลลดลงแสดงว่าถูกโรค ให้อดทนกินมะแว้งต่อไปทุกวันจนครบ ๑ เดือน แล้วจึงไปเจาะเลือดตรวจอีก แม้จะพบว่าอัตราน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์หายป่วยก็ตาม ควรจะกินมะแว้งคุมเชิงต่อไปอีกให้แน่ใจว่าหายสนิทจึงเลิกกินมะแว้ง

สมุนไพรอินทนิลน้ำ-ใบชะพลูแก้โรคเบาหวาน
      เบาหวานเป็นโรคที่ไม่มีใครพึงประสงค์ เพราะใครเป็นแล้วจะต้องพบกับข้อห้ามมากมายไม่เช่นนั้นอายุจะสั้น สาเหตุของโรคเกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลีนออกมาน้อยผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมน้ำตาลในเลือดมากเกินไป และน้ำตาลถูกขับออกมาทางปัสสาวะมาก
      ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณแนะนำว่า ให้หาต้นอินทนิลน้ำ ใช้เฉพาะส่วนใบและดอก โดยเลือกดอกที่มีสีม่วงอมชมพู ใช้ทั้งใบและดอกมาล้างน้ำให้สะอาดรวมกันให้ได้ประมาณ ๑ กิโลกรัม แล้วเอามาต้มกับน้ำสะอาดใช้ดื่มแทนน้ำชา ติดต่อกันประมาณ ๓ สัปดาห์จะเห็นผล หรือจะใช้ใบอินทนิลน้ำต้มร่วมกับต้นใบชะพลู ภาคอิสานเรียกผักอีเลิศต้มทั้งต้นทั้งราก ดื่มเป็นประจำ น้ำตาลในเลือดจะลดลงเรื่อยๆเมื่อดื่มเป็นประจำอาการของโรคเบาหวานก็จะหายไปในที่สุด ร่างกายก็จะแข็งแรงกระชุ่มกระชวยดีนักแล
      อินทนิลน้ำดูผิวเผินจะคล้ายต้นอินทนิลบก ต้นตะแบกและต้นเสลา เพราะเป็นไม้ในสกุลเดียวกัน อินทนิลน้ำเปลือกลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนค่อนข้างเรียบ อาจจะตกสะเก็ดเป็นแผ่นบางๆเล็กน้อย ใบเกลี้ยง ปลายใบเรียวแหลมเล็กกว่าอินทนิลบก อินทนิลน้ำตำแหน่งช่อดอกเป็นพุ่มทรงเจดีย์ชูตั้งขึ้นเหนือเรือนยอด ขนาดของดอกบานกว้าง ๕-๘  เซนติเมตร ขณะที่อินทนิลบกออกดอกบานกว้าง ๑๐-๑๓  เซนติเมตร ดอกอินทนิลน้ำออกชิดกันเป้นกลุ่ม สีม่วงสด ม่วงอมชมพูจนถึงชมพู และสีจะวีดจางลงเล็กน้อยเมื่อดอกโรย ผลมีผิวขรุขระ  
      คุณอุทัย  พัฒนชื่น อยู่บ้านหนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีประสบการณ์หลังจากนำสูตรนี้ไปกินดูผลปรากฏว่าเบาหวานลดลง นอกจากนั้นยังมีประสบการณ์ต่อมลูกหมากโต ฉี่กระปริกระปรอยฉี่ไม่พ้นปลายเท้า คืนหนึ่งต้องลุกเข้าห้องน้ำทั้งคืนได้หลับได้นอน หันมากินน้ำต้มผักบุ้งผสมน้ำผึ้ง โรคต่อมลูกหมากที่เป็นมา ๘-๙  ปี และหมอเตรียมจะนัดผ่าหายไปเป็นปลิดทิ้ง โทรไปคุยได้ที่   ๐๘-๖๘๖๕-๑๓๒๓

สมุนไพรคื่นฉ่ายลดความดัน-เหงือกปลาหมอแก้เบาหวาน ใบขี้เหล็กทำให้หลับสบาย
