สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

เหงือกปลาหมอยอดยาไทย
                                เหงือกปลาหมอยอดยาไทย
                                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
             คุณปิ่นเพชร  วัชรเมฆขลา แฟนคลับผมจากบ้านเลขที่ ๓๗ บ้านคู หมู่ ๙ ต.ขามสะแกแสง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา ได้ส่งจดหมายเอกสารตำรายาจากหนังสือ อุตตริมนุสสธรรม ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) โดยเทพ  สุนทรศารทูล มาให้ มีเนื้อหาเป็นสรรพคุณทางยาของสมุนไพรเหงือกปลาหมอ ซึ่งคุณปิ่นเพชร มีความตั้งใจอยากให้ผมนำเผยแพร่เป็นวิทยาทาน เพื่อสร้างกุศลร่วมกัน   
              
            เหงือกปลาหมอมีอยู่ด้วยกัน ๒ สายพันธุ์ คือ พันธุ์ที่เป็นดอกสีม่วง (Acanthus ilicifolius L.) ที่พบได้มากทางภาคใต้ และพันธุ์ที่เป็นดอกสีขาว (Acanthus ebracteatus Vahl) ที่พบได้มากทางภาคกลางและภาคตะวันออก และเป็นพรรณไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรปราการ
           สมุนไพรเหงือกปลาหมอ มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อที่สตูลเรียก แก้มหมอ กระบี่เรียก แก้มหมอเล  ภาคกลางเรียก อีเกร็ง  นางเกร็ง จะเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน เป็นต้น ผมเคยเขียนเรื่องเหงือกปลาหมอ ลงในหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย เล่ม ๓ หน้า ๙๒ เมื่อครั้งไปเยี่ยม หมอล้านนา หมอคำปัน  กลิ้งเงิน ที่บ้านบุญนาค ต.บุญนาคพัฒนา  อ.เมือง จ.ลำปาง หมอคำปันปลูกไว้เยอะมาก

