สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งภัยร้ายที่ตัองขจัด
                                                มะเร็ง
                            “ภัยร้ายที่ต้องขจัด”
                                                         จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
             มะเร็งวายร้ายที่ไม่มีใครต้องการ แต่ดูเหมือนเราทุกคนในปัจจุบัน เชื้อเชิญเจ้ามะเร็งร้ายให้เข้าหาตัวเราทุกเสี้ยววินาทีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
           เมื่อมันเข้ามาแล้วไม่ได้ชีวิตคนในบ้านมันก็จะไม่กลับเผลอๆมันจะล่าทุกคนจนหนำใจ จะรวยจะดังจะเก่งหรือจนแค่ไหนมันไม่สนใจ มันปลิดชีวิตมาแล้วนับไม่ถ้วน แล้วท่านอาจเป็นรายต่อไป
         วงการณ์แพทย์ในปัจจุบันพยายามคิดค้นหาวิธีไล่ล่าเจ้ามะเร็งร้ายทุกวิถีทางแต่ยังทำไม่สำเร็จ ได้แค่ตีหัวต่อยหน้าอัดเข่าสับศอกเพื่อชะลอไม่ให้มันเหิมเกริม ผลสุดท้ายก็สู้มันไม่ได้  การรักษามะเร็ง ถือ เป็นการท้าทายวงการแพทย์มากที่สุด เนื่องจากมะเร็งเป็นโรคที่รักษายาก และมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทย มากกว่าโรคหัวใจและอุบัติเหตุ
        แนวทางการรักษามะเร็ง ก็คือการผ่าตัด การฉายแสง การใช้ยาเคมีบำบัด ซึ่งก็จะทำให้มีผลข้างเคียงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น บางรายช็อคจากการติดเชื้อในกระแสเลือด อาการข้างเคียงสำคัญและพบบ่อยคือบวม ติดเชื้อ ไอ มีเสมหะ ผื่นขึ้นตามลำตัว ปวดท้องรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด มีแผลในปากและคอเหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง ท้องผูกหรือท้องเดินอย่างรุนแรง น้ำหนักลด หรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว ซึมลง ชัก หรือมีอาการเกร็งผิดปกติ บริเวณให้ยา ปวดแสบ ปวดร้อน บวมแดงไข้สูงเกิน  ๓๘องศาเซลเซียส ( ๑๐๑ องศาฟาเรนไฮต์) เลือดออกง่าย หรือไม่หยุด หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง
       การรักษามะเร็งในปัจจุบัน ยังไม่สามารถรักษามะเร็งให้หายขาดได้ทุกราย บางรายที่ดูเหมือนอาการดีขึ้น ผ่านไปไม่กี่ปีโรคมะเร็งก็กลับมาเป็นอีก คราวนี้ส่วนใหญ่จะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายแม้การใช้ยาเคมีบำบัดรุ่นใหม่มาทำ การรักษา แต่ดูเหมือนผลการรักษาก็ยังไว้ใจไม่ได้ โดยที่การรักษามะเร็งเหล่านี้มาพร้อมกับการทำลายภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย    
   
แท้จริงแล้วการเกิดมะเร็งนั้นเกิดจากวิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ที่พยายามรอดตายจากสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษ เกินกว่าที่ เซลล์จะมีชีวิต ต่อไปได้ ถ้าหาก เซลล์เหล่านั้น ไม่ปรับตัว เซลล์เหล่านั้นจะป่วยและตาย เซลล์เหล่านั้น จึงตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการผ่าเหล่าเพื่อความอยู่รอด เพราะเซลล์ ในร่างกายมนุษย์ มีความสามารถที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง การปรับตัวของเซลล์จึงเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เมื่อสภาพแวดล้อม เปลี่ยนไป เซลล์อีกจำนวนมากก็จะผ่าเหล่าต่อไปอีก-ไม่เร็วก็ช้า
     วิธีการที่เราจะปรับสภาพแวดล้อมร่างกายเราไม่ให้เป็นพิษเพื่อไม่ให้เกิดมะเร็งง่ายนิดเดียว กุญแจลับคือถ้าสภาพร่างกายเป็นกรดเมื่อไหร่ ก็จะมากระตุ้นเซลล์ให้ผ่าเหล่ากลายเป็นเซลล์มะเร็ง  สภาพแวดล้อมที่เป็นกรด จะตอบสนองให้ เซลล์มะเร็งรอดชีวิตได้
      ต้องจำๆไว้ว่า
เซลล์ที่ผ่าเหล่าเป็นมะเร็ง จะตาย ในสภาพแวดล้อมที่เป็นด่าง และเติบโต ในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด เราจะทำให้ร่างกายของเรา เป็นด่างได้ก็ด้วยการกินอาหารที่เป็นด่างมากขึ้นแนะนำให้ดื่ม น้ำผัก น้ำผลไม้สด ให้มากๆ งดน้ำตาล น้ำอัดลมทุกชนิด กาแฟ เนื้อสัตว์ นม บุหรี่ และ แอลกอฮอล์
     