      คุณจารุวรรณ สุขวงจันทร์ จากบ้านเลขที่ ๑๖๖/๑ หมู่ ๖ ต.ดอนกำยาน  อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ๗๒๐๐๐ เขียนจดหมายมาบอกว่า บรรดาหญิงชายที่มีปัญหาสุขภาพเป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องหมั่นปลูกคื่นฉ่ายกับต้นมะนาวไว้ที่บ้านจะได้ปลอดสารพิษสามารถใช้กินดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจ
      ตามตำราบอกว่าต้นคื่นฉ่ายสมุนไพรจีน ถูกนำมาใช้นับศตวรรษแล้ว สำหรับรักษาโรคข้ออักเสบ โรคเกาต์โรคปวดในข้อ ความประหม่า อาการนอนไม่หลับ และปวดศรีษะ เนื่องจากในสมุนไพรคื่นฉ่าย มีไวตามิน เอ บี ซี แคลเซี่ยม ซัลเฟอร์ และซิลิคอน มีสรรพคุณในการบำบัดโรคดังกล่าว
      ตำราบอกว่าให้เอาคื่นฉ่ายมา ๔ ต้นล้างให้สะอาดปั่นผสมกับน้ำเปล่า ๑ แก้ว ปั่นแล้วกรองแยกกากทิ้ง หลังจากนั้นเติมน้ำมะนาวคั้น ๑ ลูก น้ำผึ้งแท้ ๑ ช้อนโต๊ะ ดื่ม ก่อนนอน จะสามรถลดความดัน ปวดศรีษะเวียนหัวได้ภายใน ๑ ชั่วโมง
      คุณจารุวรรณ ยังใจดี ค้นคว้าเรื่องการรักษาโรคเบาหวานมาฝากเพราะปัจจุบันคนเป็นโรคเบาหวานกันมาก
      หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเคยลงข่าวถึงสรรพคุณของเหงือกปลาหมอว่าใครที่ไปพบแพทย์แล้วเอกซเรย์ทราบว่า ปอดเริ่มมีปัญหาเป็นฝ้า นอกจากให้แพทย์รักษาแล้ว ในยุคสมัยก่อนสมุนไพรเป็นทางเลือกรักษาได้เช่นกัน โดยให้เอาต้น "เหงือกปลาหมอ" ทั้ง 5 รวมราก กับ ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ จำนวนเท่ากัน กะตามต้องการ ต้มกับน้ำจนเดือดดื่มขณะอุ่นครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ต้มดื่มจะอาการดีขึ้น ไปให้แพทย์เอกซเรย์ปอดไม่เป็นฝ้าอีกหยุดต้มกินได้เลย และต้องระวังอย่าให้เป็นอีก
      เหงือกปลาหมอ มีสรรพคุณเฉพาะคือ ทั้งต้นรวมรากต้มอาบแก้พิษไข้หัว แก้โรคผิวหนังทุกชนิด ทั้งต้นสดตำพอกปิดหัวฝีแผลเรื้อรังถอนพิษ ต้มกินแก้พิษฝีดาษ ฝีทั้งปวง ผลกินเป็นยาขับโลหิตระดู นอกจากนั้น ถ้าตาเจ็บ ตาแดง เอา "เหงือกปลาหมอ" ทั้งต้นตำกับขิงคั้นเอาน้ำหยอดตาหาย เป็นเหน็บชา ชาทั้งตัว ทั้งต้นนำทาบริเวณที่เป็นจะดีขึ้น ถูกงูกัด ตำเอาน้ำกินกากพอกหาย เป็นฝีฟกบวม เอาต้นกับขมิ้นอ้อยตำทา เป็นริดสีดวงทวาร เอาต้นกับขมิ้นอ้อยตำละลายกับน้ำทา เป็นไข้จับสั่นตำกับขิงกิน โรคเรื้อน คุดทะราด ทั้งต้นตำเอาน้ำกิน และใบส้มป่อยต้มดาบ