          สำหรับตำรายาเหงือกปลาหมอเล่าต่อกันมาว่าได้มาแต่เมืองพิษณุโลก ท่านให้เป็นปริศนาถ้าคิดได้ ให้ขุดลงไปจะได้ทอง ๑๐๐ ตำลึง ท่านผู้วิเศษมีปัญญา ฉลาดแก้ปริศนาออกได้ จึงได้ขุดลงไปพบแผ่นศิลาปิดปากหลุมอย่างมิดชิด ครั้นเปิดออกดูจึงได้พบตำรายานี้ เขียนด้วยใบลานยาวประมาณ ๑ คืบ หยิบเอาขึ้นมาดู จึงเห็นเป็นตำรายาวิเศษ มีใจความว่า
          มีฤาษีแสดงไว้ให้เป็นทานแก่สมณะ ชี พราหมณาจารย์ และมนุษย์ทั่วไป ทั้ง ชาย-หญิง เพื่อจะได้บำบัดโรค ถ้าผู้ใดได้ตำรานี้แล้วขอให้บอกต่อกันไป จะได้อานิสงค์ ๖ กัลป์ ถ้าเอาตำรานี้ไว้ไม่เชื่อถือแล้วจะไปตกนรก ตำรายานี้มีชื่อว่า ตำรายาต้นเหงือกปลาหมอ ถ้าเห็นต้นเหงือกปลาหมอขึ้นกลางทาง หรืออยู่ในที่ใดก็ดี อย่าเหยียบย่ำข้ามเลย ต้นเหงือกปลาหมอนี้ มีคุณวิเศษมากมายหลายอย่าง คือ
         ๑) ถ้าเจ็บตา ตานั้นแดง ให้เอาเหงือกปลาหมอตำกับขิง เอาน้ำหยอดตาหายแล
         ๒) ถ้าเป็นเหน็บชา เท้า มือ และทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอ มาตำทาที่ตรงเจ็บนั้น หายแล
         ๓) ถ้างูกัด เอาต้นเหงือกปลาหมอมาตำแล้วกินบ้าง ทาบ้าง หายแล
         ๔) ถ้าเป็นฝีบวมขึ้น ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยมาตำปนกัน แล้วทา หายแล
         ๕) ถ้าเป็นริดสีดวงงอก ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยมาตำปนกับ น้ำมันหรือน้ำมูตร(ปัสสาวะ
                  เด็กชาย) ทา หายแล
         ๖) ถ้าไข้หนาวสั่นทั้งตัว ให้เอาเหงือกปลาหมอกับขิง ตำปนกันกิน หายแล
         ๗) ถ้าเป็นหูหนา ตาโต ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอตำเอาน้ำกิน แล้วเอาใบส้มป่อย ต้มน้ำอาบ หายแล
         ๘) ถ้าเจ็บหลัง เจ็บเอว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอกับชะเอมเทศ ตำเป็นผง ละลายน้ำกินทุกวัน หายแล
         ๙) ถ้าเป็นริดสีดวงแห้ง หรือฝีในท้องและซูบเหลืองทั้งตัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ตำเป็นผง 
                  ละลายน้ำกินทุกวัน หายแล
         ๑๐) ถ้าเป็นริดสีดวง มือตาย เท้าตาย ให้ร้อนทั้งตัว และให้เวียนศีรษะ ตามือเจ็บทั่งตัว และตัวผิว 
                     สากแห้ง ชื่อลมเพ็ชรฆาต ๓๘ จำพวก ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอกับเปลือกมะรุม เสมอกัน ใส่
                    หม้อ เอาเกลือนิดหนึ่ง หมาก ๓ คำ เบี้ย ๓ ตัว วางบนปากหม้อ เอาฟืน ๓๐ ดุ้น ต้ม ถ้าเดือดแล้ว
                    ให้อึดใจยกลง เวลากินให้อึดใจ
         ๑๑) ถ้าจะให้เจริญอายุ ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ส่วน ตำเป็นผง ละลายน้ำผึ้ง 
กินทุกวัน ถ้ากินได้ ๑ เดือน จะหมดโรค และมีสติปัญญานักแล ถ้ากินได้ ๒ เดือน จะเป็นที่เมตตาแก่คนทั้งหลาย ถ้ากินได้ ๓ เดือน ริดสีดวง ๑๔ จำพวกจะไม่มีเลย ถ้ากินได้ ๔ เดือน ลม ๑๒ จำพวก จะไม่มีเลย ตาแดงดังครุฑ หูได้ยินดังราชสีห์ ถ้ากินได้ ๕ เดือน โรคภายในจะไม่มีเลย ถ้ากินได้ ๖ เดือน จะเดินได้ถึง วันละพันโยชน์ ไม่มีเหน็ดเหนื่อย ถ้ากินได้ ๗ เดือน ผิวจะงาม เลือดดี ถ้ากินได้ ๘ เดือน เสียงเหมือนนกการะเวก ถ้ากินได้ ๙ เดือน คมหอกคมดาบแทงฟันไม่เข้าเลย ต้นเหงือกปลาหมอนี้มีคุณนักหนา เปรียบเหมือนยาทิพย์ก็ว่าได้ ถ้ากินอาหารและสิ่งใด ที่ผิดสำแดงเข้าไป จะไม่มีโทษเลย
          ๑๒) ถ้าเป็นมะเร็งแตกทั้งตัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ พริก ดีปลี สิ่งละเท่าๆกัน ตำเป็นผงกินกับน้ำร้อน หายแล
          ๑๓) ถ้าเจ็บตามตัวและเมื่อยตามตัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ตำเอาน้ำกินและทา หายแล
          ๑๔) ถ้าช้างแทง กระบือชน และตกจากที่สูง หรือต้องคมอาวุธทั้งหลายก็ดี ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ตำทาที่แผล หายแล
          ๑๕) ถ้าเป็นฝีที่รักแร้ และลำคอก็ดี ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอและขมิ้นอ้อย น้ำมันงา น้ำมูตรเคล้าตำด้วยกัน เคี่ยวเป็นน้ำมันทา หายแล
          ๑๖) ถ้าเป็นผื่นแดงขึ้นมา เกาจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือเป็นหูหนวก ตาโต ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ มาต้มกิน แล้วเอามาต้ม กับใบส้มป่อยอาบ หายแล
          ๑๗) ถ้าเป็นลมจับ ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ๑ ส่วน พริกไทย ๒ ส่วน ตำเป็นผงละลายกินกับน้ำร้อน กินแก้ลม ๘ จำพวก หายแล
           ๑๘) หญิงระดูขาว หรือโลหิตแห้ง ตั้งแต่ ๑-๓ เดือน ให้เจ็บผอม เหลืองทั้งตัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ตำเป็นผง ละลายน้ำมันงา หรือน้ำผึ้งก็ได้ กินไปทั้งวัน โรคนั้น หายแล
          ๑๙) ถ้าจะประสานเนื้อให้สนิท ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอกับหัวสามสิบ เอาเท่ากัน ตำเอาน้ำทาประสาน เนื้อสนิทแล
          ๒๐) ถ้าเป็นมะเร็ง ทำท้องให้ลงจนตัวเหลือง ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ กระชาย มะคำไก่ สมอทั้ง ๓ ต้มกินหายแล
          ๒๑) ถ้าหน้ามืด ตามัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ กระเพราทั้ง ๒ แสมสาร ใบทองหลางใบมน บอระเพ็ด เจตมูลเพลิง เท่ากันทุกอย่าง ตำปิดกระหม่อม แล้วเอาเหล็กเผาไฟให้ร้อน เอาวางทับเนื้อยานั้น หายแล
      จะเห็นว่าสรรพคุณสมุนไพรเหงือกปลาหมอ ไม่ใช่ธรรมดา รู้กิตติศัพท์ขนาดนี้อย่านิ่งเฉยครับ รีบหามาปลูกอนุรักษ์เอาไว้ สมุนไพรเหงือกปลาหมอชอบที่ชื้นริมน้ำ ใครที่ปลูกจนออกดอกมีเมล็ดได้ถือว่าสุดยอดหมอคำปันเคยบอกผมว่า เวลาเดือนดับครูบาอาจารย์ด้านแพทย์แผนไทยท่านแนะนำให้กินเม็ดเหงือกปลาหมอดิบๆให้ได้ ๗ เม็ดพร้อมกับเสกคาถา “สักกตะวา” รับรองฝีต่างๆจะไม่เกิดในร่างกาย
      เพื่อป้องกันเสียงโทรศัพท์ดังทั้งวันทั้งคืน ฮ่าๆๆๆ ผมขอนำบทสวดพระคาถา “สักกตะวา” มาให้ทุกท่านได้ท่องให้ขึ้นใจเลยนะครับ
                                        พระคาถาสักกัตวา (โอสถปริตร)
สักกัตตะวา พุทธะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
เพราะทำความเคารพพระพุทธรัตนะ อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
หิตัง เทวะมะนุสสานัง พุทธะเตเชนะ โสตถินา
เป็นประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ ทุกขา วูปะสะเมนตุ เม
ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป ขอทุกข์ทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี
 
