สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

ตำรับยาล้างไต
                       ตำรับยาล้างไตน้ำต้มก้านพริก
                          รักษาเบาหวาน-หลอดเลือดสมองตีบ
                                              พันธุ์  แสนไพร   รวบรวม/เรียบเรียง

           โรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดในสมองตีบก็ถือเป็นโรคยอดฮิตในหมู่คนไทยบ้านเรามากพอสมควร เรียกว่าเป็นกันทุกครอบครัว บ้างก็เสียชีวิตไปแล้ว บ้างกก็กำลังเข้าออกโรงพยาบาล เงินทองที่หามาได้ก็ค่อยหร่อยหรอไปตามการรักษา
           เร็วๆนี้มีข่าวการนำก้านพริกมาต้มดื่มเพื่อเยียวยาโรคเบาหวานและโรคสมองตีบตันถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตก็กลับมาหายได้ดังปกติ จากต้นเรื่องของ ดร.จันทวรรณ  ปิยวัฒน์ ต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ได้นำสาระดีๆมาช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้พ้นจากบ่วงกรรมในการทนทุกข์ทรมานกับโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดในสมองตีบ
         การเข้าออกโรงดพยาบาลและการรักษาต้องใช้เงินทุนรอนมิใช่น้อย หากการนำก้านพริกมาต้มช่วยได้นับเป็นกุศลสูงสุด
จากการบรรทึกบอกว่าโรคเบาหวาน ๒๐ ปีหายขาด คุณพ่อเป็นเบาหวานมา ๒๐ ปี และเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบจนถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์ แต่ก็หายได้ในที่สุด ที่น่าแปลกคือ ในการตรวจแต่ละครั้ง จะไม่พบข้อผิดพลาดใดๆในเรื่องไต ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยโรคเรื้องรังเบาหวานมีความเสี่ยงต่อไตวายเป็นอย่างมาก
       พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อ ๑๕ ปีก่อน พ่อได้สูตรสมุนไพรจีนสำหรับล้างไตจากเพื่อนคนหนึ่งและพ่อก็ได้ใช้มาตลอดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
วิธีการทำก็คือนำก้านพริกพริกอะไรก็ได้ ล้างให้สะอาดแล้วนำมาตากแห้ง หลังจากนั้นหยิบก้านพริกมา ๑  กำมือ ต้มกับน้ำขนาด ๓  แก้ว ให้เดือดเรื่อยๆจนน้ำเหลือ ๑  แก้ว สำหรับดื่มมื้อเช้า  แล้วทำใหม่อีกเพื่อดื่มมื้อเย็น เป็นเวลา  ๗  วัน ในทุกๆรอบ ๖  เดือน
      การดื่มครั้งแรกๆนั้นปัสสาวะจะมีสีขุ่นเหลืองมาก จนวันถัดๆมาจะมีสีใสขึ้นเรื่อยๆ ใครเป็นโรคไต เบาหวาน หลอดเลือดตีบตัน อย่ารอช้า รีบหามาต้มดื่ม เป็นน้อยจะหายเร็ว เป็นมากคงต้องใช้เวลา แต่ตำราล้างไต รักษาเบาหวาน หลอดเลือดตีบตันตำรับนี้ นับเป็นสูตรเด็ดจากเมืองจีนที่สืบสานสืบต่อกันมา หากไม่บันทึกไว้เป็นเรื่องราวอาจสายสูญไปตามกาลเวลา ขอบันทึกไว้เป็นวิทยาทาน การให้ทานความรู้ ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการให้ทานทั้งปวง ขอให้ทุกท่านโชคดีครับมีความสุขครับ
                                          ----------------------------------------------------
  

blog comments powered by Disqus