สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

แอ๊ปเปิ้ลผลไม้ยาดี
แอ๊ปเปิ้ลผลไม้ยาดี
                                                                                           จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
        ผมกินแอ๊ปเปิ้ลบ่อยแต่เพิ่งได้เห็นต้นแอ๊ปเปิ้ลเป็นครั้งแรกที่แคว้นแคชเมียร์ของอินเดีย เห็นแล้วอดคิดถึงต้นเงาะ ต้นมังคุดบ้านเราไม่ได้ สิ่งแรกคือต้องยืนถ่ายภาพกับต้นแอ๊ปเปิ้ลเป็นที่ระลึก จะได้รู้ว่า ต้น ใบ แอ๊ปเปิ้ลมันเป็นอย่างนี้    แอ็ปเแอ๊ปเปิ้ล APPLE ถือเป็นผลไม้ยอดนิยมชนิดหนึ่งของโลก ต้นแอ๊ปเปิ้ลสูงประมาณ ๕-๑๒ เมตร ผลมีเปลือกสีแดง ชมพู เขียว และเหลืองตามสายพันธุ์ เนื้อในเป็นเนื้อทรายละเอียดสีขาวนวล
       จากการวิจัยพบว่ามีคุณค่าโภชนาการ เมื่อกินโดยไม่ปอกเปลือก จะมีพลังงาน ๘๐  แคลอรี วิตามินบี ๖ เท่ากับ ๐.๑  มิลลิกรัม วิตามินซี ๗.๙   มิลลิกรัม เหล็ก ๐.๒   มิลลิกรัม ทองแดง ๐.๑  มิลลิกรัม และโพแทสเซียม ๑๕๘.๗มิลลิกรัม หากปอกเปลือกปริมาณสารสำคัญต่างๆ ก็จะลดลงไป ฉะนั้นหม่ำทั้งเปลือกเลยนะครับ
       แ อ๊ปเปิ้ลมีสารสำคัญคือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ คือเพคติน มีกรด ๒ ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน นอกจากนั้นยังมีการกล่าวถึงสรรพคุณ บำรุงหัวใจ ลดคลอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อไวรัส
       มีบทความในวารสารการแพทย์สหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๔๗๐  ยกให้แอ๊ปเปิ้ลเป็นผลไม้เหมาะสำหรับผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรด ไขข้อรูมาติก เกาต์ ดีซ่าน
      นอกจากนั้น แอ๊ปเปิ้ลยังช่วยควบคุมน้ำหนัก เพราะมีแป้งและน้ำตาลถึง ๗๕% ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเวลาไม่เกิน ๑๐ นาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลง ทั้งทำให้ไม่รู้สึกหงุดหงิดและอ่อนเพลียระหว่างรอเวลาอาหารมื้อใหญ่ แต่แอปเปิ้ลผลสดๆ เท่านั้นที่มีสรรพคุณนี้ การดื่มน้ำแอปเปิ้ลไม่ทำให้หายหิว แต่จะทำให้น้ำหนักเพิ่มด้วย    กินแอ๊ปเปิ้ลวันละ ๒-๓ ผลช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด แต่จะได้ผลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
      แอ๊ปเปิ้ลลดคลอเลสเตอรอลในผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชาย  ซึ่งคณะวิจัยของมหาวิทยาลัยพอลซาบาทิเอร์ เมืองตูลูส ฝรั่งเศส ได้เคยทดลองวิจัยมาแล้ว
      แอ๊ปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด ปกติเมื่อกินอาหารเข้าไป อาหารแต่ละชนิดจะย่อยสลายและดูดซึมผ่านผนังกระเพาะลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะเพิ่มช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอาหารนั้น เช่น ถ้ากินน้ำผึ้ง น้ำตาลในเลือดจะขึ้นฮวบฮาบทันที
     แต่สำหรับแอ๊ปเปิ้ล ถึงจะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมาก แต่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เท่านั้น และยังพบว่าคนที่กินอาหารที่มีไฟเบอร์มากๆ มีโอกาสเกิดเบาหวานต่ำกว่าคนที่กินน้อย และสำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ไฟเบอร์จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย แอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูงมาก
    แอ๊ปเปิ้ลในท้องตลาดจะมี ๔ สี คือสีแดง สีชมพู สีเขียวและสีเหลอง แต่ละสีจุดเด่นต่อสุขภาพต่างกัน ถ้าเป็นสีแดงจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวด้วย ถ้าเป็นสีชมพูจะ
มีสารฟิโนลิกมากที่สุดในบรรดาแอ๊ปเปิ้ลด้วยกัน ซึ่งสารนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
  ส่วน แอ๊ปเปิ้ลสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะการกินแอ๊ปเปิ้ลสีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้ว ยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี



และแอ๊ปเปิ้ลสีเหลือง มีประโยชน์ต่างจากสีอื่นๆ โดยมีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก รู้สรรพคุณของแต่ละสีแล้ว จะกินชนิดไหนก็เลือกเอาเอง จะกินวันละสี หรือวันละ ๔ สีก็ได้ ฮ่าๆ
     ผมได้แวะเยี่ยมสวนแอ๊ปเปิ้ลของ Mr.HAJI AB AZIZ KHANDAY อายุ ๖๕ ปี และIMTIYGZ AHMAD HHANDAY ที่อยู่ PAHALGAM VILLAGE.( พาฮาลแกม  ) ซึ่งอยู่ติดถนนคล้ายๆสวนเงาะที่อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี สวนนี้ปลูกแอปเปิ้ล ๗ เอเคอร์ ปลูกแอปเปิ้ลอย่าวเดียวมี  ๔  สายพันธุ์คือดิลิเชียส โกลเด้น อเมริกัน และอาร์แอนด์ดี (R&D)   มี ๓๕  ต้นต่อเอเคอร์
     การปลูกเค้าจะนำเมล็ดมาเพาะ จากนั้นเมื่อต้นโตก็จะนำมาทาบกิ่ง หากภูมิอากาศดีๆ จะได้ผลผลิต  ๖๐๐ กล่อง ๑   กล่องมีน้ำหนัก ๑๖-๘  กก. ผลผลิตที่ได้จะขายในแคชเมียร์ก่อน และจะส่งไปขายที่อื่นประมาณ ๙๐ เปอเซ็นต์  สวนนี้ทำกันมาหลายรุ่นปัจจุบันเป็นรุ่นที่๗ แล้ว ขายที่สวน กก. ละ ๕๐  รูปี ( หนึ่งรูปี เท่ากับจุดเจ็ดบาท) เมื่อไปซื้อในเมืองศรีนาคาราคาจะเป็น๘๐  รูปี/กก.
    วิธีการดูแลรักษา เมื่อเริ่มออกลูกจะพ่นสเปรย์ตัวยาทั้งสวนเพื่อป้องกันแมลง และจะพรวนดินรอบๆโคนต้นเพื่อให้มีอากาศที่ผิวดิน จะทำให้มีผลผลิตมากขึ้น การพ่นยา(สารเคมี)จะพ่น  ๔-๕   ครั้งต่อฤดูการผลิต รายได้ประมาณ   ๔๐๐,๐๐๐  รูปี ต่อฤดูกาลผลิต การทำเกษตรของที่นี่จะใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านธรรมดา แต่ทางภาครัฐการเกษตรของแคชเมียร์ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ สอนวิธีการทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตมากขึ้น
     ต้นแอปเปิ้ลจะมีอายุประมาณ ๕๐-๖๐  ปี และต้นที่เห็นอยู่มีอายุ ๑๕  ปี ปลูกแอปเปิ้ลช่วงนี้ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่ากับช่วงหน้าหนาวที่มีหิมะตก ถึงต้องมีไม้ค้ำกิ่งไว้ ช่วงฤดูหนาวต้องตัดกิ่งทั้งหมดเพื่อไม่ให้หิมะลงมาทับ กิ่งจะได้ไม่หัก การปลูกแอปเปิ้ลหลายชนิดไม่มีพันธุ์ไหนยากเป็นพิเศษ การดูแลรักษาจะเหมือนกัน. นักท่องเที่ยวเข้ามาจะไม่เก็บค่าเข้าสวนแค่ขายแอปเปิ้ลอย่างเดียว ผลผลิตต่อต้นประมาณ ๕๐-๖๐ กก. ใช้สมาชิกในครอบครัวช่วยกัน
    สำหรับการใช้สารเคมีไม่ค่อยอยากใช้นัก แต่ถ้าไม่ใช้ก็จะได้ผลผลิตไม่ดีจึงไม่คิดจะเลิกใช้ การใช้สารเคมีที่นี่ไม่ใช่ทำเพื่อให้ผลแดง ต้องการเพียงแค่ป้องกันแมลงเท่านั้น และจะพ่นช่วงมีลูกเพื่อไม่ให้แมลงเจาะ และจะพ่นก่อน ๑  เดือนที่จะเก็บผลผลิต เคยกินแอปเปิ้ลจากประเทศอื่น แต่ของแคชเมียร์อร่อยกว่า แอปเปิ้ลใช้เวลาออกดอกจนเป็นผลผลิต มีอายุ ๖ เดือน
     เป็นไงครับ นอกจากอยากกินแล้ว อยากปลูกด้วยหรือปล่าครับ บ้านเราไม่แนะนำให้ปลูกนะครับ เพราะได้พูดคุยกับคุณปัญญา เจริญวงศ์ หรือนายเกษตร หน้าเกษตรหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่มากับผม ท่านบอกว่าบ้านเราเคยมีการวิจัย นำไปปลูกแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะสภาพภูมิอากาศและธรณีวิทยาแร่ธาตุแตกต่างกัน มีวิธีเดียวประหยัดคือ มาเป็นสะไภ้และเขยอินเดียดีกว่า ได้ทั้งสามีและมอ-สระ-เอีย –เมีย ได้ทั้งที่ดินพร้อมสวนแอ๊ปเปิ้ล แถม กินโรตีอร่อยดี ฮ่าๆๆ
                                             -----------------------------------------------------------------
  
                       เขียนบนบ้านเรือในทะเลสาบนากิ้นแคว้นแคชเมียร์ประเทศอินเดีย

blog comments powered by Disqus