       เจ็บหลัง เจ็บเอว เอาต้น "เหงือกปลาหมอ" กับชะเอมเทศทำผงละลายน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนกิน ริดสีดวงแห้งในท้อง ซูบผอมเหลืองทั้งตัว ทั้งต้นตำเป็นผงกินทุกวัน เป็นริดสีดวง มือตายตีนตาย ร้อนทั้งตัว เวียนหัว ตามัว เจ็บระบมทั้งตัว ตัวแห้ง เอา "เหงือกปลาหมอ" กับเปลือกมะรุมเท่ากันใส่หม้อ เกลือนิดหน่อย หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบนปากหม้อ ใช้ฟืน 30 ดุ้น ต้มกับน้ำจนเดือดให้งวดจึงยกลง กลั้นใจกินขณะอุ่นจนหมดจะหายได้
       ถ้าต้องการให้มีอายุยืน เอา "เหงือกปลาหมอ" 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ทำเป็นผงละลายน้ำผึ้งปั้นกินทุกวัน กินได้ 1 เดือน ไม่มีโรค ปัญญาดี กินได้ 2 เดือน ผิวหนังเต่งตึงกินได้ 3 เดือน โรคริดสีดวงทุกจำพวกหาย 4 เดือน แก้ลม 12 จำพวก หูไว กินได้ 5 เดือน หมดโรค 6 เดือน เดินไม่รู้จักเหนื่อย 7 เดือน ผิวงาม 8 เดือน เสียงเพราะ 9 เดือน หนังเหนียว ถ้าผิวแตกทั้งตัว เอา "เหงือกปลาหมอ" 1 ส่วน ดีปลี 1 ส่วน ทำผงชงกินกับน้ำร้อนหายได้ ทั้งหมดที่บอกเป็นตำรายาโบราณ ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่ รู้ไว้เป็นวิชา
       จะเห็นว่าสมุนไพรเหงือกปลาหมอมีสรรพคุณมาก โดยเฉพาะการรักษาโรคเบาหวานตำราไทยบางตำราบอกว่าให้หาเหงือกปลาหมอชนิดแดงบดให้ละเอียดประมาณ ๖ ถ้วยชาจีน และพริกไทยร่อนบดเป็นผง ๓ ถ้วยชาจีน นำมาผสมเข้าด้วยกันปั้นเป็นเม็ดเท่าเม็ดพุทราให้ได้ ๑๐๘ เม็ด กินครั้งละ ๑  เม็ดก่อนอาหาร เช้า – เย็น กินติต่อกันทุกวันจนยาหมด อาการของโรคเบาหวานของท่านจะหายไป
       เรื่องการรักษาโรคเบาหวานในตำราหลวงปู่ศุข แห่งวัดคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาทยังจารึกไว้ว่า ให้เอาน้ำส้ม อสร. ๒ ช้อนแกง น้ำผึ้งแท้ ๒ ช้อนกาแฟเกลือป่นครึ่งช้อนกาแฟ ผสมน้ำอุ่น ๑  แก้ว กินติดต่อกัน ๗  วัน อาการจะดีขึ้น ถ้ากินติดต่อกันเป็นปีโรคเบาหวานจะหายขาด
       คุณจารุวรรณ สนใจเรื่องของสมุนไพรพื้นบ้านพยายามเก็บรวบรวมเพื่อแนะนำเป็นวิทยาทานเพราะรู้ว่าใครก็ตามถ้าโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ต่อให้มีเงินเป็นล้านก็หามีความสุขไม่ และผู้ที่จะสานต่อเรื่องนี้ได้ดีก็คือคุณจำรัส จึงพยายามค้นหาสูตรเด็ดเคล็ดลับฝากมาให้
       สูตรต่อไปที่จะแนะนำคือสูตรยาทาแก้ฝี ตำราท่านบอกให้เอาน้ำผึ้งแท้ ๑ ส่วน ปูนแดง ๑ ส่วน น้ำมะขามเปียกแบบข้นๆ ๑ ส่วน นำมาผสมให้เข้ากัน แล้วเอาไปทาที่เป็นฝีดีนักแล
       แถมท้ายด้วยสูตรนอนไม่หลับ สำหรับหนุ่มน้อยสาวน้อยคือแก่มากแล้ว ส่วนใหญ่พอมีอายุแล้วคิดมากมักจะนอนไม่หลับ ตำราบอกว่าให้เอายอดต้นขี้เหล็กอ่อนๆ ๒ ยอด มาต้มกับน้ำร้อน ดื่มกินก่อนนอนทุกคืน จะทำให้นอนหลับสบายทั้งคืนเพราะในยอดขี้เหล็กมีฤทธิ์ให้นอนหลับ