สักกัตตะวา ธัมมะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
เพราะทำความเคารพพระธรรมรัตนะ อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
ปะริฬาหูปะสะมะนัง ธัมมะเตเชนะ โสตถินา
เป็นเครื่องระงับความกระวนกระวาย ด้วยเดชแห่งพระธรรมรัตนะ
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ ภะยา วูปะสะเมนตุ เม
ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป ขอภัยทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี
 
สักกัตตะวา สังฆะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง
เพราะทำความเคารพพระสงฆรัตนะ อันเป็นดั่งโอสถอันอุดมประเสริฐ
อาหุเนยยัง ปาหุเนยยัง สังฆะเตเชนะ โสตถินา
เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ด้วยเดชแห่งพระสงฆ์
นัสสันตุปัททะวา สัพเพ โรคา วูปะสะเมนตุ เม
ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไป ขอโรคทั้งหลายของท่านจงสงบไปโดยสวัสดี
(ไม่ต้องสวดคำแปลนะครับ เพียงแต่พิมพ์ให้ทราบว่าอาศัยอำนาจพระบารมีพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ) 
ผู้ใดหมั่นสวดพระคาถานี้จะระงับโรคภัยไข้เจ็บ จะอายุยืนยาว ใช้เสกยากินแก้โรคได้ และถ้าผู้ใดสวดเจริญอยู่เป็นนิจ นอกจากปราศจากโรคภัยแล้ว ยังแคล้วคลาดจากภัยต่างๆ เช่น โจรภัย, ฯลฯ เป็นต้น 
หมายเหตุ : สวดให้ตนเองลงท้ายด้วย เม สวดให้คนอื่นลงท้ายด้วย เต
            อโรคยา ปรมา ลาภา  ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ      ขอให้ทุกท่านโชคดี สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สวัสดีครับ
                                       -----------------------------------------------------------
 
  

blog comments powered by Disqus