หันมากินผักปลอดสารพิษปลูกเองได้ยิ่งดีเพราะเรามั่นใจได้ แต่ถ้าซื้อในท้องตลาดรับรองมีสารพิษแน่นอน ต้องแช่น้ำเป็นคืนล้างให้สะอาด  หาผักสดสีเขียวทุกชนิดมาปั่นกิน รวมทั้งผลไม้สด รวมทั้งน้ำมะพร้าว
       หากคุณ ต้องการเห็น การเปลี่ยนแปลง ของสุขภาพ อย่างน่าอัศจรรย์ ในระยะเวลาอันสั้น ดื่มน้ำผักสดปั่น ทุกเช้า โดยไม่ต้อง รับประทาน อะไรอีกเลย จนกว่าจะถึง มื้อเที่ยง นำผักใบเขียว หลากชนิด มะเขือเทศ แตงกวา ปั่นกับน้ำสะอาด แล้วดื่ม ใส่ใบเตยนิดหน่อย แรกๆอาจจะไม่คุ้น แต่เมื่อคุณคุ้นเคย จะรู้สึกสดชื่นจะทำให้สุขภาพคุณจะแข็งแรง
      อากาศก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็ง
ถ้าร่างกายขาดออกซิเจนก็จะกระตุ้นให้เซลล์ผ่าเหล่ากลายเป็นเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งจะปรับตัวเพื่อรอดชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีระดับออกซิเจนต่ำ ยิ่งมีออกซิเจนต่ำเท่าไร เซลล์มะเร็งก็ยิ่งเติบโต ได้มากขึ้น
     วิธีแก้ไขคือ
หายใจลึกๆ เพื่อเพิ่ม ระดับออกซิเจน ให้กับเลือด  เดินประมาณ ๕ นาที แล้วหายใจเข้า ๔ ครั้ง ติดกัน กลั้นหายใจแล้วนับ ๑ ถึง ๔  หายใจออกช้าๆ ๔ ครั้ง ติดกัน ทำซ้ำหลายๆครั้ง หายใจเข้าทางจมูกลึกๆแล้วกลั้นใจแล้วนับ ๑-๒-๓-๔  หายใจออกทางปาก หายใจ เข้าไปในท้อง ไม่ใช่หายใจ เข้าไปในอก
นี่คือวิธีการหายใจ ที่ถูกต้อง
    อีกเรื่องที่สำคัญคือความเครียด เพราะ
ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ความเครียด คือ ฆาตกรเบอร์หนึ่ง และเป็นต้นเหตุ ที่ก่อให้เกิดโรคทุกโรค ความเครียดเพิ่มกรด และ ส่งผลกระทบ ต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ในร่างกาย มันจึงเป็นสิ่ง ที่สำคัญมาก ที่เราจะต้อง ทำจิตใจ ให้แข็งแรง เบิกบานอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นมะเร็งมันมาแน่ๆ
   วิธีที่ทำให้หายเครียดอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด รู้จักปล่อยวาง ทำสมาธิ ดูหนังตลก ละเว้นจากการดู ข่าวร้ายและ เรื่องเลวร้าย อ่านหนังสือดีๆ ที่ทำให้เกิด แรงบันดาลใจ หาสัตว์มาเลี้ยง พบเพื่อนใหม่ๆ สัมพันธภาพใหม่ๆ ปลดความทุกข์ ความสลดใจเก่าๆ และสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่ผ่านไปแล้ว
         แค่นี้ เจ้ามะเร็งร้ายจะไม่เข้ามากล้ำกรายท่านอีกเลย เพราะไม่ใช่บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่มันชอบ ยิ่งถ้าเรากินพืชผักสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านพิษร้ายที่สะสมในร่างกายด้วยแล้ว ยิ่งโล่งอก เช่น สมุนไพรทองพันชั่ง ดีปลี กรีนภารตะ เบญจรงค์ ป่าช้าหมอง  กระดูกไก่ดำ หญ้าปักกิ่ง  ทุเรียนเทศ  ลูกใต้ใบ    บอระเพ็ด  หญ้างวงช้าง พลู ฟ้าทะลายโจร ใบบัวบก  มะเขือเทศ    ฝาง  สักทอง พริกไทย ทับทิม มะเขือเทศ  พลูคาว  แพงพวยฝรั่ง หญ้าลิ้นงู   ตะไคร้  มะระขึ้นก  เสาวรส  จิงจูฉ่าย   ย่านาง ย่านางแดง หญ้าลิ้นงู พุทธรักษา  ปีกไก่ดำ เหงือกปลาหมอ
        อย่าลืมว่า
การดูแลสุขภาพอย่าให้ป่วยก่อนค่อยดูแล เพราะจะทำให้เยียวยายาก ต้องเตรียมพร้อมป้องกันไว้ก่อน พืชผักสีเขียวควรหามาปลูกไว้ กินพืชผักเป็นยา ดีกว่า หลายคนที่กินยาเม็ดเป็นอาหาร ๓ เวลา และที่สำคัญพืชผักที่เราปลูกต้องปลอดสารพิษ
   ปัจจุบันอาหารทะเล ๙๐% แช่ฟอร์มาลีน ( น้ำยาฉีดศพ) เพื่อให้อาหารทะเลอยู่ได้นาน มีคนขายปลาหมึกปิ้ง (ย่าง) ต้องเปลี่ยนอาชีพเพราะมือเปื่อยอันเนื่องจากสารฟอร์มาลีนที่อยู่ในปลาหมึก กว่ามือจะเปื่อยคนกินไปไม่รู่เท่าไหร่ มันสะสมรอวันออกฤทธิ์ ฮ่าๆๆ

       หมอพื้นบ้านไทยยึดหลักการรักษาผู้ป่วย เหมือนการเปลี่ยนน้ำ ในบ่อปลา เมื่อปลาป่วย เพราะ การทำลายบ่อปลา ฉีดเคมีบำบัด เฉกเช่นการระเบิดบ่อปลา ไม่ใช่ทางออก ที่ถูกต้อง
                                      -------------------------------------------------------------
     
      
 
 
 
 
 
 
 
  

blog comments powered by Disqus