       มีข้อมูลว่าในปี พ.ศ. 2485 ศาสตราจารย์ นพ.อวย เกตุสิงห์ ได้ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของต้นขี้เหล็ก พบว่าใบและดอกขี้เหล็กทำให้เกิดอาการง่วงซึมและมีพิษน้อยกว่าสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่ได้ศึกษา ต่อมาจึงมีผู้ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัดใบขี้เหล็กอีกครั้งโดยใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย พบว่าสารสกัดนี้มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อเรียบ และมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2513 คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮม ประเทศอังกฤษได้รายงานว่าสามารถสกัดสารชนิดใหม่จากใบขี้เหล็กได้ โดยตั้งชื่อว่าบาราคอล (barakol)
      ไม้ขี้เหล็กเป็นไม้ที่ชาวบ้านรู้จักกันดี สำหรับชื่อจะเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละภาค คือ ขี้เหล็ก  หรือขี้เหล็กใหญ่  ภาคเหนือเรียกขี้เหล็กหลวง ภาคใต้เรียก ขี้เหล็กบ้าน  และเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด เช่น ที่จังหวัดขอนแก่น เรียกว่า ขี้เหล็กแก่น ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกว่า ผักจี้สี้ ,แมะขี้เหละพะโดะ, ยะหา โดยปกติแล้วไม้ขี้เหล็กจะไม่ขึ้นในป่าธรรมชาติ แต่จะพบตามไร่นา หรือตามถนน ชาวบ้านได้อาศัยเก็บยอดอ่อนและดอกของไม้ขี้เหล็กมารับประทานเป็นอาหาร โดยนำมารับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก และแกงขี้เหล็กอร่อยดีนักแล
       เรื่องดีๆแบบนี้ต้องขอขอบคุณ คุณจารุวรรณ  สุขวงจันทร์ จังหวัดสุพรรณบุรี ๐๘-๓๙๖๔-๕๘๓๒ สวัสดีครับ

เห็ดคองูเห่า...รักษาแลเบาหวาน
        คุณโกสุม  เพชรอำไพ
ข้าราชการครูจากจังหวัดร้อยเอ็ด เขียนจดหมายมาบอกว่าได้รับความรู้จากรายการวิทยุที่คุณจำรัสจัดมาก จึงแนะนำให้พี่สาวฟังปรากฏว่าพี่สาวติดรายการชนิดวันไหนตัวเองไม่ได้ฟังต้องให้พี่สาวบันทึกเทปไว้ให้ฟังในราวเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ ได้ฟังความรู้เรื่องน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นในขณะที่กำลังขับรถว่า สามารถนำมาทาผมทำให้ผมดำ ทาหน้าหน้าก็ไม่เหี่ยว ด้วยความสงสัยว่าอะไรจะดีขนาดนั้น ด้วยนิสัยชอบทดลอง จึงรีบไปหากะทิมาลองทำดูลองผิดลองถูกจนทุกวันนี้สามารถทำน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นไว้ใช้เองได้ และไล่แจกเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง จนกระทั่งได้ขายอยู่ในวงแคบๆบ้างแล้ว ทุกคนนำไปใช้ต่างบอกว่าดีจริงๆสมตามคำเล่าลือ
        คุณโกสุมได้ส่งผลงานน้ำมะพร้าวหีบเย็น ๑๐๐ % มาให้ดูพร้อมกับเห็ดคองูเห่าซึ่งสามารถรักษาแผลเบาหวานได้จากประสบการณ์ที่เคยใช้มากับคุณพ่อและอยากจะแนะนำเป็นวิทยาทานให้กับผู้ป่วยที่เป็นแผลจากโรคเบาหวาน
        “ ตำรานี้ดิฉันได้รับฟังมาอีกทอดหนึ่ง และได้นำไปใช้กับคุณพ่อ ที่เป็นแผลเบาหวาน และต้องตัดนิ้วก้อยเท้าทิ้งไปหนึ่งนิ้ว ต้องเดินทางไปล้างแผลที่โรงพยาบาลทุกวันเป็นเวลาปีเศษๆแผลก็ไม่หายสักที แต่เมื่อใช้วิธีนี้ ในเวลาหนึ่งเดือนแผลแห้งและหายสนิทในที่สุด
        เห็ดที่ใช้ดูแล้วเหมือนเห็ดหลินจือ สีแดงเลือดหมู  รูปร่างแปลกๆ เวลาจับดูจะแข็ง ส่วนมากเกิดกับตอมะขาม ชาวอิสานบางแห่งเรียกเห็ดคองูเห่า หรือเห็ดซิ่นโค่น ให้นำดอกเห็ดดอกที่แห้งมาปัดฝุ่น ทำความสะอาดจนมั่นใจ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ตากแดดให้แห้งแล้วนำไปปั่น ปั่นหลายๆรอบจนเป็นผงละเอียดสีน้ำตาลเข้ม
        นำผงเห็ดมาผสมกับน้ำผึ้งแท้ คนให้เป็นเนื้อเดียวกันด้วยคัทตัลบัท หลังจากนั้นนำแผลเบาหวานของผู้ป่วยแช่ในน้ำอุ่นผสมด่างทับทิมเจือจางจนได้สีม่วงอ่อน  ใช้คีมคีบสำลีทำความสะอาดรอบแผล ซอกนิ้วและให้ แช่แผลอยู่ในน้ำอุ่นผสมด่างทับทิมประมาณ ๓  นาที
        หลังจากนั้นเช็ด ซับแผลให้แห้ง แล้วนำส่วนผสมผงเห็ดคองูเห่ากับน้ำผึ้งมาปิดพอกแผลไว้ แล้วจึงแต่งแผลปิดด้วยผ้ากรอสและพลาสเตอร์ ทำเช่นนี้ เช้า-เย็นทุกวัน ใน ๓-๔ วันแรกจะเห็นปาแผลเป็นสีชมพู และดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องหอบหิ้วกันไปล้างแผลที่ไหน อีกราวหนึ่งเดือนแผลของพ่อก็หายสนิทอย่างไม่น่าเชื่อ
         ตำรารักษาแผลเบาหวานสูตรนี้นับว่าเป็นสูตรง่ายๆที่ผู้ป่วยเบาหวานสามารถนำไปรักษาตัวเองได้ ตำรายาเห็ดคองูเห่าหรือเห็ดซิ่นโค่น ก็น่าจะหาได้ง่ายเพราะเห็ดชนิดนี้เกิดขึ้นกับตอมะขามเสียเป็นส่วนใหญ่ การสังเกตก็ง่ายเพราะมีลักษณะแข็งๆเหมือนเห็ดหลินจือ เผลอๆอาจะเป็นสายพันธุ์เห็ดหลินจืออีกสายพันธุ์หนึ่งก็อาจจะเป็นได้
        ใครสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นก็สามารถติดต่อพูดคุยกับคุณโกสุม   เพชรอำไพ ที่บ้านเลขที่ ๑๙ หมู่ที่ ๑๓ ต.ขอนแก่นออ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โทร. ๐๘-๗๙๕๒-๗๓๗๕
---------------------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus